เช้าวันสดใส กับชีวิตในเมือง

กระทู้คำถาม
พออายุมากขึ้น กลับต้องการความสงบและเงียบ
ไม่เหมือนช่วงวัยรุ่น ชอยเสียงดังๆ ชอบความวุ่นวาย
แบบตื่นเช้ามาได้ยินข้างบ้านโวยวาย ได้ยินป้าขายข้าวแกง
ตะโกนเรียกลูกให้ลงมาช่วย ได้ยินร้านขายเป็ดไก่ด่าลูกน้อง
ได้ยินเสียงรถยนต์ รถเมล์ รถไฟ มอไซค์ ผู้คนเดินตลาด
ชอบกลิ่นไอของความรุงรังในทุกๆวัน

แต่พอวัยเริ่มมากขึ้น กลับรับไม่ได้กับเสียงที่ดัง และทนไม่
ได้กับความวุ่นวายของผู้คนแถวบ้าน บางครั้งยังถึงขนาด
ไปเอาเรื่องคนข้างบ้านที่กำลังตีลูกชายเพราะความซน คือ
มันรำคาญไง ตีลูกที่อายุ6-7ขวบอยู่นั้นละ เด็กก็ส่งเสียงร้อง
จนต้องเดินไปมองหน้าให้รู้ว่า เราไม่ไหวแล้วนะ ถึงเงียบได้

ก็ไม่รู้ว่า มีเราคนเดียวหรือป่าว ที่เปลี่ยนไป จากหน้ามือเป็น
หลังเท้าแบบนี้ คือชีวิตต่อจากนี้ ดันอยากจะมีอาชีพที่ไม่
ต้องไปยุ่งกับใครให้มากนัก หรืออาจจะเปิดร้านกาแฟบนเขา
ใดสักแห่งแล้งฝังตัวอยู่กับธรรมชาติไปเลย

แต่ก็ทำได้แค่คิด เพราะปัจจุบัน ภาระเยอะเกินกว่าจะปล่อย
วางได้ แถมกิจการที่ต้องดูแล ก็สงบไม่ได้ เงียบไม่ได้
ถ้าเงียบ ก็เตรียมตัวเจ๊งได้เลย

ก็เลยต้องทำไปจนกว่าลูกๆจะจบการศึกษาและมีการงานที่
มั่นคง มีชีวิตเป็นอยู่ที่ดี คือเป้าหมายของเราในตอนนี้ครับ

เมื่อใดที่ทุกอย่างพร้อม ก็คงออกจากเมืองหลวงไปสู่ความ
สงบกับคอมพิวเตอร์สักตัวในร้านกาแฟของเราเอง..
ก็เพียงพอแล้วครับ

ปอลอ.วันนี้ก็ต้องไปซื้อที่ดิน พรุ่งนี้ต้องไปศาลทำเรื่องรับ
รองบุตรขั้นตอนสุดท้ายละ ..

ชีวิตวุ่นวายดีแท้ 55555
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่