JJNY : โพลแสลงใจ นัก "ลบ" ไซเบอร์....โพลล์เผย 25.16% หนุน 'สุดารัตน์' นั่งนายกฯ 24.05% เชียร์ 'ประยุทธ์'

กระทู้คำถาม
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “ประชาชนอยากได้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ตามกฎหมายการเลือกตั้งปัจจุบัน (ครั้งที่ 5)” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 20 – 22 พฤศจิกายน 2561 จำนวน 1,260 หน่วยตัวอย่าง พบว่า

บุคคลที่ประชาชนอยากให้เป็นนายกรัฐมนตรี ตามกฎหมายการเลือกตั้งปัจจุบัน (10 อันดับแรก) พบว่า
ส่วนใหญ่ อันดับ 1 ร้อยละ 25.16 ระบุว่า เป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคเพื่อไทย)
รองลงมา อันดับ 2 ร้อยละ 24.05 ระบุว่าเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา (นายกรัฐมนตรี)
อันดับ 3 ร้อยละ 14.52 ระบุว่าเป็น นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ (หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่)
อันดับ 4 ร้อยละ 11.67 ระบุว่าเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์)
ขณะที่ อันดับ 5 ร้อยละ 6.90 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส (หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย)

ทั้งนี้ เมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่ประชาชนอยากให้ได้คะแนนเสียงมากที่สุด และเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล (10 อันดับแรก) พบว่า
ส่วนใหญ่ อันดับ 1 ร้อยละ 31.75 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย
อันดับ 2 ร้อยละ 19.92 ระบุว่าเป็น พรรคพลังประชารัฐ
อันดับ 3 ร้อยละ 16.98 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์
อันดับ 4 ร้อยละ 15.63 ระบุว่าเป็น พรรคอนาคตใหม่
ส่วนอันดับ 5 ร้อยละ 5.32 ระบุว่าเป็น พรรคเสรีรวมไทย

นอกจากนี้  พบว่า ปัญหาที่อยากให้นายกรัฐมรตรีคนต่อไปเข้ามาแก้ไขมากที่สุด พบว่า
ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 44.13 ระบุว่า ปัญหาปากท้องและหนี้สินของประชาชน
รองลงมา ร้อยละ 28.81 ระบุว่า ปัญหาราคาพืชผลตกต่ำ
ร้อยละ 9.21 ระบุว่า ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน การใช้อำนาจโดยมิชอบ ผู้มีอิทธิพล
ส่วนร้อยละ 5.08ระบุว่า ปัญหายาเสพติด อาชญากรรม มิจฉาชีพ

ทั้งนี้ ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความเชื่อมั่นว่า จะมีการเลือกตั้ง ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 โดยไม่มีการเลื่อนออกไปอีก พบว่า
ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 50.71 ระบุว่า ไม่เชื่อมั่น เพราะหลายพรรคการเมืองยังไม่พร้อม ไม่ชัดเจนในหลายๆ เรื่อง มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ขณะที่บางส่วนระบุว่า เลื่อนการเลือกตั้งมาแล้วหลายครั้ง เลยทำให้ขาดความเชื่อมั่น
รองลงมา ร้อยละ 48.81 ระบุว่า เชื่อมั่น เพราะสถานการณ์ทางการเมืองเริ่มเข้าสู่สภาวะปกติ เป็นไปตามโรดแมปที่รัฐบาลวางไว้ มีการประกาศให้ทราบโดยทั่วกันแล้วถึงกำหนดการเลือกตั้ง

และ เมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่ประชาชนอยากให้เข้ามาเป็นรัฐบาลในการเลือกตั้งครั้งต่อไป พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่
ร้อยละ 61.67 ระบุว่า พรรคการเมืองพรรคใหม่ ๆ เพราะอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง การเข้ามาบริหารและพัฒนาประเทศ ขณะที่บางส่วนระบุว่า เบื่อการบริหารงานของพรรคการเมืองพรรคเก่า
และร้อยละ 38.33 ระบุว่าพรรคการเมืองพรรคเก่า เพราะ มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ ชอบการบริหารงานแบบเก่า ๆ บริหารงานดีอยู่แล้ว การทำงานมีระบบ เคยเห็นผลงานมาแล้ว มั่นใจในผลงาน รู้จักและคุ้นเคยกับประชาชนเป็นอย่างดี มีความเข้าใจและสามารถแก้ไขปัญหาได้ดีกว่าพรรคการเมืองพรรคใหม่

ส่วนปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่ใช้ในการตัดสินใจลงคะแนนเสียงเลือกตั้งให้ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พบว่า
ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 44.21 ระบุว่า เป็นบุคคลที่มีผลงานประจักษ์ ทำประโยชน์ในพื้นที่หรือต่อประเทศไทย
รองลงมา ร้อยละ 33.33 ระบุว่า ชอบพรรค/นโยบายของพรรค ที่ผู้สมัครสังกัด
ร้อยละ 10.24 ระบุว่า ต้องการได้ ส.ส. หน้าใหม่
ร้อยละ 7.94 ระบุว่า ชื่นชอบเป็นการส่วนตัว (เช่น บุคลิก หน้าตา ท่าทาง มีแนวคิดคล้ายตนเอง เป็นคนบ้านเดียวกัน เป็นต้น)
ขณะที่ร้อยละ 1.75 ระบุว่า ต้องการได้นายกรัฐมนตรีตามมติของพรรคที่ผู้สมัครสังกัด
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่