▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
เที่ยวญี่ปุ่น
เที่ยวต่างประเทศ
โอซาก้า
คันไซ
ภาพถ่ายจากกล้องโทรศัพท์
Kansai in Summer : ทริปแบกแดด ดูพลุ และตกรถไฟ Osaka-Wakayama-Kyoto-Nara
สวัสดีฮับบบบ
กระทู้เราตั้งมาเพื่อเปิดประสบการณ์แปลกใหม่สำหรับเราและเพื่อน คือ เป็นทริปไม่รู้ลืม ทริปแห่งความทรงจำ ทั้งหัวเราะ เหนื่อย และน้ำตา ครบรสดั่งละครหัวค่ำ
ทริปคันไซครั้งนี้ เป็นทริปที่สองแต่เป็นครั้งแรกสำหรับฤดูร้อน โดยการไปครั้งนี้คือตัดสินใจรวดเร็ว ไม่คิดไร และแทบไม่ได้เตรียมอะไรเลยยยย แผนเผินคืออะไร ไม่วาง นักเลงพอ 555
ทริปเริ่มตั้งแต่ 10 - 18 สิงหาคม 2561 (และมีเพิ่มวันด้วยเนื่องจากเครื่องบินเลท 1 วัน หึ เดี๋ยวเล่าหลังๆกระทู้ ถ้าเริ่มเล่าเลย อารมณ์มันจะพาไป แค้นเคืองมาก) จาก สนามบินสุวรรณภูมิไปสนามบินคันไซ โดยสายการบิน Philippines airline เป็นเที่ยวที่ต้องต่อเครื่องที่ฟิลิปปินส์
**กระทู้นี้คือไม่ได้เรียงวัน เช่น วันที่ 1ไปนี้นะ วันที่ 2 ไปนี้นะ เพราะจำรายละเอียดไม่ได้ล่ะ ฮา แต่จะเล่าว่าทำอะไรในเมืองนี้ เมืองนี้มีอะไร ล่ะไปเจออะไรมานะฮับบ ส่วนภาพนี้คือมาจากกล้องไอโฟนพร้อมเลนส์เสริมจาก MBK ทำใจนะครับ
จำเวลาเป๊ะๆไม่ได้ว่าเครื่องลงกี่โมง รู้เค่ว่าเลทครับ คือเครื่องเลท 1 ชั่วโมงจาก ฟิลิปปินส์มาคันไซ รู้แค่ว่ามาถึงสนามบินคันไซก็คือสองทุ่มกว่าๆ ก็คือรีบลงเครื่อง เอากระเป๋า ตรงไปซื้อบัตร Kansai Thru Pass ที่ Kansai Travel Desk ชั้น 1 อาคารผู้โดยสาร ราคาก็ตามนี้
3 days : 5,200 Yen
2 Days : 4,000 Yen *ราคา ณ วันที่ไป
เราซื้อ 3 วันมา 2 ใบ สำหรับเราคือ Pass นี้ตอบโจทย์คนที่เที่ยวหลายเมืองแบบเรามาก บัตรเดียวไปทั่วคันไซตามชื่อบัตรเลย ใช้ได้ทั้งรถไฟและรถบัส แถมมีส่วนลดเข้าสถานที่ท่องเที่ยวบางที่อีกด้วย คือมันคุ้มมากกก แนะนำเลย โดยบัตร Kansai Thru Pass จะใช้ได้สำหรับรถไฟเอกชนเท่านั้นไม่สามารถใช้ได้กับ JR และ Shinkensen
และนี้คือหน้า counter ขายบัตร แต่รูปนี้เราถ่ายเมื่อตอนตุลาคมปีที่แล้ว เนื่องจากไปครั้งนี้ ไม่มีเวลาถ่าย รีบซื้อรีบไป รีบออกจากสนามบิน กลัวไม่ทันรถไฟ ทำเวลากันสุดๆ
ส่วนรูปนี้คือสายรถไฟที่เราจะขึ้นจากสนามบิน นั้นก็คือ หนู Nankai เพื่อนคู่มิตรตลอดทริปของเรานั้นเองงงง (ตามเดิม รูปนี้ถ่ายตอนตุลาคมปีที่แล้ว 5555)
ตอนที่ตัดสินใจมาครั้งนี้ คือยากแก้ตัวจากครั้งที่แล้ว ที่ไปแล้วแบบ ไม่อินเพราะเตรียมตัวมาไม่พร้อม ครั้งนี้เลยมาแก้มือ อ่านเว็บบอร์ดต่างๆ เค้าก็ว่ามันร้อนมากๆ ร้อนกว่าไทย ร้อนแห้ง ร้อนไม่โอเค ร้อนแบบอย่าได้พบเจอกันอีกเลย แต่คืออยากลองไง อยากรู้มันจะไม่โอเคขนาดไหนเชียว
ซึ่งความรู้สึกตอนที่เดินออกจากสนามบินในเดือนสิงหาคม คือวลานั้นประมาณสามทุ่ม แต่แบบ… ร้อน แม่เอ้ยยยย ร้อนมากกก ตอนลงลิฟท์คือได้กลิ่นเหล็กเลยอ่ะ ย้ำนะเวลานั้นคือช่วงเวลาสามทุ่ม สามทุ่มเว้ยยย นึกว่าบ่ายสาม
เราจองที่พักจาก Airbnb ชื่อ Neko Neko ลงสถานี Mikuni ซึ่งซุกหัวนอนที่นี้กันตลอดทริป ที่พักอยู่แถวริมน้ำ มีจักรยานให้ปั่นฟรีๆ มีสนามเด็กเล่นอยู่รอบๆ มีร้านสะดวกซื้ออยู่ไม่ไกล สงบมากๆในช่วงกลางคืน ซึ่ง Host เป็นคู่สามีภรรยา ที่ใจดีมากกกก ผู้ช่วยชีวิตเราจากทริปครั้งนี้ และวางแผนการไปเที่ยวโคยะซัง งานดอกไม้ไฟ อีกทั้งมารับเราที่สถานีด้วย ฮือ รักมากก
ส่วนราคาที่พัก เราจ่ายครึ่งหนึ่งของราคาเนื่องจากได้คูปองจากเว็บมาฮะ เลยขอไม่กล่าวถึงเนอะ กลัวผิดพลาด
สองภาพนี้คือเซฟจากเพจมา เนื่องจากไม่ได้ถ่ายห้องนอนกับตัวบ้านเลยจ้า แต่คือหน้าตาแบบนี้เลย ไม่ต่าง ห้องที่นอนก็แบบนี้เป๊ะๆ พรม ม่าน ผ้าปู แบบนี้เลย
ส่วนอันนี้ถ่ายเองตอนเช้าตรู่ แต่โปรดดูแสงบนฟ้า กราบฤดูฮ้อนนนน
ทุกสี่ทุ่มถึงเกือบตีหนึ่ง จะมานั่งตรงชิงช้าสีน้ำเงิน (เห็นเปล่าหนอ) พร้อมเปิดเบียร์กระป๋องซดกรึบๆ
แถวๆบ้าน ปั่นจักรยานแถวนี้บ่อยจนเปรียบเสมือนเจ้าถิ่น
จากที่เกริ่นๆ ไว้คือแถวที่พักติดริมน้ำ เลยมีทางสำหรับปั่นจักรยานแถวบ้านรอบๆ เปรียบเสมือนที่ออกกำลังกายของคนแถวนั้น ซึ่งเราก็ปั่นมัน ไหนๆความใฝ่ฝันหนึ่งในชีวิตคือปั่นจักรที่ญี่ปุ่น ก็ลองเลย เช้าๆร้อนๆ แง๊งเอ้ยยย
* Osaka Housing and Living - Umeda Sky Building - หอคอย Tsutenkaku - Dotonbori - ศาลเจ้าสิงโต - America Mura*
โดน Host เป่าหูมา บอกว่ายูจะเที่ยวโอซาก้า ซื้อ Osaka Amazing Pass Tour สิ เรากับเพื่อนก็หืมมม ทำไมมม มันนั้นมีอะไรดี ทำไมต้องซื้อ!!
คำตอบคือ ซื้อบัตรใบเดียวเข้าฟรีเกือบทุกที่
เราเลยตัดสินใจซื้อสำหรับ 1 วัน ราคาประมาณ 2500 yen
ซื้อเสร็จจะได้ Guidebook มาว่า ที่ไหนเราเข้าฟรีบ้าง ซึ่งมีออนเซ็นเข้าฟรีด้วย และมีล่องเรือด้วย แต่ไม่ได้ไปจ้า ในที่นี้เราใช้ไปกับ Osaka Housing and Living, Umda Sky Building และหอคอย Tsutenkaku 3 ที่ใสๆ
1 Osaka Housing and Living
เป็นเหมือนพิพิธภัณฑ์ที่กล่าวถึงหมู่บ้านและการใช้ชีวิตสมัยก่อน ซึ่งข้อมูลก็ตามชื่อสถานที่เลย โดยที่นี้จะมีเมืองจำลองหมู่บ้านเล็กๆให้เราได้เดิน ใส่ชุดกิโมโนชิลๆ แอ๊บว่าอยู่ท่ามกลางยุคสมัยเก่า แล้วบอกเพื่อน อ่ออออออ เราไปถ่ายที่เกียวโตมาล่ะแกรรร
Open: 10 am - 5 pm (last entry 4.30 pm)
Fee: 600 yen (สำหรับคนถือบัตร Amazing pass สามารถยื่นบัตรล่ะเข้าได้เยย)
ส่วนค่าเช่าชุดราคาไม่แพง ถูกกว่าที่เกียวโต ส่วนใครที่คิดว่า เอ้...เราตัวใหญ่ เท้าเราใหญ่ อืม อย่าไปกลัวฮับบ มีทุกไซส์
2 Umeda Sky Building
Warning: ประมาณช่วง 6 โมงเย็น คิวเข้าแถวขึ้นชมยาวนรกมากในวันที่เราไป ซึ่งเราไม่รู้ว่าวันอื่นๆเป็นไง แต่เตือนไว้ก่อน คือสำหรับคนที่ใช้บัตร amazing เค้าจะเปิดให้เข้าถึงแค่ 6 โมงเย็นนะฮับ หลังจากเวลานี้คือจ่ายเงินปกติ
Open: 9.30 am – 10.30 pm
Fee: 1,500 Yen (สำหรับคนถือบัตร Amazing pass สามารถยื่นบัตรล่ะเข้าได้เยย)
ตึกนี้คือที่ที่รู้กันคือเป็นตึกสูงๆ ทันสมัย เอาไว้ชมเมือง ก่อนไปอ่ะคือไม่อิน คิดว่าก็วิวในเมืองมีอะไรดี โว๊ะ! ซึ่งก่อนที่จะซื้อบัตร amazing ที่นี้คือไม่มีอยู่ในแพลน ถ้า Host ไม่แนะนำคือไม่มา แต่พอมาแล้ว เปลี่ยนความคิดแบบ แง๊งสวยยย
3 หอคอย Tsutenkaku
หอคอยประจำเมือง OSAKA ประวัติมีบอกอยู่ แต่จำไม่ได้ 5555 คือเป็นสถานที่รู้สึกว่าถ้ามันไม่มีฟรีใน amazing pass คือจะไม่ขึ้นไปแล้วววว ถ่ายรูปข้างล่างสวยๆ เก๋ๆพอ จากใจเลย มันไม่มีอะไรประทับใจเท่าไหร่เลย คิวก็ยาวไม่สมการรอคอย แม้จะมีshop กูลิโกะ ชั้นหนึ่งเต็มๆ
ข้างบนที่ชมวิวจะเต็มไปด้วยแสงสีแว๊บๆเหมือนผับ ซึ่งเป็ดทำม๊ายยยย แสงมันไปสะท้อนกับกระจก ทำให้วิวก็เห็oไม่ชัด แล้วข้างในก็มีให้ขึ้นไปนะอีกนะ แต่ยังเฉยๆไม่อิน ถ้ามีคนบอกว่าจะขึ้นมาอีกไหม ซื้อบัตรให้ก็ได้ ตอบเลยว่าไม่ พอแล้วเว้ยยย!!
Open: 9 am - 9 pm
Fee: 700 Yen (สำหรับคนถือบัตร Amazing pass สามารถยื่นบัตรล่ะเข้าได้เลย)
ศาลเจ้าสิงโต
อันนี้เพื่อนตามรอยฮิโระซัง พาไปไหว้ศาลเจ้า เพื่อนบอกว่าศาลนี้โดดเด่นเรื่องการงาน ซึ่งถ้าผิดพลาด ด่ามันนะ เราไม่เกี่ยว เราเดินตามต้อยๆอย่างเดียว
Dotonbori
ย่าน Shopping ที่มีป้ายกูลิโกะยกขา ชูรักแร้ ต่างชาติจะรวมตัวกันทีอย่างพร้อมเพรียง วันที่มา ไม่ร้อนเลย อากาศดีมาก รู้สึกมีฟามสุข
ยังไม่จบ!! เกินหมื่นตัวอักษรแหล่ววววววว