มิติทางการแพทย์เรื่องมวยเด็ก
นพ. บุญเลิศ ศรีไพโรจน์กุล,รพ.วชิระภูเก็ต
บาดเจ็บที่ศีรษะในเด็ก
เมื่อได้อ่านข่าวและทราบว่ามีนักมวยเด็กคนหนึ่งเสียชีวิต ในฐานะที่เป็นประสาทศัลยแพทย์คนหนึ่งที่ทำงานคลุกคลีกับการผ่าตัดสมองมา20กว่าปี คิดว่าน่าจะให้ความรู้ทางด้านการบาดเจ็บทางสมองในเด็กได้บ้างนะครับ
กายวิภาคของสมองเด็กไม่เหมือนสมองผู้ใหญ่นะครับ ถึงแม้ว่าจะเป็นสมองคนเหมือนกัน พูดถึงในแง่การเจริญเติบโตสมองของเด็กยังไม่มีการเชื่อมต่อระหว่างเซลประสาทกันเองในสมองได้อย่างสมบูรณ์เหมือนของผู้ใหญ่(myelinating) การกระทบกระเทือนทำให้หยุดการพัฒนาการเชื่อมต่อของเซลประสาทต่างๆ หรือทำให้เกิดการตายของระดับเซล จึงมีผลต่อเนื่องมาทำให้ระดับสติปัญญาของเด็กลดลง
น้ำหนักของกระโหลกรวมถึงเนื้อสมองของเด็กเมื่อเทียบกับขนาดของร่างกายจะมีขนาดใหญ่เป็นสัดส่วนที่มากกว่าของผู้ใหญ่ เวลามีแรงมากระทบที่ศีรษะจะเกิดแรงเหวี่ยงทำให้บาดเจ็บต่อสมองได้ง่ายกว่า กระดูกและกล้ามเนื้อบริเวณลำคอรวมถึงกล้ามเนื้อรอบศรีษะยังไม่พัฒนา การซึมซับแรงผ่อนจากหนักเป็นเบายังสู้วัยผู้ใหญ่ไม่ได้ เวลามีแรงมากระทบศีรษะก็ส่งไปหาสมองโดยง่าย
กายวิภาคของกระโหลกศีรษะเด็กความบางของกระโหลก แผ่นกันเนื้อเยื่อในสมอง ระบบหลอดเลือดจะกระทบกระเทือนได้รุนแรงกว่า(คล้ายกับขับจักรยานทำจากโครโมลี่ซึ่งหนักแต่ผู้ขับขี่ จะรู้สึกสะเทือนน้อยกว่าจักรยานคาร์บอนที่เบาแต่สะเทือนมากกว่า)
แต่ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ศีรษะก็ไม่ควรได้รับบาดเจ็บอยู่แล้วนะครับ
การบาดเจ็บซ้ำๆ แบบที่การบาดเจ็บที่สมองครั้งแรกยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ แล้วมาบาดเจ็บหรือโดนชกที่ศีรษะอีก สมองจะมีการบวมอย่างรุนแรงหรือมีเลือดออกในสมองจนเสียชีวิต (second impact syndrome)ของน้องนักมวยเด็กคนนี้จะเป็นแบบนี้หรือเปล่าก็ไม่ทราบ
ถ้าความยากจนเป็นเหตุให้น้องคนนี้ต้องดิ้นรน หาเลี้ยงชีพด้วยการชกมวยก็แสดงถึงว่า บ้านเมืองเรายังไม่เจริญพอที่จะหาวิธีอื่นมาดูแลคนยากจน จนทำให้คนที่มีฐานะลำบากต้องใช้วิธีเจ็บกายเข้าแลกหาเงิน แสดงว่าเรายังไม่สามารถกระจายทรัพยากรให้ถึงทุกภาคส่วนได้ ครูของผมคนหนึ่งแกบอกว่าสมัยแกสอนเด็กมัธยมเมื่อ 30 กว่าปีก่อนลูกศิษย์แกคนหนึ่งก็เสียชีวิตบนเวทีจากการชกมวย แสดงว่าที่ผ่านมา 30 ปี การพัฒนาของเรามันต้องมีอะไรที่ผิดทางแน่นอน
ส่วนที่จะให้การชกมวยเป็นกีฬา ก็ควรให้เด็กซ้อมออกกำลังฝึกหัดความคล่องตัว ฝึกท่าทาง ฝึกซ้อมชกใช้นวมหรือเตะกระสอบทราย แต่ไม่ใช่ให้เด็กมาชก มาปะทะกัน เพื่อความบันเทิงเริงรมย์ของคนบางส่วน อันนี้ไม่เห็นด้วยนะครับ
ในต่างประเทศพบว่าระดับไอคิวของเด็กที่เป็นนักมวยมาก่อนจะต่ำกว่าค่าเฉลี่ย และไม่สามารถเรียนรู้ในระดับชั้นสูงได้ รวมทั้งยังเมื่อถึงวัยกลางคนยังไม่ทันแก่กลับพบโรคสมองเสื่อม ความจำเสื่อม และโรคสั่นพาร์กินสัน(แบบที่มูฮัมหมัด อาลีเป็น)มากกว่าคนอาชีพอื่นๆ
ก็หวังจะให้ พรบ ที่จะถูกพิจารณาให้คิดอย่างรอบคอบเพื่อรักษาเยาวชนของชาติไว้ และหวังว่ารัฐไทยจะพัฒนาเพื่อให้พ้นกับดักความยากจนให้ได้ในเร็ววัน
https://www.facebook.com/sarutabhandu.chakravhandunaayutaya/posts/10215290456769202
มิติทางการแพทย์เรื่องมวยเด็ก
นพ. บุญเลิศ ศรีไพโรจน์กุล,รพ.วชิระภูเก็ต
บาดเจ็บที่ศีรษะในเด็ก
เมื่อได้อ่านข่าวและทราบว่ามีนักมวยเด็กคนหนึ่งเสียชีวิต ในฐานะที่เป็นประสาทศัลยแพทย์คนหนึ่งที่ทำงานคลุกคลีกับการผ่าตัดสมองมา20กว่าปี คิดว่าน่าจะให้ความรู้ทางด้านการบาดเจ็บทางสมองในเด็กได้บ้างนะครับ
กายวิภาคของสมองเด็กไม่เหมือนสมองผู้ใหญ่นะครับ ถึงแม้ว่าจะเป็นสมองคนเหมือนกัน พูดถึงในแง่การเจริญเติบโตสมองของเด็กยังไม่มีการเชื่อมต่อระหว่างเซลประสาทกันเองในสมองได้อย่างสมบูรณ์เหมือนของผู้ใหญ่(myelinating) การกระทบกระเทือนทำให้หยุดการพัฒนาการเชื่อมต่อของเซลประสาทต่างๆ หรือทำให้เกิดการตายของระดับเซล จึงมีผลต่อเนื่องมาทำให้ระดับสติปัญญาของเด็กลดลง
น้ำหนักของกระโหลกรวมถึงเนื้อสมองของเด็กเมื่อเทียบกับขนาดของร่างกายจะมีขนาดใหญ่เป็นสัดส่วนที่มากกว่าของผู้ใหญ่ เวลามีแรงมากระทบที่ศีรษะจะเกิดแรงเหวี่ยงทำให้บาดเจ็บต่อสมองได้ง่ายกว่า กระดูกและกล้ามเนื้อบริเวณลำคอรวมถึงกล้ามเนื้อรอบศรีษะยังไม่พัฒนา การซึมซับแรงผ่อนจากหนักเป็นเบายังสู้วัยผู้ใหญ่ไม่ได้ เวลามีแรงมากระทบศีรษะก็ส่งไปหาสมองโดยง่าย
กายวิภาคของกระโหลกศีรษะเด็กความบางของกระโหลก แผ่นกันเนื้อเยื่อในสมอง ระบบหลอดเลือดจะกระทบกระเทือนได้รุนแรงกว่า(คล้ายกับขับจักรยานทำจากโครโมลี่ซึ่งหนักแต่ผู้ขับขี่ จะรู้สึกสะเทือนน้อยกว่าจักรยานคาร์บอนที่เบาแต่สะเทือนมากกว่า)
แต่ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ศีรษะก็ไม่ควรได้รับบาดเจ็บอยู่แล้วนะครับ
การบาดเจ็บซ้ำๆ แบบที่การบาดเจ็บที่สมองครั้งแรกยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ แล้วมาบาดเจ็บหรือโดนชกที่ศีรษะอีก สมองจะมีการบวมอย่างรุนแรงหรือมีเลือดออกในสมองจนเสียชีวิต (second impact syndrome)ของน้องนักมวยเด็กคนนี้จะเป็นแบบนี้หรือเปล่าก็ไม่ทราบ
ถ้าความยากจนเป็นเหตุให้น้องคนนี้ต้องดิ้นรน หาเลี้ยงชีพด้วยการชกมวยก็แสดงถึงว่า บ้านเมืองเรายังไม่เจริญพอที่จะหาวิธีอื่นมาดูแลคนยากจน จนทำให้คนที่มีฐานะลำบากต้องใช้วิธีเจ็บกายเข้าแลกหาเงิน แสดงว่าเรายังไม่สามารถกระจายทรัพยากรให้ถึงทุกภาคส่วนได้ ครูของผมคนหนึ่งแกบอกว่าสมัยแกสอนเด็กมัธยมเมื่อ 30 กว่าปีก่อนลูกศิษย์แกคนหนึ่งก็เสียชีวิตบนเวทีจากการชกมวย แสดงว่าที่ผ่านมา 30 ปี การพัฒนาของเรามันต้องมีอะไรที่ผิดทางแน่นอน
ส่วนที่จะให้การชกมวยเป็นกีฬา ก็ควรให้เด็กซ้อมออกกำลังฝึกหัดความคล่องตัว ฝึกท่าทาง ฝึกซ้อมชกใช้นวมหรือเตะกระสอบทราย แต่ไม่ใช่ให้เด็กมาชก มาปะทะกัน เพื่อความบันเทิงเริงรมย์ของคนบางส่วน อันนี้ไม่เห็นด้วยนะครับ
ในต่างประเทศพบว่าระดับไอคิวของเด็กที่เป็นนักมวยมาก่อนจะต่ำกว่าค่าเฉลี่ย และไม่สามารถเรียนรู้ในระดับชั้นสูงได้ รวมทั้งยังเมื่อถึงวัยกลางคนยังไม่ทันแก่กลับพบโรคสมองเสื่อม ความจำเสื่อม และโรคสั่นพาร์กินสัน(แบบที่มูฮัมหมัด อาลีเป็น)มากกว่าคนอาชีพอื่นๆ
ก็หวังจะให้ พรบ ที่จะถูกพิจารณาให้คิดอย่างรอบคอบเพื่อรักษาเยาวชนของชาติไว้ และหวังว่ารัฐไทยจะพัฒนาเพื่อให้พ้นกับดักความยากจนให้ได้ในเร็ววัน
https://www.facebook.com/sarutabhandu.chakravhandunaayutaya/posts/10215290456769202