Namastē “Everything is possible in India”
อย่าเกลียดอะไรเพียงเพราะ เขาเล่าว่า. ...
ประสบการณ์ตรงจากตัวเองที่เคยคิดลบกับประเทศนี้มากๆ
ถ้ารักสงบอินเดียอาจไม่ใช่จุดหมาย แต่ถ้าอยากได้ชีวิตที่ท้าทายแนะนำให้ไปอินเดีย
ทริปนี้เดินทางไป 2 เมืองแห่งแคว้นราชสถาน Jaipur (Pink City) และ Jodhpur (Blue City)
หรือที่คนไทยเรียกว่าชัยปุระกับจ๊อดห์ปุระนั่นแหละ กับเวลา 5 วัน 4 คืน
จะบอกว่าที่นี่ถ่ายรูปสวยมาก บ้านเมืองอลังการ เรื่องความใหญ่โตไว้ใจบ้านพี่เค้าละ
มันดีกว่าที่เราตั้งความหวังไว้เยอะ ผู้คนน่ารัก มีน้ำใจ
#การทำVISA
เที่ยวอินเดียต้องใช้วีซ่านะคะ สามารถทำออนไลน์ได้ที่ลิ้งค์นี้
https://indianvisaonline.gov.in/evisa/tvoa.html
ราคาอยู่ที่ 80 USD หรือประมาณ 2,700 บาท แค่วันเดียวก็อนุมัติแล้วง่ายมากๆ ถ้าไม่ผ่านก็แค่ส่งไปใหม่ชิลๆ
#การเดินทาง
บินกับ Thai Smile Airways บินตรง สุวรรณภูมิ – ชัยปุระ (ใช้เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมงกว่าๆ)
ซึ่งเป็นสายการบิน Full Service สะดวกสบายครบครัน ห้องโดยสารกว้าง พนักงานน่ารัก
มีอาหารและเครื่องดื่มบริการบนเครื่อง พร้อมผ้าห่มให้หลับสบายยิ่งขึ้น
การันตรีด้วยรางวัล Trip Advisor ถึง 3 รางวัล
Best Airline in Thailand
Best Airline in Asia
Best Economy Class in Asia
ราคาแล้วแต่ช่วง แต่แอบกระซิบมาจัดโปรโมชั่นบ่อยมาก
เข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ลิ้งค์นี้เลย
https://www.thaismileair.com/th
#ซิมมือถือ
การซื้อซิมแนะนำ SIM2Fly AIS แพคเกจ 8 วัน ราคา399 บาท (เล่นเน็ต Non-Stop เต็มสปีด 4GB)
ถ้าไปซื้อซิมที่นู่นคือยุ่งยากมาก ใช้เอกสารเยอะเสียเวลาเราเปล่าๆ
#รถเช่า
การเดินทางในชัยปุระจริงๆมีให้เลือกหลายแบบ Rickshaw (ตุ๊กๆบ้านเรา) UBER
หรือจะเป็นเช่ารถพร้อมคนขับก็สะดวกดี เราเลือกเที่ยวแบบสบายๆ เช่ารถพร้อมคนขับ
ของ Ranthambore Tour Cab คนขับพูดภาษาอังกฤษได้ ชื่อ Mr.Singh คนนี้พีคมาก พาเราทัวร์แบบ VIP สุด
ก่อนไปเราส่ง Plan ทั้งหมดไปให้ตีราคา 5 วัน 2 เมือง (Jaipur - Jodhpur) อยู่ที่ 12,350 INR. หรือ 6,000 บาท
Line: ranthambore
Fb :
https://web.facebook.com/RanthamboretourCab/
#15สถานที่ห้ามพลาด ชัยปุระ – จ๊อดห์ปุระ ลอกตามได้เลย
Hawa Mahal
Panna Meena Ka Kund
Amber Fort
Nahargarh Fort
City Place
La Palma Jaipur
Mehrangarh Fort
Pachetia Hill
Jodhpur Old Town
Sardar Market
Step Well Café
Albert Hall Museum
Galta Ji Temple Jaipur
Caffé Palladio Jaipur
The Patrika Gate
1. ขอเปิดสถานที่แรกของเมืองนครสีชมพูด้วย
The Patrika Gate ตั้งอยู่ตรงวงเวียน Jawahar ใกล้สนามบินมากๆ
เป็นประตูลำดับที่ 9 แห่งเมืองชัยปุระ โครตอลังการ ตอนคนขับรถไปจอดด้านหน้านี่ร้องโหหนักมาก
ชมพูสวยเด่นมาแต่ไกล ถ่ายมุมไหนก็สวย ที่สำคัญไม่ต้องเสียค่าเข้าจะอยู่ถ่ายรูปนานแค่ไหนก็ได้
ด้านในเป็นสีๆสวยงามคนอินเดียนิยมมาถ่ายหนัง ถ่ายพรีเวดดิ้งที่นี่เยอะ
ตอนเราไปเห็นประมาณ 2-3 คู่ละ ก็สวยขนาดนี้อะเนอะ
2. สถานที่ต่อไป
Hawa Mahal หรือพระราชวงสายลม
เรียกได้ว่าเป็นแลนมาร์กประจำเมืองชัยปุระแบบนั้นก็ได้นะ เพราะใครมาก็มาถ่ายรูปที่นี่
ตั้งอยู่กลางเมืองสุดโดดเด่นตัวอาคารจะมีหน้าต่างขนาดเล็กๆ จำนวน 953 บาน
เพื่อให้นางในสามารถมองเห็นความเป็นอยู่ของผู้คนในเมืองได้ ส่วนขนาดเล็ก-ใหญ่ของบานหน้าต่างขึ้นอยู่กับตำแหน่งละ
ฝั่งตรงข้ามจะมีคาเฟ่เก๋ๆวิว Hawa Mahal ชื่อ Wind View Cafe ไปที่นี่เหมือนได้เพื่อน
ไม่แน่ใจว่าเป็นเจ้าของร้านหรือพนักงานในร้านชวนเราคุยตลอด เห็นบอกว่ามีแฟนเป็นคนไทย
ชอบเมืองไทยมาก แล้วนางก็เริ่มเล่าถึงเมืองชัยปุระ บอกว่าคืนนี้จะมีเทศกาล Diwali นะ
ถนนด้านหน้าทั้งเส้นจะจัดงาน เปิดไฟสวยงาม เป็นเทศกาลต้อนรับปีใหม่ของชาวฮินดูเหมือนๆเทศกาลสงกรานต์บ้านเรา
นี่ก็นั่งคุยกะเค้าเป็นชั่วโมง งูๆปลาๆ ฟังรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้างสนุกดี เครื่องดื่มที่ร้านก็กินได้นะ แซนวิสงี้ ชางี้ พอได้เลยละ
มีกลิ่นเครื่องเทศหน่อยๆ แต่เมื่อเทียบกับวิวแล้วให้ 3 ผ่านไปเลย
นีคือวิวตอนกลางคืนที่เรากลับมาดูใหม่ ก็สวยเชียวละ
3.
Panna Meena Ka Kund บ่อน้ำโบราณขั้นบันไดฟรีค่าเข้า
แต่ถ้าอยากลงด้านล่างให้ยืนรอคนน้อยๆ ซักพักผู้คุมก็จะถามเราเอง ยูอยากลงหรอ 100 รูปีนะหรือ 50 บาท
แต่ต้องรีบเดี๋ยวมีคนมาเห็น เค้าบอกเราแบบนี้ 555 อะไหนๆก็มาแล้วจ่ายก็ได้ นี่ลงไปถ่ายได้ไม่ถึง 2 นาทีเรียกขึ้นแล้ววว
เพราะฉนั้นใครจะลงไปถ่ายที่นี่คิดท่าไว้เลย เดี่ยวไม่ทัน ตลกมากกกกก
4.
City Palace ที่นี่คือ The Best ของการถ่ายรูปมากๆ มีห้อง มีมุมเยอะแยะมากมายพอๆกับคน 55
สถานที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจาก Hawa Mahal สามารถเดินมาได้เลย ตอนเรามาถึงจะเจอกับบรรดาไกด์ต่างๆ มาดักรอหน้าทางเข้า อย่าเพิ่งไปตกลงอะไรละ แนะนำว่าให้เดินเข้าไปตรงจุดซื้อตั๋ว แล้วเค้าจะจัดการให้เราเอง
ราคาจะมี 2 เรท เราเลือกแบบครอบคลุมทุกห้องเพราะอยากเข้าไปถ่ายไอห้องสีฟ้ามากๆ
ระหว่างทางจะมีไกด์คอยแนะนำ เล่าประวัติของพระราชวังรวมถึงบุคคลสำคัญต่างๆ ที่เราฟังรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง
ไกด์ที่นี่น่ารักและมีมรรยาทมากๆ ไม่ว่าจะแวะจุดไหนก็ไม่มีบ่น คอยแนะนำ อารมณ์เหมือนเพื่อนใหม่มากกว่า
ค่าเข้า 530 รูปี สามารถชมด้านในได้บางส่วน
ค่าเข้า 3,000 รูปี สามารถเข้าชมได้ทุดส่วนพร้อมไกด์ส่วนตัว มีเครื่องดื่มให้นั่งชิลล์ (ราคาเพิ่งขึ้นนะคะ)
เรารีบออกมาที่นี่ตั้งแต่เช้า เพราะกลัวคนเยอะ
ตอนมาถึงคนโล่งถ่ายรูปสบาย แต่ออกมาอีกทีนี่คนแน่นเชียว
ตั้งแต่ห้องนี้ไปคือต้องจ่ายในเรทที่สูงขึ้น เพื่อจะได้ขึ้นมา คือเดินวนตึกไต่ขึ้นมาเรื่อยๆ เล่นเอาหอบเหมือนกัน
พอถึงห้องนี้บอกพี่ไกด์ว่านอนรอได้เลยนะคะ ต้องนานแน่ๆ เค้าก็ยิ้มแบบเข้าใจแหละ ก็ห้องนี้คือป๊อปสุด
ห้องนี้คือที่ประทับของพระราชา แล้วจะมีที่นั่งซ้าย - ขวา ของบันดาควีนต่างๆ
ด้านในตกแต่งด้วยทองและกระจกวิบวับไปหมด จริงๆมีอีกห้องที่เป็นไฮไลน์ คือห้องที่พระราชาใช้ออกเดท
เค้าจะปิดไฟแล้วจุดเทียน ด้านบนเพดานจะสะท้อนแสงไฟเห็นเป็นเงาวิบวับ เหมือนแสงดาว สวยยย แต่ไม่ได้ถ่ายมา เพราะมันมืด 555
มาถึงโซนประตูนกยูง จริงๆมี 4 บาน แต่ด้วยความที่คนเยอะ เลยถ่ายไม่ครบ 555
5.
Amber Fort ป้อมแอมเบอร์ขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนผาหินเหนือทะเลสาบห่างจาก Jaipur ไปประมาณ 11 กม.
เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของชัยปุระ กว้างมาก
วิธีการขึ้นไปด้านบนของ Amber Fort ทำได้ 4 วิธี คือ
1.เดินขึ้นไปเองใช้เวลาเดินประมาณ 10-15 นาที ตามทางไปเรื่อยๆไม่มีหลง
2.นั่งรถจี๊ป ค่าโดยสารคันละ 300 รูปี คันนึงนั่งได้ 4-5 คน (150 บาท)
3.นั่งช้างชมวิว ค่าโดยสาร 1,100 รูปี นั่งได้ 2 คน (550 บาท)
4. ถ้าเช่ารถมาสามารถให้คนขับรถขึ้นไปส่งด้านบนตรงทางเข้าได้เลย
ค่าเข้า 500 รูปี เท่ากับ 250 บาท
มาที่นี่ต้องจำไว้ว่าถ้าเดินผ่านไปแล้วไม่สามารถย้อนลงกลับมาทางเดิมได้ นี่เสียใจมาก
จุดแรกคนเยอะเลยคิดว่าจะเดินไปถ่ายตรงด้านในก่อน ปรากฏว่ายามไม่ให้เดินย้อนซะงั้น เซ็งเลย
งือ กลับก็ได้
6.
Nahargarh Fort ป้อมนาหรครห์ ตั้งโดดเด่นอยู่บนบริเวณยอดหน้าผายาวครอบคลุมไปถึงเขาลูกใกล้เคียง
รู้จักกันดีในชื่อป้อมไทเกอร์ Tiger Fort เราว่ามันเป็นจุดที่เอาไว้ชมพระอาทิตย์ตกดินที่โครตสวยเลยนะ
ควรมาตั้งแต่ 3 โมงเย็นเพราะจะมีด้านในตัวอาคารให้เราเดินเที่ยวก่อน แล้วค่อยไปเดินเล่นตรงกำแพงชมวิวเมืองชัยปุระ
พระอาทิตย์สีส้มดวงโต เหนือนครสีชมพู ชอบที่นี่มาก มาแบบ 2 วันติด
ที่นี่เปิดให้ได้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 - 17.00 น.
ค่าเข้า 250 รูปี เท่ากับ 125 บาท
มาดูพระอาทิตย์ตกดินคือสวยมากเอาจริง
ที่พีคพอกันคือทางขึ้นจ้าเป็นขึ้นเขาแบบเลนเดียวสวนกันไต่เขาขึ้นมาเรื่อยๆ
ถ้าคิดไม่ออกให้นึกภาพกำลังขับรถขึ้นภูทับเบิก
แต่ถนนเหลือแค่เลนเดียวแล้วตามทางมีกลุ่มคนเดิน รถมอเตอร์ไซต์จอดตลอดทาง
คนขับรถเราขึ้นลงนึกว่ารถเมย์สาย 8 แต่ก็สนุกมาก พอลงมาถึงด้านล่าง จะหันมาถามว่า You Ok?
นี่ก็ขำ ได้แต่บอกโอเคๆ คือบอกไม่โอเคได้หรอวะ ก็ลงมาแล้วนิ
(อ่านต่อข้างล่างน๊า)
[CR] Namastē “Everything is possible in India” อย่าเกลียดอะไรเพียงเพราะ เขาเล่าว่า ..
อย่าเกลียดอะไรเพียงเพราะ เขาเล่าว่า. ...
ประสบการณ์ตรงจากตัวเองที่เคยคิดลบกับประเทศนี้มากๆ
ถ้ารักสงบอินเดียอาจไม่ใช่จุดหมาย แต่ถ้าอยากได้ชีวิตที่ท้าทายแนะนำให้ไปอินเดีย
ทริปนี้เดินทางไป 2 เมืองแห่งแคว้นราชสถาน Jaipur (Pink City) และ Jodhpur (Blue City)
หรือที่คนไทยเรียกว่าชัยปุระกับจ๊อดห์ปุระนั่นแหละ กับเวลา 5 วัน 4 คืน
จะบอกว่าที่นี่ถ่ายรูปสวยมาก บ้านเมืองอลังการ เรื่องความใหญ่โตไว้ใจบ้านพี่เค้าละ
มันดีกว่าที่เราตั้งความหวังไว้เยอะ ผู้คนน่ารัก มีน้ำใจ
#การทำVISA
เที่ยวอินเดียต้องใช้วีซ่านะคะ สามารถทำออนไลน์ได้ที่ลิ้งค์นี้ https://indianvisaonline.gov.in/evisa/tvoa.html
ราคาอยู่ที่ 80 USD หรือประมาณ 2,700 บาท แค่วันเดียวก็อนุมัติแล้วง่ายมากๆ ถ้าไม่ผ่านก็แค่ส่งไปใหม่ชิลๆ
#การเดินทาง
บินกับ Thai Smile Airways บินตรง สุวรรณภูมิ – ชัยปุระ (ใช้เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมงกว่าๆ)
ซึ่งเป็นสายการบิน Full Service สะดวกสบายครบครัน ห้องโดยสารกว้าง พนักงานน่ารัก
มีอาหารและเครื่องดื่มบริการบนเครื่อง พร้อมผ้าห่มให้หลับสบายยิ่งขึ้น
การันตรีด้วยรางวัล Trip Advisor ถึง 3 รางวัล
Best Airline in Thailand
Best Airline in Asia
Best Economy Class in Asia
ราคาแล้วแต่ช่วง แต่แอบกระซิบมาจัดโปรโมชั่นบ่อยมาก
เข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ลิ้งค์นี้เลย https://www.thaismileair.com/th
#ซิมมือถือ
การซื้อซิมแนะนำ SIM2Fly AIS แพคเกจ 8 วัน ราคา399 บาท (เล่นเน็ต Non-Stop เต็มสปีด 4GB)
ถ้าไปซื้อซิมที่นู่นคือยุ่งยากมาก ใช้เอกสารเยอะเสียเวลาเราเปล่าๆ
#รถเช่า
การเดินทางในชัยปุระจริงๆมีให้เลือกหลายแบบ Rickshaw (ตุ๊กๆบ้านเรา) UBER
หรือจะเป็นเช่ารถพร้อมคนขับก็สะดวกดี เราเลือกเที่ยวแบบสบายๆ เช่ารถพร้อมคนขับ
ของ Ranthambore Tour Cab คนขับพูดภาษาอังกฤษได้ ชื่อ Mr.Singh คนนี้พีคมาก พาเราทัวร์แบบ VIP สุด
ก่อนไปเราส่ง Plan ทั้งหมดไปให้ตีราคา 5 วัน 2 เมือง (Jaipur - Jodhpur) อยู่ที่ 12,350 INR. หรือ 6,000 บาท
Line: ranthambore
Fb : https://web.facebook.com/RanthamboretourCab/
#15สถานที่ห้ามพลาด ชัยปุระ – จ๊อดห์ปุระ ลอกตามได้เลย
Hawa Mahal
Panna Meena Ka Kund
Amber Fort
Nahargarh Fort
City Place
La Palma Jaipur
Mehrangarh Fort
Pachetia Hill
Jodhpur Old Town
Sardar Market
Step Well Café
Albert Hall Museum
Galta Ji Temple Jaipur
Caffé Palladio Jaipur
The Patrika Gate
1. ขอเปิดสถานที่แรกของเมืองนครสีชมพูด้วย The Patrika Gate ตั้งอยู่ตรงวงเวียน Jawahar ใกล้สนามบินมากๆ
เป็นประตูลำดับที่ 9 แห่งเมืองชัยปุระ โครตอลังการ ตอนคนขับรถไปจอดด้านหน้านี่ร้องโหหนักมาก
ชมพูสวยเด่นมาแต่ไกล ถ่ายมุมไหนก็สวย ที่สำคัญไม่ต้องเสียค่าเข้าจะอยู่ถ่ายรูปนานแค่ไหนก็ได้
ด้านในเป็นสีๆสวยงามคนอินเดียนิยมมาถ่ายหนัง ถ่ายพรีเวดดิ้งที่นี่เยอะ
ตอนเราไปเห็นประมาณ 2-3 คู่ละ ก็สวยขนาดนี้อะเนอะ
2. สถานที่ต่อไป Hawa Mahal หรือพระราชวงสายลม
เรียกได้ว่าเป็นแลนมาร์กประจำเมืองชัยปุระแบบนั้นก็ได้นะ เพราะใครมาก็มาถ่ายรูปที่นี่
ตั้งอยู่กลางเมืองสุดโดดเด่นตัวอาคารจะมีหน้าต่างขนาดเล็กๆ จำนวน 953 บาน
เพื่อให้นางในสามารถมองเห็นความเป็นอยู่ของผู้คนในเมืองได้ ส่วนขนาดเล็ก-ใหญ่ของบานหน้าต่างขึ้นอยู่กับตำแหน่งละ
ฝั่งตรงข้ามจะมีคาเฟ่เก๋ๆวิว Hawa Mahal ชื่อ Wind View Cafe ไปที่นี่เหมือนได้เพื่อน
ไม่แน่ใจว่าเป็นเจ้าของร้านหรือพนักงานในร้านชวนเราคุยตลอด เห็นบอกว่ามีแฟนเป็นคนไทย
ชอบเมืองไทยมาก แล้วนางก็เริ่มเล่าถึงเมืองชัยปุระ บอกว่าคืนนี้จะมีเทศกาล Diwali นะ
ถนนด้านหน้าทั้งเส้นจะจัดงาน เปิดไฟสวยงาม เป็นเทศกาลต้อนรับปีใหม่ของชาวฮินดูเหมือนๆเทศกาลสงกรานต์บ้านเรา
นี่ก็นั่งคุยกะเค้าเป็นชั่วโมง งูๆปลาๆ ฟังรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้างสนุกดี เครื่องดื่มที่ร้านก็กินได้นะ แซนวิสงี้ ชางี้ พอได้เลยละ
มีกลิ่นเครื่องเทศหน่อยๆ แต่เมื่อเทียบกับวิวแล้วให้ 3 ผ่านไปเลย
นีคือวิวตอนกลางคืนที่เรากลับมาดูใหม่ ก็สวยเชียวละ
3.Panna Meena Ka Kund บ่อน้ำโบราณขั้นบันไดฟรีค่าเข้า
แต่ถ้าอยากลงด้านล่างให้ยืนรอคนน้อยๆ ซักพักผู้คุมก็จะถามเราเอง ยูอยากลงหรอ 100 รูปีนะหรือ 50 บาท
แต่ต้องรีบเดี๋ยวมีคนมาเห็น เค้าบอกเราแบบนี้ 555 อะไหนๆก็มาแล้วจ่ายก็ได้ นี่ลงไปถ่ายได้ไม่ถึง 2 นาทีเรียกขึ้นแล้ววว
เพราะฉนั้นใครจะลงไปถ่ายที่นี่คิดท่าไว้เลย เดี่ยวไม่ทัน ตลกมากกกกก
4.City Palace ที่นี่คือ The Best ของการถ่ายรูปมากๆ มีห้อง มีมุมเยอะแยะมากมายพอๆกับคน 55
สถานที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจาก Hawa Mahal สามารถเดินมาได้เลย ตอนเรามาถึงจะเจอกับบรรดาไกด์ต่างๆ มาดักรอหน้าทางเข้า อย่าเพิ่งไปตกลงอะไรละ แนะนำว่าให้เดินเข้าไปตรงจุดซื้อตั๋ว แล้วเค้าจะจัดการให้เราเอง
ราคาจะมี 2 เรท เราเลือกแบบครอบคลุมทุกห้องเพราะอยากเข้าไปถ่ายไอห้องสีฟ้ามากๆ
ระหว่างทางจะมีไกด์คอยแนะนำ เล่าประวัติของพระราชวังรวมถึงบุคคลสำคัญต่างๆ ที่เราฟังรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง
ไกด์ที่นี่น่ารักและมีมรรยาทมากๆ ไม่ว่าจะแวะจุดไหนก็ไม่มีบ่น คอยแนะนำ อารมณ์เหมือนเพื่อนใหม่มากกว่า
ค่าเข้า 530 รูปี สามารถชมด้านในได้บางส่วน
ค่าเข้า 3,000 รูปี สามารถเข้าชมได้ทุดส่วนพร้อมไกด์ส่วนตัว มีเครื่องดื่มให้นั่งชิลล์ (ราคาเพิ่งขึ้นนะคะ)
เรารีบออกมาที่นี่ตั้งแต่เช้า เพราะกลัวคนเยอะ
ตอนมาถึงคนโล่งถ่ายรูปสบาย แต่ออกมาอีกทีนี่คนแน่นเชียว
ตั้งแต่ห้องนี้ไปคือต้องจ่ายในเรทที่สูงขึ้น เพื่อจะได้ขึ้นมา คือเดินวนตึกไต่ขึ้นมาเรื่อยๆ เล่นเอาหอบเหมือนกัน
พอถึงห้องนี้บอกพี่ไกด์ว่านอนรอได้เลยนะคะ ต้องนานแน่ๆ เค้าก็ยิ้มแบบเข้าใจแหละ ก็ห้องนี้คือป๊อปสุด
ห้องนี้คือที่ประทับของพระราชา แล้วจะมีที่นั่งซ้าย - ขวา ของบันดาควีนต่างๆ
ด้านในตกแต่งด้วยทองและกระจกวิบวับไปหมด จริงๆมีอีกห้องที่เป็นไฮไลน์ คือห้องที่พระราชาใช้ออกเดท
เค้าจะปิดไฟแล้วจุดเทียน ด้านบนเพดานจะสะท้อนแสงไฟเห็นเป็นเงาวิบวับ เหมือนแสงดาว สวยยย แต่ไม่ได้ถ่ายมา เพราะมันมืด 555
มาถึงโซนประตูนกยูง จริงๆมี 4 บาน แต่ด้วยความที่คนเยอะ เลยถ่ายไม่ครบ 555
5.Amber Fort ป้อมแอมเบอร์ขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนผาหินเหนือทะเลสาบห่างจาก Jaipur ไปประมาณ 11 กม.
เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของชัยปุระ กว้างมาก
วิธีการขึ้นไปด้านบนของ Amber Fort ทำได้ 4 วิธี คือ
1.เดินขึ้นไปเองใช้เวลาเดินประมาณ 10-15 นาที ตามทางไปเรื่อยๆไม่มีหลง
2.นั่งรถจี๊ป ค่าโดยสารคันละ 300 รูปี คันนึงนั่งได้ 4-5 คน (150 บาท)
3.นั่งช้างชมวิว ค่าโดยสาร 1,100 รูปี นั่งได้ 2 คน (550 บาท)
4. ถ้าเช่ารถมาสามารถให้คนขับรถขึ้นไปส่งด้านบนตรงทางเข้าได้เลย
ค่าเข้า 500 รูปี เท่ากับ 250 บาท
มาที่นี่ต้องจำไว้ว่าถ้าเดินผ่านไปแล้วไม่สามารถย้อนลงกลับมาทางเดิมได้ นี่เสียใจมาก
จุดแรกคนเยอะเลยคิดว่าจะเดินไปถ่ายตรงด้านในก่อน ปรากฏว่ายามไม่ให้เดินย้อนซะงั้น เซ็งเลย
งือ กลับก็ได้
6.Nahargarh Fort ป้อมนาหรครห์ ตั้งโดดเด่นอยู่บนบริเวณยอดหน้าผายาวครอบคลุมไปถึงเขาลูกใกล้เคียง
รู้จักกันดีในชื่อป้อมไทเกอร์ Tiger Fort เราว่ามันเป็นจุดที่เอาไว้ชมพระอาทิตย์ตกดินที่โครตสวยเลยนะ
ควรมาตั้งแต่ 3 โมงเย็นเพราะจะมีด้านในตัวอาคารให้เราเดินเที่ยวก่อน แล้วค่อยไปเดินเล่นตรงกำแพงชมวิวเมืองชัยปุระ
พระอาทิตย์สีส้มดวงโต เหนือนครสีชมพู ชอบที่นี่มาก มาแบบ 2 วันติด
ที่นี่เปิดให้ได้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 - 17.00 น.
ค่าเข้า 250 รูปี เท่ากับ 125 บาท
มาดูพระอาทิตย์ตกดินคือสวยมากเอาจริง
ที่พีคพอกันคือทางขึ้นจ้าเป็นขึ้นเขาแบบเลนเดียวสวนกันไต่เขาขึ้นมาเรื่อยๆ
ถ้าคิดไม่ออกให้นึกภาพกำลังขับรถขึ้นภูทับเบิก
แต่ถนนเหลือแค่เลนเดียวแล้วตามทางมีกลุ่มคนเดิน รถมอเตอร์ไซต์จอดตลอดทาง
คนขับรถเราขึ้นลงนึกว่ารถเมย์สาย 8 แต่ก็สนุกมาก พอลงมาถึงด้านล่าง จะหันมาถามว่า You Ok?
นี่ก็ขำ ได้แต่บอกโอเคๆ คือบอกไม่โอเคได้หรอวะ ก็ลงมาแล้วนิ
(อ่านต่อข้างล่างน๊า)
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้