สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 2
สรุปว่า
ตายแล้วไม่สูญ จิตหรือวิญญาณเราจะย้ายจากร่างที่หมดอายุไขยแล้วไปสู่ภพภูมิอื่น ตามอำนาจแห่งกรรมดี-ไม่ดี ที่ทำไว้ตอนยังมีชีวิตอยู่
ถ้าทำดีไว้มากๆ ก็ไปสู่สุขคติภพ มีสวรรค์ เป็นต้น
ถ้าทำไม่ดีไว้มากๆ ก็ไปสู่ทุกข์คติภูมิ เช่น นรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดียรัจฉาน
ดังนั้น เราจึงควรหมั่นทำแต่ความดี เพื่อจะไปสู่ภพภูมิที่ดีหลังจากละโลกนี้ไปแล้ว
ตายแล้วไม่สูญ จิตหรือวิญญาณเราจะย้ายจากร่างที่หมดอายุไขยแล้วไปสู่ภพภูมิอื่น ตามอำนาจแห่งกรรมดี-ไม่ดี ที่ทำไว้ตอนยังมีชีวิตอยู่
ถ้าทำดีไว้มากๆ ก็ไปสู่สุขคติภพ มีสวรรค์ เป็นต้น
ถ้าทำไม่ดีไว้มากๆ ก็ไปสู่ทุกข์คติภูมิ เช่น นรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดียรัจฉาน
ดังนั้น เราจึงควรหมั่นทำแต่ความดี เพื่อจะไปสู่ภพภูมิที่ดีหลังจากละโลกนี้ไปแล้ว
สมาชิกหมายเลข 983606 ถูกใจ, เมฆน้อยคอยดาว ถูกใจ, Schwarzer Tee ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3556196 ถูกใจ, Mahasati Neo ถูกใจ, In the name of C major 999 ถูกใจ, chiwat ถูกใจ, ไกล ใกล้ใกล้ ถูกใจ
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
ตายแล้วเกิด หรือตายแล้วสูญ พระสูตรนี้มีคำตอบ
หรือว่าไม่ได้เกิด ความจริงปัญหานี้พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ชัดเจนแล้ว แต่ส่วนมากไม่รู้กัน เพราะไม่มีใครนำมาสอน
พระสูตรก็ยาวมากไม่ค่อยสดวกในการนำมาสอน ขอยกมาย่อๆก็แล้วกันพอเป็นที่เข้าใจ....
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
อีกประการหนึ่ง บุคคลย่อมพิจารณาเห็นโลกโดยความเป็นของสูญโดยอาการ ๖ อย่าง
คือ บุคคลย่อมเห็นรูปโดยความที่ตนไม่เป็นใหญ่ ๑ โดยทำตามความชอบใจไม่ได้ ๑ โดยเป็น
ที่ตั้งแห่งความไม่สบาย ๑ โดยไม่เป็นไปในอำนาจ ๑ โดยเป็นไปตามเหตุ ๑ โดยว่างเปล่า ๑.
บุคคลย่อมพิจารณาเห็นเวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ โดยความที่ตนไม่เป็นใหญ่ ... โดย
ว่างเปล่า. บุคคลย่อมพิจารณาเห็นโลกโดยความเป็นของสูญ โดยอาการ ๖ อย่างนี้.
อีกประการหนึ่ง บุคคลย่อมพิจารณาเห็นโลกโดยความเป็นของสูญโดยอาการ ๑๐ อย่าง
คือ บุคคลย่อมพิจารณาเห็นรูป โดยความว่าง ๑ โดยความเปล่า ๑ โดยความสูญ ๑ โดยไม่ใช่
ตน ๑ โดยไม่เป็นแก่นสาร ๑ โดยเป็นดังผู้ฆ่า ๑ โดยความเสื่อม ๑ โดยเป็นมูลแห่งทุกข์ ๑
โดยมีอาสวะ ๑ โดยความเป็นขันธ์อันปัจจัยปรุงแต่ง ๑. บุคคลย่อมพิจารณาเห็นเวทนา สัญญา
สังขาร วิญญาณ โดยความว่าง ... โดยความเป็นขันธ์อันปัจจัยปรุงแต่ง. บุคคลย่อมพิจารณาเห็น
โลกโดยความเป็นของสูญ โดยอาการ ๑๐ อย่างนี้.
อีกประการหนึ่ง บุคคลย่อมพิจารณาเห็นโลกโดยความเป็นของสูญ โดยอาการ ๑๒ อย่าง
คือ ย่อมพิจารณาเห็นว่า รูปไม่ใช่สัตว์ ๑ ไม่ใช่ชีวิต ๑ ไม่ใช่บุรุษ ๑ ไม่ใช่คน ๑ ไม่ใช่มาณพ ๑
ไม่ใช่หญิง ๑ ไม่ใช่ชาย ๑ ไม่ใช่ตน ๑ ไม่ใช่ของที่เนื่องกับตน ๑ ไม่ใช่เรา ๑ ไม่ใช่ของเรา ๑
ไม่มีใครๆ ๑. บุคคลย่อมพิจารณาเห็นว่า เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ไม่ใช่สัตว์ ...
ไม่มีใครๆ. บุคคลย่อมพิจารณาเห็นโลกโดยความเป็นของสูญโดยอาการ ๑๒ อย่างนี้.
เนื้อความโดยละละเอียดครบถ้วนตามนี้ครับ..
http://www.84000.org/tipitaka/pitaka_item/r.php?B=30&A=4519&w=%E0%BB%E7%B9%A2%CD%A7%CA%D9%AD