เรื่อง ปาฏิหาริย์รักต่างพันธ์

เรื่อง ปาฏิหาริย์รักต่างพันธ์
ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติอยู่ในพระนครพาราณสี พระอัครมเหสีของพระองค์ประพฤตินอกใจ เมื่อพระราชาตรัสถามก็สบถสาบานว่า ถ้าหม่อมฉันประพฤตินอกใจพระองค์ ขอให้หม่อมฉันเป็นยักษิณีมีหน้าเหมือนม้า.
ต่อจากนั้นพระนางได้สิ้นพระชนม์ ไปเกิดเป็นยักษิณีมีหน้าเหมือนม้า อยู่ในถ้ำที่เชิงเขาแห่งหนึ่ง คอยจับมนุษย์ที่สัญจรไปมาในดงใหญ่จากต้นดงถึงปลายดงเคี้ยวกินเป็นอาหาร  นางยักษิณีนั้น ไปบำเรอท้าวเวสวัณอยู่ ๓ ปี ได้รับพรให้เคี้ยวกินมนุษย์ได้ในทางยาว ๓๐ โยชน์ กว้าง ๕ โยชน์.
อยู่มาวันหนึ่ง พราหมณ์รูปงามคนหนึ่ง เป็นผู้มั่งคั่งมีโภคทรัพย์มาก แวดล้อมไปด้วยบริวารจำนวนมาก เดินมาทางนั้น นางยักษิณีเห็นก็มีความยินดี จึงวิ่งไป พวกมนุษย์ผู้เป็นบริวารเห็นดังนั้นพากันหนีไปหมด  นางยักวิ่งเร็วประดุจลม จับพราหมณ์ได้แล้วแบกไว้บนหลังพาไปคูหา เมื่อได้ถูกต้องกับบุรุษเข้าก็เกิดสิเนหาในพราหมณ์นั้น จึงมิได้เคี้ยวกิน แต่กระทำเขาให้เป็นสามีของตน แล้วทั้งคู่ต่างก็อยู่ร่วมกันด้วยความสมัครสมานสามัคคี
ตั้งแต่นั้นมานางยักษิณีก็เที่ยวจับมนุษย์ถือเอาผ้า ข้าวสารและน้ำมันเป็นต้น มาปรุงเป็นอาหารมีรสเลิศต่าง ๆ ให้สามี  ตนเองเคี้ยวกินเนื้อมนุษย์ เวลาที่นางจะไปไหน นางจะเอาหินแผ่นใหญ่ปิดประตูถ้ำก่อนแล้วจึงไป เพราะกลัวพราหมณ์จะหนี ทั้งสองอยู่กันอย่างปรีดาปราโมทย์ และเพราะอาศัยการอยู่ร่วมกัน นางยักษิณีจึงตั้งครรภ์ พอล่วงไปได้ ๑๐ เดือน นางก็คลอดบุตรเป็นชาย นางมีความรักความสิเนหาในบุตรชายและพราหมณ์เป็นอันมาก ได้เลี้ยงดูคนทั้ง ๒ เป็นอย่างดี
ต่อมา ครั้นบุตรเจริญวัยแล้ว นางยักษิณีได้ให้บุตรเข้าไปอยู่ภายในถ้ำพร้อมกับบิดา แล้วปิดประตูเสีย
วันหนึ่ง บุตรชายรู้ว่านางยักษิณีผู้เป็นมารดาไปแล้ว จึงได้เอาศิลาออกแล้วพาบิดาไปข้างนอก
นางยักษิณีกลับมา เห็นดังนั้นจึงถามว่า ใครเอาศิลาออก
บุตรชายตอบว่า ฉันเอาออกเองจ้ะแม่ ฉันไม่สามารถจะนั่งอยู่ในที่มืดได้
นางก็มิได้ว่าอะไรเพราะรักบุตร.  
อยู่มาวันหนึ่ง บุตรชายถามบิดาว่า พ่อจ๋า เหตุไรหน้าของแม่ฉันจึงไม่เหมือนหน้าของพ่อ.
พราหมณ์ผู้เป็นบิดากล่าวว่า ลูกรักแม่ของเจ้าเป็นยักษิณีที่กินเนื้อมนุษย์ เราสองพ่อลูกนี้เป็นมนุษย์.
บุตรกล่าวว่า พ่อจ๋า ถ้าอย่างนั้นเราจะอยู่ในที่นี้ทำไม ไปเถิดพ่อเราไปยังถิ่นมนุษย์กันเถิด. พราหมณ์ผู้เป็นบิดากล่าวว่า ลูกรัก ถ้าเราหนีแม่ของเจ้าก็จักฆ่าเราทั้งสองเสีย
บุตรชายพูดเอาใจบิดาว่า อย่ากลัวเลยพ่อ ฉันจะรับภาระพาพ่อไปให้ถึงถิ่นมนุษย์.
ครั้นวันรุ่งขึ้น เมื่อมารดาไปแล้วได้พาบิดาหนี
นางยักษิณีกลับมาไม่เห็นคนทั้งสอง จึงวิ่งไปด้วยความเร็วประดุจลม จับคนทั้งสองได้แล้วกล่าวว่า พราหมณ์ ท่านหนีทำไม ท่านอยู่ที่นี้ขาดแคลนอะไรหรือ ?
พราหมณ์กล่าวว่า น้องรักเธออย่าโกรธพี่เลย ลูกของเธอพาพี่หนี
นางก็มิได้ว่าอะไรเขา เพราะความสิเนหาในบุตร ปลอบโยนคนทั้งสองให้เบาใจ จากนั้นพากลับไปที่อยู่ของตน.
ในวันที่ ๓ คนทั้งสองหนีไปอีก นางยักษิณีก็ได้นำคนทั้งกลับมาอีกเช่นเคย .
บุตรชายคิดว่า แม่ของเราคงจะมีที่ที่เป็นเขตแดนกำหนดไว้ ทำอย่างไรเราจึงจะถามถึงแดนที่อยู่ในอาณาเขตของแม่ได้ เมื่อถามได้เราจักหนีไปให้เลยเขตแดนนั้น.
วันหนึ่งบุตรชายกอดมารดานั่งลง ณ ที่ควรแห่งหนึ่ง แล้วกล่าวว่า แม่จ๋า ธรรมดาของที่เป็นของแม่ย่อมตกเป็นของลูก ขอแม่ได้โปรดบอกเขตกำหนดพื้นดินที่เป็นของแม่แก่ฉันเถิด
นางยักษิณีบอกที่ยาว ๓๐ โยชน์ กว้าง ๕ โยชน์ มีภูเขาเป็นต้น เป็นเครื่องหมายในทิศทั้งปวงแก่บุตรแล้วกล่าวว่า ลูกรัก เจ้าจงกำหนดที่นี้ซึ่งมีอยู่เพียงเท่านี้ไว้
ครั้นล่วงไปได้สองสามวัน เมื่อมารดาไปสู่ดงแล้ว บุตรชายได้แบกบิดาขึ้นคอวิ่งไปโดยเร็วดุจลม ตามสัญญาที่มารดาให้ไว้ ถึงฝั่งแม่น้ำอันเป็นเขตกำหนด
นางยักษิณีกลับมาเมื่อไม่เห็นคนทั้งสองก็ออกติดตาม
บุตรชายพาบิดาไปถึงกลางแม่น้ำ
นางยักษิณีไปยืนอยู่ที่ริมฝั่งแม่น้ำ รู้ว่าคนทั้ง ๒ ล่วงเลยเขตแดนของตนไปแล้ว จึงยืนอยู่ที่นั้นเอง วิงวอนบุตรและสามีว่า ลูกรัก เจ้าจงพาพ่อกลับมา แม่มีความผิดอะไรหรือ ? อาศัยเราแล้ว สิ่งไร ๆ ที่พวกท่านขาดแคลนหรือ ? กลับมาเถิด ผัวรัก  
ลำดับนั้น พราหมณ์ได้ข้ามแม่น้ำไปแล้ว นางยักษิณีวิงวอนบุตรว่า ลูกรัก เจ้าอย่าได้ทำอย่างนี้เจ้าจงกลับมาเถิด.
บุตรชายกล่าวว่า แม่ ฉันและพ่อเป็นมนุษย์ แม่เป็นยักษิณี ฉันไม่อาจอยู่ร่วมกับแม่ได้ตลอดกาล ฉะนั้นฉันกับพ่อจะไม่กลับ.
ลูกรักเจ้าจะไม่กลับไปกับแม่จริงหรือ.
ใช่ ฉันจะไม่กลับไปกับแม่
ลูกรัก ถ้าเจ้าจักไม่กลับก็ตามเถิด ขึ้นชื่อว่าชีวิตในโลกนี้เป็นของยาก คนที่ไม่รู้ศิลปวิทยาไม่อาจที่จะดำรงชีพอยู่ได้ แม่รู้วิชาอย่างหนึ่งชื่อจินดามณี ด้วยอานุภาพของวิชานี้ อาจที่จะติดตามรอยเท้าของผู้ที่หายไปแล้วนานถึง ๑๒ ปีได้ วิชานี้จะเป็นเครื่องเลี้ยงชีวิตเจ้า ลูกรัก เจ้าจงเรียนมนต์อันหาค่ามิได้นี้ไว้ ว่าดังนั้นแล้ว ทั้ง ๆ ที่ถูกความทุกข์ถึงเพียงนั้นครอบงำ นางก็ได้สอนมนต์ให้ด้วยความรักลูก.
บุตรชายยืนอยู่ในแม่น้ำนั่นเอง ไหว้มารดาแล้วประณมมือเรียนมนต์ ครั้นเรียนได้แล้ว ได้ไหว้มารดาอีก แล้วกล่าวว่า แม่ ขอแม่จงไปเถิด
นางยักษิณีกล่าวว่า ลูกรัก เมื่อเจ้าและพ่อของเจ้าไม่กลับ แม่ก็ไม่อาจมีชีวิตต่อไปได้ เมื่อแม่ไม่ได้เห็นลูกก็คงต้องตายในวันนี้      
ครั้นกล่าวแล้ว นางยักษิณีได้ทุบหน้าอกของตนเอง. ทันใดนั้นหทัยของนางได้แตกทำลาย เพราะความเศร้าโศกถึงบุตร. นางตายแล้วล้มลงไปในที่นั้นนั่นเอง.
ขณะนั้นบุตรชายทราบว่ามารดาตายแล้ว จึงเรียกบิดาไปใกล้มารดา แล้วทำเชิงตะกอนเผาศพมารดา ครั้นเผาเสร็จแล้วได้บูชาด้วยดอกไม้นานาชนิด พลางร้องไห้คร่ำครวญ พาบิดาไปนครพาราณสี
จบเรื่อง ปาฏิหาริย์รักต่างพันธุ์


พบกันใหม่โอกาสหน้า
Cr.ขุนพลสามสลึง
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่