
ยังคงถูกโอบอุ้มจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ในเขตพื้นที่แก่งคอย สระบุรี
ลานกางเต็นท์แถบนี้ถูกจู่โจมจนพลุกพล่าน
ห้องน้ำและสนามหญ้าต้องรีบจับจองเหมือนกับพื้นที่ตลาดนัด
วันนี้เราจึงขอเสนอจุดพักพิงแห่งใหม่ที่ห่างออกจากความวุ่นวาย
มาอยู่ในพื้นที่ส่วนตัว ห้องน้ำส่วนตัว ที่เล่นน้ำส่วนตัว และ Wifi ส่วนตัวด้วย
วันนี้เราจะเข้าไปที่บ้านสวนชะอม
แผนที่
https://goo.gl/maps/o3sqR1SXEA12

********** ค่าน้ำมันไปกลับ 280 บาท ค่ากางเต็นท์ 100 บาท/คน
************************

เส้นทางก็แสนง่ายรถเล็กก็ไปได้ชิลๆ โดยเฉพาะจากกรุงเทพมหานคร 117 กิโลเมตร
โดยประมาน วิ่งตรงออกทางวังน้อยอยุธยา มุ่งหน้าตามป้ายสระบุรี
เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนมิตรภาพ ทางที่มุ่งหน้าไปปากช่อง
เราจะเห็นป้ายบอกจุดท่องเที่ยว น้ำตกเจ็ดคต จะต้องยูเทิร์นกลับมา
จากนั้นก็วิ่งตรงเข้าไปอีก 22 กิโลเมตร ตามป้ายน้ำตกเจ็ดคต
พอถึงหน้าทางเข้าน้ำตกเราจะเห็นป้าย น้ำตกโกรกอีดก (คือน้ำตกแถวนี้มีเยอะมาก)
เราก็วิ่งมาตามป้ายอีกราว 4 กิโลเมตร จะเข้าเขตชุมชนบ้านสวนชะอม
วิ่งมาจนถึงสามแยกสุดทางให้เลี้ยวซ้าย แล้ววิ่งตรงไปอีกนิดจะเจอโค้งใหญ่ที่เป็น 3
แยกอีกครั้งให้เลี้ยวซ้ายตามป้ายน้ำตก โกรกอีดก เข้ามาประมาณไม่ถึงกิโลเมตร
บ้านสวนชะอมจะอยู่ซ้ายมือ

ระหว่างทางที่เข้ามาต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเพราะว่าถนนนี้ขึ้นตรงกับเขาใหญ่
จึงมีบรรดาพี่ลิงมากองรวมกันอยู่ตามริมถนนน !!!
เราเดินทางจากกรุงเทพกันแบบสบายๆ ด้วยตัวรถออโต้ที่แค่บิดรถก็ไป
แต่มันดันไปแบบสนุกเพราะตัวรถที่เพรียวและเบา ท่านั่งขับขี่สบาย
หลังตรงเหมือนกับนั่งเก้าอี้หนังนุ่มๆ เราพ้นออกมาจากตัวเมืองที่รถติดๆในเวลาอันสั้น
เรียกว่าบิดพุ่งทะยานนำหน้าคันอื่นทุกๆไฟเขียวเลยก็ด้วยเทคโนโลยี “บลูคอร์”
ฮ่าๆๆๆๆๆ และที่ชอบมากก็เจ้าระบบ Start & Stop System
ที่ดับเครื่องยนต์เองตอนจอดติดไฟแดงทำให้ช่วยประหยัดค่าน้ำมันลงไปได้เยอะ
ที่ทำแบบนี้ได้ก็ต้องยกเครดิตให้กับตัวสมาร์ทมอเตอร์นี่แหละ
บนถนนมุ่งหน้าสระบุรีที่เป็นทางยาวๆ
เราก็ยังมากันแบบสบายๆอีกเพราะรอบสูงของรถออโต้สมัยนี้มันไม่มีอาการสะท้านแล้
ว เอาจริงๆมันสบายตัวกว่ารถแบบมีเกียร์อีกนะ !!! ช่วงล่างของเจ้า YAMAHA
GT125 เป็นแบบสตรีท ไม่นิ่มแล้วก็ไม่แข็งจนเกินไป ในระดับความเร้วที่ 90-100
กม./ชม. ตัวรถนิ่งวิ่งฉิวเลยทำให้เรามาถึงที่หมายกับเวลาที่เหมาะสม

เข้ามาถึงภายในมีพื้นที่จอดรถพอดีตัว เหมาะกับการพาครอบครัว
หรือกลุ่มเพื่อนสักไม่เกิน 10 คนกำลังสนุก
ลานกางเต็นท์บนสนามหญ้าเขียวขจีกว้างพอให้มีพื้นที่ทำกับข้าวได้
หรือใครสะดวกจะใช้พื้นที่ทำครัวจริงๆเขาก็มีนะ พร้อมทั้งซิงค์ล้างจานอย่างดี
น้ำไฟสะดวกมีพร้อมไม่ลำบาก
วิวหน้าลานกางเต็นท์คือลำน้ำที่ไหลมาจากน้ำตกนั่นเอง น้ำใสเย็นฉ่ำลงเล่นได้ทันที
แน่นอนมันคือสิ่งแรกที่ผมทำก่อนกางเต็นท์ด้วยซ้ำเมื่อมาถึง
ด้วยความที่วิวมันสวยผมเลยขอเอารถคันโปรดลงไปจุ่มน้ำเล่นและถ่ายรูปคู่กันซะเลย
ทีเแรกก็ยคิดอยู่ว่ารถออโต้สายพานเปียกน้ำแล้วมันจะลื่นหรือเปล่าเนี่ย
จะขึ้นจากน้ำไหวหรือเปล่า
แต่สุดท้ายพอขี่รถกลับขึ้นมาปรากฏว่าระดับน้ำที่สูงถึงสายพานก็ไม่เป็นผล
ไม่มีลื่นสักนิด เอากลับขึ้นมาสบายเลย รอดตัวไปที ฮ่าๆๆๆๆ

วิวทิวทัศน์หลังคลองที่เราเล่นน้ำคือแนวเขาที่ตั้งฉากขึ้นมา
ยามเย็นพระอาทิตย์ตกลับตาไปหลังเขาเป็นภาพที่สวยงาม พร้อมกับอากาศที่ลดต่ำลง
แต่ด้วยเราอยู่กลางหุบเขาจึงทำให้ลมแถบนี้พัดไม่แรง
อากาศจึงเย็นสบายโดยไม่ต้องใส่เสื้อกันหนาว
ร้านขายของชำมีอยู่ตลอดทางที่เข้ามา
จึงทำให้ง่ายต่อการหาวัตถุดิบที่จะนำมาทำอาหาร
แถมราคายังเป็นแบบชาวบ้านอีกด้วย พอซื้อเสร็จเราก็ไม่ต้องหิ้วของกลับมา เพราะ U
Box ใต้เบาะสามารถเก็บของได้ครบหมด

หลังจากที่ลงเล่นน้ำจนชุ่มใจ กางเต็นท์ตอกหมุดเรียบร้อย ก็ถึงเวลาอาหารค่ำ
เราทำกับแบบง่ายๆ ต้มยำ พัดเผ็ด และไข่เจียวหมูสับ เท่านี้ก็เพียงพอ
ด้วยความที่ปลั๊กไฟอยู่ใกล้จุดกางเต็นท์นั่นจึงทำให้เรายิ่งสะดวกมากยิ่งขึ้น
และในยามค่ำคืนด้วยความที่เป็นพื้นที่โล่งจึงทำให้เราสามารถนอนดูดาวได้อย่างเต็มตาหน่อย สัญญาน Wifi แรงมาจนถึงบริเวณกางเต็นท์
ทำให้เราสามารถอัพโพสรูปให้เพื่อนๆอิจฉากันได้ทันที
ยามเช้าตื่นมาก็สบายเราด้วยความที่เราอยู่กลางหุบเขา
แสงแดดร้อนๆกว่าจะสาดมาถึงเต็นท์เราก็ปาเข้าไป 8.00 น
อากาศยามเช้าตรงนี้จึงยังคงเย็นสบายอยู่
และน้ำในลำธารโดยธรรมชาติแล้วเมื่ออากาศด้านนอกเย็น น้ำจะอุ่น
นั่นทำให้เราสามารถลงเล่นน้ำตอนเช้าได้อีกรอบนะ

ตื่นสายๆสบายๆ เตรียมตัวเก็บเต็นท์
แล้วถ้าใครยังไม่อยากกลับจะแวะเวียนไปเล่นน้ำต่อที่น้ำตกเจ็ดคตก็ได้
ในนี้ก็มีความร่มรื่นสวยงามอยู่พอสมควร
แต่หากอยากสนุกก็ต้องเดินลึกเข้าไปอีกนิดจนถึงน้ำตก
ส่วนเส้นทางขากลับก็ทางเดิมนั่นแหละ ขับรถชิลๆสบายๆ ไม่ถึงค่ำเราก็กลับถึง กทม
สไตล์ออโตเมติคแล้ว !!!
[SR] ปลายฝนต้นหนาว ดูดาวนอนอุ่น 7 จุดกางเต็นท์ไม่ไกลเมืองกรุง EP3 บิด YAMAHA GT125 ไปบ้านสวนชะอม สระบุรี
ยังคงถูกโอบอุ้มจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ในเขตพื้นที่แก่งคอย สระบุรี
ลานกางเต็นท์แถบนี้ถูกจู่โจมจนพลุกพล่าน
ห้องน้ำและสนามหญ้าต้องรีบจับจองเหมือนกับพื้นที่ตลาดนัด
วันนี้เราจึงขอเสนอจุดพักพิงแห่งใหม่ที่ห่างออกจากความวุ่นวาย
มาอยู่ในพื้นที่ส่วนตัว ห้องน้ำส่วนตัว ที่เล่นน้ำส่วนตัว และ Wifi ส่วนตัวด้วย
วันนี้เราจะเข้าไปที่บ้านสวนชะอม
แผนที่ https://goo.gl/maps/o3sqR1SXEA12
********** ค่าน้ำมันไปกลับ 280 บาท ค่ากางเต็นท์ 100 บาท/คน
************************
เส้นทางก็แสนง่ายรถเล็กก็ไปได้ชิลๆ โดยเฉพาะจากกรุงเทพมหานคร 117 กิโลเมตร
โดยประมาน วิ่งตรงออกทางวังน้อยอยุธยา มุ่งหน้าตามป้ายสระบุรี
เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนมิตรภาพ ทางที่มุ่งหน้าไปปากช่อง
เราจะเห็นป้ายบอกจุดท่องเที่ยว น้ำตกเจ็ดคต จะต้องยูเทิร์นกลับมา
จากนั้นก็วิ่งตรงเข้าไปอีก 22 กิโลเมตร ตามป้ายน้ำตกเจ็ดคต
พอถึงหน้าทางเข้าน้ำตกเราจะเห็นป้าย น้ำตกโกรกอีดก (คือน้ำตกแถวนี้มีเยอะมาก)
เราก็วิ่งมาตามป้ายอีกราว 4 กิโลเมตร จะเข้าเขตชุมชนบ้านสวนชะอม
วิ่งมาจนถึงสามแยกสุดทางให้เลี้ยวซ้าย แล้ววิ่งตรงไปอีกนิดจะเจอโค้งใหญ่ที่เป็น 3
แยกอีกครั้งให้เลี้ยวซ้ายตามป้ายน้ำตก โกรกอีดก เข้ามาประมาณไม่ถึงกิโลเมตร
บ้านสวนชะอมจะอยู่ซ้ายมือ
ระหว่างทางที่เข้ามาต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเพราะว่าถนนนี้ขึ้นตรงกับเขาใหญ่
จึงมีบรรดาพี่ลิงมากองรวมกันอยู่ตามริมถนนน !!!
เราเดินทางจากกรุงเทพกันแบบสบายๆ ด้วยตัวรถออโต้ที่แค่บิดรถก็ไป
แต่มันดันไปแบบสนุกเพราะตัวรถที่เพรียวและเบา ท่านั่งขับขี่สบาย
หลังตรงเหมือนกับนั่งเก้าอี้หนังนุ่มๆ เราพ้นออกมาจากตัวเมืองที่รถติดๆในเวลาอันสั้น
เรียกว่าบิดพุ่งทะยานนำหน้าคันอื่นทุกๆไฟเขียวเลยก็ด้วยเทคโนโลยี “บลูคอร์”
ฮ่าๆๆๆๆๆ และที่ชอบมากก็เจ้าระบบ Start & Stop System
ที่ดับเครื่องยนต์เองตอนจอดติดไฟแดงทำให้ช่วยประหยัดค่าน้ำมันลงไปได้เยอะ
ที่ทำแบบนี้ได้ก็ต้องยกเครดิตให้กับตัวสมาร์ทมอเตอร์นี่แหละ
บนถนนมุ่งหน้าสระบุรีที่เป็นทางยาวๆ
เราก็ยังมากันแบบสบายๆอีกเพราะรอบสูงของรถออโต้สมัยนี้มันไม่มีอาการสะท้านแล้
ว เอาจริงๆมันสบายตัวกว่ารถแบบมีเกียร์อีกนะ !!! ช่วงล่างของเจ้า YAMAHA
GT125 เป็นแบบสตรีท ไม่นิ่มแล้วก็ไม่แข็งจนเกินไป ในระดับความเร้วที่ 90-100
กม./ชม. ตัวรถนิ่งวิ่งฉิวเลยทำให้เรามาถึงที่หมายกับเวลาที่เหมาะสม
เข้ามาถึงภายในมีพื้นที่จอดรถพอดีตัว เหมาะกับการพาครอบครัว
หรือกลุ่มเพื่อนสักไม่เกิน 10 คนกำลังสนุก
ลานกางเต็นท์บนสนามหญ้าเขียวขจีกว้างพอให้มีพื้นที่ทำกับข้าวได้
หรือใครสะดวกจะใช้พื้นที่ทำครัวจริงๆเขาก็มีนะ พร้อมทั้งซิงค์ล้างจานอย่างดี
น้ำไฟสะดวกมีพร้อมไม่ลำบาก
วิวหน้าลานกางเต็นท์คือลำน้ำที่ไหลมาจากน้ำตกนั่นเอง น้ำใสเย็นฉ่ำลงเล่นได้ทันที
แน่นอนมันคือสิ่งแรกที่ผมทำก่อนกางเต็นท์ด้วยซ้ำเมื่อมาถึง
ด้วยความที่วิวมันสวยผมเลยขอเอารถคันโปรดลงไปจุ่มน้ำเล่นและถ่ายรูปคู่กันซะเลย
ทีเแรกก็ยคิดอยู่ว่ารถออโต้สายพานเปียกน้ำแล้วมันจะลื่นหรือเปล่าเนี่ย
จะขึ้นจากน้ำไหวหรือเปล่า
แต่สุดท้ายพอขี่รถกลับขึ้นมาปรากฏว่าระดับน้ำที่สูงถึงสายพานก็ไม่เป็นผล
ไม่มีลื่นสักนิด เอากลับขึ้นมาสบายเลย รอดตัวไปที ฮ่าๆๆๆๆ
วิวทิวทัศน์หลังคลองที่เราเล่นน้ำคือแนวเขาที่ตั้งฉากขึ้นมา
ยามเย็นพระอาทิตย์ตกลับตาไปหลังเขาเป็นภาพที่สวยงาม พร้อมกับอากาศที่ลดต่ำลง
แต่ด้วยเราอยู่กลางหุบเขาจึงทำให้ลมแถบนี้พัดไม่แรง
อากาศจึงเย็นสบายโดยไม่ต้องใส่เสื้อกันหนาว
ร้านขายของชำมีอยู่ตลอดทางที่เข้ามา
จึงทำให้ง่ายต่อการหาวัตถุดิบที่จะนำมาทำอาหาร
แถมราคายังเป็นแบบชาวบ้านอีกด้วย พอซื้อเสร็จเราก็ไม่ต้องหิ้วของกลับมา เพราะ U
Box ใต้เบาะสามารถเก็บของได้ครบหมด
หลังจากที่ลงเล่นน้ำจนชุ่มใจ กางเต็นท์ตอกหมุดเรียบร้อย ก็ถึงเวลาอาหารค่ำ
เราทำกับแบบง่ายๆ ต้มยำ พัดเผ็ด และไข่เจียวหมูสับ เท่านี้ก็เพียงพอ
ด้วยความที่ปลั๊กไฟอยู่ใกล้จุดกางเต็นท์นั่นจึงทำให้เรายิ่งสะดวกมากยิ่งขึ้น
และในยามค่ำคืนด้วยความที่เป็นพื้นที่โล่งจึงทำให้เราสามารถนอนดูดาวได้อย่างเต็มตาหน่อย สัญญาน Wifi แรงมาจนถึงบริเวณกางเต็นท์
ทำให้เราสามารถอัพโพสรูปให้เพื่อนๆอิจฉากันได้ทันที
ยามเช้าตื่นมาก็สบายเราด้วยความที่เราอยู่กลางหุบเขา
แสงแดดร้อนๆกว่าจะสาดมาถึงเต็นท์เราก็ปาเข้าไป 8.00 น
อากาศยามเช้าตรงนี้จึงยังคงเย็นสบายอยู่
และน้ำในลำธารโดยธรรมชาติแล้วเมื่ออากาศด้านนอกเย็น น้ำจะอุ่น
นั่นทำให้เราสามารถลงเล่นน้ำตอนเช้าได้อีกรอบนะ
ตื่นสายๆสบายๆ เตรียมตัวเก็บเต็นท์
แล้วถ้าใครยังไม่อยากกลับจะแวะเวียนไปเล่นน้ำต่อที่น้ำตกเจ็ดคตก็ได้
ในนี้ก็มีความร่มรื่นสวยงามอยู่พอสมควร
แต่หากอยากสนุกก็ต้องเดินลึกเข้าไปอีกนิดจนถึงน้ำตก
ส่วนเส้นทางขากลับก็ทางเดิมนั่นแหละ ขับรถชิลๆสบายๆ ไม่ถึงค่ำเราก็กลับถึง กทม
สไตล์ออโตเมติคแล้ว !!!