เมื่อครอบครัวสามีสนับสนุนให้สามีไปทำงานต่างประเทศ

เราแต่งเข้าบ้านสามีมา10 ปีแล้ว แต่ไม่ได้จดทะเบียนกันนะ สามี(42 ปี)ทำงานเป็นธุรการรพ.รัฐรพ.นึงในกทม. ส่วนเรา(41ปี)ทำงานบ.เอกชน สามีได้เงินเดือนหมื่นนิดๆ ส่วนเราได้หมื่นห้า แต่ครอบครัวสามี พี่น้องเค้าต่างก็ทำธุรกิจส่วนตัวกัน มีพี่ชายเค้าคนนึงเปิดร้านอาหารที่อเมริกา ช่วงนี้กลับมาไทยบ่อย เพราะมาหาของไปตกแต่งร้านที่เปิดใหม่เพิ่ม มาทุกครั้งก็จะมานั่งกินข้าวเย็นรวมญาติกัน แต่ละคนอยู่ที่ไหน ก็จะมารวมตัวกันที่บ้านแม่ สามีเราเป็นน้องเล็กสุดในบรรดาพี่น้อง 10 คน พี่ๆเค้าเลยดูค่อนข้าง ต้องสนับสนุนเค้า เพราะเค้าเป็นคนเดียวที่อยู่ดูแลแม่อายุ 80 กว่าๆ กับมีลูกติดจากภรรยาเก่า 1 คน ที่พี่ๆเค้าต้องคอยส่งเสีย เพราะเค้าว่าหลานเค้าคนนี้ไม่มีแม่ แต่แม่เด็กก็ยังไปมาหาสู่ตลอด ตั้งแต่ยังไม่มีครอบครัวใหม่ จนตอนนี้มีสามีใหม่ไปแล้ว ส่วนลูกที่เรามีกับเขาก็ช่วยกันส่งเสีย ค่าใช้จ่ายออกกันคนละครึ่ง ทั้งของลูกและค่าใช้จ่ายในบ้าน โดยที่บางครั้งในส่วนครึ่งของเค้า ก็จะมีพี่ๆเค้าช่วยเค้าบ้าง เวลาเค้าช๊อต เงินไม่พอใช้ แต่เค้าไม่มาช่วยในส่วนของเรา ถ้าเราช๊อต คือเค้าช่วยหาให้ก่อน คือให้ยืมแล้วมาใช้หนี้เค้าคืนอ่ะ

เรื่องมันมีอยู่ว่า มีอยู่ช่วงนึงเรากับแฟนเราระหองระแหงกัน คือเรารู้สึกว่าแฟนเรามีคนอื่น คือแค่รู้สึก พอช่วงปิดเทอม เราเลยพาลูกเรากลับไปอยู่บ้านแม่ พอใกล้เปิดเทอม รู้สึกไม่อยากกลับไปอีก ทีนี่เราก็ทะเลาะกัน สามีเราเลยทำท่าเหมือนจะเปิดตัวผู้หญิงใหม่ เราเลยคุยกับพวกพี่ๆเค้า ทางฝ่ายสามีเราก็ไม่ยอมรับว่าจริง ทั้งๆที่เราได้คุยกับผู้หญิงคนนั้นแล้วด้วยนะ ผู้หญิงยอมรับว่าแฟนเราไปหลอกเค้าว่า เลิกกับเราแล้ว แต่พี่ๆสามีไม่ได้คุยกับทางผู้หญิงคนนั้น เค้าฟังแต่น้องเค้าว่าไม่ใช่เรื่องจริง ทางบ้านสามีเราก็เลยว่าเราคิดไปเอง เราก็พาลูกกลับมา เพราะเราก็ไม่อยากให้ลูกมีปัญหาการเรียน กะกลับมาเรียนให้จบชั้นเทอมก่อน ดูๆไปก่อนว่าเรื่องเค้าจะจัดการยังไง ซักพักก็เงียบไป ผู้หญิงคนนั้นยอมถอย แต่พอ 3 ปีต่อมา เค้าก็มีอีก คนใหม่ ที่ทำงานเดียวกัน เหมือนเดิม ทีนี้เราก็จับได้อีก คราวนี้ผู้หญิงแรง ไม่ธรรมดา จะเอาให้ได้ นางมั่นใจในตัวสามีเรามาก มาระรานเราทุกช่องทาง โทรเข้าแม้กระทั่งที่บ้าน แม่เค้า 80กว่ารับก็ไม่รู้เรื่องหรอก เราว่าเราไม่โอเค เราจะเลิก มันก็ไม่ยอมเลิก เพราะครั้งนี้รุณแรงมาก แล้วอีกอย่าง เราก็รายงานเรื่องราวให้พวกพี่ๆเค้าได้รับรู้เหตุการณ์ทุกอย่าง เพื่อที่จะได้ไม่มาว่าเราว่าเราคิดไปเอง ทั้งแชต ทั้งเฟส ทั้งไลน์ทุกอย่างที่นางคนนั้นเข้ามาระราน พี่ๆเค้าก็ไปคุยกับน้องเค้า ตอนนี้พวกเค้าจำนนต่อหลักฐาน ยอมรับว่าน้องเค้า ทำตัวแย่จริง แต่เค้าก็ไม่ได้ตำหนิน้องเค้าต่อหน้าเราหรอก

เรื่องนี้มันเลยจุดประเด็นที่ว่า พี่ชายเค้าที่เปิดร้านอาหารที่อเมริกานั้นอ่ะ อยากให้เค้าไปช่วยทำงานที่นั่นอยู่แล้ว เคยเกริ่นๆไว้ พอมามีเรื่องนี้ เค้าเลยยิ่งจี้ให้สามีเราไปดำเนินการทำเรื่องขอวีซ่าไว้ ตอนนี้พี่ชายเค้าก็มาไทยอีก ก็คุยกันทุกวันที่โต๊ะกินข้าว เป็นเรื่องtopic หลัก

ตอนช่วงที่เราจับได้เรื่องผู้หญิงคนล่าสุด ที่เราเคยคุย คอยบอกเหตุการณ์ เคยปรึกษากับพี่ๆเค้า เค้าก็เคยคุยเกริ่นๆกับเราไว้แล้วแหละ ด้วยความที่โมโห เราคิดว่าถ้าเค้าแยกกันกับผู้หญิงคนนี้ได้คงจะดี คือคิดว่าถ้าได้ไปอเมริกาก็ดีป่ะ อย่างน้อยก็ยังไปทำมาหากิน เรายังบอกพวกพี่เค้าไปเลยว่า ขอให้วีซ่าผ่านเถอะ ขอให้ได้ไปจริงๆก็ดี

แต่พอถึงตอนนี้จริงๆ คือสรุป เค้าเลิกติดต่อกับผู้หญิงนั้นได้หรือเปล่าไม่รู้นะ ไม่เชื่อใจอะไรมันแล้ว แต่ที่บ้านเค้าไม่โอเค ไม่ยอมรับผู้หญิงคนนี้ ไม่โอเคเรื่องนี้ของเค้า ส่วนเรา ณ ตอนนี้ ก็ไม่อยากจะคิดมากจนเครียดเกินไป งานก็เยอะ ไหนจะลูกอีก แต่ตอนนี้ถ้าเค้าต้องไปจริงๆ เราก็มาคิดหนักอีกว่า คนมันเป็นแบบนี้ มันจะไหวเหรอ ขนาดมันอยู่ที่นี่ มันยังเป็นแบบนี้เลย ความที่เค้าต้องเชื่อฟังพี่เค้า เรารู้ว่าเค้าไม่ค่อยอยากไปหรอก เพราะไปทำงานที่นั่นมันต้องลำบากมาก เพราะพี่ชายเค้ากับเค้านิสัยไม่เหมือนกัน พี่เค้าขยัน แต่แฟนเราอ่ะ ขี้เกียจ ทำงานเช้าชามเย็นชาม(แต่ตอนคบกันแรก เค้าดูขยันนะ แต่อยู่ด้วยกันนาน ไหงขี้เกียจไม่รู้ เห็นเวลาอยู่กับคนที่ทำงานก็ดูขยันมาก ขยันเอาใจคนอื่นอ่ะ แฟนเรามันปากหวาน ชอบหมาหยอกไก่ไปทั่ว)

**สรุปเดี๋ยวเรียกสามีว่าแฟนดีกว่า มันติดพิมพ์แบบนี้^^

แฟนเรามาคุยกับเราส่วนตัวว่าเค้าไปเพื่อลูกนะ เพื่อลูกเพื่อเมีย ไปแล้วจะส่งเงินมาให้ เท่านั้นเท่านี้ เราก็ฟัง แล้วก็อืมมๆ ในใจนี่อยากจะพูดต่อคำพูดมันมาก แต่มันจะชักใบให้เรือเสียเปล่าๆ ก็เลยๆไม่พูดอะไร ได้แต่บอกว่าให้มันผ่านก่อนเหอะ วีซ่าอ่ะ แล้วก็ไม่ต้องห่วงชั้นหรอก ตลอดเวลาที่อยู่กับเค้ามา เราไม่เคยทำอะไรเสียหาย ไม่เคยนอกใจ ที่พูดแบบนี้นะ เพราะเค้าเน้นย้ำเราว่าให้เราอยู่ดูแลลูก ดูแลแม่เค้า อย่าไปไหน 55555
เราบอก แกบอกตัวเองด้วยนะ สั่งชั้นนุ่น นั่น นี่ แต่พอตัวเอง กลับเป็นฝ่ายทำเอง ไม่ใช่ให้ชั้นรอ พอถึงฝั่ง คือประสบความสำเร็จอะไรแล้ว ก็ถีบหัวเรือนะ!

จริงๆแล้วในใจเรานี่เครียดมากเลยนะ เพราะหลายต่อหลายครั้งที่ผ่านมา อะไรต่ออะไรที่เค้าทำกับเรา มันบอกได้ว่าเค้าไม่เคยทำอะไรเพื่อเราเลย แต่เราก็ทน และทำเพราะรักเค้า แต่หลังจากที่จับได้เรื่องผู้หญิง 2 ครั้งนี้ มันทำให้เราไม่ได้อยากอยู่เพราะเค้าเลย แต่ที่อยู่เพราะลูก ใช่ เราอาจจะไม่เข้มแข็งพอ เพราะตั้งแต่เราตกลงปลงใจมาใช้ชีวิตคู่ร่วมกับเค้า เราไม่ได้เผื่อใจไว้เลยว่าเราจะเจอเหตุการณ์แบบนี้ เราไม่เคยเผื่อไว้ผัวจะมอบตำแหน่งเมียหลวงให้ ไม่เคยเผื่อเลยว่าเราจะโดนเทแบบนี้ คือที่มันจะไปอยู่อเมริกา ตอนที่เราตัดสินใจแต่งงานกับเค้า เราคิดแค่ว่าเราจะใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย สร้างครอบครัวเล็กๆ มีพ่อแม่ลูก อยู่กันอย่างมีความสุขแค่นั้น เพราะเราเป็นคนประหยัด กินอะไรก็ได้ ง่ายๆ

แต่ตอนนี้และก่อนหน้านี้มันมีเหตุการณ์หลายอย่างที่เป็นจุดพลิกผันให้เราได้ตื่นตัว แปลกใหม่กับสิ่งที่ไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าจะเจอ และก็ไม่ได้วางแผนว่าจะรับมือกับมันยังไง

ซึ่งเราก็ไม่รู้หรอกว่า พี่ๆเค้า ครอบครัวเค้าคิดเห็นยังไง กับไอเดียนี้ เราไม่รู้แน่ชัดจริงๆ ว่าที่เค้าสนับสนุนนี้คือ มันดีกับครอบครัวเราจริงไหม หรือดีกับแค่น้องชายเค้ากับหลานเค้าเท่านั้น แต่ถ้ามันเป็นอย่างที่เรากลัว คือตามสันดานผัวเรานะ ไอเดียนี้มันไม่ยุติธรรมและโหดร้ายกับเรามากเลยทีเดียว

เราไม่รู้ว่าจะวางแผนไว้จัดการยังไงกับชีวิตเราต่อไปดี พ่อแม่เราจะว่ายังไงน้อออ T-T

แต่ไม่ว่าจะยังไง เราก็ต้องหนีบลูกไปด้วย เพราะเราเลี้ยงเองมาตลอด เราท้องเราก็ไปฝากครรภ์เอง ตอนคลอดก็มีแต่ที่บ้านเราพาไปรพ.
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่