บทที่ 2
เพลิงเสน่หา
โจว์รู้สึกเหมือนประสาทตัวเองยังค้างอยู่ แม้ว่าจะได้แช่น้ำอุ่น และหลับอยู่ในอ่างนั้นเป็นเวลานานแล้วก็ตาม เสียงปืนยังคงตามรบกวนประสาทของเขาอยู่ดี เขาพยายามนึกให้มันเป็นเพียงเรื่องบังเอิญ ที่ใครก็ตามไล่ยิง เป็นการเข้าใจผิด และเป็นการยิงผิดตัว เขามั่นใจว่าไม่เคยทำร้ายใคร หรือทำความเดือดร้อนให้ใคร ถึงขนาดที่ต้องตามมาไล่ยิงกันเช่นนี้ ซึ่งก็อีกนั่นแหละ เขาก็ไม่เคยไปขวางทางอิทธิพลของใคร
กิจการงาน ธุรกิจของเขาก็เป็นเพียงบริษัทโฆษณาเล็ก ๆ ที่รับทอดมาจากพ่อ...ก็เท่านั้น
โจว์เป็นลูกชายคนเดียว แม้ว่าพ่อแม่ของเขาจัดอับดับว่ารวยของเมืองนี้ ก็จัดอยู่เพียงขั้นเศรษฐีผู้มีอันจะกินธรรมดา ๆ เท่านั้น และพ่อแม่ของเขาก็ตายไปนานแล้ว ญาติพี่น้องหรือก็ห่างความสัมพันธ์ คงไม่มีใครอยากจะฆ่าเขาเพียงเพื่อต้องการมรดกแน่ ๆ
ชายหนุ่มพยายามหาข้อสรุปให้กับตัวเองว่า เรื่องนี้คงเป็นการเข้าใจผิด ผิดฝาผิดตัวเป็นแน่แท้
หรือเขาควรจะบอกใครสักคน เรียกทนาย...หรือว่าแจ้งความ…
ฉับพลันเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นทำลายห้วงความคิด เขาเอื้อมมือไปรับสาย เสียงที่คุ้นเคยทำให้เขาลืมเรื่องที่เกิดขึ้นไปในทันที
"คิดถึงคุณเหลือเกินโจว์ ฉันโทรตามหาคุณทั้งวัน... ไปไหนมาคะ"
โจว์นึกอยากจะเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ เจนนี่ฟัง แต่แล้วเขาก็เปลี่ยนใจ
"ผมออกไปวาดรูปที่สวนสาธารณะ"
"สวนสาธารณะ!....วาดรูป?" เสียงของหล่อนทวนคำ ก่อนหัวเราะร่าเสียงใส
"วาดรูปในวันที่ฝนตกหนักอย่างนี้หรือคะ"
"ช่วยไม่ได้ ผมคิดถึงคุณมากนะเจน...แล้วคุณก็ไม่ได้โทรหาผมเลย โทรไปที่บ้านก็เจอแต่เครื่องตอบรับ ผมฝากข้อความไปไม่รู้ครั้งที่เท่าไร ผมติดต่อคุณไม่ได้เลย แล้วจะให้ผมทำยังไง...นอนดูทีวี ช่วยตัวเอง หรือว่าหาสาวอื่นมาแทนคุณ งั้นดีมั้ย"
เสียงใส ๆ ทางปลายสาย ยังคงหัวเราะร่าอยู่เช่นเดิม
"โจว์คุณกำลังตัดพ้อฉัน หรือว่า อ้อน หรือว่างอนฉันกันแน่คะที่รัก"
"ผมพูดเรื่องจริง ไม่ได้อ้อน หรืองอนคุณซักหน่อย เจนนี่"
"โอเคค่ะ ไม่งั้นเดี๋ยวไม่จบ...ฉันอยู่ที่ร้านเดิม ที่ถนนแปด ออกมาพบฉันได้มั้ยคะ ฉันมีอะไรให้คุณแปลกใจ...เร็ว ๆ นะคะ"
เสียงทางโน้นตัดสายไป โจว์ตัดสินใจลุกจากอ่าง เปลี่ยนเป็นชุดลำลองง่าย ๆ เสื้อเชิ้ตสีเทา กับกางเกงยีนส์ตัวเก่ง
ชายหนุ่มใช้เวลาไม่นานเมื่อมาถึงถนน 8 ร้านค้าย่านนี้เปิดบริการตามลักษณะของยุโรป ถนนแคบ ๆ ปิดไม่ให้รถเข้า มีร้านค้าเล็ก ๆ ขายของที่ระลึก ผับเล็ก ๆ และร้านกาแฟริมถนน
ร้านเดิม ร้านโปรดของเจนนี่ เป็นร้านอาหารยุโรปเรียบง่ายที่อยู่สุดถนน เขาและเจนนี่ชอบมาทานอาหารที่ร้านนี้บ่อย ๆ
โจว์ผลักบานประตูไม้โอ๊คแผ่นหนาหนักเข้าไป ที่โต๊ะตัวเดิม เจนนี่ยังคงเป็นเจนนี่ ดีไซเนอร์สาวผู้สวยเฉี่ยว
"หน้าตาคุณไม่ดีเลย....ไม่สบายหรือเปล่าคะ"
อ้อมกอด และจุมพิตทักทายของเจนนี่ เรียกสติของโจว์กลับคืนมา ความกลัวดูเหมือนยังฝังแน่นอยู่ในสมอง และทุก ๆ อณูของความรู้สึก
"ไม่สบายหรือเปล่าคะ" เธอถามย้ำอีกครั้ง ช่วยเรียกสติเขาให้กลับคืน
"คงคิดถึงคุณมากไปหน่อย"
โจว์เปลี่ยนเป็นเรื่องขำ ๆ พลอยทำให้สีหน้ากังวลของเจนนี่ลดลง แล้วชั่วขณะเธอก็หัวเราะร่าเสียงใสกลับกลายเป็นคนเดิม เธอหยิบบุหรี่มวนยาวออกจากกระเป๋ามาสูบ
เจนนี่เป็นหญิงสาวปราดเปรียวที่อยู่ในแวดวงสังคมระดับสูง วัยต้น 30 มีกิจการห้องเสื้อเป็นของเธอเอง ซึ่งเป็นที่พึงพอใจของสาวชั้นสูงของเมืองนี้ถ้วนหน้า ไม่ต้องแปลกใจเลย ทุกสิ่งทุกอย่างของเธอดูสวยหรูสมบุคลิก ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เครื่องประดับ เข้าชุดกันอย่างมีรสนิยม
เรือนผมสีทองยาวเคลียบ่าของเธอจับเป็นลอนคลื่น ดวงตาสีน้ำตาลวาวโตคู่นั้น สุกสกาวราวกับดวงตาของแมวป่า ริมฝีปากของเธอบางเฉียบ ทุกสัดส่วนที่เป็นความงาม เสน่ห์อันเย้ายวนของเธอ มันทำให้คนที่อยู่ใกล้ ๆ พร้อมจะคุโชนด้วยไฟเสน่หาที่เธอจุดประกายขึ้นได้อย่างร้อนแรงทีเดียว
เจ้าของบริษัทโฆษณาหนุ่มสั่งอาหารเย็นง่าย ๆ ขณะที่เจนนี่สั่งบริกรให้เสริฟไวน์แดงให้เขา
"ฉันมาที่นี่ตั้งแต่บ่าย โทรศัพท์ไปหาคุณหลายครั้ง แต่ไม่ยักมีใครรับสาย"
"ผมหลับอยู่ในห้องน้ำ ทำไมคุณไม่ไปหาผมที่ห้อง"
"นึกว่าคุณไม่อยู่ ฉันไม่อยากไปรอเก้อ เสียเวลา...."
โจว์เลิกคิ้ว รู้สึกแปลก ๆ ในคำพูดของเธอ เจนนี่ทำหน้าเก้อ ๆ ก่อนจะเปลี่ยนไปเรื่องอื่นแทน
"คุณสังเกตบ้างไหมว่า ระยะนี้มีอะไรผิดปกติเกี่ยวกับตัวฉัน"
"คุณดูสวยขึ้นกว่าเดิมทุก ๆ วินาที"
ดวงตาพราวประกายคู่นั้น ทำให้เขาพูดออกไปอย่างลืมตัว
"โจว์....โจว์! หยุดคำพูดหว่านเสน่ห์ มันทำให้ฉันเคลิ้ม รู้หรือเปล่า"
น้ำเสียงใส แฝงไว้ด้วยความรัญจวน มันกลับเลือนมาเป็นเสียงปืนในสมองเขาได้ อย่างไม่น่าเชื่อ…
"ไม่เหลวไหลน่าที่รัก ฉันอยากจะรู้....ก่อนที่จะให้คุณรู้สึกแปลกใจ ฉันมีอะไรผิดปกติหรือเปล่า"
โจว์ทำท่าครุ่นคิด ไวน์ถูกเสิร์ฟ เขายกขึ้นจิบ ความรู้สึกมันลึกล้ำ ในขณะที่ทุกโสตประสาทมีหญิงสาวเจ้าเสน่ห์แทรกกรุ่นไปในทุก ๆ อณูของความรู้สึก ความหวาดกลัวก็ยังคงเต้นเร่าอยู่อีกอณูหนึ่งไม่ห่างกัน
"คุณหายไปอาทิตย์กว่า ปล่อยผมให้เฉาตายอยู่ที่ห้อง"
บางโสตประสาทกระตุ้นเตือน เขาพูดอย่างผู้ชายคนหนึ่ง หรือว่ามันมาจากส่วนลึกในหัวใจ แต่เหมือนเจนนี่จะยิ้มร่า กับคำตอบของเขา
"นั่นล่ะค่ะที่ผิดปกติไป...ก็ไม่ได้ติดต่อคุณไง...ฉันไปถ่ายแบบให้หนังสือโวคมาค่ะ" เธอดึงแฟ้มเล่มโต ออกมาจากกระเป๋าหวายใบเก๋ของเธอ
"ตัวอย่างรูปที่ฉันขอมาค่ะ ฉันจะได้ขึ้นปกโวคก่อนคริสต์มาสนี้ค่ะ"
โจว์เพ่งพิศ หญิงสาวสวยในรูป เธอสวย สวยมีเสน่ห์อย่างกลมกลืน สวยแบบรัญจวน ในความรู้สึกที่เขารู้สึกได้มากขึ้นไปกว่า หญิงสาวที่ยิ้มแก้มปริอยู่ตรงหน้า
"เขาบอกว่า ไม่มีนางแบบคนไหนจะใส่เสื้อผ้าของฉัน ได้สวยเท่ากับตัวฉันเอง"
ชายหนุ่มรู้สึกวูบวาบไปทั้งตัว ในความรู้สึกลึก ๆ เขากำลังรู้สึกอิจฉาตัวเอง จนไม่ไยดี กับอาหารที่มาเสิร์ฟตรงหน้า
อีกความรู้สึกกำลังค้นหาอะไรเกิดขึ้นกับตัวเขา มีคำถามแทรกเข้ามา เขารักเธอ หรือเพียงแค่ปรารถนาเธอกันแน่...
"เฮ้! ขอผมได้มั้ย จะไปปิดบนเพดานห้อง เผื่อไว้ช่วยตัวเอง เวลาไม่มีคุณอยู่ใกล้ ๆ " น้ำเสียงของโจว์ไร้อารมณ์ เหมือนพูดเรื่อยเปื่อย
"อย่างนั้นเลยนะ โจว์ ฉันน่าจะรักคุณให้มากกว่านี้...ไม่ได้หรอกฉันต้องไปใส่กรอบโชว์ที่ห้องเสื้อ คุณน่ะรอให้หนังสือออกเถอะ"
เสียงหัวเราะร่า พร้อมกับแฟ้มอัลบั้มรูปถูกดึงกลับไป มันช่วยทำให้สติของเขากลับคืนมาอีกครั้ง
กลิ่นอาหารเย้ายวนมากกว่าเสียแล้วตอนนี้ ชายหนุ่มรู้สึกหิวตื้อขึ้นมาทันที ตั้งแต่เช้ายังไม่มีอะไรตกลงในท้อง นอกจากเบียร์เป็นอึก และไวน์อีกหนึ่งจิบ
"โจว์คะ พรุ่งนี้ฉันต้องบินไปบาฮามา ไปราวเดือนหนึ่ง เพื่อถ่ายแบบต่อ แล้วก็ว่าจะหาโอกาสพักผ่อนเสียเลย... ไปด้วยกันมั้ยคะ"
เสียงเชื้อเชิญในตอนท้าย เบาจนเขารู้สึกเหมือนผิดปกติในน้ำเสียงของเธอ
เขากำลังตั้งคำถามว่ารักเธอหรือเปล่า แต่คำตอบเหมือนแผ่วลางเลือนในความคิด …
โจว์รู้จักเธอในฐานะลูกค้าที่ทำโฆษณาห้องเสื้อให้ จากงานเริ่มกลายเป็นความสัมพันธ์ เขาควงเธอมานานร่วมปี ไม่มีผู้หญิงคนไหน ที่เขาให้ความสำคัญเป็นพิเศษมากเท่าเธอ
เจนนี่ก็คือเจนนี่ เขารู้ดีว่าเธอเองก็ไม่ได้รักเขามากมาย เธอไม่เคยวุ่นวายกับเขามากนัก บางทีเธอเองก็ไม่ได้มีเขาคนเดียว แต่ทุกครั้งที่เธอติดต่อมา ให้เวลาของเธอกับเขา โจว์เองยอมรับว่าเธอทำให้ช่วงเวลาเหล่านั้น ให้เขามีความสุข พอใจ และประทับใจ แต่มันก็แตกต่างจากคำว่ารักเสียเหลือเกิน…
"ไปด้วยกันมั้ยคะ" เสียงใส ๆ ถามย้ำมาอีกครั้ง
เธออาจอยากให้เขาสบายใจ เจนนี่เองรู้ดีว่า งานในความรับผิดชอบที่บริษัทนั้นมากมาย เวลาพักผ่อนจริง ๆ สำหรับโจว์ แทบจะหาไม่ได้เอาเสียเลย
"คุณเองก็รู้ดีนี่นา"
โจว์เริ่มละเลียดอาหารเย็นตรงหน้า รู้สึกเสียดายเมื่อมันหมด เขาขอกาแฟจากบริกร
"งั้นฉันจะโทรศัพท์หาคุณ...คิดถึงฉันเยอะ ๆ นะคะ"
คล้ายประโยคเดิม ๆ ที่เธอพูดทุกครั้งเมื่อเวลาเธอหายไปในโลกของเธอเอง
ฉับพลันความรู้สึกแน่น ๆ เหมือนอยู่ในสวนสาธารณะจู่โจมทุกอณูประสาท จิตของเขากระตุ้นความคิด มีใครกำลังจับตาดูเขาอยู่ ความหนาวเย็นสะท้านจากเท้าถึงหัว วิ่งย้อนกลับไปกลับมา บางอนุสติที่ยังควบคุมกระซิบบอกเขาแผ่วเบา มันคงไม่เกิดอะไรเลวร้ายขึ้นในที่สาธารณะโล่งแจ้ง ในร้านที่เต็มไปด้วยผู้คนเช่นนี้...
โจว์สะดุ้งวูบทันที เมื่อบริกรเสิร์ฟถ้วยกาแฟลงตรงหน้า ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าบริกรเดินมาตอนไหน เขาพยายามตั้งสติ ยกถ้วยกาแฟด้วยมือสั่น ๆ สอดส่ายสายตาไปรอบห้อง มันไม่ยุติธรรมอีกแล้ว ที่เขาต้องนั่งหันหลังให้คนอื่น ๆ เขาผวาหันหลังกลับ อย่างต้องการลบความหวาดวิตก หรือว่ามันกลายเป็นเพิ่มความกลัวให้ขึ้นมาจุกที่คอมากขึ้นอีก
โต๊ะริมหน้าต่างด้านขวามือ เป็นนักธุรกิจ 2 คน ที่คุยไม่ยอมหยุด ถัดไปเป็นหญิงสูงอายุ ดวงหน้าบ่งบอกถึงความเป็นเอเชีย คงเป็นนักท่องเที่ยว เพราะข้าง ๆ ตัวเธอเต็มไปด้วยถุงชอปปิ้ง เยื้อง ๆ กับโต๊ะนั้นมีหนุ่มสาววัยรุ่น นั่งรับประทานอาหารอยู่อย่างหวานชื่น
เขานั่งอยู่กลางห้องพอดี ความรู้สึกเป็นเป้าอยู่ตรงกลาง มันทำให้คอหอยเขาตีบตัน มือไม้เย็น ในหูแว่วเสียงลูกปืนหวีดหวิวกับเสียงลมพายุ กับเหตุการณ์เลวร้ายที่ผ่านไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมง
โจว์ส่ายหน้า พยายามเรียกสติทั้งมวลกลับคืนมาอีกครั้ง เขากำลังคิดมาก คิดไปเอง ประสาทกำลังหลอนเขา
เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นเต็มหน้าผาก…
ชายหนุ่มหันกลับไปอีกด้าน แว่วเสียงหลอนของลูกปืน เด็กสาวผมยาวหน้าตาสะสวย อายุคงยังไม่เกิน 20 กำลังจ้องเขาเหมือนเห็นถึงความผิดปกติของเขา
เธอนั่งอยู่ตามลำพัง ท่ามกลางกองหนังสือเต็มโต๊ะ ตาโตเป็นประกายยังคงจ้องเขา เธอขมวดคิ้วเหมือนตั้งคำถาม รอยยิ้ม บาง ๆ ปรากฏอยู่มุมริมฝีปากคู่นั้น
ไม่ใช่ !! เธอคงแค่นักศึกษามหาวิทยาลัยใกล้ ๆ นี้ ….
โจว์สูดลมหายใจเฮือกยาว หลับตานิ่ง เผลอลูบหน้า ก่อนเลื่อนสายตาผ่านเลยเด็กสาวไป
แล้วประสาททั้งหมด เหมือนจะขาดผึงลง ความกลัวแผ่ซ่านไปทั้งตัว เมื่อเขาประสานสายตากับชายวัยกลางคน สวมแว่นสายตา ศีรษะด้านหน้าล้านไปกว่าครึ่ง สูทสีน้ำตาลเข้ม ไม่ได้ผูกเน็คไท
เจ้าของบริษัทโฆษณาเริ่มรู้สึกถึงความปั่นป่วนในช่องท้อง เมื่อสายตานั้นโต้กลับมาอีกครั้ง ยิ้มรับเขา พร้อมยกถ้วยกาแฟขึ้นเหมือนประหนึ่งทักทายกับเขาโดยตรง…
*******************************
โปรดติดตามอ่านบทต่อไป
เงาเพลิง โดย พรายทราย บทที่ 2 เพลิงเสน่หา
เพลิงเสน่หา
โจว์รู้สึกเหมือนประสาทตัวเองยังค้างอยู่ แม้ว่าจะได้แช่น้ำอุ่น และหลับอยู่ในอ่างนั้นเป็นเวลานานแล้วก็ตาม เสียงปืนยังคงตามรบกวนประสาทของเขาอยู่ดี เขาพยายามนึกให้มันเป็นเพียงเรื่องบังเอิญ ที่ใครก็ตามไล่ยิง เป็นการเข้าใจผิด และเป็นการยิงผิดตัว เขามั่นใจว่าไม่เคยทำร้ายใคร หรือทำความเดือดร้อนให้ใคร ถึงขนาดที่ต้องตามมาไล่ยิงกันเช่นนี้ ซึ่งก็อีกนั่นแหละ เขาก็ไม่เคยไปขวางทางอิทธิพลของใคร
กิจการงาน ธุรกิจของเขาก็เป็นเพียงบริษัทโฆษณาเล็ก ๆ ที่รับทอดมาจากพ่อ...ก็เท่านั้น
โจว์เป็นลูกชายคนเดียว แม้ว่าพ่อแม่ของเขาจัดอับดับว่ารวยของเมืองนี้ ก็จัดอยู่เพียงขั้นเศรษฐีผู้มีอันจะกินธรรมดา ๆ เท่านั้น และพ่อแม่ของเขาก็ตายไปนานแล้ว ญาติพี่น้องหรือก็ห่างความสัมพันธ์ คงไม่มีใครอยากจะฆ่าเขาเพียงเพื่อต้องการมรดกแน่ ๆ
ชายหนุ่มพยายามหาข้อสรุปให้กับตัวเองว่า เรื่องนี้คงเป็นการเข้าใจผิด ผิดฝาผิดตัวเป็นแน่แท้
หรือเขาควรจะบอกใครสักคน เรียกทนาย...หรือว่าแจ้งความ…
ฉับพลันเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นทำลายห้วงความคิด เขาเอื้อมมือไปรับสาย เสียงที่คุ้นเคยทำให้เขาลืมเรื่องที่เกิดขึ้นไปในทันที
"คิดถึงคุณเหลือเกินโจว์ ฉันโทรตามหาคุณทั้งวัน... ไปไหนมาคะ"
โจว์นึกอยากจะเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ เจนนี่ฟัง แต่แล้วเขาก็เปลี่ยนใจ
"ผมออกไปวาดรูปที่สวนสาธารณะ"
"สวนสาธารณะ!....วาดรูป?" เสียงของหล่อนทวนคำ ก่อนหัวเราะร่าเสียงใส
"วาดรูปในวันที่ฝนตกหนักอย่างนี้หรือคะ"
"ช่วยไม่ได้ ผมคิดถึงคุณมากนะเจน...แล้วคุณก็ไม่ได้โทรหาผมเลย โทรไปที่บ้านก็เจอแต่เครื่องตอบรับ ผมฝากข้อความไปไม่รู้ครั้งที่เท่าไร ผมติดต่อคุณไม่ได้เลย แล้วจะให้ผมทำยังไง...นอนดูทีวี ช่วยตัวเอง หรือว่าหาสาวอื่นมาแทนคุณ งั้นดีมั้ย"
เสียงใส ๆ ทางปลายสาย ยังคงหัวเราะร่าอยู่เช่นเดิม
"โจว์คุณกำลังตัดพ้อฉัน หรือว่า อ้อน หรือว่างอนฉันกันแน่คะที่รัก"
"ผมพูดเรื่องจริง ไม่ได้อ้อน หรืองอนคุณซักหน่อย เจนนี่"
"โอเคค่ะ ไม่งั้นเดี๋ยวไม่จบ...ฉันอยู่ที่ร้านเดิม ที่ถนนแปด ออกมาพบฉันได้มั้ยคะ ฉันมีอะไรให้คุณแปลกใจ...เร็ว ๆ นะคะ"
เสียงทางโน้นตัดสายไป โจว์ตัดสินใจลุกจากอ่าง เปลี่ยนเป็นชุดลำลองง่าย ๆ เสื้อเชิ้ตสีเทา กับกางเกงยีนส์ตัวเก่ง
ชายหนุ่มใช้เวลาไม่นานเมื่อมาถึงถนน 8 ร้านค้าย่านนี้เปิดบริการตามลักษณะของยุโรป ถนนแคบ ๆ ปิดไม่ให้รถเข้า มีร้านค้าเล็ก ๆ ขายของที่ระลึก ผับเล็ก ๆ และร้านกาแฟริมถนน
ร้านเดิม ร้านโปรดของเจนนี่ เป็นร้านอาหารยุโรปเรียบง่ายที่อยู่สุดถนน เขาและเจนนี่ชอบมาทานอาหารที่ร้านนี้บ่อย ๆ
โจว์ผลักบานประตูไม้โอ๊คแผ่นหนาหนักเข้าไป ที่โต๊ะตัวเดิม เจนนี่ยังคงเป็นเจนนี่ ดีไซเนอร์สาวผู้สวยเฉี่ยว
"หน้าตาคุณไม่ดีเลย....ไม่สบายหรือเปล่าคะ"
อ้อมกอด และจุมพิตทักทายของเจนนี่ เรียกสติของโจว์กลับคืนมา ความกลัวดูเหมือนยังฝังแน่นอยู่ในสมอง และทุก ๆ อณูของความรู้สึก
"ไม่สบายหรือเปล่าคะ" เธอถามย้ำอีกครั้ง ช่วยเรียกสติเขาให้กลับคืน
"คงคิดถึงคุณมากไปหน่อย"
โจว์เปลี่ยนเป็นเรื่องขำ ๆ พลอยทำให้สีหน้ากังวลของเจนนี่ลดลง แล้วชั่วขณะเธอก็หัวเราะร่าเสียงใสกลับกลายเป็นคนเดิม เธอหยิบบุหรี่มวนยาวออกจากกระเป๋ามาสูบ
เจนนี่เป็นหญิงสาวปราดเปรียวที่อยู่ในแวดวงสังคมระดับสูง วัยต้น 30 มีกิจการห้องเสื้อเป็นของเธอเอง ซึ่งเป็นที่พึงพอใจของสาวชั้นสูงของเมืองนี้ถ้วนหน้า ไม่ต้องแปลกใจเลย ทุกสิ่งทุกอย่างของเธอดูสวยหรูสมบุคลิก ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เครื่องประดับ เข้าชุดกันอย่างมีรสนิยม
เรือนผมสีทองยาวเคลียบ่าของเธอจับเป็นลอนคลื่น ดวงตาสีน้ำตาลวาวโตคู่นั้น สุกสกาวราวกับดวงตาของแมวป่า ริมฝีปากของเธอบางเฉียบ ทุกสัดส่วนที่เป็นความงาม เสน่ห์อันเย้ายวนของเธอ มันทำให้คนที่อยู่ใกล้ ๆ พร้อมจะคุโชนด้วยไฟเสน่หาที่เธอจุดประกายขึ้นได้อย่างร้อนแรงทีเดียว
เจ้าของบริษัทโฆษณาหนุ่มสั่งอาหารเย็นง่าย ๆ ขณะที่เจนนี่สั่งบริกรให้เสริฟไวน์แดงให้เขา
"ฉันมาที่นี่ตั้งแต่บ่าย โทรศัพท์ไปหาคุณหลายครั้ง แต่ไม่ยักมีใครรับสาย"
"ผมหลับอยู่ในห้องน้ำ ทำไมคุณไม่ไปหาผมที่ห้อง"
"นึกว่าคุณไม่อยู่ ฉันไม่อยากไปรอเก้อ เสียเวลา...."
โจว์เลิกคิ้ว รู้สึกแปลก ๆ ในคำพูดของเธอ เจนนี่ทำหน้าเก้อ ๆ ก่อนจะเปลี่ยนไปเรื่องอื่นแทน
"คุณสังเกตบ้างไหมว่า ระยะนี้มีอะไรผิดปกติเกี่ยวกับตัวฉัน"
"คุณดูสวยขึ้นกว่าเดิมทุก ๆ วินาที"
ดวงตาพราวประกายคู่นั้น ทำให้เขาพูดออกไปอย่างลืมตัว
"โจว์....โจว์! หยุดคำพูดหว่านเสน่ห์ มันทำให้ฉันเคลิ้ม รู้หรือเปล่า"
น้ำเสียงใส แฝงไว้ด้วยความรัญจวน มันกลับเลือนมาเป็นเสียงปืนในสมองเขาได้ อย่างไม่น่าเชื่อ…
"ไม่เหลวไหลน่าที่รัก ฉันอยากจะรู้....ก่อนที่จะให้คุณรู้สึกแปลกใจ ฉันมีอะไรผิดปกติหรือเปล่า"
โจว์ทำท่าครุ่นคิด ไวน์ถูกเสิร์ฟ เขายกขึ้นจิบ ความรู้สึกมันลึกล้ำ ในขณะที่ทุกโสตประสาทมีหญิงสาวเจ้าเสน่ห์แทรกกรุ่นไปในทุก ๆ อณูของความรู้สึก ความหวาดกลัวก็ยังคงเต้นเร่าอยู่อีกอณูหนึ่งไม่ห่างกัน
"คุณหายไปอาทิตย์กว่า ปล่อยผมให้เฉาตายอยู่ที่ห้อง"
บางโสตประสาทกระตุ้นเตือน เขาพูดอย่างผู้ชายคนหนึ่ง หรือว่ามันมาจากส่วนลึกในหัวใจ แต่เหมือนเจนนี่จะยิ้มร่า กับคำตอบของเขา
"นั่นล่ะค่ะที่ผิดปกติไป...ก็ไม่ได้ติดต่อคุณไง...ฉันไปถ่ายแบบให้หนังสือโวคมาค่ะ" เธอดึงแฟ้มเล่มโต ออกมาจากกระเป๋าหวายใบเก๋ของเธอ
"ตัวอย่างรูปที่ฉันขอมาค่ะ ฉันจะได้ขึ้นปกโวคก่อนคริสต์มาสนี้ค่ะ"
โจว์เพ่งพิศ หญิงสาวสวยในรูป เธอสวย สวยมีเสน่ห์อย่างกลมกลืน สวยแบบรัญจวน ในความรู้สึกที่เขารู้สึกได้มากขึ้นไปกว่า หญิงสาวที่ยิ้มแก้มปริอยู่ตรงหน้า
"เขาบอกว่า ไม่มีนางแบบคนไหนจะใส่เสื้อผ้าของฉัน ได้สวยเท่ากับตัวฉันเอง"
ชายหนุ่มรู้สึกวูบวาบไปทั้งตัว ในความรู้สึกลึก ๆ เขากำลังรู้สึกอิจฉาตัวเอง จนไม่ไยดี กับอาหารที่มาเสิร์ฟตรงหน้า
อีกความรู้สึกกำลังค้นหาอะไรเกิดขึ้นกับตัวเขา มีคำถามแทรกเข้ามา เขารักเธอ หรือเพียงแค่ปรารถนาเธอกันแน่...
"เฮ้! ขอผมได้มั้ย จะไปปิดบนเพดานห้อง เผื่อไว้ช่วยตัวเอง เวลาไม่มีคุณอยู่ใกล้ ๆ " น้ำเสียงของโจว์ไร้อารมณ์ เหมือนพูดเรื่อยเปื่อย
"อย่างนั้นเลยนะ โจว์ ฉันน่าจะรักคุณให้มากกว่านี้...ไม่ได้หรอกฉันต้องไปใส่กรอบโชว์ที่ห้องเสื้อ คุณน่ะรอให้หนังสือออกเถอะ"
เสียงหัวเราะร่า พร้อมกับแฟ้มอัลบั้มรูปถูกดึงกลับไป มันช่วยทำให้สติของเขากลับคืนมาอีกครั้ง
กลิ่นอาหารเย้ายวนมากกว่าเสียแล้วตอนนี้ ชายหนุ่มรู้สึกหิวตื้อขึ้นมาทันที ตั้งแต่เช้ายังไม่มีอะไรตกลงในท้อง นอกจากเบียร์เป็นอึก และไวน์อีกหนึ่งจิบ
"โจว์คะ พรุ่งนี้ฉันต้องบินไปบาฮามา ไปราวเดือนหนึ่ง เพื่อถ่ายแบบต่อ แล้วก็ว่าจะหาโอกาสพักผ่อนเสียเลย... ไปด้วยกันมั้ยคะ"
เสียงเชื้อเชิญในตอนท้าย เบาจนเขารู้สึกเหมือนผิดปกติในน้ำเสียงของเธอ
เขากำลังตั้งคำถามว่ารักเธอหรือเปล่า แต่คำตอบเหมือนแผ่วลางเลือนในความคิด …
โจว์รู้จักเธอในฐานะลูกค้าที่ทำโฆษณาห้องเสื้อให้ จากงานเริ่มกลายเป็นความสัมพันธ์ เขาควงเธอมานานร่วมปี ไม่มีผู้หญิงคนไหน ที่เขาให้ความสำคัญเป็นพิเศษมากเท่าเธอ
เจนนี่ก็คือเจนนี่ เขารู้ดีว่าเธอเองก็ไม่ได้รักเขามากมาย เธอไม่เคยวุ่นวายกับเขามากนัก บางทีเธอเองก็ไม่ได้มีเขาคนเดียว แต่ทุกครั้งที่เธอติดต่อมา ให้เวลาของเธอกับเขา โจว์เองยอมรับว่าเธอทำให้ช่วงเวลาเหล่านั้น ให้เขามีความสุข พอใจ และประทับใจ แต่มันก็แตกต่างจากคำว่ารักเสียเหลือเกิน…
"ไปด้วยกันมั้ยคะ" เสียงใส ๆ ถามย้ำมาอีกครั้ง
เธออาจอยากให้เขาสบายใจ เจนนี่เองรู้ดีว่า งานในความรับผิดชอบที่บริษัทนั้นมากมาย เวลาพักผ่อนจริง ๆ สำหรับโจว์ แทบจะหาไม่ได้เอาเสียเลย
"คุณเองก็รู้ดีนี่นา"
โจว์เริ่มละเลียดอาหารเย็นตรงหน้า รู้สึกเสียดายเมื่อมันหมด เขาขอกาแฟจากบริกร
"งั้นฉันจะโทรศัพท์หาคุณ...คิดถึงฉันเยอะ ๆ นะคะ"
คล้ายประโยคเดิม ๆ ที่เธอพูดทุกครั้งเมื่อเวลาเธอหายไปในโลกของเธอเอง
ฉับพลันความรู้สึกแน่น ๆ เหมือนอยู่ในสวนสาธารณะจู่โจมทุกอณูประสาท จิตของเขากระตุ้นความคิด มีใครกำลังจับตาดูเขาอยู่ ความหนาวเย็นสะท้านจากเท้าถึงหัว วิ่งย้อนกลับไปกลับมา บางอนุสติที่ยังควบคุมกระซิบบอกเขาแผ่วเบา มันคงไม่เกิดอะไรเลวร้ายขึ้นในที่สาธารณะโล่งแจ้ง ในร้านที่เต็มไปด้วยผู้คนเช่นนี้...
โจว์สะดุ้งวูบทันที เมื่อบริกรเสิร์ฟถ้วยกาแฟลงตรงหน้า ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าบริกรเดินมาตอนไหน เขาพยายามตั้งสติ ยกถ้วยกาแฟด้วยมือสั่น ๆ สอดส่ายสายตาไปรอบห้อง มันไม่ยุติธรรมอีกแล้ว ที่เขาต้องนั่งหันหลังให้คนอื่น ๆ เขาผวาหันหลังกลับ อย่างต้องการลบความหวาดวิตก หรือว่ามันกลายเป็นเพิ่มความกลัวให้ขึ้นมาจุกที่คอมากขึ้นอีก
โต๊ะริมหน้าต่างด้านขวามือ เป็นนักธุรกิจ 2 คน ที่คุยไม่ยอมหยุด ถัดไปเป็นหญิงสูงอายุ ดวงหน้าบ่งบอกถึงความเป็นเอเชีย คงเป็นนักท่องเที่ยว เพราะข้าง ๆ ตัวเธอเต็มไปด้วยถุงชอปปิ้ง เยื้อง ๆ กับโต๊ะนั้นมีหนุ่มสาววัยรุ่น นั่งรับประทานอาหารอยู่อย่างหวานชื่น
เขานั่งอยู่กลางห้องพอดี ความรู้สึกเป็นเป้าอยู่ตรงกลาง มันทำให้คอหอยเขาตีบตัน มือไม้เย็น ในหูแว่วเสียงลูกปืนหวีดหวิวกับเสียงลมพายุ กับเหตุการณ์เลวร้ายที่ผ่านไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมง
โจว์ส่ายหน้า พยายามเรียกสติทั้งมวลกลับคืนมาอีกครั้ง เขากำลังคิดมาก คิดไปเอง ประสาทกำลังหลอนเขา
เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นเต็มหน้าผาก…
ชายหนุ่มหันกลับไปอีกด้าน แว่วเสียงหลอนของลูกปืน เด็กสาวผมยาวหน้าตาสะสวย อายุคงยังไม่เกิน 20 กำลังจ้องเขาเหมือนเห็นถึงความผิดปกติของเขา
เธอนั่งอยู่ตามลำพัง ท่ามกลางกองหนังสือเต็มโต๊ะ ตาโตเป็นประกายยังคงจ้องเขา เธอขมวดคิ้วเหมือนตั้งคำถาม รอยยิ้ม บาง ๆ ปรากฏอยู่มุมริมฝีปากคู่นั้น
ไม่ใช่ !! เธอคงแค่นักศึกษามหาวิทยาลัยใกล้ ๆ นี้ ….
โจว์สูดลมหายใจเฮือกยาว หลับตานิ่ง เผลอลูบหน้า ก่อนเลื่อนสายตาผ่านเลยเด็กสาวไป
แล้วประสาททั้งหมด เหมือนจะขาดผึงลง ความกลัวแผ่ซ่านไปทั้งตัว เมื่อเขาประสานสายตากับชายวัยกลางคน สวมแว่นสายตา ศีรษะด้านหน้าล้านไปกว่าครึ่ง สูทสีน้ำตาลเข้ม ไม่ได้ผูกเน็คไท
เจ้าของบริษัทโฆษณาเริ่มรู้สึกถึงความปั่นป่วนในช่องท้อง เมื่อสายตานั้นโต้กลับมาอีกครั้ง ยิ้มรับเขา พร้อมยกถ้วยกาแฟขึ้นเหมือนประหนึ่งทักทายกับเขาโดยตรง…
*******************************
โปรดติดตามอ่านบทต่อไป