สอบถามเรื่องการวางตัว...เมื่อต้องทำงานร่วมกันกับผู้ชายที่มีภรรยาแล้วค่ะ

ต้องออกตัวก่อนว่า...นิมีแฟนแล้วค่ะ และพอดีเขาต้องไปทำงานต่างประเทศประมาณ 1 ปี ทำให้งานที่เคยทำร่วมกันตกมาเป็นหน้าที่ของเราคนเดียว ซึ่งมันหนักและเราต้องการหาคนมาช่วยในจุดนี้ ก็ปรึกษากับแฟนตลอดนะคะ คุยกันทุกวัน เขาไม่อยากให้เราทำงานตรงนี้อยู่คนเดียว แต่นิเสียดายรายรับ...ก็เลยหนักอยู่สองเดือนจนติดต่อลูกค้าได้โปรเจ็คใหญ่มา

พอดีกับมีพี่ที่รู้จักแนะนำน้องคนหนึ่งให้มาทำงานด้วย แรกเริ่มนิก็แบ่งงานเล็กๆ น้อย ไปซึ่งผลตอบรับกลับคือ...งานที่ออกมาดีมาก เรื่องส่งตัวอย่างสินค้าให้ลูกค้า เรื่องจุกจิกเล็กๆน้อยๆ สามารถฝากฝั่งให้จัดการได้ พอเริ่มรู้จักก็มีโอกาศแวะไปเยี่ยมน้องมันที่บ้าน ก็เจอกับเมียของน้องมัน ก็คุยกันตามปกติค่ะไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่น้องผู้หญิงคนนี้หลายครั้งมากที่ชอบพูดเปรยออกมาว่า...ชีวิตนินี้ดีจังเลยนะได้เดินทางไปโน่นมานี้ เขาเองก็อยากจะไปเที่ยวแบบนี้บ้าง ...นิได้ฟังประโยคแบบนี้บ่อยมากจึงออกปากชวนให้ไปด้วยกัน น้องผู้หญิงมันก็ดีใจ รับปากว่าไปแน่นอนไม่มีทางพลาด

ทริปไปหาลูกค้าเป็นรอบสั้น ๆ ค่ะประมาณ 3 วันซึ่งก็ตัดสินใจว่าจะขับรถไปกันเอง แวะคุยกับลูกค้าแล้วจะได้แวะเที่ยวไปด้วย ประเด็นคือเมื่อเริ่มออกเดินทาง(เพชรบุรี-หาดใหญ่) ด้วยรถสี่ประตู นินั่งทำงานอยู่ด้านหลัง น้องผู้ชายเป็นคนขับรถนั่งคู่กับน้องผู้หญิงที่ด้านหน้า อยู่ๆก็รู้สึกถึงการกดดัน บรรยากาศเงียบแปลกๆ นิผู้ซึ่งอยู่ด้านหลังก็หาเรื่องชวนคุย ซึ่งก็เป็นเรื่องงาน เรื่องแผนว่าอยากไปเที่ยวที่ไหนกันบ้าง เราก็ชวนคุยไปเรื่อย ไม่อยากให้มันดูเงียบอีกอย่างคือ พอนินั่งรถแล้วไม่หาอะไรมาทำไม่นานมันก็จะง่วง  ซึ่งตามมารยาทแล้วเราควรมีสติอยู่ตลอดเพื่อคอยบอกเส้นทาง

แล้วอยู่ๆ น้องผู้หญิงมันก็เงียบไปเลย ไม่พูดไม่จา แล้วพูดลอยๆออกมาว่า "สนุกไหมคุยกันสองคน"  

คือหลังจากที่นิได้ยินก็รู้สึกไม่โอเคมาก ด้วยน้ำเสียง อะไรหลาย ๆ อย่างแต่นิก็นิ่งแล้วก็ไม่ได้พูดอะไรมากมาย นั่งคุยกับลูกค้าบ้าง กับแฟนบ้าง หลังๆก็รับโทรศัพย์เรื่องงานอยู่ตลอดจนถึงหาดใหญ่  มันจะมีช่วงที่แวะทานข้าวสองสามีภรรยาก็นั่งเขาก็นั่งอยู่คู่กันโดยมีเรานั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม กับข้าวสี่อย่างวางตรงกลาง

ประเด็นคือ นิกินช้า ...คือเล่นไลน์คุยงาน อ่านเอกสารไปด้วย ก้มหน้าดูโทรศัพย์อยู่ตลอด น้องผู้ชายมันก็ตักกับข้าวมาใส่จานนิ หลายอย่าง เราเห็นก็เอ่ยขอบใจ บอกว่าไม่เป็นไร จัดการตัวเองได้ กินกันได้ตามสบาย ถ้าไม่พอก็สั่งเพิ่มได้อีก น้องผู้ชายมันก็พูดแซว ๆ เมียมันนั่นแหล่ะ หันไปยิ้ม ไปลูบผม นิเห็นแล้วก็ยังอมยิ้มเลย จนกระทั่งน้องผู้ชายมันเอ่ยแซว

" รีบกินเถอะพี่...กินช้าเดี๋ยวไม่ทันแฟนผมน่ะ"

เท่านั้นแหล่ะ พูดจบ น้องผู้หญิงมันวางช้อนกระแทกจานแรงมาก ข้าวกระจาย แล้วลุกขึ้นเดินออกไป..
นิได้แต่นั่งมองหน้ากับน้องมัน แล้วก็พูดติดตลกประมาณว่า ไปคุยกันให้ดี ๆ พี่ไม่โอเคเลยที่มันเป็นแบบนี้ ช่วงเย็นก็แยกกันไปพักห้องใคร ห้องมัน ช่วงเที่ยงคืนก็ VDO call คุยกับแฟนก็เล่าให้เขาฟัง ...เขาฟังแล้วก็เงียบนะคะ ไม่ได้พูดอะไรมาก ไอ้เราก็อยากได้เพื่อนคุย ไม่เคยเจอใครที่นิสัยแบบนี้ก็มีติดสตันพอสมควร

ช่วงเช้าตื่นขึ้นมาก็พาไปกินติ่มซำร้านดังในตัวเมืองอยู่แถวในตลาด คนกินกันเยอะมาก ตัวนิเองยังชอบ  สามคนกินกันไปเกือบ 40 เข่ง ยังมีบัคกุดเต๋ ราดหน้าปลา พอกินเสร็จปุ๊ป นิจ่ายตังปั๊บ น้องผู้หญิงมันก็พูดเสียงดังเลยว่า "ไม่อร่อย แล้วยิ้มแพงอีก" คือนิอายมาก ต้องหันไปพูดขอโทษป้าเจ้าของร้านแล้วรีบเดินหนีออกมาเลย ตอนที่นั่งอยู่ในรถนี้คือโกรธมาก อยากจะให้ทริปนี้มันจบเร็วๆ อยากกลับบ้านแล้ว ต้องนั่งทำสมาธิอะคะ ไม่อยากพูดอะไรมาก เพราะช่วงสายเราต้องไปเจอลูกค้าถ้าอารมณ์ไม่ดีหรือหงุดหงิดมันก็ไม่ดี ทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดีค่ะ งานโอเค ลูกค้าน่ารักมาก แล้วตอนกลับบรรยากาศที่แสนอึดอัดก็กลับมาอีก ช่วงที่แวะเที่ยวตามจุดต่าง ๆ มันก็จะมีคำพูดลอย ๆประหลาดๆดังมาตลอดเช่น

ตอนที่เราแวะซื้อของฝากกลับบ้าน ก็ลอย ๆ มาว่า " คนรวยนี้ดีเนอะ จะซื้ออะไรก็ไม่ต้องคิดมาก"  เราก็นิ่ง
ตอนที่แวะปั้ม นิก็เข้าอเมซอนซื้อกาแฟ ชาเขียว มาสามแก้ว ก็ตั้งใจซื้อไปฝากมันสองคนนั้นแหล่ะ นินั่งเงียบมาตลอดไม่ได้ชวนคุยก็แอบกังวลกลัวคนขับง่วง เส้นทางก็อีกหลายร้อยโลกว่าจะถึง แต่พอเรายื่นให้ น้องผู้หญิงมันก็พูด

"เหมือนรู้ใจกันเลย แฟนบ่นอยากกินกาแฟแล้วพี่ก็ซื้อมาให้"

ตอนนั้นในใจนะ...คืออยากจะเอากาแฟทั้งหมดไปโยนทิ้งถังขยะตัดความรำคาญ จุดพีคคือข้าวเย็นของวันนั้นนั่นแหล่ะ ตั้งแต่ออกจากสงขลาวิ่งสายนอกมาก่อนถึงสุราษรฎ์ ก็เงียบกันมาตลอดทาง แล้วนิก็ถามน้องผู้หญิงตามปกติ "หิวข้างรึยัง" เท่านั้นแหล่ะ แบบประโยคประชดต่าง ๆ นานาก็พรั่งพรูออกมา
"ดีน่ะ นี้ถ้าผัวถามเราสักคำว่าหิวไหมก็ชื่นใจแล้ว"
"ปวดท้องตั้งแต่ออกมาจนถึงตอนนี้มันยังไม่ถามสักคำ"
"นี้แหล่ะผู้ชายพอได้แล้วก็เผยสันดาน"
แล้วมันก็หยาบคายขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงร้านอาหาร ระหว่างนั่งทานทุกอย่างดูอึดอัดไปหมด ในช่วงที่น้องผู้หญิงลุกไปเข้าห้องน้ำ น้องผู้ชายมันก็ขอโทษแทนเมียอยู่หลายครั้ง ยกมือไหว้ก้มหัวจรดโต๊ะอยู่อย่างนั้น เราเห็นก็สงสารได้แต่บอกให้น้องมันอย่าคิดมาก นิไม่เป็นไร ช่างมันเถอะ
พอน้องผู้หญิงกลับมานั่งทานข้าว น้องผู้ชายที่ทานเสร็จก็ขอตัวออกไปสูบบุหรี่ ตอนที่นั่งกันอยู่สองคนนี้คือ คำที่นิได้ยินนี้คือคำด่าล้วน ๆ น้องผู้หญิงด่าแฟนออกมาแบบ เราได้ฟังแล้วยังสงสาร นิกล่าวเตือนสติไปหลายคำ

"คนเราต้องมีสติ คำพูดบางคำเมื่อพูดแล้วมันไม่สามารถเรียกกลับไปได้ ความรู้สึกก็เหมือนกัน ถ้ามันเสียไปแล้วมันก็เป็นเรื่องยากมากที่จะกลับมาเหมือนเดิม" ...

"แฟนคือครึ่งหนึ่งของชีวิตเราน่ะ แล้วเราจะด่าครึ่งชีวิตของเราด้วยคำแบบนั้นทำไม มันไม่เห็นได้อะไรนอกจากความสะใจ พี่พูดให้คิดนะ"

"ผู้ชายเนี๊ยะ! ...ไม่ต้องพูดประชดให้มันดูซับซ้อน ถ้าอยากได้อะไรก็บอกไปตามตรง มัวแต่นั่งประชดอ้อมโลกแบบนี้มันจะรู้ไหมว่าจะเอาอะไร"

"อยากจะให้มันเป็นแบบนั้น อยากจะให้มันเป็นแบบนี้ โน่นก็ไม่ดี นี้ก็ไม่ได้ ...เอาตามจริงเลยนะ เราก็ไม่ได้ดีพร้อม ค่อยๆปรับกัน"

"พี่พูดตามตรงเลยนะ ...แกโชคดีมากที่ได้แฟนแบบนี้ ขยัน...ทำแต่งาน ไม่เที่ยว ไม่กินเหล้า หาตังมาได้เท่าไหร่ก็ให้เมียหมด คอยมอง คอยดู คอยถามอยู่ตลอด ลองนั่งคิดดูละกันพี่ก็เตือนได้แค่นี้" เห็นน้องมันนั่งเงียบไปสักพัก ก่อนจะพูดออกมาเชิงว่า "ฝากมันด้วยละกันพี่...เผื่อมันอยากได้เมียใหม่"
คือแบบ...หลังจากสุราฎ มานี้นิขับกลับเอง พอถึงเพชรก็แวะไปส่งพวกน้องมันที่บ้าน ส่วนเราก็กลับมานอนกับแม่ที่บ้าน ทริปบ้าๆ นั่นก็ถือจบไป
ค่าใช้จ่ายทั้งหมด ทั้งค่าที่พัก ค่าจ้างขับรถ ค่าน้ำมัน ค่าข้าว ประมาณ 12,000 แลกกับค่าโง่...ที่เอาตัวเองไปอยู่ในสถาณการน์แบบนั้น


หลังจากนั้น นิไม่เคยไปบ้านของพวกน้องมันอีกเลย ไม่โทรหา ไม่ติดต่อ นอกจากจะมีเรื่องงานสำคัญจริงๆเท่านั้น จึงจะเรียกมาทำงาน
ประเด็นสำคัญคือ หลังจากนั้นมันก็เลิกกันจริง ๆ น้องผู้ชายออกมาขออยู่ที่บ้านเช่าของแม่นิ  ของานจากแม่ทำ  แม่ก็เอ็นดูค่ะ เพราะน้องมันเป็นเด็กขยัน ตอนนั้นนิไม่อยู่บ้านนะคะ ขึ้นมาอยู่บ้านพ่อแม่แฟนที่กรุงเทพ งานที่เคยทำก็ลงตัวขึ้น ส่วนมากก็จะโทรสั่ง แล้วก็ได้พี่อีกคนเข้ามาช่วย...มันก็เป็นระบบ เป็นขั้นเป็นตอน ประเด็นตอนนี้คือ ในระแวกแถวนั้นเริ่มมีข่าวเชิงชู้สาวระหว่างนิกับน้องคนนั้น พอให้ญาติที่เป็นตำรวจสืบก็เจอต้นตอว่ามาจากคนที่พวกเราคิดกันนั้นแหล่ะ เลยให้แม่ไปเตือนแต่ --- ไม่สำเร็จก็ยังพูดกันอยู่  แม่ก็เลยบอกให้นิอยู่กรุงเทพยาวๆไปเลย ไม่ต้องกลับบ้าน รอแฟนกลับมาจากนอกแล้วค่อยกลับบ้านพร้อมกัน ตัดปัญหา ... คือแล้วงานนิที่โน่นละ มันก็ต้องกลับไปดูบ้าง แล้วมันไม่มีวิธีที่ดีกว่านี้เลยเหรอ...
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 1
เราอ่านแล้วงงตั้งแต่ จขกท ไปชวนผู้หญิงไปเที่ยวหาลูกค้าด้วยกันละ ไปทำงานไปชวนเมียเค้าไปด้วยทำไม แถมไปกันแค่นี้ ไม่ใช้เอ้าติ้งบริษัทนะที่ไปกันเป็นสิบคน คือการตัดสินใจของคนทั้งสามคนไม่โอเคหมด อย่างน้องผู้ชาย โต๊ะแค่ 4 คนจะตักกับข้าวให้คุณเพื่อ? โต๊ะไม่ใหญ่มันต้องตักเองถึงอยู่แล้ว ต่อหน้าเมียอีก โคตรไม่ให้เกียรติเมีย คุณเองไปสอนเมียเค้าว่าสามีเค้าดีอย่างนั้นอย่างนี้ทั้งที่เค้ากำลังหึงคุณอยู่?? มันย่อมทำให้เค้าคิดว่าคุณอยากได้เองอีก เมียน่ะมรรยาททรามจริงๆแต่อ่านดูทั้งคุณทั้งตัวสามีวางตัวแปลกๆ การที่เค้าขนาดกล้าตักกับข้าวให้เราว่าก็ไม่ธรรมดาแล้วนะ แล้วตักนี่ช้อนกลางรึเปล่า ถ้าไม่ช้อนกลางแปลว่ากล้ากินน้ำลายกัน.....ซึ่งคนที่จะกล้ากินน้ำลายกันได้มีไม่กี่กรณี....
แสดงความคิดเห็น
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  ปัญหาครอบครัว สุขภาพจิต ปัญหาชีวิต
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่