ไม่ขอไรมากครับ
ขอหุ้น ขึ้นไป new high all time high นะครับ ในยุคของท่านนะครับ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้https://www.khaosod.co.th/economics/news_1824424
‘สมคิด’ ประกาศปี’62 เป็นปีทองของการลงทุน สั่งบอร์ดบีโอไอลุยอัดฉีดสิทธิประโยชน์ลงทุนสุดลิ่ม ชี้การเลือกตั้งต้องสมูท โจมตีกันพอประมาณ สู้กันในเกม อย่ามีอะไรเกิดขึ้นบนถนน
ปี’62 เป็นปีทองการลงทุน – นายสมคิด จาตุศรีทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ กล่าวปาฐกถาพิเศษในงานสัมมนา “THAILAND 2019” จัดโดยหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ว่า ในวันที่ 19 พ.ย.นี้ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) จะนำเสนอสิทธิประโยชน์จูงใจนักลงทุนเพิ่มเติมเป็นพิเศษในปี 2562 ให้บอร์ดพิจารณาเพื่อเป็นปีทองของการลงทุนในไทย เชื่อว่าจะมีการลงทุนขนาดใหญ่เข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น
ทั้งนี้ แม้เศรษฐกิจโลกไม่ดี แต่อยากให้ทุกคนมีความเชื่อมั่น ที่จะเดินหน้าปฏิรูปประเทศให้ดีที่สุด มีการเร่งรัดบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐโดยเร็ว โดยเฉพาะงบลงทุนต้องให้เป็นไปตามเป้าหมาย ส่วนการลงทุนของรัฐวิสาหกิจก็อยู่ระหว่างเร่งรัด เช่น บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) มูลค่าลงทุนกว่า 2-3 แสนล้านบาท กระทรวงการคลังก็เตรียมมาตรการไว้รองรับ หากเกิดอะไรขึ้นมาก็พร้อมที่จะงัดมาตรการขึ้นมาใช้ได้ทุกเวลา
“การเลือกตั้งต้องสมูท โจมตีกันพอประมาณ สู้กันในเกม อย่ามีอะไรเกิดขึ้นบนถนน เพราะต่างชาติให้ความสนใจเรื่องความต่อเนื่องในการดำเนินนโยบายต่างๆ ต้องมีความชัดเจน ซึ่งปีหน้าไทยยังจะเป็นประธานอาเซี่ยน เป็นโอกาสของไทยที่จะโชว์ศักยภาพให้ประเทศอื่นได้เห็น”
ขณะนี้นักลงทุนทั่วโลกกำลังจับตามองเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชีย โดยมองว่าประเทศจีนกับญี่ปุ่นจะเป็นกำลังในการขับเคลื่อน หากเราสามารถทำให้ประเทศไทยเป็นสูญกลางของกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวีที (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม และไทย: CLMVT) เชื่อมโยงเส้นทางรถไฟสายไหมกับจีนรถไฟจะเป็นประโยชน์กับไทยสูงสุด
ด้านนายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่ บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกร่วงลงมาประมาณ 7% เนื่องจากปัจจัยการเมืองระหว่างประเทศ ส่งผลให้ปีหน้าคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ 65-80 เหรียญสหรัฐต่อบาเรล ซึ่งไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจน้ำมันของปตท.แต่อย่างใด เนื่องจากได้ทำประกันความเสี่ยงไว้แล้ว
สำหรับความคืบหน้าการศึกษาแนวทางลงทุนห้องเย็น/แช่เยือกแข็งผลไม้ในโครงการระเบียงผลไม้ภาคตะวันออก หรืออีเอฟซี ในพื้นที่เมืองอัจฉริยะ (สมาร์ตปาร์ก) ของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ที่ตั้งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) นั้น กำลังพิจารณารายละเอียดต่างๆ ทั้งรูปแบบการดำเนินงานและเงินลงทุน จะได้ข้อสรุปชัดเจนเสนอให้บอร์ด ปตท. พิจารณาได้ช่วงปลายเดือนพ.ย. หรือต้นเดือนธ.ค. นี้
นอกจากนี้ ยังกำลังศึกษาการทำคลังก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ในโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ซึ่งต้องดูความชัดเจนการปรับปรุงแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศฉบับใหม่ หรือพีดีพี 2018 ก่อนว่าจะมีทิศทางไปในรูปแบบใด รวมถึงการคาดการณ์ปริมาณความต้องการใช้ในอนาคตเป็นอย่างไร
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน ปตท. มีคลังแอลเอ็นจีแล้วที่มาบตาพุต 11.5 ล้านตัน และอยู่ระหว่างการก่อสร้างโครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือและสถานีรับจ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว หนองแฟบอีก 7.5 ล้านตัน คาดว่าจะแล้วเสร็จปี 2565-66 รวมเป็น 19 ล้านตัน สามารถรองรับความต้องการใช้ได้อีกหลายปี
ในอนาคตภาพรวมการใช้เชื้อเพลิงน้ำมันของโลกมีแนวโน้มปรับตัวลดลงอต่อเนื่องทั้งด้านผู้ผลิตและผู้ใช้ ขณะที่ประเทศไทยเริ่มปรับตัวมีการใช้พลังงานทดแทน พลังงานหมุนเวียนมากขึ้น นับเป็นเรื่องท้าทายของบริษัทต้องปรับตัวรองรับในสิ่งใหม่ พร้อมกับความต้องการพลังงานรูปแบบใหม่ ทำให้เกิดการลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อให้ก้าวให้ทันการแข่งขันที่เปลี่ยนไป
“จะเห็นว่าในอดีตกลุ่มประเทศโอเปกมีกำลังการผลิตน้ำมันประมาณ 70% ของความต้องการใช้ แต่ปัจจุบันลดลงอยู่ที่ 40% เนื่องจากหลายประเทศมีการผลิตพลังงานออกมามากขึ้น เช่น รัสเซีย แอฟริกาใต้ นอร์เวย์ ประกอบกับความต้องการใช้เชื้อเพลิงน้ำมันเริ่มลดลง ขณะที่การใช้พลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้น จากแนวโน้มการนำรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) เข้ามาใช้”
นอกจากนี้ จะเห็นว่าบริษัทยังมีการลงทุนกลุ่มธุรกิจใหม่ด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม อย่างต่อเนื่องสำหรับพัฒนาโรงแยกก๊าซ โดยตั้งเป้าหมายขยายให้ได้ทั้งหมด 6 โรง มีการใช้เทคโนโลยีช่วยในการขุดเจาะ การสร้างอุตสาหกรรมใหม่เพื่ออนาคต การเชื่อมโยงด้านขนส่งทางท่อ เป็นต้น เป็นการลงทุนตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ
‘สมคิด’ ประกาศปี’62 เป็นปีทองการลงทุน สั่งอัดฉีดสิทธิประโยชน์สุดลิ่ม ชี้การเลือกตั้งต้องสมูท
ขอหุ้น ขึ้นไป new high all time high นะครับ ในยุคของท่านนะครับ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้