เรื่องมีอยู่ว่า เราคบกับแฟนคนปัจจุบันมาประมาณปีกว่าแล้วค่ะ ตอนนี้กำลังตั้งท้องกับแฟนได้ 5 เดือนแล้วค่ะ และเรากับแฟนก็ถูกจับแยกกันโดยพ่อแม่ของเราเอง เหตุผลเพราะ พ่อแม่เราเกลียดแฟนเราค่ะ เราขออนุญาตเล่าเรื่องที่เราคิดว่าน่าจะเป็นส่วนที่ทำให้พ่อแม่เราเกลียดแฟนด้วยนะคะ
เราขอเรียกแฟนว่าพี่แหลมนะคะ พี่แหลมเคยทำงานกับพ่อเราค่ะ ตอนที่คบกันแรกๆ เพราะช่วงนั้นพ่อเราทำธุรกิจรับเหมารถตู้นำเที่ยว แล้วขาดคนขับพอดี เราก็อยากช่วยพ่อก็เลยให้แฟนมาทำงานกับพ่อ ทุกอย่างเหมือนจะไปได้สวยค่ะ พ่อแม่เราชอบพี่แหลมมาก เพราะพี่แหลมเป็นคนขยันทำงาน ไม่เกี่ยงงานเลย ให้ทำอะไรทำหมด และพี่แหลมก็ดูแลเรากับลูกเราดีมากๆ แต่พอเราคบกับพี่แหลมมาได้ประมาณเดือนกว่า เราก็รู้ว่าพี่แหลมยังไม่เลิกกับภรรยา ตอนนั้นเราเสียใจมากค่ะ ภรรยาพี่แหลมมาหาเราถึงที่บ้าน มาคุยกับพ่อแม่เรา เราเลยบอกพ่อแม่ว่าจะเลิก แล้วก็ไม่ต้องเอาพี่แหลมมาทำงานด้วย แต่พ่อเราเป็นคนที่รั้นมาก ยังเอาพี่แหลมมาทำงานด้วย ซึ่งตอนนั้นเราเข้างานกะบ่ายพอดี คือเข้างานบ่ายโมงครึ่งเลิกเที่ยงคืน ซึ่งมันประจบกันกับที่พี่แหลมต้องมาเอารถตู้ที่บ้านเราพอดี แล้วก็มีเราอยู่บ้านคนเดียว ก็ต้องเป็นเราอีกที่ต้องเอากุญแจรถตู้ไปให้พี่แหลม พอเราเลิกงาน ส่วนใหญ่ก็จะตรงกับช่วงที่พี่แหลมไปส่งลูกค้าเสร็จแล้วเอารถตู้มาจอดไว้ที่บ้านเราพอดี เราต้องทนเจอหน้าพี่แหลมทุกวัน ต้องพาพี่แหลมไปทำธุระให้พ่อบ่อยๆ จนเมียพี่แหลมทนไม่ไหว โทรมาต่อว่าเรา ทักมาด่าเราในไลน์ ว่าเราจะแย่งพี่แหลมมา มีเรื่องกันมาแบบนี้เรื่อยๆ ตั้งแต่ต้นเดือนกันยาถึงธันวา เราตัดสินใจเปลี่ยนเบอร์เปลี่ยนไลน์หนีเมียพี่แหลม เพราะเรารำคาน และหลังจากนั้นก็เป็นไปด้วยดีค่ะ ไม่มีเรื่องพี่แหลมมากวนใจเรา เราก็ทำงานไปเรื่อยๆ แต่พอต้นเดือนกุมภา พี่แหลมกลับมาง้อเรา ง้อแบบหนักมาก ทุ่มเททำอย่างเพื่อเอาใจเรากับพ่อ พ่อเราให้ทำอะไรพี่แหลมทำหมด ไม่เคยปริปากบ่นเลย แต่ด้วยความที่เรายังไม่เชื่อว่าพี่แหลมเลิกกับเมียแล้วจริงๆ เราเลยให้แม่โทรไปถามเมียพี่แหลมว่าเลิกกันรึยัง เมียพี่แหลมก็ยืนยันว่าเลิกกันแล้วจริงๆ หลังจากนั้น เรากับแม่ก็ดูท่าทางพี่แหลมไปเรื่อยๆ พี่แหลมดีกับเรามาก ดูแลเรากับลูกทุกอย่าง (เราเคยมีลูกแล้วคนนึง ส่วนพี่แหลมก็มีลูกกับเมียคนนั้นเหมือนกัน) เงินทุกบาทที่พี่แหลมหาได้จากการทำงาน พี่แหลมให้เราถือหมด พี่แหลมจะพกติดตัวไว้แค่วันละ 100 เท่านั้น พอได้ซื้อกิน เราอยากได้อะไร พี่แหลมก็พยายามหาให้ เอาใจลูกเราสาระพัด เรียกได้ว่าทำหน้าที่พ่อเลี้ยงได้ดีกว่าพ่อแท้ๆเลยล่ะค่ะ จนลูกเราติดพี่แหลมมากกว่าเรา เรากับแม่เห็นว่าพี่แหลมดูแลเราดีมาก แม่เลยยอมให้เรากลับไปคืนดีกับพี่แหลม เราก็กลับไป เพราะในใจเรายังรักพี่แหลมอยู่มาก ทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนช่วงแรกๆที่เราคบกับพี่แหลม เรื่องงานขับรถตู้ที่พ่อให้พี่แหลมทำก็เป็นไปด้วยดี เพราะช่วงนั้นมันเป็นช่วงฤดูท่องเที่ยว งานเข้าต่อเนื่องเป็นเดือน พี่แหลมก็ทำไปโดยไม่บ่น เพราะต้องหาเลี้ยงแม่และลูกที่มีกับเมียเก่า พี่แหลมต้องนอนดึกตีหนึ่งตื่นตีห้าทุกวัน แน่นอนว่าพอคนเรานอนดึกตื่นเช้าทุกวันและมาขับรถทั้งวันมันต้องเหนื่อยต้องเพลียสะสมกันไป พี่แหลมเลยแอบไปเล่นยาเพื่อให้ตัวเองทำงานไหว แต่ดันพลาดไปตรวจฉี่ตอนกำลังไปส่งลูกค้าที่โคราช พ่อเราเลยต้องเสียค่าปรับให้ 10,000 บาท ก็กลายเป็นว่าพี่แหลมติดเงินพ่อเรา 10,000 เรื่องนี้เคืองใจพ่อเรามาก แต่เราก็ขอไว้เพราะงานนี้พ่อเป็นคนบังคับให้พี่แหลมไปเอง พ่อเราก็เย็นลง และบอกพี่แหลมว่าอย่าให้เกิดเรื่องแบบนี้อีก ก็จบเรื่องนี้ไป พอถึงช่วงที่งานรถตู้ซบเซาลงประมาณช่วงสิ้นเดือนเมษา พ่อเราก็เอาชื่อพี่แหลมไปเปิดโค้ดทีมยึดรถกับบริษัทนึง ทุกอย่างกลับมาสวยเหมือนเดิมได้ไม่นาน ก็มีเรื่องเข้ามาอีก คือ เราป่วยมีแผลที่อวัยวะเพศ (ขอไม่บอกนะคะว่าเพราะอะไร) เราเลยให้พี่แหลมพาไปหาหมอที่ รพ. แล้วไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง จากที่เราเห็นคือพี่แหลมถอยรถไปเฉี่ยวรถกระบะของบุรุษพยาบาลที่ รพ.นั้น โชคร้ายของพี่แหลมค่ะที่เจอคนเรื่องมาก รถโดนชนมาจากที่อื่น แล้วมาฉวยโอกาสจากตอนที่พี่แหลมถอยรถไปเฉี่ยวพอดี สุดท้ายเรื่องก็ไปจบที่โรงพักค่ะ พี่แหลมต้องไปยืมเงินเพื่อนมา 3,000 เพื่อเสียค่าซ่อมให้เค้า ก็จบกันไป พ่อเรารู้เรื่องก็โกรธอีกค่ะ แต่โชคดีที่รถตู้พ่อไม่มีรอยอะไร เรากับพี่แหลมก็โดนด่าตามระเบียบ พอจบเรื่องนี้ไป ก็มีเรื่องใหม่เข้ามาอีก คือมีแอดมินที่บริษัทมาแอบชอบพี่แหลม แล้วทำเสน่ห์ใส่พี่แหลม ทำทุกอย่างเพื่อให้เรากับพี่แหลมคบกันต่อไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเป่าหูพ่อเราว่าแหลมด่าพ่อเราอย่างนั้นอย่างนี้ ปั่นหัวเราให้คิดว่าพี่แหลมไปมีอะไรกับมันบ้าง ทำพิธีดลจิตดลใจให้เรานอกใจพี่แหลมบ้าง จนมันทำสำเร็จ มันทำให้พี่แหลมเลิกกับเราได้และทำให้พ่อแม่เราเกลียดพี่แหลมได้ ซึ่งตอนนั้นเราก็มีปัญหากับพี่แหลมอยู่แล้วในระดับนึง คือเราทำผิดกับพี่แหลม จนทำให้พี่แหลมทรุดลงไปเลย ไม่มีกะจิตกะใจจะทำงาน นางเลยฉวยโอกาสนี้ เข้ามาเอาอกเอาใจ แอบเอาน้ำมันที่ผ่านพิธีการทำเสน่ห์มานวดให้พี่แหลม ตอนนั้นประมาณสิ้นเดือนมิถุนา พี่แหลมหลงนางมาก เชื่อฟังนางทุกอย่าง เรามารู้เรื่องทีหลังเพราะเราโทรไปหาแม่พี่แหลม แม่พี่แหลมเลยเล่าให้ฟัง หลังจากที่เรารู้เรื่อง เราไม่เชื่อค่ะ ว่าพี่แหลมโดนทำเสน่ห์ใส่ เพราะตอนนั้นพี่แหลมก็ยังเทียวไปหาเราอยู่ที่ทำงาน เราก็ยังไปหาพี่แหลมที่ห้องอยู่ แต่ไม่บ่อยเหมือนเดิม จนผ่านไปซักพัก นางน่าจะรู้ว่าเรากับพี่แหลมยังไปมาหาสู่กันอยู่ นางเลยเอาน้ำมันพรายมาผสมน้ำให้พี่แหลมกิน หลังจากนั้น พี่แหลมอาการหนักมาก พี่แหลมเลิกติดต่อเราไปเลย แต่เราไม่ยอมเสียพี่แหลมไปง่ายๆ เพราะตอนนั้นเรารู้ตัวแล้วว่าเราท้อง เราเลยคอยโทรถามอาการพี่แหลมเรื่อยๆกับแม่พี่แหลม จนวันนึงมีพี่ที่ออฟฟิศนั้นทักแชทเรามา เรารู้จักกันดี เราไม่คิดเลยว่าคนที่เข้ามาคุยกับพี่แหลมช่วงที่เราทะเลาะกับพี่แหลมจะเป็นนาง นางบอกว่าคุยกับพี่แหลมมาซักพักแล้วแต่ตอนนั้นยังไม่ได้คุยกันจริงจัง นางบอกว่าพึ่งจะมาจริงจังกันตอนที่นางรู้ว่าโดนทำของใส่ และนางก็ตีหน้าซื่อเล่าความเท็จให้เราฟังว่าพี่แหลมกับนางโดนทำของใส่ และนางบอกว่าของที่นางกับพี่แหลมโดนทำใส่มาจากเมียเก่า พี่แหลมโดนมาเกือบปีแล้ว ส่วนนางพึ่งมาโดนเพราะกินน้ำแก้วเดียวกันกับพี่แหลม ตอนนั้นในใจเรารู้เลยว่านางต้องคิดว่าเราเป็นคนทำแน่นอน เพราะเทียบกับช่วงเวลาแล้ว พี่แหลมคบกับเราแค่คนเดียวในตอนนั้น เราก็ดันโง่ไปเชื่อนาง พยายามหาทางช่วยสาระพัดวิธี เพื่อให้พี่แหลมและนางรอดพ้นจากตรงนั้น แต่ทำยังไงก็มีแต่แย่ลงๆ จนวันนึงเราทนไม่ไหวโกหกแม่ว่าควงกะบ่าย+ดึก แล้วบุกไปรอพี่แหลมที่ห้อง แต่พี่แหลมไม่ยอมเจอเราเลย หนีหน้าเรา นางคนนั้นเลยให้พี่แหลมพาเราไปหาพ่อปู่คนนึงที่วัดแถวบ้านนางเพื่อให้พ่อปู่ดูว่าเรารึป่าวที่เป็นคนทำ พี่แหลมก็ยอมพาไป ตอนนั้นเราแทบจะไม่มีสติควบคุมอารมณ์และคำพูดตัวเอง เอาแต่ร้องไห้ และระหว่างนั่งรถไป พี่แหลมเอาแต่ด่าเราอย่างเดียวเลยค่ะ ได้ยินเสียงเราไม่ได้เลย พอได้ยินเสียงเรา พี่แหลมจะโมโหมาก แต่พอนางบอกให้พี่แหลมใจเย็น ก็ใจเย็นลงเฉยเลย เราเลยนั่งเงียบตลอดทาง เพราะเราไม่อยากให้พี่แหลมหงุดหงิดตอนขับรถ จนไปถึงวัดก็เจอพ่อปู่ กับหลวงพ่อและพ่อแม่นางนั่งรออยู่ เราก็แนะนำตัวให้พ่อปู่กับหลวงพ่อรู้จักเราว่าเราคือเมียเก่าพี่แหลมในตอนนั้น และเหมือนพ่อปู่จะเดาใจเราได้ เราก็เล่าทุกอย่างให้พ่อปู่และพ่อแม่ของนางฟัง หลวงพ่อเลยพูดมาว่า ถ้าเราทำ เราอยู่ตรงนี้ไม่ได้หรอก ก็เลยกระจ่างกันว่าเราไม่ได้ทำ ส่วนเรื่องการรักษา หลวงพ่อและพ่อปู่เห็นตรงกันว่า ในเมื่อเราท้องอยู่และนางมาทีหลัง ก็ให้แยกกันรักษาดู เผื่อจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น และหลังจากนั้นทุกอย่างก็ค่อยๆดีขึ้นจริงๆค่ะ พอพี่แหลมมาแอบอาบน้ำมนต์กับปู่พิมพ์ ซึ่งเป็นหมอธรรมแถวบ้านพี่แหลม พี่แหลมก็ค่อยๆดีขึ้น แล้วก็หายในน 1 อาทิตย์ เราดีใจมาก ที่พี่แหลมกลับมาเหมือนเดิม พอจบเรื่องพี่แหลมไป เราก็กลับมาคิดมากเรื่องที่เราท้อง เพราะเรายังไม่ได้บอกพ่อแม่หรือใครเลยนอกจากพี่ที่ทำงานกับพี่แหลม พอเราตัดสินใจรวบรวมความกล้าบอกแม่ว่าเราท้อง แม่เราก็ให้เราออกจากบ้านไปอยู่กับพี่แหลมทันที แต่เรายังไม่ไป เพราะเราติดลูกมากในตอนนั้น เราทำใจห่างลูกไม่ได้ แต่พอทุกคนในบ้านรู้เรื่อง เราก็เจอแต่ความกดดัน ทุกคนในบ้านไม่คุยกับเราเลย และเวลาแม่เราโมโหให้เรา ก็จะเหมือนจะมาลงกับลูกเรา คือลูกเราหิวข้าว ก็ทำเป็นเมินไปเลย เอะอะอะไรก็ด่าลูกเราตลอด เราเลยพาลูกออกมาไปหาพี่แหลมที่ห้อง ไปนอนห้องพี่แหลมคืนนึงโดยที่ไม่บอกพ่อแม่ พอเช้าเราหยุดงานพอดี เลยพาลูกกลับไปบ้าน เพราะลูกเราไม่มีเสื้อผ้าใส่ แม่เราเลยคุยกับเราว่า จะไปก็ไปแต่ตัวเอง อย่าเอาลูกไป เพราะแม่เลี้ยงมา แม่หวงแม่รักของแม่ เราเลยขนเอาแต่ของๆเราออกมาและค่อยๆห่างกับลูกทีละนิด จากแรกๆที่ออกไปอยู่กับพี่แหลม เราจะเข้ามาหาลูกที่บ้านตอนเย็นหลังเลิกงานสองวันครั้ง แล้วก็ค่อยๆห่างออก ผ่านไปซักพัก เราออกจากงานแล้วกลับไปอยู่บ้านพี่แหลม โดยที่ไม่ได้หางานล่วงหน้าไว้ ช่วงนั้นเรากับพี่แหลมลำบากมาก ไม่มีเงินติดตัวเลย แต่พี่แหลมก็พยายามหาทุกอย่างให้เราไม่รู้สึกขาด พี่แหลมยังดูแลเราดีเหมือนเดิม แต่เรากับพี่แหลมจะทะเลาะกันบ่อย ด้วยความที่ว่าเราเกิดมาในครอบครัวที่ฐานะปานกลางพอมีพอกินไม่ขาด และเราไม่เคยลำบากเลย ไม่เคยก่อไฟ ไม่เคยนึ่งข้าว ไม่เคยทำกับข้าวเลย แล้วก็กินอาหารอีสานไม่ค่อยเป็น (เพราะตอนเด็กๆป้าเอาเราไปเลี้ยง แกได้สามีเป้นคนเหนือ เราเลยกินเป็นแต่อาหารภาคกลางกับภาคเหนือ) ไปอยู่แรกๆเราทะเลาะกันบ่อยมากเพราะเรื่องกินนี่แหละค่ะ เราเป็นคนกินยาก เนื้อหมูติดมันนิดหน่อยก็ไม่กิน หน่อไม้ก็ไม่กิน เห็ดก็ไม่กิน พอเราโดนพี่แหลมด่าเรื่องการกินบ่อยๆ เราเลยพยายามกินจนกินเป็น และด้วยความที่บ้านพี่แหลมอยู่บ้านนอก และฐานะไม่ค่อยดี เรียกว่าจนเลยก็ว่าได้ค่ะ บ้านก็จะคล้ายๆกระท่อม (แต่อบอุ่นนะคะจะบอกให้ 555) และเวลาจะทำอาหารหรือนึ่งข้าวหรือหุงข้าว ก็จะต้องก่อไฟ ซึ่งเราก่อไม่เป็น พี่แหลมก็สอนให้เราทำ เรื่องนี้ง่ายหน่อย พอเราเริ่มทำทุกอย่างเป็น เรากับพี่แหลมก็ทะเลาะกันน้อยลง และสภาพจิตใจเราก็ดีขึ้นมาบ้าง ช่วงนั้นเราไม่ได้ติดต่อกับแม่เลย เพราะแม่ไม่ยอมคุยด้วย แม่โกรธเรามาก เราเลยปล่อยให้ผ่านไปซักพัก เราเลยโทรไปหาแม่ แม่ก็เลยถามความเป็นอยู่ของเราว่าเป็นยังไงบ้าง เราก็เล่าทั้งหมดให้แม่ฟัง ทุกอย่างเป็นไปด้วยดีค่ะ แม่หายโกรธเราและยอมให้เราโทรหาลูกบ่อยๆ จนประมาณอาทิตย์ก่อน เราทะเลาะกับพี่แหลมแรงมาก เราน้อยใจมากเลยออกมาจากบ้านพี่แหลม และหนีกลับมาบ้านตัวเอง เพราะคิดว่าบ้านจะเป็นที่เดียวที่ช่วยทำให้เรามีสภาพจิตใจดีขึ้น แต่เหมือนเราจะคิดผิด เพราะทันทีที่เรากลับมาบ้าน พ่อแม่เราก็บังคับให้เราเลิกกับพี่แหลม และบังคับให้เรากลับไปหาพ่อของลูกคนแรก เหตุผลเพราะอะไรก็ไม่รู้ เราถามไปพ่อแม่ก็ไม่ตอบเรา ตอบแค่ว่าเกลียดพี่แหลมแค่นั้น แถมยื่นคำขาดอีกว่าถ้าเราเลือกจะไปกับพี่แหลมก็ตัดพ่อตัดลูกตัดแม่ตัดลูกกันไปเลย แต่เราบอกไปโต่งๆเลยว่าเรารักพี่แหลมมาก เราเลิกกับพี่แหลมไม่ได้ แต่พ่อแม่เราก็ไม่ยอมค่ะ ยึดโทรศัพท์เราไม่ให้เราใช้โทรศัพท์ แต่เรามีความพยายามสูงมากค่ะ หาทางติดต่อกับพี่แหลมจนได้ พอติดต่อกันได้ พี่แหลมก็ขอโทษเราหนักมาก ทั้งให้แม่มาคุยกับเราขอให้เรากลับไปหา ด้วยความที่เราไม่ใช่คนใจแข็ง และเราก็รักพี่แหลมมาก เราก็ยอมค่ะ แต่พ่อแม่เราไม่ยอมให้เรากลับไป เราก็ทำใจยอมอยู่ เพราะมีลูกอยู่ด้วยคนนึงก็โตเป็นสาวแล้ว จะ 3 ขวบแล้ว อีกคนก็อยู่ในท้อง เราเลยยอมอยู่บ้านตามที่พ่อแม่เราต้องการ
มีใครเคยโดนบังคับให้เลิกกับแฟนบ้างคะ ?
เราขอเรียกแฟนว่าพี่แหลมนะคะ พี่แหลมเคยทำงานกับพ่อเราค่ะ ตอนที่คบกันแรกๆ เพราะช่วงนั้นพ่อเราทำธุรกิจรับเหมารถตู้นำเที่ยว แล้วขาดคนขับพอดี เราก็อยากช่วยพ่อก็เลยให้แฟนมาทำงานกับพ่อ ทุกอย่างเหมือนจะไปได้สวยค่ะ พ่อแม่เราชอบพี่แหลมมาก เพราะพี่แหลมเป็นคนขยันทำงาน ไม่เกี่ยงงานเลย ให้ทำอะไรทำหมด และพี่แหลมก็ดูแลเรากับลูกเราดีมากๆ แต่พอเราคบกับพี่แหลมมาได้ประมาณเดือนกว่า เราก็รู้ว่าพี่แหลมยังไม่เลิกกับภรรยา ตอนนั้นเราเสียใจมากค่ะ ภรรยาพี่แหลมมาหาเราถึงที่บ้าน มาคุยกับพ่อแม่เรา เราเลยบอกพ่อแม่ว่าจะเลิก แล้วก็ไม่ต้องเอาพี่แหลมมาทำงานด้วย แต่พ่อเราเป็นคนที่รั้นมาก ยังเอาพี่แหลมมาทำงานด้วย ซึ่งตอนนั้นเราเข้างานกะบ่ายพอดี คือเข้างานบ่ายโมงครึ่งเลิกเที่ยงคืน ซึ่งมันประจบกันกับที่พี่แหลมต้องมาเอารถตู้ที่บ้านเราพอดี แล้วก็มีเราอยู่บ้านคนเดียว ก็ต้องเป็นเราอีกที่ต้องเอากุญแจรถตู้ไปให้พี่แหลม พอเราเลิกงาน ส่วนใหญ่ก็จะตรงกับช่วงที่พี่แหลมไปส่งลูกค้าเสร็จแล้วเอารถตู้มาจอดไว้ที่บ้านเราพอดี เราต้องทนเจอหน้าพี่แหลมทุกวัน ต้องพาพี่แหลมไปทำธุระให้พ่อบ่อยๆ จนเมียพี่แหลมทนไม่ไหว โทรมาต่อว่าเรา ทักมาด่าเราในไลน์ ว่าเราจะแย่งพี่แหลมมา มีเรื่องกันมาแบบนี้เรื่อยๆ ตั้งแต่ต้นเดือนกันยาถึงธันวา เราตัดสินใจเปลี่ยนเบอร์เปลี่ยนไลน์หนีเมียพี่แหลม เพราะเรารำคาน และหลังจากนั้นก็เป็นไปด้วยดีค่ะ ไม่มีเรื่องพี่แหลมมากวนใจเรา เราก็ทำงานไปเรื่อยๆ แต่พอต้นเดือนกุมภา พี่แหลมกลับมาง้อเรา ง้อแบบหนักมาก ทุ่มเททำอย่างเพื่อเอาใจเรากับพ่อ พ่อเราให้ทำอะไรพี่แหลมทำหมด ไม่เคยปริปากบ่นเลย แต่ด้วยความที่เรายังไม่เชื่อว่าพี่แหลมเลิกกับเมียแล้วจริงๆ เราเลยให้แม่โทรไปถามเมียพี่แหลมว่าเลิกกันรึยัง เมียพี่แหลมก็ยืนยันว่าเลิกกันแล้วจริงๆ หลังจากนั้น เรากับแม่ก็ดูท่าทางพี่แหลมไปเรื่อยๆ พี่แหลมดีกับเรามาก ดูแลเรากับลูกทุกอย่าง (เราเคยมีลูกแล้วคนนึง ส่วนพี่แหลมก็มีลูกกับเมียคนนั้นเหมือนกัน) เงินทุกบาทที่พี่แหลมหาได้จากการทำงาน พี่แหลมให้เราถือหมด พี่แหลมจะพกติดตัวไว้แค่วันละ 100 เท่านั้น พอได้ซื้อกิน เราอยากได้อะไร พี่แหลมก็พยายามหาให้ เอาใจลูกเราสาระพัด เรียกได้ว่าทำหน้าที่พ่อเลี้ยงได้ดีกว่าพ่อแท้ๆเลยล่ะค่ะ จนลูกเราติดพี่แหลมมากกว่าเรา เรากับแม่เห็นว่าพี่แหลมดูแลเราดีมาก แม่เลยยอมให้เรากลับไปคืนดีกับพี่แหลม เราก็กลับไป เพราะในใจเรายังรักพี่แหลมอยู่มาก ทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนช่วงแรกๆที่เราคบกับพี่แหลม เรื่องงานขับรถตู้ที่พ่อให้พี่แหลมทำก็เป็นไปด้วยดี เพราะช่วงนั้นมันเป็นช่วงฤดูท่องเที่ยว งานเข้าต่อเนื่องเป็นเดือน พี่แหลมก็ทำไปโดยไม่บ่น เพราะต้องหาเลี้ยงแม่และลูกที่มีกับเมียเก่า พี่แหลมต้องนอนดึกตีหนึ่งตื่นตีห้าทุกวัน แน่นอนว่าพอคนเรานอนดึกตื่นเช้าทุกวันและมาขับรถทั้งวันมันต้องเหนื่อยต้องเพลียสะสมกันไป พี่แหลมเลยแอบไปเล่นยาเพื่อให้ตัวเองทำงานไหว แต่ดันพลาดไปตรวจฉี่ตอนกำลังไปส่งลูกค้าที่โคราช พ่อเราเลยต้องเสียค่าปรับให้ 10,000 บาท ก็กลายเป็นว่าพี่แหลมติดเงินพ่อเรา 10,000 เรื่องนี้เคืองใจพ่อเรามาก แต่เราก็ขอไว้เพราะงานนี้พ่อเป็นคนบังคับให้พี่แหลมไปเอง พ่อเราก็เย็นลง และบอกพี่แหลมว่าอย่าให้เกิดเรื่องแบบนี้อีก ก็จบเรื่องนี้ไป พอถึงช่วงที่งานรถตู้ซบเซาลงประมาณช่วงสิ้นเดือนเมษา พ่อเราก็เอาชื่อพี่แหลมไปเปิดโค้ดทีมยึดรถกับบริษัทนึง ทุกอย่างกลับมาสวยเหมือนเดิมได้ไม่นาน ก็มีเรื่องเข้ามาอีก คือ เราป่วยมีแผลที่อวัยวะเพศ (ขอไม่บอกนะคะว่าเพราะอะไร) เราเลยให้พี่แหลมพาไปหาหมอที่ รพ. แล้วไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง จากที่เราเห็นคือพี่แหลมถอยรถไปเฉี่ยวรถกระบะของบุรุษพยาบาลที่ รพ.นั้น โชคร้ายของพี่แหลมค่ะที่เจอคนเรื่องมาก รถโดนชนมาจากที่อื่น แล้วมาฉวยโอกาสจากตอนที่พี่แหลมถอยรถไปเฉี่ยวพอดี สุดท้ายเรื่องก็ไปจบที่โรงพักค่ะ พี่แหลมต้องไปยืมเงินเพื่อนมา 3,000 เพื่อเสียค่าซ่อมให้เค้า ก็จบกันไป พ่อเรารู้เรื่องก็โกรธอีกค่ะ แต่โชคดีที่รถตู้พ่อไม่มีรอยอะไร เรากับพี่แหลมก็โดนด่าตามระเบียบ พอจบเรื่องนี้ไป ก็มีเรื่องใหม่เข้ามาอีก คือมีแอดมินที่บริษัทมาแอบชอบพี่แหลม แล้วทำเสน่ห์ใส่พี่แหลม ทำทุกอย่างเพื่อให้เรากับพี่แหลมคบกันต่อไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเป่าหูพ่อเราว่าแหลมด่าพ่อเราอย่างนั้นอย่างนี้ ปั่นหัวเราให้คิดว่าพี่แหลมไปมีอะไรกับมันบ้าง ทำพิธีดลจิตดลใจให้เรานอกใจพี่แหลมบ้าง จนมันทำสำเร็จ มันทำให้พี่แหลมเลิกกับเราได้และทำให้พ่อแม่เราเกลียดพี่แหลมได้ ซึ่งตอนนั้นเราก็มีปัญหากับพี่แหลมอยู่แล้วในระดับนึง คือเราทำผิดกับพี่แหลม จนทำให้พี่แหลมทรุดลงไปเลย ไม่มีกะจิตกะใจจะทำงาน นางเลยฉวยโอกาสนี้ เข้ามาเอาอกเอาใจ แอบเอาน้ำมันที่ผ่านพิธีการทำเสน่ห์มานวดให้พี่แหลม ตอนนั้นประมาณสิ้นเดือนมิถุนา พี่แหลมหลงนางมาก เชื่อฟังนางทุกอย่าง เรามารู้เรื่องทีหลังเพราะเราโทรไปหาแม่พี่แหลม แม่พี่แหลมเลยเล่าให้ฟัง หลังจากที่เรารู้เรื่อง เราไม่เชื่อค่ะ ว่าพี่แหลมโดนทำเสน่ห์ใส่ เพราะตอนนั้นพี่แหลมก็ยังเทียวไปหาเราอยู่ที่ทำงาน เราก็ยังไปหาพี่แหลมที่ห้องอยู่ แต่ไม่บ่อยเหมือนเดิม จนผ่านไปซักพัก นางน่าจะรู้ว่าเรากับพี่แหลมยังไปมาหาสู่กันอยู่ นางเลยเอาน้ำมันพรายมาผสมน้ำให้พี่แหลมกิน หลังจากนั้น พี่แหลมอาการหนักมาก พี่แหลมเลิกติดต่อเราไปเลย แต่เราไม่ยอมเสียพี่แหลมไปง่ายๆ เพราะตอนนั้นเรารู้ตัวแล้วว่าเราท้อง เราเลยคอยโทรถามอาการพี่แหลมเรื่อยๆกับแม่พี่แหลม จนวันนึงมีพี่ที่ออฟฟิศนั้นทักแชทเรามา เรารู้จักกันดี เราไม่คิดเลยว่าคนที่เข้ามาคุยกับพี่แหลมช่วงที่เราทะเลาะกับพี่แหลมจะเป็นนาง นางบอกว่าคุยกับพี่แหลมมาซักพักแล้วแต่ตอนนั้นยังไม่ได้คุยกันจริงจัง นางบอกว่าพึ่งจะมาจริงจังกันตอนที่นางรู้ว่าโดนทำของใส่ และนางก็ตีหน้าซื่อเล่าความเท็จให้เราฟังว่าพี่แหลมกับนางโดนทำของใส่ และนางบอกว่าของที่นางกับพี่แหลมโดนทำใส่มาจากเมียเก่า พี่แหลมโดนมาเกือบปีแล้ว ส่วนนางพึ่งมาโดนเพราะกินน้ำแก้วเดียวกันกับพี่แหลม ตอนนั้นในใจเรารู้เลยว่านางต้องคิดว่าเราเป็นคนทำแน่นอน เพราะเทียบกับช่วงเวลาแล้ว พี่แหลมคบกับเราแค่คนเดียวในตอนนั้น เราก็ดันโง่ไปเชื่อนาง พยายามหาทางช่วยสาระพัดวิธี เพื่อให้พี่แหลมและนางรอดพ้นจากตรงนั้น แต่ทำยังไงก็มีแต่แย่ลงๆ จนวันนึงเราทนไม่ไหวโกหกแม่ว่าควงกะบ่าย+ดึก แล้วบุกไปรอพี่แหลมที่ห้อง แต่พี่แหลมไม่ยอมเจอเราเลย หนีหน้าเรา นางคนนั้นเลยให้พี่แหลมพาเราไปหาพ่อปู่คนนึงที่วัดแถวบ้านนางเพื่อให้พ่อปู่ดูว่าเรารึป่าวที่เป็นคนทำ พี่แหลมก็ยอมพาไป ตอนนั้นเราแทบจะไม่มีสติควบคุมอารมณ์และคำพูดตัวเอง เอาแต่ร้องไห้ และระหว่างนั่งรถไป พี่แหลมเอาแต่ด่าเราอย่างเดียวเลยค่ะ ได้ยินเสียงเราไม่ได้เลย พอได้ยินเสียงเรา พี่แหลมจะโมโหมาก แต่พอนางบอกให้พี่แหลมใจเย็น ก็ใจเย็นลงเฉยเลย เราเลยนั่งเงียบตลอดทาง เพราะเราไม่อยากให้พี่แหลมหงุดหงิดตอนขับรถ จนไปถึงวัดก็เจอพ่อปู่ กับหลวงพ่อและพ่อแม่นางนั่งรออยู่ เราก็แนะนำตัวให้พ่อปู่กับหลวงพ่อรู้จักเราว่าเราคือเมียเก่าพี่แหลมในตอนนั้น และเหมือนพ่อปู่จะเดาใจเราได้ เราก็เล่าทุกอย่างให้พ่อปู่และพ่อแม่ของนางฟัง หลวงพ่อเลยพูดมาว่า ถ้าเราทำ เราอยู่ตรงนี้ไม่ได้หรอก ก็เลยกระจ่างกันว่าเราไม่ได้ทำ ส่วนเรื่องการรักษา หลวงพ่อและพ่อปู่เห็นตรงกันว่า ในเมื่อเราท้องอยู่และนางมาทีหลัง ก็ให้แยกกันรักษาดู เผื่อจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น และหลังจากนั้นทุกอย่างก็ค่อยๆดีขึ้นจริงๆค่ะ พอพี่แหลมมาแอบอาบน้ำมนต์กับปู่พิมพ์ ซึ่งเป็นหมอธรรมแถวบ้านพี่แหลม พี่แหลมก็ค่อยๆดีขึ้น แล้วก็หายในน 1 อาทิตย์ เราดีใจมาก ที่พี่แหลมกลับมาเหมือนเดิม พอจบเรื่องพี่แหลมไป เราก็กลับมาคิดมากเรื่องที่เราท้อง เพราะเรายังไม่ได้บอกพ่อแม่หรือใครเลยนอกจากพี่ที่ทำงานกับพี่แหลม พอเราตัดสินใจรวบรวมความกล้าบอกแม่ว่าเราท้อง แม่เราก็ให้เราออกจากบ้านไปอยู่กับพี่แหลมทันที แต่เรายังไม่ไป เพราะเราติดลูกมากในตอนนั้น เราทำใจห่างลูกไม่ได้ แต่พอทุกคนในบ้านรู้เรื่อง เราก็เจอแต่ความกดดัน ทุกคนในบ้านไม่คุยกับเราเลย และเวลาแม่เราโมโหให้เรา ก็จะเหมือนจะมาลงกับลูกเรา คือลูกเราหิวข้าว ก็ทำเป็นเมินไปเลย เอะอะอะไรก็ด่าลูกเราตลอด เราเลยพาลูกออกมาไปหาพี่แหลมที่ห้อง ไปนอนห้องพี่แหลมคืนนึงโดยที่ไม่บอกพ่อแม่ พอเช้าเราหยุดงานพอดี เลยพาลูกกลับไปบ้าน เพราะลูกเราไม่มีเสื้อผ้าใส่ แม่เราเลยคุยกับเราว่า จะไปก็ไปแต่ตัวเอง อย่าเอาลูกไป เพราะแม่เลี้ยงมา แม่หวงแม่รักของแม่ เราเลยขนเอาแต่ของๆเราออกมาและค่อยๆห่างกับลูกทีละนิด จากแรกๆที่ออกไปอยู่กับพี่แหลม เราจะเข้ามาหาลูกที่บ้านตอนเย็นหลังเลิกงานสองวันครั้ง แล้วก็ค่อยๆห่างออก ผ่านไปซักพัก เราออกจากงานแล้วกลับไปอยู่บ้านพี่แหลม โดยที่ไม่ได้หางานล่วงหน้าไว้ ช่วงนั้นเรากับพี่แหลมลำบากมาก ไม่มีเงินติดตัวเลย แต่พี่แหลมก็พยายามหาทุกอย่างให้เราไม่รู้สึกขาด พี่แหลมยังดูแลเราดีเหมือนเดิม แต่เรากับพี่แหลมจะทะเลาะกันบ่อย ด้วยความที่ว่าเราเกิดมาในครอบครัวที่ฐานะปานกลางพอมีพอกินไม่ขาด และเราไม่เคยลำบากเลย ไม่เคยก่อไฟ ไม่เคยนึ่งข้าว ไม่เคยทำกับข้าวเลย แล้วก็กินอาหารอีสานไม่ค่อยเป็น (เพราะตอนเด็กๆป้าเอาเราไปเลี้ยง แกได้สามีเป้นคนเหนือ เราเลยกินเป็นแต่อาหารภาคกลางกับภาคเหนือ) ไปอยู่แรกๆเราทะเลาะกันบ่อยมากเพราะเรื่องกินนี่แหละค่ะ เราเป็นคนกินยาก เนื้อหมูติดมันนิดหน่อยก็ไม่กิน หน่อไม้ก็ไม่กิน เห็ดก็ไม่กิน พอเราโดนพี่แหลมด่าเรื่องการกินบ่อยๆ เราเลยพยายามกินจนกินเป็น และด้วยความที่บ้านพี่แหลมอยู่บ้านนอก และฐานะไม่ค่อยดี เรียกว่าจนเลยก็ว่าได้ค่ะ บ้านก็จะคล้ายๆกระท่อม (แต่อบอุ่นนะคะจะบอกให้ 555) และเวลาจะทำอาหารหรือนึ่งข้าวหรือหุงข้าว ก็จะต้องก่อไฟ ซึ่งเราก่อไม่เป็น พี่แหลมก็สอนให้เราทำ เรื่องนี้ง่ายหน่อย พอเราเริ่มทำทุกอย่างเป็น เรากับพี่แหลมก็ทะเลาะกันน้อยลง และสภาพจิตใจเราก็ดีขึ้นมาบ้าง ช่วงนั้นเราไม่ได้ติดต่อกับแม่เลย เพราะแม่ไม่ยอมคุยด้วย แม่โกรธเรามาก เราเลยปล่อยให้ผ่านไปซักพัก เราเลยโทรไปหาแม่ แม่ก็เลยถามความเป็นอยู่ของเราว่าเป็นยังไงบ้าง เราก็เล่าทั้งหมดให้แม่ฟัง ทุกอย่างเป็นไปด้วยดีค่ะ แม่หายโกรธเราและยอมให้เราโทรหาลูกบ่อยๆ จนประมาณอาทิตย์ก่อน เราทะเลาะกับพี่แหลมแรงมาก เราน้อยใจมากเลยออกมาจากบ้านพี่แหลม และหนีกลับมาบ้านตัวเอง เพราะคิดว่าบ้านจะเป็นที่เดียวที่ช่วยทำให้เรามีสภาพจิตใจดีขึ้น แต่เหมือนเราจะคิดผิด เพราะทันทีที่เรากลับมาบ้าน พ่อแม่เราก็บังคับให้เราเลิกกับพี่แหลม และบังคับให้เรากลับไปหาพ่อของลูกคนแรก เหตุผลเพราะอะไรก็ไม่รู้ เราถามไปพ่อแม่ก็ไม่ตอบเรา ตอบแค่ว่าเกลียดพี่แหลมแค่นั้น แถมยื่นคำขาดอีกว่าถ้าเราเลือกจะไปกับพี่แหลมก็ตัดพ่อตัดลูกตัดแม่ตัดลูกกันไปเลย แต่เราบอกไปโต่งๆเลยว่าเรารักพี่แหลมมาก เราเลิกกับพี่แหลมไม่ได้ แต่พ่อแม่เราก็ไม่ยอมค่ะ ยึดโทรศัพท์เราไม่ให้เราใช้โทรศัพท์ แต่เรามีความพยายามสูงมากค่ะ หาทางติดต่อกับพี่แหลมจนได้ พอติดต่อกันได้ พี่แหลมก็ขอโทษเราหนักมาก ทั้งให้แม่มาคุยกับเราขอให้เรากลับไปหา ด้วยความที่เราไม่ใช่คนใจแข็ง และเราก็รักพี่แหลมมาก เราก็ยอมค่ะ แต่พ่อแม่เราไม่ยอมให้เรากลับไป เราก็ทำใจยอมอยู่ เพราะมีลูกอยู่ด้วยคนนึงก็โตเป็นสาวแล้ว จะ 3 ขวบแล้ว อีกคนก็อยู่ในท้อง เราเลยยอมอยู่บ้านตามที่พ่อแม่เราต้องการ