ยาวหน่อยนะครับ
ผมมีเรื่องขอคำปรึกษาหน่อยครับ แฟนผมได้ขายรถของแม่ยายให้กับเต้นท์เดิมที่ซื้อมาในตอนแรก เนื่องจากแม่ยายป่วยหนักเลยไม่มีเงินส่งค่างวดรถ โดยผ่อนกับทางไฟแนนท์มาแล้ว21งวดจากทั้งหมด72งวด โดยทางเต้นท์ทำสัญญาจะซื้อจะขาย ทางผมมียอดค้าง2งวดและยอดค้างไฟแนนท์ประมาณ580000 บาท ทางเต้นท์รับซื้อคืนในราคาประมาณ 450000บาท และส่วนต่างจะต้องผ่อนชำระกับทางเต้นท์เดือนละ3000บาทจำนวน60งวด ทำสัญญาวันที่16พฤศจิกายน 2560 และในสัญญาระบุว่าทางเต้นท์จะรับผิดชอบค่างวดและเบี้ยปรับต่างๆแทนจนกว่าจะขายได้ และให้ทางแฟนผมชำระค่าส่วนต่างทุกวันที่ 16ของทุกเดือน ถัดมาหนึ่งเดือนจากขายรถยนต์ให้เต้นท์ทางไฟแนนท์ก็โทรมาทวงค่างวดที่ค้างชำระ ผมเลยถามไปทางไฟแนนท์ว่ายอดปิดทั้งหมดเท่าไหร่ เพราะตอนที่ทำสัญญายังไม่ได้เช็คยอดปิดทางเต้นท์เลยขอถือยอดตามบิลที่ค้างไว้ก่อน ต่อมาทางไฟแนนท์แจ้งว่าประมาณ530000 บาท ทางผมก็ได้ทักท้วงไปทางเต้นท์ว่ายอดที่แท้จริง530000บาท ไม่ใช่580000บาท ตามที่ลงไว้ที่แรก แต่ทางเต้นท์ก็ไม่ยอมเปลี่ยนยอดให้ โดยให้เหตุผลว่าสัญญาทำไปแล้วแก้ไขไม่ได้ หลังจากนั้นทางเราก็ได้ทวงถามค่างวดกับเต้นท์ทุกเดือนเพื่อให้ไปจ่ายทางไฟแนนท์ โดยบอกให้ทางเต้นท์ไปจ่ายค่างวดให้แล้วแจ้งมาทางผม ผมจะเข้าไปจ่ายส่วนที่ค้างจ่ายให้ แต่ทางเต้นท์ไม่ยอมจ่ายค่างวดให้ตั้งแต่วันที่ตกลงทำสัญญากัน จนมีหมายศาลมาให้ยายและแฟนผมไปขึ้นศาล เนื่องจากไม่ได้ผ่อนชำระมาตั้งแต่ตุลาคม2560 และเรียกให้เอารถยนต์ไปคืนหรือจ่ายเป็นเงิน539300 และค่าขาดผลประโยชน์เดือนละ4900 ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2560 เป็นเงิน63700 และค่าเสียหายอีกเดือนละ4900จนกว่าจะคืนรถ รวมเป็นเงิน603000 บาทและค่าดอกเบี้ย7.5ต่อปีของเงิน603000บาท นับจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ และค่าทนายและค่าธรรมเนียมศาล พอได้รับหมายศาลผมเลยไปปรึกษาศูนย์ดำรงค์ธรรมจังหวัด ได้คำแนะนำให้ไปแจ้งความเนื่องจากเรื่องถึงศาลแล้วเกินความสามารถของทางศูนย์ จึงแนะนำให้ไปแจ้งความที่โรงพักอำเภอ ซึ่งเป็นท้องที่ที่เต้นท์นั้นตั้งอยู่ ผมได้เข้าไปแจ้งความเมื่อวาน แต่ทางพนักงานสอบสวนบอกว่ากรณีคล้ายๆผมกับเต้นท์นี้อยู่ในขั้นไกล่เกลียกับอัยการประมาณ60ราย เลยบอกให้ผมไกล่เกลี่ยกับทางเต้นท์ดูก่อนผมเลยไม่ได้แจ้งความเมื่อวาน พอกลับมาผมปรึกษากับแฟนแล้วว่าอยากเอารถไปคืนไฟแนนท์ และไกล่เกลี่ยค่าต่างๆกับไฟแนนท์ ส่วนค่าขาดประโยชน์กับค่าทนายและค่าธรรมเนียมศาลที่เกิดขึ้น ถ้าทางไฟแนนท์ฟ้องร้องผมมา ผมคิดว่าจะฟ้องร้องต่อศาลให้เต้นท์จ่ายค่าเสียหายให้ เนื่องจากเกิดตอนที่รถยนต์นั้นอยู่กับเต้นท์ วันนี้ผมเดินทางไปแจ้งความ โดยได้โทรไปก่อนจะเข้าพบรองสืบสวนคนที่ผมเข้าไปแจ้งเมื่อวานว่าจะเข้าไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐานแต่ทางรองท่านนั้นบอกว่าไม่ว่างให้ผมมาใหม่วันหลังและนัดหมายกันอีกที พอดีกับมีพี่ตำรวจท่านนึงเข้ามาสอบถามผมว่าเรื่องที่แจ้งไปถึงไหนแล้ว ผมจึงบอกไปว่าผมจะมาแจ้งความวันนี้ แต่ท่านรองให้มาวันหลังและนัดอีกที พี่ตำรวจคนนี้เลยช่วยให้ผมได้เข้าไปแจ้งความกับรองท่านที่ผมโทรหา และในตอนที่แจ้งความท่านรองก็พูดว่าเต้นท์มาคุยกับผมแล้วว่าคุณไม่จ่ายทางเต้นท์เดือนละ3000 เค้าเลยไม่จ่ายค่างวดให้คุณ ผมก็แย้งกลับว่าผมขอเปลี่ยนสัญญาแล้วเรื่องยอดเงินไม่ตรงทางนั้นก็บอกไม่ได้ ผมก็ยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น ส่วนเรื่องเงิน3000 ผมก็บอกให้ทางเต้นท์ไปจ่ายค่างวดให้ผมแล้วแจ้งผมมา ผมจะไปจ่าย3000ให้ ท่านรองก็เงียบไป ผมก็แจ้งอีกว่าอยากได้รถคืน ทางท่านรองก็อ้างไปเรื่อยๆจนผมรู้สึกว่าเข้าข้างทางเต้นท์ตลอด โดยไม่ฟังเหตุผลทางฝังผมและมักจะอ้างว่าผมไม่จ่าย3000 จึงทำให้เต้นท์เค้าไม่ไปจ่ายให้จนเกิดเรื่องแบบนี้ แล้วท่านรองก็พิมพ์ใบแจ้งความจนเสร็จ แล้วก็บอกผมอีกว่าผมจะเเจ้งเค้าข้อหาอะไร ผมเลยตอบไปว่าไม่ทราบ เเล้วถามกลับว่าผมจะแจ้งข้อหาอะไรได้บ้าง ท่านรองก็ตอบว่าผมก็ไม่รู้แล้วให้ผมเดินตามไปเอาใบแจ้งความที่ปริ้น เสร็จแล้วให้ผมไปถ่ายเอกสาร แล้วบอกผมว่าอยู่ในขั้นตอนการไกล่เกลี่ยผมจะนัดมาอีกที ผมรู้สึกได้เลยว่าเหมือนผมจะไม่ได้รับความเป็นธรรม บางคำพูดในห้องที่ผมไปแจ้งความผมก็รู้สึกว่าแทนที่เค้าจะช่วยฟังเราบ้าง ไม่เอะอะก็ว่าแต่ทางเราผิดตลอด หรือหาคำพูดมายัดเยียดให้เราเป็นฝ่ายผิดเสียเอง คำพูดบางคำอยากจะพูดมากกว่านั้นแต่ก็ต้องอดทนไว้เพื่อทีท่านรองจะรับแจ้งความให้ผมเพื่อเป็นหลักฐานในการต่อสู้คดีในอนาคต หลังจากออกจากโรงพักก็ได้คุยกับทางผู้เสียหายท่านอื่น เค้าก็บอกว่าเต้นท์นี้เส้นใหญ่แบ็คดี ส่วนใหญ่มาแจ้งเค้าก็จะเคลียเป็นรายๆ เพื่อแลกกับการถอดแจ้งความ ยิ่งทำให้ผมรู้สึกว่าหมดหนทางไม่รู้จะหาทางออกยังไง ตอนขับรถกลับทางเต้นท์ก็โทรมาบอกกับผมว่าจะเข้าไปปิดค่างวดให้เเลกกับที่ผมต้องผ่อนรายเดือนให้เค้าเดือนละ3000 บาท 60เดือน และต้องจ่ายก่อน30000บาทในส่วนที่ค้าง ส่วนที่เหลือก็ผ่อนจ่ายปกติ และถามผมอีกว่าผมไปแจ้งความเค้าในข้อหาอะไร
ผมอยากขอคำปรึกษาว่า
1. ผมจะเอารถคืนจากเต้นท์ได้ไหมโดยไม่ต้องรอตำรวจ ถ้าได้ขอทราบรายละเอียดด้วยครับ ผมอยากได้รถไปคืนไฟแนนท์มากๆครับไม่รู้จะเริ่มยังไงครับ
2.เต้นท์มีสิทธิ์จะไม่คืนรถหรือเรียกค่าเสียหายกับผมได้ไหมครับ
3.ถ้าไฟแนนท์ฟ้องร้องค่าเสียหายมา ในส่วนที่เกิดขึ้นช่วงเวลาที่ขายรถให้เต้นท์ ผมจะเรียกค่าเสียหายกับเต้นท์ได้ไหมครับ
ขอบคุณมากครับ
ขอคำแนะนำ ปรึกษา และหาทางออกครับ ตอนนี้ไม่รู้จะเริ่มตรงไหนดี
ผมมีเรื่องขอคำปรึกษาหน่อยครับ แฟนผมได้ขายรถของแม่ยายให้กับเต้นท์เดิมที่ซื้อมาในตอนแรก เนื่องจากแม่ยายป่วยหนักเลยไม่มีเงินส่งค่างวดรถ โดยผ่อนกับทางไฟแนนท์มาแล้ว21งวดจากทั้งหมด72งวด โดยทางเต้นท์ทำสัญญาจะซื้อจะขาย ทางผมมียอดค้าง2งวดและยอดค้างไฟแนนท์ประมาณ580000 บาท ทางเต้นท์รับซื้อคืนในราคาประมาณ 450000บาท และส่วนต่างจะต้องผ่อนชำระกับทางเต้นท์เดือนละ3000บาทจำนวน60งวด ทำสัญญาวันที่16พฤศจิกายน 2560 และในสัญญาระบุว่าทางเต้นท์จะรับผิดชอบค่างวดและเบี้ยปรับต่างๆแทนจนกว่าจะขายได้ และให้ทางแฟนผมชำระค่าส่วนต่างทุกวันที่ 16ของทุกเดือน ถัดมาหนึ่งเดือนจากขายรถยนต์ให้เต้นท์ทางไฟแนนท์ก็โทรมาทวงค่างวดที่ค้างชำระ ผมเลยถามไปทางไฟแนนท์ว่ายอดปิดทั้งหมดเท่าไหร่ เพราะตอนที่ทำสัญญายังไม่ได้เช็คยอดปิดทางเต้นท์เลยขอถือยอดตามบิลที่ค้างไว้ก่อน ต่อมาทางไฟแนนท์แจ้งว่าประมาณ530000 บาท ทางผมก็ได้ทักท้วงไปทางเต้นท์ว่ายอดที่แท้จริง530000บาท ไม่ใช่580000บาท ตามที่ลงไว้ที่แรก แต่ทางเต้นท์ก็ไม่ยอมเปลี่ยนยอดให้ โดยให้เหตุผลว่าสัญญาทำไปแล้วแก้ไขไม่ได้ หลังจากนั้นทางเราก็ได้ทวงถามค่างวดกับเต้นท์ทุกเดือนเพื่อให้ไปจ่ายทางไฟแนนท์ โดยบอกให้ทางเต้นท์ไปจ่ายค่างวดให้แล้วแจ้งมาทางผม ผมจะเข้าไปจ่ายส่วนที่ค้างจ่ายให้ แต่ทางเต้นท์ไม่ยอมจ่ายค่างวดให้ตั้งแต่วันที่ตกลงทำสัญญากัน จนมีหมายศาลมาให้ยายและแฟนผมไปขึ้นศาล เนื่องจากไม่ได้ผ่อนชำระมาตั้งแต่ตุลาคม2560 และเรียกให้เอารถยนต์ไปคืนหรือจ่ายเป็นเงิน539300 และค่าขาดผลประโยชน์เดือนละ4900 ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2560 เป็นเงิน63700 และค่าเสียหายอีกเดือนละ4900จนกว่าจะคืนรถ รวมเป็นเงิน603000 บาทและค่าดอกเบี้ย7.5ต่อปีของเงิน603000บาท นับจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ และค่าทนายและค่าธรรมเนียมศาล พอได้รับหมายศาลผมเลยไปปรึกษาศูนย์ดำรงค์ธรรมจังหวัด ได้คำแนะนำให้ไปแจ้งความเนื่องจากเรื่องถึงศาลแล้วเกินความสามารถของทางศูนย์ จึงแนะนำให้ไปแจ้งความที่โรงพักอำเภอ ซึ่งเป็นท้องที่ที่เต้นท์นั้นตั้งอยู่ ผมได้เข้าไปแจ้งความเมื่อวาน แต่ทางพนักงานสอบสวนบอกว่ากรณีคล้ายๆผมกับเต้นท์นี้อยู่ในขั้นไกล่เกลียกับอัยการประมาณ60ราย เลยบอกให้ผมไกล่เกลี่ยกับทางเต้นท์ดูก่อนผมเลยไม่ได้แจ้งความเมื่อวาน พอกลับมาผมปรึกษากับแฟนแล้วว่าอยากเอารถไปคืนไฟแนนท์ และไกล่เกลี่ยค่าต่างๆกับไฟแนนท์ ส่วนค่าขาดประโยชน์กับค่าทนายและค่าธรรมเนียมศาลที่เกิดขึ้น ถ้าทางไฟแนนท์ฟ้องร้องผมมา ผมคิดว่าจะฟ้องร้องต่อศาลให้เต้นท์จ่ายค่าเสียหายให้ เนื่องจากเกิดตอนที่รถยนต์นั้นอยู่กับเต้นท์ วันนี้ผมเดินทางไปแจ้งความ โดยได้โทรไปก่อนจะเข้าพบรองสืบสวนคนที่ผมเข้าไปแจ้งเมื่อวานว่าจะเข้าไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐานแต่ทางรองท่านนั้นบอกว่าไม่ว่างให้ผมมาใหม่วันหลังและนัดหมายกันอีกที พอดีกับมีพี่ตำรวจท่านนึงเข้ามาสอบถามผมว่าเรื่องที่แจ้งไปถึงไหนแล้ว ผมจึงบอกไปว่าผมจะมาแจ้งความวันนี้ แต่ท่านรองให้มาวันหลังและนัดอีกที พี่ตำรวจคนนี้เลยช่วยให้ผมได้เข้าไปแจ้งความกับรองท่านที่ผมโทรหา และในตอนที่แจ้งความท่านรองก็พูดว่าเต้นท์มาคุยกับผมแล้วว่าคุณไม่จ่ายทางเต้นท์เดือนละ3000 เค้าเลยไม่จ่ายค่างวดให้คุณ ผมก็แย้งกลับว่าผมขอเปลี่ยนสัญญาแล้วเรื่องยอดเงินไม่ตรงทางนั้นก็บอกไม่ได้ ผมก็ยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น ส่วนเรื่องเงิน3000 ผมก็บอกให้ทางเต้นท์ไปจ่ายค่างวดให้ผมแล้วแจ้งผมมา ผมจะไปจ่าย3000ให้ ท่านรองก็เงียบไป ผมก็แจ้งอีกว่าอยากได้รถคืน ทางท่านรองก็อ้างไปเรื่อยๆจนผมรู้สึกว่าเข้าข้างทางเต้นท์ตลอด โดยไม่ฟังเหตุผลทางฝังผมและมักจะอ้างว่าผมไม่จ่าย3000 จึงทำให้เต้นท์เค้าไม่ไปจ่ายให้จนเกิดเรื่องแบบนี้ แล้วท่านรองก็พิมพ์ใบแจ้งความจนเสร็จ แล้วก็บอกผมอีกว่าผมจะเเจ้งเค้าข้อหาอะไร ผมเลยตอบไปว่าไม่ทราบ เเล้วถามกลับว่าผมจะแจ้งข้อหาอะไรได้บ้าง ท่านรองก็ตอบว่าผมก็ไม่รู้แล้วให้ผมเดินตามไปเอาใบแจ้งความที่ปริ้น เสร็จแล้วให้ผมไปถ่ายเอกสาร แล้วบอกผมว่าอยู่ในขั้นตอนการไกล่เกลี่ยผมจะนัดมาอีกที ผมรู้สึกได้เลยว่าเหมือนผมจะไม่ได้รับความเป็นธรรม บางคำพูดในห้องที่ผมไปแจ้งความผมก็รู้สึกว่าแทนที่เค้าจะช่วยฟังเราบ้าง ไม่เอะอะก็ว่าแต่ทางเราผิดตลอด หรือหาคำพูดมายัดเยียดให้เราเป็นฝ่ายผิดเสียเอง คำพูดบางคำอยากจะพูดมากกว่านั้นแต่ก็ต้องอดทนไว้เพื่อทีท่านรองจะรับแจ้งความให้ผมเพื่อเป็นหลักฐานในการต่อสู้คดีในอนาคต หลังจากออกจากโรงพักก็ได้คุยกับทางผู้เสียหายท่านอื่น เค้าก็บอกว่าเต้นท์นี้เส้นใหญ่แบ็คดี ส่วนใหญ่มาแจ้งเค้าก็จะเคลียเป็นรายๆ เพื่อแลกกับการถอดแจ้งความ ยิ่งทำให้ผมรู้สึกว่าหมดหนทางไม่รู้จะหาทางออกยังไง ตอนขับรถกลับทางเต้นท์ก็โทรมาบอกกับผมว่าจะเข้าไปปิดค่างวดให้เเลกกับที่ผมต้องผ่อนรายเดือนให้เค้าเดือนละ3000 บาท 60เดือน และต้องจ่ายก่อน30000บาทในส่วนที่ค้าง ส่วนที่เหลือก็ผ่อนจ่ายปกติ และถามผมอีกว่าผมไปแจ้งความเค้าในข้อหาอะไร
ผมอยากขอคำปรึกษาว่า
1. ผมจะเอารถคืนจากเต้นท์ได้ไหมโดยไม่ต้องรอตำรวจ ถ้าได้ขอทราบรายละเอียดด้วยครับ ผมอยากได้รถไปคืนไฟแนนท์มากๆครับไม่รู้จะเริ่มยังไงครับ
2.เต้นท์มีสิทธิ์จะไม่คืนรถหรือเรียกค่าเสียหายกับผมได้ไหมครับ
3.ถ้าไฟแนนท์ฟ้องร้องค่าเสียหายมา ในส่วนที่เกิดขึ้นช่วงเวลาที่ขายรถให้เต้นท์ ผมจะเรียกค่าเสียหายกับเต้นท์ได้ไหมครับ
ขอบคุณมากครับ