รีวิว VISA ท่องเที่ยว AUSTRALIA + เป็นนักศึกษา + มีสปอนเซอร์ + ยื่นด้วยตนเองผ่าน VFS 2018 (12 วันรู้ผลไวเวอร์!!!)

สวัสดีค่ะ ก่อนอื่นขออภัยหากผิดพลาดประการใดในกระทู้รีวิวครั้งแรกนี้ด้วยนะคะ


หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์ต่อคนอื่นๆ ที่กำลังสนใจไปท่องเที่ยงที่ประเทศออสเตรเลีย
หรือที่กำลังเป็นนักศึกษาและมีสปอนเซอร์อย่างเรานะคะ


เราพึ่งยื่นขอวีซ่าผ่าน VFS เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2018 และทราบผลในวันที่ 30 พฤษจิกายน 2018 ค่ะ ใช้เวลาเพียง 12 วันรอลุ้นผล ก่อนอื่นเลยเราเตรียมเอกสาร/เขียนจดหมายแนะนำตัวเอง/แผนท่องเที่ยวหรือกิจกรรมที่ต้องทำแต่ละวันในระหว่างที่อยู่ในประเทศออสเตรเลียด้วยตนเองไม่ผ่านเอเยนต์ใดๆค่ะ

เรากังวลมากว่าวีซ่าจะไม่ผ่านเนื่องจากเราขอวีซ่าใกล้กับวันที่จะไปมากซึ่งก็คือวันที่ 14 ธันวาคม 2018 บวกกับกำลังเป็นนักศึกษาด้วย ที่สำคัญคือเราไม่ได้แนบสเตจเมนท์ของตนเองไปด้วยค่ะ  ซึ่งตอนนั้นเราคิดว่าเรามีสเตจเมนท์ของเสปอนเซอร์แล้วพร้อมเขียนไปในจดหมายว่าสปอนเซอร์จะเป็นผู้รับผิดชอบทุกอย่างในระหว่างใช้ชีวิตที่ออสเตรเลียเพราะฉะนั้นสเตจเมนท์ของเราจึงไม่จำเป็น แต่ก็เห็นหลายกระทู้แนบสเตจเมนท์ไปด้วยเลยยิ่งมีความมั่นใจสูงว่าจะไม่ผ่าน รู้สึกกดดันไปอีก

สปอนเซอร์เราเป็นคนออสเตรเลียซึ่งเป็นแฟนของเราเองค่ะ ส่วนตัวเราคิดว่าสาเหตุที่วีซ่าผ่านนั้นเป็นเพราะว่าความสัมพันธ์ระหว่างเรากับแฟนคบหากันมาปีกว่าๆ ซึ่งแฟนเคยมาหาเรา 1 ครั้งที่ไทยและเคยไปเที่ยวด้วยกันหลายที่ทั้งในประเทศและประเทศเพื่อนบ้านจึงมีรูปที่ถ่ายเก็บไว้เป็นหลักฐาน ประกอบกับได้พูดคุยผ่านแชทเฟสบุ๊คกับแม่ของเขาด้วย แต่ถึงยังไงหลักฐานการแสดงความสัมพันธ์ยังไม่สำคัญเท่าความน่าเชื่อถือของเราที่จะแสดงความชัดให้สถานทูตมั่นใจว่าเราจะกลับมาประไทยแน่นอนค่ะ และเราได้ตัวอย่างการยื่นวีซ่าครั้งนี้จากกระทู่ท่านนี้ค่ะ [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ ต้องขอขอบคุณมากจริงๆเพราะไม่ค่อยมีคนรีวิวยื่นวีซ่าด้วยตนเองแบบ Walk-in เท่าไหร่ โดยเอกสารที่เรายื่นนั้นเราจะบอกรายละเอียดดังนี้นะคะ

เอกสารสำคัญของเรา
1. สำเนาบัตรประชาชน 1 ฉบับ
2. พาสปอร์ตฉบับจริง  
3. สำเนาหน้าพาสปอร์ต 1 ฉบับ
4. สำเนาประวัติการท่องเที่ยวในเล่มพาสปอร์ต
5. สำเนาทะเบียนบ้าน หรือ สำเนาใบเกิด 1 ฉบับ
6. ใบยืนยันสถานะการเป็นนักศึกษา (เรายื่นไป 2 ฉบับ ทั้งภาษาไทย/อังกฤษ)
7. จดหมายแนะนำตนเอง
8. แผนการท่องเที่ยวแต่ละวันในออสเตรเลีย
9. ประวัติแชทเรากับแฟนและแม่ของเขา
10. รูปภาพที่เคยไปเที่ยวกับแฟน
11. ประวัติการโอนเงินของแฟนที่เคยให้เรา
12. ตารางเรียนของเรา (เราไปในระหว่างปิดภาคเรียนที่ 1 ค่ะ เลยส่งตารางเรียนเทอม 2 ให้สถานทูตทราบ)
13. แบบฟอร์มใบสมัครวีซ่าท่องเที่ยว [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
14. เตรียมเงินไป 6,000 บาทเลยค่ะ เหลือดีกว่าขาด 5555 (รายละเอียดค่าใช่จ่ายอธิบายข้างล่างนะคะ)
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

เอกสารสำคัญของแฟน
1. สำเนาพาสปอร์ตแฟน 1 ฉบับ
2. Stamps เข้า-ออกไทยของแฟน
3. สำเนาพาสปอร์ตพ่อและแม่ของแฟน อย่างละ 1 ฉบับ
4. หนังสือรับรองวิชาชีพ หรือ เอกสารการทำงานของบริษัทแฟนและแม่แฟน หรือ ใบสลิปเงินเดือน
5. สเตจเมนท์แฟน + สเตจเมนท์แม่แฟน ย้อนหลัง 6 เดือน
6. Payslip 3 เดือน
7. ใบขับขี่แฟน+แม่แฟน
8. รูปถ่ายบ้านแฟน (เราไม่ได้ยื่น)
9. จดหมายเชิญจากแฟน (ระบุชัดเจนว่าจะเป็นผู้รับผิดชอบทุกอย่างในระหว่างที่ใช้ชีวิตในออสเตรเลีย)
10. จดหมายเชิญจากพ่อแม่แฟน

***เราให้สปอนเซอร์ลงลายเซ็น+ลงวันที่ ทุกเอกสารของสปอนเซอร์เลยค่ะ จากนั้นให้แฟนสแกนลง email แล้วส่งมาให้เราปริ้นท์ ปรากฏว่าเอกสารที่เราจะนำไปยื่นนั้นเป็นปึกใหญ่เลยค่ะ เหมือนจะไปร้องเรียนอะไรสักอย่าง 555 เยอะไว้ก่อนดีกว่าขาดดีกว่าไม่ครบนะคะ***

ขั้นตอนที่ 1 พอเอกสารที่ต้องการครบเรียบร้อยแล้วเราก็ไปยื่นที่ VFS เชียงใหม่ ตึกเชียงใหม่ศิริพานิช ชั้น 6 อยู่ตรงข้ามเมญ่า (เหมือนมีที่กรุงเทพฯ ด้วยนะคะ อยู่ใกล้ที่ไหนก็ไปยื่นตามสะดวกเลยค่ะ) จากนั้นมีบัตรคิวให้เรารอเพื่อยื่นเอกสาร+ชำระเงิน จากนั้นพี่เจ้าหน้าที่คนสวยก็คืนพาสปอร์ตตัวจริง+สำเนาพาสปอร์ตเย็บมุมพร้อมใบเสร็จคืนแก่เรา ซึ่งในใบเสร็จจะมีเลขที่ EMSไปรษณีย์ให้เราติดตามในระบบ+เลขตรวจสอบสถานะวีซ่าของเราว่าไปถึงไหนแล้วซึ่งสามารถตรวจสอบในเว็ปฯ VFS ค่ะ แต่พี่พนักงานก็มีการสอบถามความต้องการของเราด้วยนะคะว่าจะติดตามสถานะวีซ่าผ่านข้อความบนมือถือไหม แต่เราสะดวกตรวจสอบเองบนเว็ปฯ VFS ค่ะประเด็นคือไม่อยากเสียเงินเพิ่มแล้วค่ะ 5555 จากนั้นพี่เจ้าหน้าที่ก็นำเอกสารทั้งหมดนั้นใส่ลงไปในซองเพื่อให้เราถือไปรอคิวเพื่อทำ bio-metric ค่ะ

ขั้นตอนที่ 2 ขั้นตอนการทำ bio-metric พอเข้าไปในห้องก็ยื่นซองเอกสารพร้อมพาสปอร์สตัวจริงที่ถือมาให้เจ้าหน้าที่ จากนั้นก็ถ่ายรูป+เก็บลายนิ้วมือทั้งซ้ายและขวา (อย่าใส่ต่างหูไปนะคะ เราเป่อมากวันนั้นที่ใส่ต่างหูไป หรือมัดผมไปจะดีมากค่ะ) จากนั้นพี่พนักงานก็ส่งสำเนาพาสปอร์ตฉบับจริงคืนค่ะ

ขั้นตอนที่ 3 ในระหว่างรอผล เราก็ตรวจสอบสถานะบนลิ้งค์นี้ค่ะ [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ ให้ใส่เลข VLN NO ที่ระบุบนใบเสร็จลงไปพร้อมวัน/เดือน/ปีเกิดของเรา จากนั้นระบบจะแสดงสถานะให้เราทราบค่ะ


ขั้นตอนที่ 4 ขั้นตอนนี้คือขั้นสุดท้ายคือรอลุ้นผลอย่างเดียว และเมื่อวันที่ 30.11.2018 ก็ได้รับอีเมล์จาก Immigration.bangkok ค่ะ!!! คือรู้ผลก่อนเอกสารมาถึงบ้านไปอีก!!! และไม่ต้องไปรับผลเอกสารเองที่ VFS นะคะ เพราะที่ VFS จะส่งมาที่ที่อยู่ปัจจุบันที่เราระบุไว้ ซึ่งในระหว่างยื่นเอกสารพี่เจ้าหน้าที่ก็สอบถามที่อยู่เราอีกรอบด้วยนะคะ คือหมดปัญหาส่งเอกสารผิดที่อยู่แน่นอนค่ะ 5555


และนี่ก็คือหน้าตาวีซ่าของเราเอง ทาด๊าาาาา!!!


หวังว่ากระทู้จะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่กำลังสนใจนะคะ เพราะตอนที่เราเสิร์ชบนอากู๋นั้นหากระทู้รีวิวยื่นวีซ่าออสเตรเลียด้วยตนยากมาก ไหนๆก็มีโอกาสได้เตรียมเอกสารวีซ่า+ยื่นด้วยตนเองแล้ว เลยอยากให้คนที่กำลังสนใจได้รับรู้ข่าวสารฉบับล่าสุดปี 2018 ไปจนถึงปี 2019 เลยละกันค่ะ 5555 ส่วนตัวเราคิดว่าวีซ่าจะผ่านหรือไม่ผ่านนั้นอยู่ที่ความน่าเชื่อถือของสปอนเซอร์และความน่าเชื่อถือของเราว่าต้องกลับมาเมืองไทยแน่นอนและไม่โดดวีซ่า ส่วนคนที่คิดจะโดดได้โปรดอย่าทำเลยนะคะเพราะรุ่นหนูขอยากมากจริงๆ เป็นสาเหตุที่เราต้องเขียนจดหมายแนะนำตัวละเอียดมาก+ตารางเที่ยวเราชัดเจน (ที่สุด) เราตั้งใจทำมากเพราะเรากลัวไม่ผ่าน

สุดท้ายนี้ ขออภัยหากเขียนตกหล่นบกพร่องไป หวังว่าจะได้มีโอกาสมารีวิว Tasmania Australia เป็นกระทู้ที่สองของชีวิตอีกนะคะ  อมยิ้ม07
ขอให้โชคดีวีซ่าผ่านค่าาา เพี้ยนสู้สู้

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่