หน้าแรก
คอมมูนิตี้
ห้อง
แท็ก
คลับ
ห้อง
แก้ไขปักหมุด
ดูทั้งหมด
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
แท็ก
แก้ไขปักหมุด
ดูเพิ่มเติม
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
{room_name}
{name}
{description}
กิจกรรม
แลกพอยต์
อื่นๆ
ตั้งกระทู้
Pantip MALL
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก
เว็บไซต์ในเครือ
Bloggang
Pantown
PantipMarket
Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
เกี่ยวกับเรา
กฎ กติกา และมารยาท
คำแนะนำการโพสต์แสดงความเห็น
นโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิ์การใช้งานของสมาชิก
ติดต่อทีมงาน Pantip
ติดต่อลงโฆษณา
ร่วมงานกับ Pantip
Download App Pantip
Pantip Certified Developer
ทริปเชียงใหม่ 3คืน4วัน
กระทู้สนทนา
สายการบิน
สนามบิน
โรงแรมรีสอร์ท
เที่ยวภูเขา
รถโดยสาร
พอปลายปีช่วงหน้าหนาวคงมีไม่กี่จังหวัดที่นักเดินทางจะคิดถึง จังหวัดเชียงใหม่ก็เป็นตัว เลือกอันดับต้นๆที่อยู่ในแพลนแน่นอน พวกเราก็เป็นกลุ่มเพื่อนที่อยากออกเดินทางไปในดินแดนมนต์เสน่ห์แห่งหุบเขาและดอกไม้แห่งนี้เช่นกัน เลยนำประสบการณ์หลากหลายอารมณ์มาแบ่งปันกันค่ะ
เริ่มจากบรรยากาศที่สนามบินดอนเมืองช่วงรอรวมพลประมาณ 17.00น. ของวันที่ 7 พ.ย.61
หลังจากนี้จะไล่เรียงรวบรวมสถานที่ต่างๆที่พวกเรามีโอกาสไปเยี่ยมเยือนของเชียงใหม่ ระยะเวลาที่มีอันน้อยนิด 3คืน4วัน สมาชิก 5 คน ชาย 1 หญิง4 จะเล่าตั้งแต่เดินทางจากสนามบินเลยนะคะ เราบินเที่ยว 19.10 น. เพื่อไปลุยราตรีชมบรรยากาศยามค่ำคืนของนครเชียงใหม่
เริ่มจากสนามบินเชียงใหม่พวกเราเช่ารถ ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว 7 ที่นั่ง ได้ในราคา วันละ 1599 บาท (ช่วงราคาโปรโมชั่นเจ้าค่ะ)บริการดีมาก น่ารัก สุภาพ บริษัทBIZCAR พอมาถึงสนามบินแล้ว โทรไปที่เบอร์ 081 473 7328 นะคะ จะมีเจ้าหน้าที่มารับไปทำสัญญาที่ออฟฟิศค่ะ แค่ 5 นาที ก็มาแล้วค่ะ
จากนั่นก็ตระเวนไปเรื่อยๆรอบเมือง ลงท้ายที่ร้าน ข้าวต้มสวนดอก (เขาบอกกันว่าได้ 4 🌟) ลองชมหน้าตา มื้อนี้ 450 บาทจ้าาาาาาา
หลังจากอิ่มแล้วก็เข้าที่พักใกล้ๆสนามบิน ราคา ห้องละ 500 บาทสำหรับสองท่าน และ 3 ท่าน ห้องละ650 บาท ห้องสวย เจ้าของน่ารักเราเข้าพักเกือบ5ทุ่ม ยังรอเราเลย
https://www.facebook.com/The-Connect-Chiang-Mai-435597603443339/
หมดวันแรก ขนมเต็มท้อง พรุ่งนี้เจอกันจ้ะ
(8 พ.ย.61) วันที่2 ของการเดินทางตื่นแต่เช้า(ก่อนเจ้าของที่พักตื่น) เพื่อเดินทางไปสักการะพระธาตุประจำปีเกิดของสมาชิก จึงเดินทางไปยังพระบรมธาตุหริภุญชัย ที่จังหวัดลำพูนไม่ไกลจากตัวเมืองเชียงใหม่ เดินทางประมาณครึ่งชั่วโมงค่ะ สำหรับใครที่เกิดปีระกาครั้งหนึ่งในชีวิตไปให้ได้นะคะ
อิ่มบุญอิ่มใจเราแล้ว ก็เดินทางต่อไปยังม่อนแจ่มถึงก็ประมาณ 10 โมงกว่าๆทางขึ้นก็สนุกดีค่ะ เหนื่อยแทนเสียงเครื่องยนต์พอสมควร พอถึงก็เดินไปดูต้นไม้ ดอกไม้ที่คิดว่าจะบานสะพรั่งเต็มภูเขา แต่ต้องผิดหวังเล็กน้อย เพราะเห็นแต่ใบ กับดอกฝิ่นเป็นหย่อมๆ
แต่ก็พอเก็บรรยากาศและดอกไม้สวยๆมาฝากได้ค่ะ
พวกเราก็เลยเดินไปชมหมอกและนั่งสูดโอโซนกันตามที่ดูในรีวิวอื่นๆก็สวยดีค่ะสมใจอยาก แถมยังแวะสั่งอาหารมาชิมด้วย
โดยส่วนตัวคิดว่าราคาค่อนข้างแพงถ้าเทียบกับอาหารบนดอยอื่นๆในวันถัดมา ราคาอาหารพื้นๆ เช่น ข้าวไข่เจียวหมูสับ ผัดกระเพราหมู ข้าวผัด จานละ 80 บาท ข้าวต้มหมู 70 บาท (แอบกระซิบ....รสชาดไม่สมราคาเลย
หลังจากแอบนินทาอาหารเราก็เดินถ่ายรูปสวยๆซักหน่อยแล้วก็ลงจากดอย
จุดมุ่งหมาย บ้านต้นไม้แม่แมะ เชียงดาว ....ขอบอกว่าที่นี่สร้างความประทับใจแบบฝุดๆเลยทีเดียวค่ะ
ใช้เวลาเดินทางจากม่อนแจ่มมาถึงบ้านต้นไม้ แม่แมะประมาณ 2 ชั่วโมงก็ถึงแล้วค่ะ แต่ทางขึ้นไม่ค่อยน่าเป็นห่วงเท่ากลัวรถจะสวนกัน เพราะเป็นไปไม่ได้ที่จะขับสวนกันเลย ถ้ามีรถสวนมาจริงๆจะต้องมีคันหนึ่งคันใดถอยเพื่อหามุมหลบให้ดี ฉะนั้น จึงมีกติกาที่ต้องรู้ก่อนขึ้นดอยคือ เปิดกระจก บีบแตร ทุกครั้งก่อนถึงโค้งทุกครั้ง เลยทำให้แตรรถเราได้ใช้งานตลอดทางเพราะโค้งเยอะมากแถมยังเป็นโค้งที่ไม่เห็นอีกฝั่งเลยด้วย เอาเป็นว่ามีลุ้นตลอด แต่คุ้มเหนื่อย คุ้มเสียวมากๆที่ได้ขึ้นไปพัก เหมือนเจ้าเจ้าเมืองลับแล ไม่มีสีสัน ไม่มีเสียงอึกทึก ไม่มีแสงไฟหลายสีเหมือนในกรุง
ส่วนห้องพักมีหลากหลายบรรยากาศ รูปแบบมีทั้งแบบสันโดษแยกออกไปจากบ้านใหญ่ และแบบห้องน้ำรวมแยกออกจากห้องนอน(แต่เดินแค่ 5 ก้าวก็ถึง) แบบห้องน้ำในตัวก็มีค่ะ คิดเป็นรายหัว หัวละ 750 บาท
ก่อนรับประทานอาหาร พวกเราเดินเล่น นอนเล่นพักผ่อนพอสมควร ก็ไปต่อคิดนวดผ่อนคลายที่ส่วนกลางของบ้านต้นไม้ ซึ่งเป็นชาวบ้านระแวกนั้นที่เข้าอบรมหลักสูตรการนวดผ่อนคลายจากเทศบาลที่จัดอบรมเพื่อเพิ่มรายได้ให้ชาวบ้าน พวกเราจึงอุดหนุนป้าๆน้าๆหน่อย ที่นี่คิดชั่วโมงละ 200 บาท
และในราคาที่พักรายหัว 750 บาท ราคานี้รวมอาหารเย็นและอาหารเช้า (ถ้าจะขึ้นไปบ้านแม่แมะ บอกไว้ก่อนสำหรับรสชาดอร่อยค่ะวัดจากที่ชิมจากม่อนแจ่ม....แฮ่ะๆ มาดูอาหารของบ้านต้นไม้กันค่ะ
อาหารเย็นแบบบุฟเฟ่ต์เติมไม่อั้น
ส่วนอาหารเช้าเป็นข้าวต้ม ไข่ลวก กาแฟ ขนมปัง
แต่สาวๆที่ชอบกินขนมจุกจิก ต้องแวะซื้อเสบียงให้พร้อมก่อนขึ้นดอยนะจ้ะ แต่ขอบนมีขนมกับกาแฟสด)
บ้านต้นไม้ที่เราพักอยู่ตรงข้ามวัดและถ้าเลยขึ้นไป ที่นี่มีสถานปฎิบัติธรรมด้วยค่ะ พวกเราเลยได้ใส่บาตรภิกษุณี แต่สิ่งที่ประทับใจอีกอย่างคือ เสียงสวดให้พรไพเราะมากจริงๆ
หมายเหตุ ช่วงที่พวกเราไปพักอากาศกำลังเย็นสบาย ช่วงค่ำหลังหกโมงเย็นไปแล้วจะหนาวเย็นเลยที่เดียว ยิ่งดึกยิ่งหนาวมาก แต่พอเช้าก็จะเย็นสบายแต่หนาวเย็นน้อยกว่าตอนกลางคืน แต่ที่สุดยอดคือ ไม่มียุงค่ะ ชอบมากๆ แถมมี WIFI ไว้ให้บริการในส่วนบริเวณห้องพักด้วย
ติดตามตอนต่อไป
เช้าวันที่ 3 ของการเดินทาง(วันที่ 9 พ.ย.61) หลังจากใส่บาตร อิ่มบุญแล้ว ก็รับประทานอาหารเช้า ถึงเวลาต้องร่ำลาบ้านต้นไม้แล้วสินะ พวกเราต้องรีบเดินทางลงจากดอยหน่อยเพราะลุงๆป้าๆบอกว่าถ้าลงสายจะมีรถทยอยขึ้นมาพักจะทำให้เดินทางลำบากเพีาจะมีรถสวนทางขึ้นมาพักค่อยข้างเยอะ พวกเราจึงเดินทางลงจากดอยประมาณ 8 โมงเช้าจะได้ไม่ต้องสวนทางกับคันอื่น
ประตูดิน ปากทางเมืองลับแล
บ๊ายบาย บายยยบ้านต้นไม้
มุ่งหน้าต่อไปยังดอยสุเทพ มาถึงเชียงใหม่ยังไงก็ต้องไป ไม่งั้นถือว่าไม่ถึงเชียงใหม่นะเจ้า....ป่ะไปกันเลย ใน ใช้เวลาเดินทางจากบ้านต้นไม้แม่แมะถุงดอยสุเทพ ประมาณ 1.45 ชั่วโมง ขึ้นอยู่ว่ารถติดไหม
และแล้วก็มาถึง.....ดอยสุเทพ
มีภาพประทับใจมาฝาก สังเกตรอยยิ้มและความอบอุ่นของรอยยิ้มครอบครัวนี้สิ...น่ารักมาก
ถึงเวลาเดินทางเก็บประสบการณ์ต่อแล้วค่ะ แต่ติดตรงที่ว่า พวกเราหิวแล้วววววว.....รออะไรล่ะคะ ก็ค้นหาของอร่อยตามรีวิวต่างๆที่ค้นได้ก็ไปเจอรีวิวที่เอ่ยถึงความอร่อยและรสชาดที่น่าลองของร้าน ไก่ย่างเชิงดอย ไปดูกันว่าจะสมคำร่ำลือไหม มื้อนี้ 680 บาท ต้องขออภัยที่บางจานถ่ายไม่ทันคนกินนะคะ 5555
โดยส่วนตัวเราว่ารสชาดธรรมดา ไก่ย่างไม่ได้มาเป็นตัวแต่มาเป็นจานค่ะ จานละ 80 บาท มีประมาณ 6-8 ชิ้น วางเรียงไปกัน
หลังจากอิ่มท้องกันแล้ว พวกเราก็พากันเดินทางต่อไปยังแม่กำปอง
เราได้ทำการจอง เฮือนอ้ายฮู้ดไว้ เป็น 1 ใน 5 บ้านพักที่มีลำธารผ่าน ราคาหัวละ 650 บาท พร้อมอาหารเย็นและอาหารเช้าค่ะ ยามค่ำคืนนอนฟังเสียงน้ำกันไปเพลินเลย
ที่พักมีที่จอดรถและอยู่กลางหมู่บ้านเดินไปเที่ยวสบายไปเลย แถมห่างจากวัดที่มีลำธารลอดใต้โบสถ์แค่ 80 เมตรเอง
มาดูหน้าตาอาหารของเฮือนอ้ายอู้ดกันค่ะ (ขอบอกรสชาดอร่อยกว่าม่อนแจ่ม อีกแล้วครับท่าน)
อาหารเย็น เติมไม่อั้น
อาหารเช้าก็เติมไม่อั้นจ้ะ
ค่ำๆของวันที่ 9 พ.ย 61 ดันมีฝนตกลงมาเลยเดินเล่นหาอะไรกินเล่น และถ่ายรูปได้ไม่นานก็ต้องหนีฝนเข้าที่พัก
อาหารพื้นบ้าน พื้นเมือง มันหวานย่าง ข้าวโพดย่าง ไส้ย่าง
จุดแลนด์มาร์คถ่ายรูปเราก็มา นี่คือทริปเชียงใหม
แก้ไขข้อความเมื่อ
▼
กำลังโหลดข้อมูล...
▼
แสดงความคิดเห็น
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
เชียงใหม่ ในเวลาจำกัด
ขอคำแนะนำเชียงใหม่ หน่อยคะ ในเวลาที่จำกัด สามารถไปไหนได้บ้างคะ วันแรก ลงเครื่องประมาณ 11.30 น. สนามบินเชียงใหม่ - ไปพระธาตุดอยคำ - อุทยานราชพฤกษ์ - ถนนคนเดิน - นอนในเมือง วันที่2 ม่อนแจ่ม-สวนพฤกษศาสตร
สมาชิกหมายเลข 729262
สอบถามเรื่องเส้นทางไปเชียงใหม่ทีครับ
เดือนมีนาคม 2564 มีแพลนไปเชียงใหม่ 7วัน วันแรกถึงสนามบิน ราวๆ 17:00น. ผมต้องเช่ารถมอไซค์ที่ไหนครับ ที่ใกล้ที่สุด แพลนที่จะไปมีดังนี้ครับ เริ่มจากจุดสตาร์ทรถ สนามบินเชียงใหม่ - ม่อนแจ่
สมาชิกหมายเลข 3982365
ช่วยแนะนำทริปเชียงใหม่ให้หน่อยค่ะ จัดแบบนี้เหมาะสมมั้ย จะไปช่วงตุลาคมค่ะ
ต้องเลื่อนทริปไปเชียงใหม่เพราะโควิทค่ะ ช่วยแนะนำหน่อยจัดแบบนี้เหมาะสมมั้ยค่ะ เสาร์ ทริปม่อนแจ่ม แม่ริม ถึงสนามบิน 10.30 น. 1.ห้วยตึงเฒ่า คิงคองยักษ์ 2.พระตำหนัก
สมาชิกหมายเลข 742106
แพลนเที่ยวเชียงใหม่ 3 วัน 2คืน ช่วงพฤษภาคม แบบนี้เหมาะสมมั้ยค่ะ
ช่วยแนะนำหน่อยค่ะ แพลนไว้แบบนี้ต้องปรับเปลี่ยนอะไรบ้างค่ะ วันแรก ถึงสนามบิน 10.00 น. 1.วัดพระธาตดอยคำ 2.น้ำพุร้อนสันกำแพง 3.ถนนคนเดินท่าแพ พัก นิมมาน วันที่ 2 1.ม่อนแจ่ม 2.สวนสตอเบอรี่ 3.
สมาชิกหมายเลข 742106
โปรแกรมเที่ยวเชียงใหม่ 4 วัน 3 คืน แบบนี้ พอไหวมั๊ย ?
โปรแกรมเที่ยวเชียงใหม่ ปลายเดือนพฤศจิกายน ปี 2561 วันที่ 1 วันอาทิตย์ เช้า - สนามบินเชียงใหม่ (เวลา 9:10 น.) - วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร บ่าย - น้ำตกแม่ยะ หรือ น้ำตกแม่กลาง - น้ำตกสิริภูมิ - โครงการ
Paipaichun
เที่ยวเชียงใหม่
มีแพลนจะไปเที่ยวเชียงใหม่ มีเวลา10 วันค่ะ เที่ยวแบบไม่มีรถส่วนตัว ในโปรแกรมคร่าวๆต้องการเที่ยวในเมืองเชียงใหม่ , ม่อนแจ่ม, แม่กำปอง, ดอยอินทร์นนท์ แต่ไม่เคยไปเชียงใหม่ไม่รู้ว่าจะจัดแ
สมาชิกหมายเลข 6202018
เที่ยวเชียงใหม่ 5 วัน 4 คืน รวดเดียว 4 อำเภอ
เป้าหมายหลักของนักท่องเที่ยวตลอดกาล คงหนีไม่พ้น “เชียงใหม่” เมืองที่ล้อมรอบด้วยภูเขา มีครบทุกสิ่งในแบบที่ต้องการ ทั้งดอยสวย ทะเลหมอก ธรรมชาติ และสวนดอกไม้ที่งดงาม กับทริปบุกเมืองเชียงใหม่ห
สมาชิกหมายเลข 7136624
เที่ยวดูทะเลหมอกที่ม่อนหมื่นจอก ดอยม่อนหมาก แม่แจ่ม เชียงใหม่
ฤดูนี้ต้องล่าทะเลหมอก เชียงใหม่ https://youtu.be/EP1u0-qOzKk?si=isnDgJkr5Eu-gegQ และไปต่อที่ บาหลู่โข่ https://youtu.be/ALB45If4jwc?si=nWmFj34XGshoVd4d
สมาชิกหมายเลข 6318867
ช่วยวางแพลนไปเที่ยวเชียงใหม่วันที่ 19 พย.- 21 พย.66
ถึงเชียงใหม่เวลา 9 โมง ของวันที่ 19 และขึ้นเครื่องกลับ กรุงเทพ เวลาดึกของวันที่ 21 วันที่ 1 จะไปเที่ยวแม่กำปอง และไปพักที่ม่อนแจ่ม วันที่ 2 ไปเชียงดาว นอนเชียงดาว วันที่ 3 เข้าเมืองเชียงใหม่ ขอใ
สมาชิกหมายเลข 7670505
วางแพลนเที่ยวม่อนแจ่ม ดอยสุเทพ แม่กำปอง 4วัน3คืน
สวัสดีค่ะ รบกวนเพื่อนๆที่เคยไปเที่ยวและอาศัยอยู่เชียงใหม่ ช่วยดูแพลนเที่ยวให้หน่อยคะ ว่าเป็นการขับรถที่ต้องวกไปมาหรือป่าว (เช่ารถยนต์) วันที่1 ศุกร์ ถึงเชียงใหม่ 15.00น. พักม่อนแจ่ม วันที่
สมาชิกหมายเลข 5743781
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
สายการบิน
สนามบิน
โรงแรมรีสอร์ท
เที่ยวภูเขา
รถโดยสาร
บนสุด
ล่างสุด
อ่านเฉพาะข้อความเจ้าของกระทู้
หน้า:
หน้า
จาก
แชร์ : 1
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
ยอมรับ
ทริปเชียงใหม่ 3คืน4วัน
เริ่มจากบรรยากาศที่สนามบินดอนเมืองช่วงรอรวมพลประมาณ 17.00น. ของวันที่ 7 พ.ย.61
เริ่มจากสนามบินเชียงใหม่พวกเราเช่ารถ ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว 7 ที่นั่ง ได้ในราคา วันละ 1599 บาท (ช่วงราคาโปรโมชั่นเจ้าค่ะ)บริการดีมาก น่ารัก สุภาพ บริษัทBIZCAR พอมาถึงสนามบินแล้ว โทรไปที่เบอร์ 081 473 7328 นะคะ จะมีเจ้าหน้าที่มารับไปทำสัญญาที่ออฟฟิศค่ะ แค่ 5 นาที ก็มาแล้วค่ะ
จากนั่นก็ตระเวนไปเรื่อยๆรอบเมือง ลงท้ายที่ร้าน ข้าวต้มสวนดอก (เขาบอกกันว่าได้ 4 🌟) ลองชมหน้าตา มื้อนี้ 450 บาทจ้าาาาาาา
หลังจากอิ่มแล้วก็เข้าที่พักใกล้ๆสนามบิน ราคา ห้องละ 500 บาทสำหรับสองท่าน และ 3 ท่าน ห้องละ650 บาท ห้องสวย เจ้าของน่ารักเราเข้าพักเกือบ5ทุ่ม ยังรอเราเลย https://www.facebook.com/The-Connect-Chiang-Mai-435597603443339/
(8 พ.ย.61) วันที่2 ของการเดินทางตื่นแต่เช้า(ก่อนเจ้าของที่พักตื่น) เพื่อเดินทางไปสักการะพระธาตุประจำปีเกิดของสมาชิก จึงเดินทางไปยังพระบรมธาตุหริภุญชัย ที่จังหวัดลำพูนไม่ไกลจากตัวเมืองเชียงใหม่ เดินทางประมาณครึ่งชั่วโมงค่ะ สำหรับใครที่เกิดปีระกาครั้งหนึ่งในชีวิตไปให้ได้นะคะ
อิ่มบุญอิ่มใจเราแล้ว ก็เดินทางต่อไปยังม่อนแจ่มถึงก็ประมาณ 10 โมงกว่าๆทางขึ้นก็สนุกดีค่ะ เหนื่อยแทนเสียงเครื่องยนต์พอสมควร พอถึงก็เดินไปดูต้นไม้ ดอกไม้ที่คิดว่าจะบานสะพรั่งเต็มภูเขา แต่ต้องผิดหวังเล็กน้อย เพราะเห็นแต่ใบ กับดอกฝิ่นเป็นหย่อมๆ
แต่ก็พอเก็บรรยากาศและดอกไม้สวยๆมาฝากได้ค่ะ
พวกเราก็เลยเดินไปชมหมอกและนั่งสูดโอโซนกันตามที่ดูในรีวิวอื่นๆก็สวยดีค่ะสมใจอยาก แถมยังแวะสั่งอาหารมาชิมด้วย
โดยส่วนตัวคิดว่าราคาค่อนข้างแพงถ้าเทียบกับอาหารบนดอยอื่นๆในวันถัดมา ราคาอาหารพื้นๆ เช่น ข้าวไข่เจียวหมูสับ ผัดกระเพราหมู ข้าวผัด จานละ 80 บาท ข้าวต้มหมู 70 บาท (แอบกระซิบ....รสชาดไม่สมราคาเลย
หลังจากแอบนินทาอาหารเราก็เดินถ่ายรูปสวยๆซักหน่อยแล้วก็ลงจากดอย
จุดมุ่งหมาย บ้านต้นไม้แม่แมะ เชียงดาว ....ขอบอกว่าที่นี่สร้างความประทับใจแบบฝุดๆเลยทีเดียวค่ะ
ใช้เวลาเดินทางจากม่อนแจ่มมาถึงบ้านต้นไม้ แม่แมะประมาณ 2 ชั่วโมงก็ถึงแล้วค่ะ แต่ทางขึ้นไม่ค่อยน่าเป็นห่วงเท่ากลัวรถจะสวนกัน เพราะเป็นไปไม่ได้ที่จะขับสวนกันเลย ถ้ามีรถสวนมาจริงๆจะต้องมีคันหนึ่งคันใดถอยเพื่อหามุมหลบให้ดี ฉะนั้น จึงมีกติกาที่ต้องรู้ก่อนขึ้นดอยคือ เปิดกระจก บีบแตร ทุกครั้งก่อนถึงโค้งทุกครั้ง เลยทำให้แตรรถเราได้ใช้งานตลอดทางเพราะโค้งเยอะมากแถมยังเป็นโค้งที่ไม่เห็นอีกฝั่งเลยด้วย เอาเป็นว่ามีลุ้นตลอด แต่คุ้มเหนื่อย คุ้มเสียวมากๆที่ได้ขึ้นไปพัก เหมือนเจ้าเจ้าเมืองลับแล ไม่มีสีสัน ไม่มีเสียงอึกทึก ไม่มีแสงไฟหลายสีเหมือนในกรุง
ส่วนห้องพักมีหลากหลายบรรยากาศ รูปแบบมีทั้งแบบสันโดษแยกออกไปจากบ้านใหญ่ และแบบห้องน้ำรวมแยกออกจากห้องนอน(แต่เดินแค่ 5 ก้าวก็ถึง) แบบห้องน้ำในตัวก็มีค่ะ คิดเป็นรายหัว หัวละ 750 บาท
ก่อนรับประทานอาหาร พวกเราเดินเล่น นอนเล่นพักผ่อนพอสมควร ก็ไปต่อคิดนวดผ่อนคลายที่ส่วนกลางของบ้านต้นไม้ ซึ่งเป็นชาวบ้านระแวกนั้นที่เข้าอบรมหลักสูตรการนวดผ่อนคลายจากเทศบาลที่จัดอบรมเพื่อเพิ่มรายได้ให้ชาวบ้าน พวกเราจึงอุดหนุนป้าๆน้าๆหน่อย ที่นี่คิดชั่วโมงละ 200 บาท
และในราคาที่พักรายหัว 750 บาท ราคานี้รวมอาหารเย็นและอาหารเช้า (ถ้าจะขึ้นไปบ้านแม่แมะ บอกไว้ก่อนสำหรับรสชาดอร่อยค่ะวัดจากที่ชิมจากม่อนแจ่ม....แฮ่ะๆ มาดูอาหารของบ้านต้นไม้กันค่ะ
อาหารเย็นแบบบุฟเฟ่ต์เติมไม่อั้น
ส่วนอาหารเช้าเป็นข้าวต้ม ไข่ลวก กาแฟ ขนมปัง
แต่สาวๆที่ชอบกินขนมจุกจิก ต้องแวะซื้อเสบียงให้พร้อมก่อนขึ้นดอยนะจ้ะ แต่ขอบนมีขนมกับกาแฟสด)
บ้านต้นไม้ที่เราพักอยู่ตรงข้ามวัดและถ้าเลยขึ้นไป ที่นี่มีสถานปฎิบัติธรรมด้วยค่ะ พวกเราเลยได้ใส่บาตรภิกษุณี แต่สิ่งที่ประทับใจอีกอย่างคือ เสียงสวดให้พรไพเราะมากจริงๆ
หมายเหตุ ช่วงที่พวกเราไปพักอากาศกำลังเย็นสบาย ช่วงค่ำหลังหกโมงเย็นไปแล้วจะหนาวเย็นเลยที่เดียว ยิ่งดึกยิ่งหนาวมาก แต่พอเช้าก็จะเย็นสบายแต่หนาวเย็นน้อยกว่าตอนกลางคืน แต่ที่สุดยอดคือ ไม่มียุงค่ะ ชอบมากๆ แถมมี WIFI ไว้ให้บริการในส่วนบริเวณห้องพักด้วย
ติดตามตอนต่อไป
เช้าวันที่ 3 ของการเดินทาง(วันที่ 9 พ.ย.61) หลังจากใส่บาตร อิ่มบุญแล้ว ก็รับประทานอาหารเช้า ถึงเวลาต้องร่ำลาบ้านต้นไม้แล้วสินะ พวกเราต้องรีบเดินทางลงจากดอยหน่อยเพราะลุงๆป้าๆบอกว่าถ้าลงสายจะมีรถทยอยขึ้นมาพักจะทำให้เดินทางลำบากเพีาจะมีรถสวนทางขึ้นมาพักค่อยข้างเยอะ พวกเราจึงเดินทางลงจากดอยประมาณ 8 โมงเช้าจะได้ไม่ต้องสวนทางกับคันอื่น
ประตูดิน ปากทางเมืองลับแล
บ๊ายบาย บายยยบ้านต้นไม้
มุ่งหน้าต่อไปยังดอยสุเทพ มาถึงเชียงใหม่ยังไงก็ต้องไป ไม่งั้นถือว่าไม่ถึงเชียงใหม่นะเจ้า....ป่ะไปกันเลย ใน ใช้เวลาเดินทางจากบ้านต้นไม้แม่แมะถุงดอยสุเทพ ประมาณ 1.45 ชั่วโมง ขึ้นอยู่ว่ารถติดไหม
และแล้วก็มาถึง.....ดอยสุเทพ
มีภาพประทับใจมาฝาก สังเกตรอยยิ้มและความอบอุ่นของรอยยิ้มครอบครัวนี้สิ...น่ารักมาก
ถึงเวลาเดินทางเก็บประสบการณ์ต่อแล้วค่ะ แต่ติดตรงที่ว่า พวกเราหิวแล้วววววว.....รออะไรล่ะคะ ก็ค้นหาของอร่อยตามรีวิวต่างๆที่ค้นได้ก็ไปเจอรีวิวที่เอ่ยถึงความอร่อยและรสชาดที่น่าลองของร้าน ไก่ย่างเชิงดอย ไปดูกันว่าจะสมคำร่ำลือไหม มื้อนี้ 680 บาท ต้องขออภัยที่บางจานถ่ายไม่ทันคนกินนะคะ 5555
โดยส่วนตัวเราว่ารสชาดธรรมดา ไก่ย่างไม่ได้มาเป็นตัวแต่มาเป็นจานค่ะ จานละ 80 บาท มีประมาณ 6-8 ชิ้น วางเรียงไปกัน
หลังจากอิ่มท้องกันแล้ว พวกเราก็พากันเดินทางต่อไปยังแม่กำปอง
เราได้ทำการจอง เฮือนอ้ายฮู้ดไว้ เป็น 1 ใน 5 บ้านพักที่มีลำธารผ่าน ราคาหัวละ 650 บาท พร้อมอาหารเย็นและอาหารเช้าค่ะ ยามค่ำคืนนอนฟังเสียงน้ำกันไปเพลินเลย
ที่พักมีที่จอดรถและอยู่กลางหมู่บ้านเดินไปเที่ยวสบายไปเลย แถมห่างจากวัดที่มีลำธารลอดใต้โบสถ์แค่ 80 เมตรเอง
มาดูหน้าตาอาหารของเฮือนอ้ายอู้ดกันค่ะ (ขอบอกรสชาดอร่อยกว่าม่อนแจ่ม อีกแล้วครับท่าน)
อาหารเย็น เติมไม่อั้น
อาหารเช้าก็เติมไม่อั้นจ้ะ
ค่ำๆของวันที่ 9 พ.ย 61 ดันมีฝนตกลงมาเลยเดินเล่นหาอะไรกินเล่น และถ่ายรูปได้ไม่นานก็ต้องหนีฝนเข้าที่พัก
อาหารพื้นบ้าน พื้นเมือง มันหวานย่าง ข้าวโพดย่าง ไส้ย่าง
จุดแลนด์มาร์คถ่ายรูปเราก็มา นี่คือทริปเชียงใหม