ความสัมพันธ์ที่ไม่รู้จะบอกยังไง ?

คือเราคุยกับคนๆหนึ่งมาได้สักพักแล้วค่ะประมาณ1ปีกว่าแล้วแต่ช่วงนี้คือเราไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไหร่แล้วเพราะเขาทำงาน งานเยอะมาก และเค้าก็ทำงานไกลจากเราค่ะ....
ตอนที่คุยกันมาแรกๆ เขาเป็นคนที่คอยถามเราเสมอ ตามเราตลอดนะ เพราะตอนแรกเราก็ยังไม่ค่อยที่จะเปิดใจเท่าไหร่ เค้าก็ทักมาถามนู้นนี่เรา โดยรวมๆเราว่ามันก็น่ารักดี จนคุยกันได้นานๆไป จนเราเริ่มรู้สึกดีกับเขามากเรื่อยๆ แต่เราก็รู้สึกเหมือนตอนแรกเขาเป็นคนเข้ามาเป็นคนเริ่มเกมแล้วพอเราตามเกมเขาแล้ว เราก็ต้องเป็นคนเดินเกมต่อ เหมือนกับว่าเราต้องเป็นฝ่ายถามเขาก่อนเสมอ ซึ่งตอนนั้นเราก็ไม่ได้คิดมากกับตรงนี้ จนพอเราเกิดทะเลาะกัน เพราะเรื่องหยอกกันเล็กๆน้อยๆ แต่ก็กลับมาดีกันเหมือนเดิม
ซึ่งหลังจากนั้นไม่นานมันเป็นช่วงเวลาที่เขาทำงานและงานเยอะ จนไม่มีเวลาตอบเรา เราก็เข้าใจนะ แต่เราก็สงสัยว่าทำไมเงียบไปเลย แล้วเขาก็บอกเราว่า " พี่รู้ว่าเธอน้อยใจหลายเรื่อง แต่รอหน่อยนะพี่จะให้คำตอบที่ชัดเจน " พอได้ยินเราก็ดีใจนะ แต่พอนานๆไป เราก็รู้ว่าเขาเดี๋ยวมา เดี๋ยวหาย แต่ก็เข้าใจว่างานเขามันยุ่งแหละ เราก็มีหน้าที่ของเรา เราก็ได้พิมบอกไปแค่ว่า  คิดถึง  เหนื่อย อยากเห็นหน้า  แค่เท่านี้ซึ่งที่ส่งไปบางครั้ง3 วันเขาก็มาตอบเราแหละ เราก็พยายามไม่คิดมาก. พอเขาเห็นข้อความเราเขาก็จะวิดีโอคอลมาบ้าง เราก็ดีใจนะ แต่ก็รู้สึกงงที่ อ้าวเขาหายอีกแล้ว  จนบางทีเราก็เหนื่อยกับความสัมพันธ์แบบนี้นะ  เราพยายามที่จะปล่อยเขาแล้ว แต่เราก็ได้แต่นึกถึง คำที่เขาเคยพูดกับเราไว้ให้รอ เราก็รอ รอมาตลอดจนเราก็สึกว่าจะรอไปทำไมวะ ? ทั้งที่มันก็ไม่มีอะไรดีขึ้นเลย พอเราจะหายไปบ้าง  เขาก็กลับมาโทรหาเราเหมือนเดิม เราก็ดีใจที่ได้คุยอะ แล้วมันก็กลับมาวนลูปเดิมอีกครั้ง แล้วเราก็ทำไม่เคยได้เลยที่เราจะไม่สนใจเขา หรือถอยห่างจากเขา มันอาจจะเป็นที่เราใจอ่อน พอเขามาดีก็ดีกลับเขา พอเขาไปเราก็เสียใจเอง มันก็จะวนแบบนี้ซ้ำๆ. เราก็เคยถามนะ งานยุ่งหรอ ? เงียบจัง สบายดีมั้ย ? คือเราก็แบบคิดนะ เอ่อ งานยุ่งขนาดนั้นเลยหรอ คุยกันบ้างก็ได้ จนตอนนี้เราก็เริ่มรู้สึกไม่แน่ใจแล้ว เราเหนื่อยกับความสัมพันธ์นี้มาก แม้มันจะทำให้เรามีความสุขมาก แต่ก็ทำเราเศร้ามากเหมือนกันนะ  ยิ้ม

เราควรพอให้มันจบแค่เท่านี้ หรือ รอดูก่อนดีมันอาจจะดีขึ้นก็ได้ ?
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่