คนๆนี้เขาก็ไม่ได้เป็นญาติอะไรกับเราเลย เพียงแต่เจอกันแล้วคุยกันถูกคอ เราเลยนับถือเขาเหมือพี่คนนึง พี่เขาทำงานอยู่ต่างประเทศ นานๆจะกลับมาเมืองไทยสักครั้งนึง ตอนเรามีปัญหาถูกแฟนเก่าคุกคาม พี่คนนี้ก็บินตรงมาจากต่างประเทศ เพื่อมาสั่งสอนแฟนเก่าจนเขายอมเลิกลาไป เราว่าจะย้ายห้องไปที่อื่นเพื่อจะได้ไม่ต้องมาเจอกับปัญหาเดิมๆอีก พี่ก็เห็นด้วยแล้วเป็นคนช่วยขนของเราไปไว้ที่ห้องใหม่ พี่ก็กลับไปทำงานต่อที่ต่างประเทศ เราอยู่ห้องใหม่ได้ประมาณ6เดือน ก็เริ่มมีปัญหา มีคนมาเคาะประตูตอนเราหลับเสมอ เคยถึงขั้นงัดห้องเราเพื่อที่จะเข้ามาในห้อง แต่เขาเข้ามาไม่ได้เพราะเราล็อคหลายชั้น เราไปบอกเจ้าของหอ เจ้าของหอเลยไล่ให้คนที่ก่อกวนออกไป(เขาพักอยู่ที่หอนี้เหมือนกัน) แต่เราไม่ไว้ใจเลยเล่าเรื่องนี้ให้พี่ที่อยู่ต่างประเทศฟัง ซึ่งเขาก็บินกลับมาเลย แล้ววันซวยของคนก่อกวนก็มาถึง เพราะมันมาเคาะประตูห้องอีก แต่คราวนี้พี่อยู่เลยสั่งสอนไปแล้วจับส่งตำรวจ(แต่ตำรวจได้แค่ปรับแล้วปล่อยตัวไป) คราวนี้พี่เราแอบเอามอเตอร์ไซค์เราไปแข่ง แต่รถเราเป็นรถเดิมๆ เอาไว้ขี่ไปทำงานเท่านั้น ผลคือ พัง โดนค่าซ่อมไป4พันกว่า เรายังไม่มีปัญญาซ่อม เลยไปเอารถน้องสาวมาใช้ก่อน พี่เขาก็แอบขโมยไปแข่งอีก ดีว่ารอบนี้รถไม่พัง พี่มากินอยู่กับเราที่ห้องเงินใน ATM ที่เราเอาไว้ซื้อข้าวกินตอนทำงานก็ถูกแอบถอนไปจนหมด(เรากลับจากทำงานก็หลับไม่รู้เรื่องเลย รู้อีกทีตอนจะกดเงินออกมาใช้) พี่จะหายออกไปทีหลายวัน แต่ถ้าเงินหมดก็จะกลับมาหา จนเรารู้มาว่าพี่ติดพนันบอล น่าจะมีหนี้พนันบอลเยอะมาก แล้วเจ้าของหอก็มาบอกเราว่า พี่เอาเงินมัดจำค่าห้องของเราไปหมดแล้วนะ ทำเรามืดแปดด้านเลย คือทำให้เราไม่กล้าอยู่ห้องอีกแล้ว กลัวอะไรๆหลายๆอย่าง ล่าสุด มีคนมาเคาะห้องเพื่อมาทวงค่าพนันบอลกับเราด้วย เราควรทำยังไงดี
คนที่เคยมีบุญคุณกับเรา แต่ตอนนี้เขากับสร้างภาระมากมายมาให้เรา ควรทำยังไง