อยากขอความคิดเห็นในการตัดสินใจเรื่องงาน

ก่อนอื่นขอเกริ่นเกี่ยวกับการทำงาน คือทำงานในบริษัทเล็ก ๆ มีพนักงานทั้งหมดประมาณ 10 คน มีหัวหน้าคือ เจ้านายคนญี่ปุ่น 1 คน อยู่เมืองไทยมาประมาณ 8 ปี พูดภาษาไทยไม่ได้เลย จะพูดภาษาอังกฤษ ได้นิดหน่อย ส่วนใหญ่พูดปนกับญี่ปุ่น และมีภาษามือผสมกันไป
ตอนนี้เราอายุ 36 ปีแล้ว เป็นหัวหน้างาน(โดยตำแหน่ง)ของทุกคนที่นี่ ซึ่งทุกเรื่อง ทุกหน้าที่ ต้องมีเราเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยเสมอไป บริษัทเราขายเครื่องจักรที่ผลิตที่ประเทศญี่ปุ่น ส่วนที่เมืองไทยเป็นสำนักงานขายเท่านั้น มีลูกค้ามากมายในเมืองไทย ทั้งบริษัทใหญ่และบริษัทเล็ก
เริ่มจากพนักงานชุดเก่า โดนไล่ออกไปหมด สาเหตุเราไม่รู้ แต่เจ้านายเป็นคนญี่ปุ่นอีกคนหนึ่ง ที่มาแทนชุดเก่า เราไปสมัครงานผ่านบริษัทจัดหางาน แล้วเขาส่งเราไปที่นั่น ตอนสัมภาษณ์เรายังไม่รู้ว่า พนักงานพวกนี้ออกไปแล้ว เพราะสัมภาษณ์ที่บริษัทจัดหางาน วันเริ่มงานจริง เหลือเพียง เจ้านายญี่ปุ่น เรา และก็คนขับรถ เหลือแค่ 3 คนเท่านั้น เราก็งง ๆ แต่เราก็โอเค ไม่มีใคร เราก็ทำงานได้ เพราะเรามีประสบการณ์ทำงานมาบ้างแล้ว ก็โอเคสู้งานต่อ เริ่มจาก 1 ในหลายๆอย่าง เราสมัครตำแหน่ง พนักงานบัญชี แต่เราต้องเป็นทั้งเลขา ทั้งช่างเครื่อง (ก็ไม่ถึงกับแก้เครื่อง แค่รับเรื่องข้อมูลปัญหาเครื่อง แล้วแจ้งที่ญี่ปุ่นไป เดี๋ยวเขาจะส่งช่างมาแก้ไขเอง แค่เราอธิบายว่า ปัญหาคืออะไร เกิดกับใคร อะไรแบบนี้) เป็นพนักงานสต็อคพวกอะไหล่ เป็นคนทำเอกสารทุกอย่างในออฟฟิศ เป็นคนรับโทรศัพท์ เป็นคนขายเครื่อง ออกบูธ แนะนำเครื่อง เป็นพนักงานจัดซื้อของ และเป็นทุกๆอย่าง
   จากนั้น เราก็ทำงานได้ 3 เดือนแรก ปรากฎว่า ซีสต์ที่มดลูกแตก ตอนนั่งทำงานที่ออฟฟิศ แล้วต้องหยุดไปผ่าตัด คือวุ่นวายมาก เป็นเวลา 5 วันที่เราผ่าเสร็จ แล้วรักษานอนอยู่ที่รพ. พอครบ 5 วัน เราก็กลับมาทำงานปกติ แต่ว่า เรายกของหนักอะไรพวกนี้ไม่ได้ เจ้านายเลยให้ล่ามที่เขารู้จัก มาช่วยเราทำงาน คอยยกของ แต่เขาก็มาแค่วันเดว เราก็ไม่อยากใช้หรอก คือเราเกรงใจ เราก็ทำเอง แค่นั่งทำงานเฉยๆ หน้าคอม ไม่ค่อยได้ลุก คงไม่เป็นไร เจ้านายออกค่าผ่าตัดให้จำนวนเกือบ 4 สี่แสนบาท (พอดีปวดท้อง เจ้านายส่งรพ.เอกชน) และให้เราผ่อนจ่ายเดือนละ 3 พัน ซึ่งเราไม่เคยเห็นรายรับเข้าบริษัทจำนวน 3 พันต่อเดือนของเราเลย เราเลยคิดว่า ถ้าไม่มีเจ้านายออกให้เราต้องตายแน่เลย ก็เลยเป็นบุญคุณมาจนทุกวันนี้
   ฐานเงินเดือน เริ่มจาก 16000 บาท บวกค่าเดินทาง 2000 บาท เป็น 18000 บาท ทำงานมา 7 ปี เงินเดือนตอนนี้ 24000 บาท บวกค่าเดินทาง 2000
บาท เราจะออกตั้งนานแล้ว แต่เรายังคิดเรื่องบุญคุณอยู่
  ณ ตอนนี้เริ่มมาคิดเรื่องอยากออกอีกแล้ว เพราะมีเรื่องจุกจิกมากวนใจ จริงๆการทำงานไม่ค่อยกดดัน เราไม่ต้องรักษายอดขาย แค่ดิวงานตามท้องเรื่อง เรื่องติดต่อต่างประเทศยังเป็นหน้าที่เรา และพวกเช็คเอกสารต่าง ๆ ดูแลเรื่องบัญชี เรื่องผู้สอบต่างๆ  เอกสารออดิท และพวกงบการเงิน ยังเป็นหน้าที่เรา ตอนนี้ต้องดูแลพนักงาน 8 คน อายุ 23-28 ปี ทุกคนเป็นลูกน้องหมด มีแอดมินคอยช่วยงาน 3 คน มีช่างเครื่องและช่างไฟฟ้าทำงาน 4 คน คนรถ 1 คน คือเหนื่อยมาก สอนงาน พอจะเป็น คนนี้ออก รับเข้ามาใหม่ สักพัก ออกอีก ไรแบบนี้ ส่วนคนที่อยู่ มีอยู่ 2 คนที่ไม่ได้ภาษาอังกฤษเลย ให้ไปเรียนก็ไม่ไป ปัญหาจุกจิกที่พูดมา คือ เราต้องมานั่งรับคำด่า หรือคนอื่นที่ติดต่อเรื่องเจ้านาย และบ่นให้ฟัง อย่างเช่น คอนโดห้องเก่าของนาย นายก็ไปทะเลาะกับเจ้าของห้อง และเปลี่ยนห้องใหม่ และเรื่องต่างๆ ที่เป็นคดีความ เช่นการคืนคีย์การ์ด การจ่ายเงินค่าเช่า นายเค้าจะออกจากห้องเก่าแล้วไง เค้าเลยไม่จ่ายค่าเช่า 3 เดือน และให้หักกับพวกค่าประกัน และค่าจ่ายล่วงหน้า ไปเลย แต่เจ้าของห้องเขาไม่ยอม เขาบอก ในสัญญามันบอกว่าหักไม่ได้ ให้จ่ายมาก่อน และนัดวันเช็คห้องและเขาจะจ่ายเงินประกันคืนให้ เจ้านายก็ไม่ยอม ไรพวกนี้ แม้แต่นัดไปเช็คห้อง คืนคีย์การ์ด แล้วทางเจ้าของห้องเก่า ก็ไปแจ้งความ เราก็ต้องดำเนินการต่อ มันเป็นปัญหากวนใจเรา และอื่นๆ อีก เช่นเมาแล้วขับรถ แบบดื่มไวน์ที่โรงแรมมา 1 แก้ว แล้วโดนตำรวจเรียกตอนกลางคืน ไรแบบนี้
เราคิดว่าเราเหนือ่ยกับเจ้านาย และตรรกะของเขา พอเราออกความเห็นอะไร เขาจะบอกว่าเรายังเด็ก ..
   เราได้เรื่องภาษา ด้วย เราไปเรียนภาษาญี่ปุ่นเอง ส่วนภาษาอังกฤษเราได้ภาษาอยู่แล้ว คะแนนโทอิค 8 ร้อยกว่า และกำลังเรียนป.โท ใกล้จบแล้ว ส่งตัวเองเรียนเอง เพราะตั้งแต่เราเรียนจบมา เราไม่เคยขอเงินที่บ้านเลย มีแต่ส่งกลับทุกเดือน เดือนละหมื่นบ้าง 2 หมื่นบ้าง คือเราส่งเป็นอาทิตย์ อาทิตย์ละ 3 พัน 4 พัน ไรงี้ (อย่าถามนะว่าเงินเดือนแค่ 2 หมื่นกว่า ทำไมส่งที่บ้านเยอะจัง คือเราหาของมาขายทางออนไลน์ด้วย ก็เลยมีเงินส่งที่บ้านด้วย)
   หลังๆมา เราต้องเป็นคนสัมภาษณ์งานหาพนักงานด้วย พอเราเลือก เจ้านายเราก็ไม่เอา บางทีเขามีคุณภาพ แต่เขาไม่สวย หรือเขาไม่ดูดี เจ้านายก็ไม่เอา เอาแต่คนไม่มีคุณภาพมา แล้วก็ลาออกไป หรือคนเก่งๆแต่โดนเจ้านายกด พวกคนเก่งๆก็ไป บางทีพนักงานท้อง เขาก็ให้ออกงานเลย เขาไม่สนใจเรื่องลาคลอดอะไรแบบนี้  
   ตอนแรกเจ้านายเขาเป็นคนตั้งใจทำงานนะตามแบบญี่ปุ่นแหละ แต่หลังๆ สัก 2-3 ปีให้หลัง เขาเริ่มออกไปข้างนอก 11 โมง และกลับมา 4 โมงเย็น  บางทีก็ไปนอนพัก บางทีงานชะงัก  ต้องรอเจ้านาย เขาออกไปชิวๆ และบอกว่า เขาเริ่มแก่แล้ว ต้องพักผ่อน คือเราดูแลบริษัทแบบนี้มาตั้งนานแล้ว

ข้อดีที่ทำงานที่นี่
   1. ได้ไปดูงาน หรือไปต่างประเทศ เฉลี่ย 1 ครั้ง/ปี บางปีก็ 2 ครั้ง ไปประเทศจีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และฮ่องกง
   2. ตอนไปต่างประเทศ จะได้เบี้ยเลี้ยงเพิ่มนอกเหนือจากค่าที่พัก และอาหาร ประมาณ 12,000 บาทต่อครั้ง
   3. ได้ออกไปตามโรงงาน ได้เห็นเกี่ยวกับไลน์การผลิต ตามแต่ละโรงงาน ซึ่งถือเป็นการเปิดประสบการณ์ และได้รับความรู้ใหม่ๆ
   4. ออฟฟิศเงียบๆ ทำงานของใครของมัน ไม่ค่อยวุ่นวาย
   5. หัวหน้าถัดจากเราก็ MD แล้ว ทำให้เข้าถึงตัวบอสได้ง่าย
   6. โบนัสออก 2 ครั้ง/ปี เฉลี่ยได้ 5 เดือนต่อปี
   7. เลิกงาน 5 โมงเพราะเจ้านายอยากกลับก่อน
   8. พอมีเวลาว่างให้ทำอย่างอื่นบ้าง เช่น ทำการบ้านป.โท ทำ Thesis อะไรงี้
   9. บริษัทไม่หักประกันสังคม เขาออกให้
   10. บริษัทมีประกันอุบัติเหตุ

ข้อเสียที่ทำงานที่นี่
   1. เจ้านายสื่อสารไม่ค่อยรู้เรื่อง แล้วไม่จ้างล่ามด้วย คงอาศัยความเคยชิน
   2. ฐานเงินเดือน เราเริ่มไม่พอ เพราะคชจ.ทางครอบครัวที่เราต้องส่งให้อีก เราเป็นเสาหลักของครอบครัว
   3. พนักงานลาออกบ่อย เนื่องจากเจ้านาย
   4. วิสัยทัศน์ของเจ้านายไม่พัฒนา และอีโก้สูงคิดว่าตัวเองเก่งมาก (เช่น พนักงานที่ธนาคารคุยภาษาอังกฤษคล่องมาก มาคุยกับเจ้านาย แต่เจ้านายคุยอย่างอื่นไป ซึ่งไม่ใช่ที่เค้าถามมา เราก็ฮา ๆ หลังจากนั้น เจ้านายก็มาคุยกับเราว่า ดูคนนี้สิ พูดอังกฤษไม่ได้เรื่องเลย - -*)
   5. นายไม่ส่งเสริมให้พัฒนาศักยภาพของพนักงาน ได้แต่อยู่ไปวันๆ
   6. ควบคุมยอดขาย แบบทำยอดขายดีมาก แต่เราไม่ได้ค่าคอมฯ หรอกนะ แต่เจ้านายก็บอกว่า ไม่ต้องขายมาก เดี๋ยวทะลุเป้า คือเดี๋ยวทางสนง.ใหญ่ที่ญี่ปุ่นมองว่า อยู่เมืองไทยสบาย แล้วเขาจะพากันยกขโยงมาอยู่เมืองไทยกัน เจ้านายเขากลัว)
   7. มองไม่เห็นอนาคต มีแต่ความฝัน
   8. เจ้านายมีความระแวงมาก ลางานยาก ถ้าลาธุระ ต้องบอกว่าเป็นอะไร ที่ไหน อะไรพวกนี้ เขาระแวงว่าจะออก และไปสมัครที่อื่น
   9. เจ้านายมีความลับเยอะ บางทีเอาเงินบริษัทไปใช้ แต่ให้ปิดเป็นอย่างอื่น เช่นโบนัส เจ้านายก็ได้ แต่ให้ทำเอกสารส่งสนง.ใหญ่ ว่าเขาไม่ได้อยู่คนเดียว เอาเงิน โบนัสที่ให้แกน่ะ เอามาเฉลี่ยใส่พนักงานคนอื่น ทำให้ยอดโอเว่อร์เกินความจริงที่คนอื่นเขารับกัน (อันนี้เราก็หนักใจมานานแระ)

เจ้านายบอกเราว่า เดี๋ยวเขาเกษียณ เขาก็ให้เราเป็น MD ต่อ แต่ไม่รู้เมื่อไหร่ มันเป็นเรื่องของอนาคต แต่จากโมเดลบริษัท ยังไง ก็ต้องมีญี่ปุ่นมา 1 คนอยู่ดี
เราไม่ได้หวังว่าจะเป็น อะไรแบบนั้นหรอก แต่เราคิดว่าอยู่ไปก็ไม่มีอนาคต เงินก็ไม่พอเสียแล้ว ซึ่งเราคิดว่า หากออกไปที่อื่น คงดีกว่ามั้ย

เรารบกวนเพื่อนๆ ขอมุมมองเพื่อนๆ ที่มีประโยชน์กับเราหน่อย เผื่อมีไอเดียที่ทำให้เรามีกำลังใจต่อ  ขอคำแนะนำหน่อยค่ะ ว่าจะอยู่ต่อ หรือ ควรออกดีกว่า เพราะ

เราอายุ 36 แล้ว มีความกังวลในเรื่องของอนาคต แต่ก็กังวลเรื่องของสวัสดีการต่างๆ ความมั่นคงที่นี่ก็สูงอยู่ แต่เงินเดือนเริ่มน้อยเกินไป เมื่อเทียบกับพนักงานใหม่ ที่เข้ามา พวกคนใหม่เข้ามา เงินเดือน 2 หมื่นแล้วนะ

ถ้าแท็กผิดขอโทษด้วยนะคะ เป็นมือใหม่ค่ะ กระทู้แรก
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่