สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 18
เท่าที่ดูจริงๆ การยิงเยอะแยะของมาเลเซียนั้น เป็นการยิงในมุมบังคับเกือบทั้งหมด เมื่อมีช่องก็เป็นช่องที่ยิงได้ยากมากๆ ...แคบและมีปลายทางไม่ใช่ประตูโล่งๆ แต่เป็นตำแหน่งยืนของฉัตรชัย หรือ ..ส่องไกลก็นอกกรอบ ...
เห็นกระทู้ไหลยิ่งกว่าฝนเดือนหก ก็เข้าใจอยู่ว่าบ้านเรามันไม่ค่อยชินกับการเป็นผู้เล่นฝ่ายตั้งรับแม้แต่กับทีมในอาเซียน ... แต่ต้องเข้าใจอย่างว่า อาเซียนเขาก็ไม่ได้อยู่กับที่ ทีมเค้าก็มีโค้ชที่มีการทำการบ้าน ...วันนี้ทีมเค้าบุกไม่สะเปะสะปะ แถมดูแล้วก็น่าหัวเสียแทนเล็กๆ ที่ไม่ว่าจะพยายามเจาะทางกราบผ่านผู้เล่นลูกครึ่งของเค้า หรือพยายามตักบอลเข้ากลาง ...ทำยังไงมันก็ไม่เข้าเป้า ไม่เข้าเท้าพวกเค้า ...ครั้นจะส่องไกล ก็อยู่ในมุมบังคับทั้งสิ้น ...
ทำความเข้าใจให้ดีๆ นะฮะ ...วันนี้ที่มาเลเซียมีโอกาสยิงทั้งหลาย แทบทั้งนั้นอยู่ในมุมบังคับ ยิงไปถ้าไม่ตรงฉัตรชัย ก็ยากที่จะวางบอลให้ตรงกรอบ ลองดูว่ามีซักครั้งมั้ยที่มันตรงกรอบแบบทั้งฉัตรชัยหรือนักเตะเราได้แต่ขาตายมองเหม่อ ...
... แต่ .. เกมที่ด้อยประสิทธิภาพลง คงเป็นเรื่องของการโต้กลับที่เราบีบพื้นที่กรอบการรับเข้ามาชิดกันเกินไป อาจจะเพราะเกรงในความเร็วและต้องระวังการต่อบอล 1 touch ของทางมาเลเซีย ..ทำให้กลางของเรายังอยู่ใน Position ของการยืนแผงที่ 2 หน้าแผงกองหลัง ...หลายครั้งเราจะเห็นทั้งเจ้าแคมป์ หรือปกเกล้ายืนถ่างออกไปทางปีกเพื่อเป็นด่านแรกในการชะลอเกมริมเส้นก่อนที่จะหลุดถึงมิก้า หรือกรกช ... ทำให้ตอนโต้กลับที่ต้องอาศัยการแทงทะลุเพื่อให้เกิดการ Over lap ระหว่างหน้าริมเส้นอย่างนูรูลกับเจ้าอารม์ทำได้ไม่ดี เพราะตัวจ่ายอย่างแคมป์ดันไปอยู่ริม มีวิสัยในการมองข้างหน้าแคบกว่าตรงกลาง รวมทั้งในขณะที่ช่องว่างการรับเราต้องถูกบีบให้แน่น เวลาขยายตัวเพื่อโต้กลับมันเลยจะขาดระยะไปเสมอ ต่างจากการใช้ระยะห่างกว่านี้แบบในแมทช์กับสิงคโปร์ หรืออินโดนิเซีย ...
จะรุกมันต้องมีระยะให้วิ่งฉีกและตัวรุกที่มากพอจะสลับหว่างช่องแนวรับคู่ต่อสู้ ...ปัญหานัดนี้คือ นักเตะเราทำได้ต่ำกว่ามาตรฐานในการลงมาบีบเอาบอลคืน อาจจะเพราะปัญหาเรื่องการสื่อสารระหว่างกันที่สังเกตได้เกือบทั้งเกมว่านักเตะคุยส่งเสียงกันแทบไม่รู้เรื่อง ต้องใช้คอยกระตุ้นให้ฟังเสียงกัน ทั้งๆ ที่สู้เสียงเชียร์ในสนามไม่ไหว (อันนี้เป็นประสบการณ์ที่พวกนี้ยังไม่ค่อยได้เจอแบบกลุ่มเก่าชุดซิโก้ ซึ่งขนาดกลุ่มนั้นยังถึงกับแพ้เลย) เป็นเรื่องที่ต้องซ้อมกันในวิธีทำแท็คติกยังไงโดยไม่ต้องใช้เสียงหรือทำยังไงให้อ่านทางบอลเก่งๆ แบบไม่ต้องการสบตากันมาก ... หรืออีกปัญหาคือ การที่นักเตะมาเลเซียมีความกระหายสูงมาต่อหน้าแฟนบอลตัวเอง กระหายที่จะต้องการเป็นผู้ชนะทีมที่กำลังขึ้นชื่อในเรื่องทำประตูแต่ดันเด่นเรื่องเกมรับ กระหายที่ต้องการคว้าโอกาสในการเอาชนะเพราะทีมเราแทบไม่มีตัวเก่าๆ เด่นๆ ที่เคยเล่นถ้วยนี้เหลืออยู่เลย (คงจำได้แค่เจ้ากอล์ฟ ปกเกล้า หรือจ่าเย็นที่ไม่ได้ลง) ... ยังดี ...ที่เมื่อกระหายมาก แต่ยิ่งทำยิ่งไม่ได้ดั่งใจ ยิ่งมีลน มีพลาด โดยเฉพาะ เมื่อพยายามมาถึงกรอบเขตโทษ แต่มองไปข้างหน้าดันไม่มีช่องให้ส่องแม้แต่นิด แทบทุกลูกที่ยิงถูกบังคับให้ต้องยิงมากกว่ายืนกางมุ้งให้ยิงเหน่งๆ พอมีช่องก็กลายเป็นเห็นผู้เล่นเราอยู่ที่ปลายทางมากกว่าช่องประตูว่างๆ ...
เกมรับวันนี้ ...ถือว่าทำได้โอเค ... เพียงแต่ โค้ชคีย์บอร์ดบางคน จินตนาการไปว่าเกมรับที่ดี ต้องไม่ให้บอลมาถึงหน้ากรอบเขตโทษ ... นั่นไม่ใช่เกมรับเพียวๆ แล้ว ...แต่เป็นการทำเกมกลางสนามกันเลย เป็นการเพรซซิ่ง ไล่บอล ปะทะ ... ก็แน่หละ เรายังคงทำแบบนั้นไม่ได้ตราบใดที่นี่เป็นเกมการฝึกการรับแล้วโต้ .. หากอยากให้ถึงขั้นอัดกันตั้งแต่กลางสนาม ผู้เล่นชุดนี้อาจจะยังไม่ถึงพอในหลายๆ ตัว .. ตัวปะทะแย่งบอลอย่างเจ้านิวคนเดียวคงทำไม่ได้ อาจจะต้องมีทั้งเจและอุ้ม (ยุคราเยวัชอาจจะต้องลืมไปได้เลยว่าเจ้าอุ้มจะได้กลับไปเล่นแบ็คซ้ายอีก ...ดูท่าจะได้เล่นตำแหน่งไม่แทนเจ้าแคมป์ก็แทนเจ้าตั้มที่ฟอร์มยังคงอยู่กลางทะเล) การ Screen เกมกลางสนามใช้ผู้เล่นไม่เกิน 3 คนหน้าแผงหลัง 4 โดยมีแผงหน้าคอยย่องไล่บีบรับบอลหลุด ...เกมแบบนี้คงยังไม่ได้เห็นใน AFF รอบรองแน่ ... อย่างเร็วสุดคือรอบชิงแบบที่ยังไม่มีพวกเจ อุ้ม มุ้ย ...
... ก็คงต้องอดทนกันอีกซักนิด หากเกมรับเราอยู่ตัวจริงๆ นอกจากการได้การครองบอลคืนมาแล้ว เราต้องสามารถออกบอลได้ดีตั้งแต่แผงหลัง (เกมนี้เราต่ำกว่ามาตรฐานตรงไม่สามารถ Set เกมบุกจากแผงหลังได้ หลายลูกกลายเป็นนักเตะเราเล่นเครียดไป เตะจุดพลุให้พ้นหน้าประตูเยอะอยู่) และต้องลดการหลุดตำแหน่งให้น้อยกว่านี้ (มีหลายครั้งที่มิก้าหรือกรกชเผลอหลุดไปแนวกึ่งกลางสนามแล้วกลับไม่ทัน ทำให้มาเลเซียได้โต้กลับบ่อย ยังดีที่ได้ทั้งพรรษากับเฉลิมพงษ์ที่วันนี้ถือได้ว่าอ่านทางซ้อนออกมาตัดบอลได้ดี ...อีกคนที่ฟอร์มยังไม่กลับมาคือตั้ม เพราะจริงๆ วันนี้ ตั้มยังดักบอลได้ไม่ค่อยดี แต่ที่เริ่มกลับมาได้คือการออกบอลโต้กลับที่มีบ้างเป็นประปราย) ...
อึดอัดได้ ...แต่ต้องเข้าใจและเปิดใจพอประมาณกับแทคติกแบบนี้ ..ทีมชาติเรายังไม่เคยเล่นมันก็ต้องมีเวลาในการปรับกันไปเรื่อยๆ ตั้งแต่ราเยวัชเข้ามาคุม เราควรนับว่าได้คุมทีมชาติชุดใหญ่ให้เริ่มทำความเข้าใจและทำตามแทคติกที่เป็นระบบสากลไปแล้วกี่นัด ...เอาเข้าจริงๆ ในระดับที่เปลี่ยนโค้ชทีมชาติ ก็คงต้องมีเกือบๆ 20 นัดกว่าจะลงตัว และต้องไม่ลืมว่าศักยภาพผู้เล่นเราในการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับแทคติกที่ซับซ้อนระดับที่สูงขึ้นยังไม่สูงพอจะทำได้ในเร็ววัน ...ที่เห็นๆ อยู่แม้แต่นัดล่าสุดนี้ก็ถือว่าไวมากแล้ว ...คิดว่าทางราเยวัชคงหวังแค่ให้การรับต้องเป็นและเป๊ะ เพราะใช่ว่าทำเกมบุกไม่เป็น เค้าคงรอแค่หลังจากได้ตัวบุกที่เล่นในระดับสูงอย่างมุ้ย เจ อุ้มกลับมา มันจะพอดีลงตัวกับเกมกลางสนามและเกมโต้กลับที่อยู่ในใจเค้า ... เกมในวันที่ 5 คิดว่าคงไม่เหลือบ่ากว่าแรงในการเอาชนะได้ ... หลังจากที่เห็นแล้วว่า ขนาดในบ้านมาเลเซียเอง บุกเราแทบตายยังทำอะไรไม่ค่อยได้เลย ...ถ้าคิดจะมาบุกเอาประตูในบ้านเรา เค้าคงเลือกรับแล้วรอสวนไม่ก็อุดรอต่อเวลายิงจุดโทษไปเลยจะดีกว่า ...
... แต่เชื่อเหอะ ...มาเลเซียอุดเราไม่อยู่หรอก ...
เห็นกระทู้ไหลยิ่งกว่าฝนเดือนหก ก็เข้าใจอยู่ว่าบ้านเรามันไม่ค่อยชินกับการเป็นผู้เล่นฝ่ายตั้งรับแม้แต่กับทีมในอาเซียน ... แต่ต้องเข้าใจอย่างว่า อาเซียนเขาก็ไม่ได้อยู่กับที่ ทีมเค้าก็มีโค้ชที่มีการทำการบ้าน ...วันนี้ทีมเค้าบุกไม่สะเปะสะปะ แถมดูแล้วก็น่าหัวเสียแทนเล็กๆ ที่ไม่ว่าจะพยายามเจาะทางกราบผ่านผู้เล่นลูกครึ่งของเค้า หรือพยายามตักบอลเข้ากลาง ...ทำยังไงมันก็ไม่เข้าเป้า ไม่เข้าเท้าพวกเค้า ...ครั้นจะส่องไกล ก็อยู่ในมุมบังคับทั้งสิ้น ...
ทำความเข้าใจให้ดีๆ นะฮะ ...วันนี้ที่มาเลเซียมีโอกาสยิงทั้งหลาย แทบทั้งนั้นอยู่ในมุมบังคับ ยิงไปถ้าไม่ตรงฉัตรชัย ก็ยากที่จะวางบอลให้ตรงกรอบ ลองดูว่ามีซักครั้งมั้ยที่มันตรงกรอบแบบทั้งฉัตรชัยหรือนักเตะเราได้แต่ขาตายมองเหม่อ ...
... แต่ .. เกมที่ด้อยประสิทธิภาพลง คงเป็นเรื่องของการโต้กลับที่เราบีบพื้นที่กรอบการรับเข้ามาชิดกันเกินไป อาจจะเพราะเกรงในความเร็วและต้องระวังการต่อบอล 1 touch ของทางมาเลเซีย ..ทำให้กลางของเรายังอยู่ใน Position ของการยืนแผงที่ 2 หน้าแผงกองหลัง ...หลายครั้งเราจะเห็นทั้งเจ้าแคมป์ หรือปกเกล้ายืนถ่างออกไปทางปีกเพื่อเป็นด่านแรกในการชะลอเกมริมเส้นก่อนที่จะหลุดถึงมิก้า หรือกรกช ... ทำให้ตอนโต้กลับที่ต้องอาศัยการแทงทะลุเพื่อให้เกิดการ Over lap ระหว่างหน้าริมเส้นอย่างนูรูลกับเจ้าอารม์ทำได้ไม่ดี เพราะตัวจ่ายอย่างแคมป์ดันไปอยู่ริม มีวิสัยในการมองข้างหน้าแคบกว่าตรงกลาง รวมทั้งในขณะที่ช่องว่างการรับเราต้องถูกบีบให้แน่น เวลาขยายตัวเพื่อโต้กลับมันเลยจะขาดระยะไปเสมอ ต่างจากการใช้ระยะห่างกว่านี้แบบในแมทช์กับสิงคโปร์ หรืออินโดนิเซีย ...
จะรุกมันต้องมีระยะให้วิ่งฉีกและตัวรุกที่มากพอจะสลับหว่างช่องแนวรับคู่ต่อสู้ ...ปัญหานัดนี้คือ นักเตะเราทำได้ต่ำกว่ามาตรฐานในการลงมาบีบเอาบอลคืน อาจจะเพราะปัญหาเรื่องการสื่อสารระหว่างกันที่สังเกตได้เกือบทั้งเกมว่านักเตะคุยส่งเสียงกันแทบไม่รู้เรื่อง ต้องใช้คอยกระตุ้นให้ฟังเสียงกัน ทั้งๆ ที่สู้เสียงเชียร์ในสนามไม่ไหว (อันนี้เป็นประสบการณ์ที่พวกนี้ยังไม่ค่อยได้เจอแบบกลุ่มเก่าชุดซิโก้ ซึ่งขนาดกลุ่มนั้นยังถึงกับแพ้เลย) เป็นเรื่องที่ต้องซ้อมกันในวิธีทำแท็คติกยังไงโดยไม่ต้องใช้เสียงหรือทำยังไงให้อ่านทางบอลเก่งๆ แบบไม่ต้องการสบตากันมาก ... หรืออีกปัญหาคือ การที่นักเตะมาเลเซียมีความกระหายสูงมาต่อหน้าแฟนบอลตัวเอง กระหายที่จะต้องการเป็นผู้ชนะทีมที่กำลังขึ้นชื่อในเรื่องทำประตูแต่ดันเด่นเรื่องเกมรับ กระหายที่ต้องการคว้าโอกาสในการเอาชนะเพราะทีมเราแทบไม่มีตัวเก่าๆ เด่นๆ ที่เคยเล่นถ้วยนี้เหลืออยู่เลย (คงจำได้แค่เจ้ากอล์ฟ ปกเกล้า หรือจ่าเย็นที่ไม่ได้ลง) ... ยังดี ...ที่เมื่อกระหายมาก แต่ยิ่งทำยิ่งไม่ได้ดั่งใจ ยิ่งมีลน มีพลาด โดยเฉพาะ เมื่อพยายามมาถึงกรอบเขตโทษ แต่มองไปข้างหน้าดันไม่มีช่องให้ส่องแม้แต่นิด แทบทุกลูกที่ยิงถูกบังคับให้ต้องยิงมากกว่ายืนกางมุ้งให้ยิงเหน่งๆ พอมีช่องก็กลายเป็นเห็นผู้เล่นเราอยู่ที่ปลายทางมากกว่าช่องประตูว่างๆ ...
เกมรับวันนี้ ...ถือว่าทำได้โอเค ... เพียงแต่ โค้ชคีย์บอร์ดบางคน จินตนาการไปว่าเกมรับที่ดี ต้องไม่ให้บอลมาถึงหน้ากรอบเขตโทษ ... นั่นไม่ใช่เกมรับเพียวๆ แล้ว ...แต่เป็นการทำเกมกลางสนามกันเลย เป็นการเพรซซิ่ง ไล่บอล ปะทะ ... ก็แน่หละ เรายังคงทำแบบนั้นไม่ได้ตราบใดที่นี่เป็นเกมการฝึกการรับแล้วโต้ .. หากอยากให้ถึงขั้นอัดกันตั้งแต่กลางสนาม ผู้เล่นชุดนี้อาจจะยังไม่ถึงพอในหลายๆ ตัว .. ตัวปะทะแย่งบอลอย่างเจ้านิวคนเดียวคงทำไม่ได้ อาจจะต้องมีทั้งเจและอุ้ม (ยุคราเยวัชอาจจะต้องลืมไปได้เลยว่าเจ้าอุ้มจะได้กลับไปเล่นแบ็คซ้ายอีก ...ดูท่าจะได้เล่นตำแหน่งไม่แทนเจ้าแคมป์ก็แทนเจ้าตั้มที่ฟอร์มยังคงอยู่กลางทะเล) การ Screen เกมกลางสนามใช้ผู้เล่นไม่เกิน 3 คนหน้าแผงหลัง 4 โดยมีแผงหน้าคอยย่องไล่บีบรับบอลหลุด ...เกมแบบนี้คงยังไม่ได้เห็นใน AFF รอบรองแน่ ... อย่างเร็วสุดคือรอบชิงแบบที่ยังไม่มีพวกเจ อุ้ม มุ้ย ...
... ก็คงต้องอดทนกันอีกซักนิด หากเกมรับเราอยู่ตัวจริงๆ นอกจากการได้การครองบอลคืนมาแล้ว เราต้องสามารถออกบอลได้ดีตั้งแต่แผงหลัง (เกมนี้เราต่ำกว่ามาตรฐานตรงไม่สามารถ Set เกมบุกจากแผงหลังได้ หลายลูกกลายเป็นนักเตะเราเล่นเครียดไป เตะจุดพลุให้พ้นหน้าประตูเยอะอยู่) และต้องลดการหลุดตำแหน่งให้น้อยกว่านี้ (มีหลายครั้งที่มิก้าหรือกรกชเผลอหลุดไปแนวกึ่งกลางสนามแล้วกลับไม่ทัน ทำให้มาเลเซียได้โต้กลับบ่อย ยังดีที่ได้ทั้งพรรษากับเฉลิมพงษ์ที่วันนี้ถือได้ว่าอ่านทางซ้อนออกมาตัดบอลได้ดี ...อีกคนที่ฟอร์มยังไม่กลับมาคือตั้ม เพราะจริงๆ วันนี้ ตั้มยังดักบอลได้ไม่ค่อยดี แต่ที่เริ่มกลับมาได้คือการออกบอลโต้กลับที่มีบ้างเป็นประปราย) ...
อึดอัดได้ ...แต่ต้องเข้าใจและเปิดใจพอประมาณกับแทคติกแบบนี้ ..ทีมชาติเรายังไม่เคยเล่นมันก็ต้องมีเวลาในการปรับกันไปเรื่อยๆ ตั้งแต่ราเยวัชเข้ามาคุม เราควรนับว่าได้คุมทีมชาติชุดใหญ่ให้เริ่มทำความเข้าใจและทำตามแทคติกที่เป็นระบบสากลไปแล้วกี่นัด ...เอาเข้าจริงๆ ในระดับที่เปลี่ยนโค้ชทีมชาติ ก็คงต้องมีเกือบๆ 20 นัดกว่าจะลงตัว และต้องไม่ลืมว่าศักยภาพผู้เล่นเราในการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับแทคติกที่ซับซ้อนระดับที่สูงขึ้นยังไม่สูงพอจะทำได้ในเร็ววัน ...ที่เห็นๆ อยู่แม้แต่นัดล่าสุดนี้ก็ถือว่าไวมากแล้ว ...คิดว่าทางราเยวัชคงหวังแค่ให้การรับต้องเป็นและเป๊ะ เพราะใช่ว่าทำเกมบุกไม่เป็น เค้าคงรอแค่หลังจากได้ตัวบุกที่เล่นในระดับสูงอย่างมุ้ย เจ อุ้มกลับมา มันจะพอดีลงตัวกับเกมกลางสนามและเกมโต้กลับที่อยู่ในใจเค้า ... เกมในวันที่ 5 คิดว่าคงไม่เหลือบ่ากว่าแรงในการเอาชนะได้ ... หลังจากที่เห็นแล้วว่า ขนาดในบ้านมาเลเซียเอง บุกเราแทบตายยังทำอะไรไม่ค่อยได้เลย ...ถ้าคิดจะมาบุกเอาประตูในบ้านเรา เค้าคงเลือกรับแล้วรอสวนไม่ก็อุดรอต่อเวลายิงจุดโทษไปเลยจะดีกว่า ...
... แต่เชื่อเหอะ ...มาเลเซียอุดเราไม่อยู่หรอก ...
แสดงความคิดเห็น
ไม่รู้สิ ผมว่าวันนี้ไทยเล่นเกมรับได้ยอดเยี่ยมนะ