JJNY : 5in1 นายกฯเยอรมันเรียกร้องพาไทยคืนสู่ปชต./พท.ชี้หน้าที่สว./ปชป.โวยแบ่งเขต/ออกโพลต้านโกง/คุมเข้มสินเชื่อรถยนต์

กระทู้คำถาม
นายกฯ เยอรมัน เรียกร้อง ‘บิ๊กตู่’ พาประเทศไทยกลับคืนสู่ประชาธิปไตยโดยเร็วที่สุด!
https://www.khaosod.co.th/politics/news_1888159

นายกฯ เยอรมัน เรียกร้อง ‘บิ๊กตู่’ พาประเทศไทยกลับคืนสู่ประชาธิปไตยโดยเร็วที่สุด!

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 28 พ.ย. (ตามเวลาท้องถิ่นช้ากว่าไทย 6 ชั่วโมง) ที่สำนักนายกรัฐมนตรีสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.เข้าพบหารือกับนางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ระหว่างการรับประทานอาหารกลางวัน จากนั้นแถลงข่าวร่วมกัน นางอังเกลา แมร์เคิล กล่าวตอนหนึ่งว่า มีความยินดีต่อพัฒนาการการเมืองของไทยที่กำลังจะมีการเลือกตั้งในต้นปีหน้าและขอให้ไทยประสบความสำเร็จในการเลือกตั้ง ซึ่งเยอรมนีพร้อมขับเคลื่อนความสัมพันธ์และความร่วมมือต่างๆ ให้ประสบผลสำเร็จต่อไป

ขณะที่นายกฯ กล่าวว่า ขอบคุณที่รัฐบาลเยอรมนีให้การต้อนรับการอย่างสมเกียรติ เยอรมนีถือเป็น 1 ในพันธมิตรที่ยาวนานและสำคัญที่สุดของไทยในยุโรป โดยมีความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างกันยาวนานถึง 156 ปี และตั้งเป้าเพิ่มพูนการค้าระหว่างกันให้ถึง 1.5 หมื่นล้านยูโรภายในปี 2563 พร้อมส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนที่ยั่งยืนผ่านความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการพัฒนาตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 เยอรมนีเป็นต้นแบบการพัฒนาของไทยในหลายด้านโดยเฉพาะแรงบันดาลใจในการขับเคลื่อนสู่อุตสาหกรรม 4.0

ด้านสำนักข่าวเอพี รายงานว่า ในการแถลงข่าวร่วม ระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ และนางแมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ได้กล่าวว่า “ประเทศไทยได้มีปีที่ยากลำบากภายในมาหลายปี ดิฉันขอผลักดันให้ท่านนายกฯ นำพาประเทศไทยกลับคืนสู่ประชาธิปไตยโดยเร็วที่สุด” ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันว่าตนมีความตั้งใจที่จะจัดการเลือกตั้งให้ยุติธรรมและโปร่งใส

Merkel encourages Thai PM to lead his country to democracy
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้




โฆษก พท.ชี้หน้าที่ ส.ว.ต้องนำ ปท.ก้าวข้ามความขัดแย้ง
https://www.matichon.co.th/politics/news_1249979

เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้รัฐบาลกำลังดำเนินการให้ได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จำนวน 250 คน ทั้งนี้ ส่วนตัวอยากสะท้อนความคิดเห็นถึงบุคคลที่จะได้รับการคัดเลือก หรือสรรหาเป็น ส.ว.ในอนาคต ว่าควรต้องตระหนักถึงบทบาทหน้าที่เพื่อสร้างความโปร่งใสในวิถีการเมืองที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยให้การสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งอย่างเหมาะสม และเต็มกำลัง เนื่องจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง คือบุคคลที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศ ได้มอบความไว้วางใจให้ทำหน้าที่ในสภาแทน

“อีกหน้าที่หนึ่งที่ของสำคัญของว่าที่ 250 ส.ว.คือการเป็นจุดเปลี่ยนให้กับประเทศเพื่อก้าวข้ามความขัดแย้ง นำไปสู่ความสามัคคีปรองดองที่แท้จริง สิ่งใดที่จะเป็นเหตุนำไปสู่การเกิดความขัดแย้งก็ต้องช่วยพิจารณา วินิจฉัยให้เกิดการคลี่คลายในทางที่ดี มุ่งการทำงานเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติ และประชาชน แม้ไม่ได้หาเสียง แต่บทบาที่ได้รับคือการตอบแทนประชาชน และประเทศชาติ” นางลดาวัลย์ กล่าว




'ปชป.'โวยแบ่งเขตใหม่ มีปัญหาหลายจังหวัด จวก 'วิษณุ' บอกให้ฟ้องศาล ทั้งที่ทำไม่ได้
https://www.matichon.co.th/politics/news_1249786

ปชป.จี้ “วิษณุ” รับผิดชอบ หลังระบุ ฟ้องศาลปกครองได้ หากไม่พอใจการแบ่งเขตเลือกตั้ง ชี้ ระดับมือกฎหมายคสช.รู้ดีอยู่แล้วว่าฟ้องไม่ได้ เหตุมี ม. 44 คุ้มครอง โวย แบ่งเขตลต.ใหม่มีปัญหาหลายจว.

เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน นายธนา ชีรวินิจ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กล่าวว่า ตนขอเรียกร้องให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ที่ถือว่าเป็นมือกฎหมายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกมารับผิดชอบต่อคำพูดของตัวเอง กรณีที่ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า การแบ่งเขตเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ถือว่าสิ้นสุด แต่ถ้ามีผู้ไม่ยอมรับก็สามารถร้องศาลปกครองได้ ทั้ง ๆ ที่น่าจะทราบดีอยู่แล้วว่าไม่สามารถทำได้ เนื่องจากมีคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 16/61 ซึ่งใช้อำนาจตามมาตรา 44 คุ้มครองอยู่ จึงขอถามไปยังนายวิษณุว่า หากมีผู้ไม่เห็นด้วยกับการแบ่งเขตเลือกตั้ง เพราะไม่เป็นไปตามแนวทางที่กกต.เคยกำหนดในการแบ่งเขตเลือกตั้งก่อนคสช.มีคำสั่งที่ 16/61 หากไปฟ้องศาลปกครอง ศาลปกครองจะดำเนินการอย่างไร และจะสามารถอ้างนายวิษณุ ไปเป็นพยานให้กับผู้เสียสิทธิในการแบ่งเขตเลือกตั้งหรือไม่ เพราะหากศาลปกครองไม่รับฟ้อง เนื่องจากการแบ่งเขตเลือกตั้งได้รับความคุ้มครองจากคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 16/61 ตามมาตรา 44 นายวิษณุ จะรับผิดชอบอย่างไร เพราะพูดเรื่องกฎหมายให้ประชาชนเกิดความสับสน อย่างไรก็ตาม แม้จะฟ้องศาลปกครองไม่ได้ ก็ต้องฟ้องประชาชนว่า การแบ่งเขตเลือกตั้งที่ไม่ยึดหลักกฎหมาย ถือเป็นการเริ่มต้นที่จะทำให้เกิดปัญหาในการเลือกตั้งว่าส่อไปในทางไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม

“พรรคจะติดตามการแบ่งเขตเลือกตั้งที่จะประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อเปรียบเทียบกับเอกสารการแบ่งเขตเลือกตั้งที่มีการเผยแพร่ก่อนหน้านี้ว่ามีความแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร โดยหากเป็นไป ซึ่งตามเอกสารที่มีการเผยแพร่จริงก็มีการแบ่งเขตที่เป็นปัญหาในหลายจังหวัด เช่น 2 จังหวัดกาญจนบุรี ในเขต 2 ที่ไม่ได้แบ่งเขตเลือกตั้งให้มีจำนวนประชากรใกล้เคียงกันตามที่กฎหมายเลือกตั้งส.ส.กำหนด และหลายเขตเลือกตั้งมีการแบ่งอำเภอออกเป็น 2 เขตเลือกตั้ง ซึ่งเป็นฐานเสียงของนักการเมืองบางพรรคเพื่อให้เกิดความได้เปรียบในการเลือกตั้ง” โฆษกปชป.กล่าว

นายธนา ยังกล่าวถึง กรณีที่คสช.และกกต.จะหารือ กกต.และพรรคการเมืองในวันที่ 7 ธันวาคม ว่า ขณะนี้ยังไม่มีหนังสือเชิญ และไม่ทราบหัวข้อจึงต้องรอหนังสือก่อน แต่หากเห็นว่าไม่จำเป็นก็อาจไม่เข้าร่วมประชุมด้วย




องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันออกโพลต้านโกง
https://www.dailynews.co.th/economic/679880

องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันจับมือม.หอการค้าไทยและเครือข่ายสำรวจความเห็นชาวบ้านด้านการแก้ปัญหาการโกงเพื่อเสนอให้พรรคการเมืองนำไปใช้เป็นนโยบายหาเสียง

นายประมนต์ สุธีวงศ์  ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า องค์กรฯได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มูลนิธิเพื่อคนไทย  ร่วมกันจัดทำ “โพลต้านโกง”   เพื่อต้องการผลักดันให้เสียงสะท้อนของประชาชนในเรื่องการต่อต้านคอร์รัปชัน  ถูกพรรคการเมืองต่างๆ นำไปจัดทำเป็นนโยบายของพรรค และนำไปปฎิบัติในช่วงหาเสียงเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในปี 62 อย่างจริงจริงจัง  หลังจากช่วงหลายปีที่ผ่านมาทางองค์กรได้สร้างพลังประชาชนให้เกิดการตื่นรู้สู้โกง และออกมารณรงค์เพื่อที่จะต่อต้านคอร์รัปชัน ในภารกิจหลายๆเรื่อง จนมีทิศทางที่ดีขึ้น

  “ในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ น่าจะถึงเวลาที่พรรคการเมืองไทยควรจะมีนโยบายด้านการต่อต้านคอร์รัปชันอย่างจริงจัง และเป็นโอกาสของพรรคการเมืองด้วย ที่จะใช้จังหวะนี้ประกาศเป็นนโยบายหาเสียงช่วงเลือกตั้ง  โดยโพลที่ทางมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยดำเนินการสำรวจจะแถลงผลโพลในวันที่ 20 ธ.ค.นี้  เพื่อให้ทันกับที่พรรคการเมืองต่างๆ จะนำไปพัฒนาเป็นนโยบายในการหาเสียง ”

นางเสาวณีย์   ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า   โพลต้านโกง หรือ โครงการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อนโยบายต่อต้านคอร์รัปชันของพรรคการเมืองและนักการเมืองไทยในการเลือกตั้งในปี 62   จะ มีประชากรเป้าหมายตัวอย่างไม่น้อยกว่า 3,000 ตัวอย่าง โดยมีสัดส่วนกลุ่มที่จะได้มีโอกาสเลือกตั้งครั้งแรกกับกลุ่มที่เคยเลือกตั้งมาแล้วคิดเป็นสัดส่วน 1 ต่อ 6 กระจายตัวอย่างทั่วประเทศ

  “คำถามจะเน้นเกี่ยวกับความคาดหวังต่อการขับเคลื่อนงานต่อต้านคอร์รัปชันของพรรคการเมืองและนักการเมือง ในด้าน การขับเคลื่อนนโยบายระดับประเทศ,   การขับเคลื่อนการทำงานของพรรคการเมือง และ การปฏิบัติตนของนักการเมือง  พร้อมกันนี้ยังมีการสำรวจในช่องทางออนไลน์ ผ่านเวบไซต์ www.แจกการบ้านนักการเมืองต้านโกง.com  ในช่วงวันที่ 1-14  ธ.ค. 61  คาดว่าจะได้จำนวนประชากรเป้าหมายอย่างน้อย 5,000 คน และรวมกับการสอบถามโดยตรงก็จะมีกลุ่มตัวอย่างกว่า 8,000 คน”

  นางเสาวนีย์ กล่าวว่า จากผลสำรวจล่าสุดของปีนี้ พบว่า ประชาชน 99%  ไม่ทนต่อการคอร์รัปชันแล้ว ขณะที่ประชาชน 86% บอกว่า พร้อมจะมีส่วนร่วมในการป้องกันต่อต้านการทุจริต ซึ่งโพลต้านโกงนี้ถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะไปเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน  และหากพรรคการเมืองรับข้อเสนอของผลโพลไปเป็นนโยบาย ย่อมเท่ากับว่า สังคมไทยเกิดนโยบายการแก้ปัญหาคอร์รัปชันในระบบมาจากการฟังเสียงประชาชน
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่