ออกตัวก่อนว่าตาม BNK48 ตั้งแต่ยังไม่ดัง จนกระแสคุ้กกี้เริ่มมา ก็เฟดๆตัวออกไปบ้าง(ส่วนตัวเป็นคนไม่ค่อยชอบตามอะไรที่เป็นกระแสมากๆ รอให้ซาๆแล้วจะกลับมาใหม่) แต่ก็ยังติดตามวงอยู่เสมอ
หลายๆครั้งเข้ามาอ่านกระทู้ทำนองว่า
..มาดูกันว่าเราได้อะไรจาก BNK48 (จุดประสงค์เพื่อให้คนแอนตี้มายอมรับ BNK มากขึ้น)
หรือ ทำไมใครๆต้องแอนตี้ BNK48 ด้วย ฯลฯ
คอมเมนท์ที่เห็นก็จะเป็นประมาณว่าให้ปล่อยผ่าน คนจะไม่รักไม่ชอบเค้าก็หาเรื่องติได้เสมอ
ซึ่งเราก็เห็นด้วย และไม่คิดว่าการตอบโต้จะมีประโยชน์อะไร เพราะของแบบนี้ต้องมาเจอเองถึงจะรู้
จนกระทั่งไม่นานมานี้ เราเลื่อนเฟสบุคผ่านๆ จนไปสะดุดตาเข้ากับโพสที่เกี่ยวกับ BNK
แล้วมีคนคอมเมนท์ว่า วงนี้ขายความพยายาม
และมีเมนท์ตอบกลับว่า ความพยายามครึ่งๆกลางๆน่ะสิ (จำข้อความชัดเจนไม่ได้)
เราสตั๊นไปพักนึง เพราะคำพูดนี้ ทำให้เราคิดอะไรได้หลายอย่าง
อย่างแรก ในเมื่อคนเหล่านั้นไม่เคยสนใจติดตามวงอย่างจริงจัง แล้วเพราะอะไรถึงบอกได้ว่ามันเป็นความพยายามครึ่งๆกลางๆ ความชอบมันเป็นเรื่องส่วนบุคคล อันนี้เข้าใจได้ แต่ทำไมเราถึงแสดงความคิดเห็นในที่สาธารณะ(ที่มีผลต่อการรับรู้ของคนส่วนมาก) ในสิ่งที่เราไม่ได้รู้จริงๆ
อย่างที่สอง อันนี้คือสิ่งที่เราอยากตั้งกระทู้มาตลอด แต่อยากหาจังหวะเหมาะกว่านี้ แต่คิดว่าไหนๆก็ไหนๆ ขอตั้งเลยแล้วกัน
เราเองพูดได้เต็มปากว่าเป็นคนไม่ชอบอะไรที่เกี่ยวกับอนิเมะ การ์ตูนญี่ปุ่น การแต่งคอสเพลย์ ไม่ชอบเลยเพราะรู้สึกว่ามันไร้สาระ ดูแอ๊บแบ๊วเกินไป(อันนี้พูดจากใจว่าเคยคิดแบบนี้จริงๆ ขอโทษคนที่ชอบด้วยนะคะแต่เรายอมรับในความชอบของคนอื่นนะ แค่รู้สึกว่ามันไร้สาระสำหรับตัวเอง) จนกระทั่งมาเจอวงโดยบังเอิญ ตอนที่วงยังเงียบๆนี่แหละ เหมือนจะเจอเพื่อนใน fb แชร์คลิป เลยกดดู เห็นปุ๊บบอกเลยว่าไม่ชอบ ทุกคนที่แบ๊ว ดูพยายามสดใส คือ ณ ตอนนั้นเราว่าเราก็คิดเหมือนคนที่แอนตี้วงในตอนนี้ ต่างกันที่เราไม่ได้ออกมาพูดอะไร แต่ยิ่งไม่ชอบก็ยิ่งดู (อันนี้งงตัวเองเหมือนกัน) ช่วงนั้นป่วยติดห้อง มีเวลาก็กดตามดูคลิปไปเรื่อยๆ ฟังมันหมดทุกเพลง ดู senpai ดูคลิปเต้นคุกกี้แต่ละยูนิต และเปิดเพลง 365 วันฟังซ้ำๆ ถามว่าชอบมั้ยก็ยังไม่ชอบ แต่ความไม่ชอบมันน้อยลงเรื่อยๆ เพราะเราได้เห็นในมุมที่เราไม่เคยเห็น จากการที่เราเปิดใจ เกิดคำถามในใจว่าที่ตัวเองไม่ชอบอะไรแบ๊วๆมันเป็นอคติรึเปล่า ก็เลยลองเปิดใจดู เริ่มจากคนที่ชอบ ไปดูคนที่ไม่ชอบ ดูหลายคลิปอยู่เหมือนกัน จนได้เห็นอะไรอีกหลายอย่างที่เราคงไม่เห็นจากการดูคลิปเต้น3นาทีแน่ๆ
นั่นคือจุดเริ่มต้นในการตาม BNK ของเรา
ที่ตั้งกระทู้วันนี้ ไม่ได้จะพยายามให้ใครมามองว่าวงเป็นแบบไหน สิ่งที่เราต้องการจะบอกจากการตามวงมาตลอด คือประโยคที่ว่า ความพยายามครึ่งๆกลางๆ ไม่ใช่สิ่งที่เรามองเห็น ในฐานะของคนที่ไม่ได้ชอบใครเป็นพิเศษ จึงเฝ้าดูทุกคนว่าพัฒนาตัวเองกันไปมากน้อยแค่ไหน และได้เห็นว่าพวกเค้ามากันไกลจากจุดเริ่มต้นมากทีเดียว จากเด็กธรรมดาๆ จากคนไม่มีความสามารถด้านไหนเลย เต้นไม่เป็น ร้องเพลงไม่ได้ มาจนถึงวันนี้..
ถ้าไม่ใช่เพราะความพยายามอย่างสุดหัวใจแล้ว มันจะมาจากอะไรได้อีกคะ ?
สุดท้าย อยากจะบอกว่าเหตุผลหลักๆที่เราตามวงตอนนี้ นอกจากเพลงที่ฟังแล้วฮึดสู้ ให้กำลังใจเราได้ดีมากๆ สิ่งสำคัญคือวงสะท้อนผลของความพยายามให้เราเห็นอย่างชัดเจน หลายครั้งที่เราท้อ พอกลับมาย้อนดูวง มันทำให้เราฮึด เรามีพลัง เพราะเราศรัทธาในความพยายามของพวกเค้า และทำให้เราศรัทธาในความพยายามของตัวเองมากขึ้นเช่นกัน
กระทู้นี้ ไม่มีเจตนาดราม่าใดๆ เพียงแต่ต้องการเสนออีกมุมมองหนึ่ง หลังจากได้เห็นอีกมุมหนึ่งมาแล้วก็เท่านั้น
สุดท้าย ขอจบด้วยเนื้อเพลงที่ให้กำลังใจเรามาตลอดนะคะ
.." ความฝันต้องเกิดหยาดเหงื่อจึงได้มา ใช้เวลาและค่อยเป็นค่อยไปดอกไม้จึงบาน คำว่าพยายาม ไม่เคยทำร้ายสักคนที่ตั้งใจ "..
.." เส้นทางเป็นร้อยเป็นหมื่นให้เลือกเดินไปสู่บนยอดสูงสุดเขาสูงใหญ่ จะทางใด เลือกผิดก็ช้าไปหรือใครเร็วมากกว่า ทางชันจะสูงจะฝ่าเพราะเลือกแล้วจะไป"..
" ความพยายามครึ่งๆกลางๆน่ะหรอ" เห็นประโยคนี้แล้วมันอดไม่ได้..
หลายๆครั้งเข้ามาอ่านกระทู้ทำนองว่า
..มาดูกันว่าเราได้อะไรจาก BNK48 (จุดประสงค์เพื่อให้คนแอนตี้มายอมรับ BNK มากขึ้น)
หรือ ทำไมใครๆต้องแอนตี้ BNK48 ด้วย ฯลฯ
คอมเมนท์ที่เห็นก็จะเป็นประมาณว่าให้ปล่อยผ่าน คนจะไม่รักไม่ชอบเค้าก็หาเรื่องติได้เสมอ
ซึ่งเราก็เห็นด้วย และไม่คิดว่าการตอบโต้จะมีประโยชน์อะไร เพราะของแบบนี้ต้องมาเจอเองถึงจะรู้
จนกระทั่งไม่นานมานี้ เราเลื่อนเฟสบุคผ่านๆ จนไปสะดุดตาเข้ากับโพสที่เกี่ยวกับ BNK
แล้วมีคนคอมเมนท์ว่า วงนี้ขายความพยายาม
และมีเมนท์ตอบกลับว่า ความพยายามครึ่งๆกลางๆน่ะสิ (จำข้อความชัดเจนไม่ได้)
เราสตั๊นไปพักนึง เพราะคำพูดนี้ ทำให้เราคิดอะไรได้หลายอย่าง
อย่างแรก ในเมื่อคนเหล่านั้นไม่เคยสนใจติดตามวงอย่างจริงจัง แล้วเพราะอะไรถึงบอกได้ว่ามันเป็นความพยายามครึ่งๆกลางๆ ความชอบมันเป็นเรื่องส่วนบุคคล อันนี้เข้าใจได้ แต่ทำไมเราถึงแสดงความคิดเห็นในที่สาธารณะ(ที่มีผลต่อการรับรู้ของคนส่วนมาก) ในสิ่งที่เราไม่ได้รู้จริงๆ
อย่างที่สอง อันนี้คือสิ่งที่เราอยากตั้งกระทู้มาตลอด แต่อยากหาจังหวะเหมาะกว่านี้ แต่คิดว่าไหนๆก็ไหนๆ ขอตั้งเลยแล้วกัน
เราเองพูดได้เต็มปากว่าเป็นคนไม่ชอบอะไรที่เกี่ยวกับอนิเมะ การ์ตูนญี่ปุ่น การแต่งคอสเพลย์ ไม่ชอบเลยเพราะรู้สึกว่ามันไร้สาระ ดูแอ๊บแบ๊วเกินไป(อันนี้พูดจากใจว่าเคยคิดแบบนี้จริงๆ ขอโทษคนที่ชอบด้วยนะคะแต่เรายอมรับในความชอบของคนอื่นนะ แค่รู้สึกว่ามันไร้สาระสำหรับตัวเอง) จนกระทั่งมาเจอวงโดยบังเอิญ ตอนที่วงยังเงียบๆนี่แหละ เหมือนจะเจอเพื่อนใน fb แชร์คลิป เลยกดดู เห็นปุ๊บบอกเลยว่าไม่ชอบ ทุกคนที่แบ๊ว ดูพยายามสดใส คือ ณ ตอนนั้นเราว่าเราก็คิดเหมือนคนที่แอนตี้วงในตอนนี้ ต่างกันที่เราไม่ได้ออกมาพูดอะไร แต่ยิ่งไม่ชอบก็ยิ่งดู (อันนี้งงตัวเองเหมือนกัน) ช่วงนั้นป่วยติดห้อง มีเวลาก็กดตามดูคลิปไปเรื่อยๆ ฟังมันหมดทุกเพลง ดู senpai ดูคลิปเต้นคุกกี้แต่ละยูนิต และเปิดเพลง 365 วันฟังซ้ำๆ ถามว่าชอบมั้ยก็ยังไม่ชอบ แต่ความไม่ชอบมันน้อยลงเรื่อยๆ เพราะเราได้เห็นในมุมที่เราไม่เคยเห็น จากการที่เราเปิดใจ เกิดคำถามในใจว่าที่ตัวเองไม่ชอบอะไรแบ๊วๆมันเป็นอคติรึเปล่า ก็เลยลองเปิดใจดู เริ่มจากคนที่ชอบ ไปดูคนที่ไม่ชอบ ดูหลายคลิปอยู่เหมือนกัน จนได้เห็นอะไรอีกหลายอย่างที่เราคงไม่เห็นจากการดูคลิปเต้น3นาทีแน่ๆ
นั่นคือจุดเริ่มต้นในการตาม BNK ของเรา
ที่ตั้งกระทู้วันนี้ ไม่ได้จะพยายามให้ใครมามองว่าวงเป็นแบบไหน สิ่งที่เราต้องการจะบอกจากการตามวงมาตลอด คือประโยคที่ว่า ความพยายามครึ่งๆกลางๆ ไม่ใช่สิ่งที่เรามองเห็น ในฐานะของคนที่ไม่ได้ชอบใครเป็นพิเศษ จึงเฝ้าดูทุกคนว่าพัฒนาตัวเองกันไปมากน้อยแค่ไหน และได้เห็นว่าพวกเค้ามากันไกลจากจุดเริ่มต้นมากทีเดียว จากเด็กธรรมดาๆ จากคนไม่มีความสามารถด้านไหนเลย เต้นไม่เป็น ร้องเพลงไม่ได้ มาจนถึงวันนี้..
ถ้าไม่ใช่เพราะความพยายามอย่างสุดหัวใจแล้ว มันจะมาจากอะไรได้อีกคะ ?
สุดท้าย อยากจะบอกว่าเหตุผลหลักๆที่เราตามวงตอนนี้ นอกจากเพลงที่ฟังแล้วฮึดสู้ ให้กำลังใจเราได้ดีมากๆ สิ่งสำคัญคือวงสะท้อนผลของความพยายามให้เราเห็นอย่างชัดเจน หลายครั้งที่เราท้อ พอกลับมาย้อนดูวง มันทำให้เราฮึด เรามีพลัง เพราะเราศรัทธาในความพยายามของพวกเค้า และทำให้เราศรัทธาในความพยายามของตัวเองมากขึ้นเช่นกัน
กระทู้นี้ ไม่มีเจตนาดราม่าใดๆ เพียงแต่ต้องการเสนออีกมุมมองหนึ่ง หลังจากได้เห็นอีกมุมหนึ่งมาแล้วก็เท่านั้น
สุดท้าย ขอจบด้วยเนื้อเพลงที่ให้กำลังใจเรามาตลอดนะคะ
.." ความฝันต้องเกิดหยาดเหงื่อจึงได้มา ใช้เวลาและค่อยเป็นค่อยไปดอกไม้จึงบาน คำว่าพยายาม ไม่เคยทำร้ายสักคนที่ตั้งใจ "..
.." เส้นทางเป็นร้อยเป็นหมื่นให้เลือกเดินไปสู่บนยอดสูงสุดเขาสูงใหญ่ จะทางใด เลือกผิดก็ช้าไปหรือใครเร็วมากกว่า ทางชันจะสูงจะฝ่าเพราะเลือกแล้วจะไป"..