ผมมีตัวอย่างที่เห็นว่าดีเกี่ยวกับการเสียสละที่นั่งบนรถสาธาณะครับ!

อาทิตย์ที่เเล้ว ผมขึ้นรถไฟฟ้ากลับจากที่ทำงานตอนเย็น ก็มีป้าเเก่ๆถือไม้เท้ามาขอที่นั่งกับนศ. สาว คนนึงที่นั่งอยู่ตรงที่นั่งริมกระจก นส. สาวคนนั้นก็ลุกให้เเต่โดยดี เเละป้าก็ขอบใจพร้อมรับอาสาว่าจะช่วยถือเป้ของนศ. สาวคนนั้นให้ เเต่เธอก็บอกว่าไม่เป็นไร ซักพักพอที่นั่งข้างๆว่างอีกที่ ป้าก็เรียกป้าอีกคน (คิดว่าเขาไม่รู้จักกันนะครับ) เเต่เห็นเขาคุยกันว่า (ป้าคนเเรกพูด) ไม่ลุกให้ได้งัยเเก่ก็เเก่เเถมยังถือไม้เท้า ส่วนอีกคนที่เพิ่งจะได้นั่งบอกว่าบางทีก็เห็นใจคนเลิกงานมาก็เหนื่อยๆกันทั้งนั้น จากนั้นเขาคุยอะไรกันต่อผมไม่ได้สนใจครับ เเต่เห็นว่าตัวอย่างนี้ดีทีเดียวเพราะป้าคนที่มานั่งก่อนนั้นเขาเเก่ขนาดถือไม้เท้าเเล้ว คงจะทรงตัวหรือยึดเกาะอะไรลำบาก ก็ควรเสียสละที่นั่งให้เขานั่งอยู่ (เเม้ว่าจะไม่ได้นั่งอยู่ในที่นั่งสำรองก็ตาม - อันนี้ความเห็นผมเอง) เเละป้ายังมีความน่ารักอยู่ตรงที่ว่ามาขออย่างสุภาพ ไม่ได้คาดคั้นจะเอาที่นั่งกับนศ. สาวคนนั้น เเละยังรับอาสาจะถือเป้ให้ ถือว่าเป็นผู้รับการให้ที่ดี เเละคนที่นั่งอยู่ก็ยังเคารพในสิทธิของผู้มี priority

เเละวันนี้เองขากลับจากที่ทำงานบนรถไฟฟ้าเหมือนกัน มีผู้หญิงคนนึงจะเสียสละที่นั่งให้เด็กคนนึง อายุน่าจะประมาณ 8 - 9 ขวบ (เป็นที่นั่งปกติ) ซึ่งใส่ชุดเทควันโด เเต่น้องคนนี้ปฏิเสธ พร้อมกับเเม่เด็กที่บอกว่าน้องยืนได้ ผู้หญิงคนนั้นก็นั่งต่อไป ผมดูเเล้วก็ชื่นชม เห็นว่าเด็กโตพอที่จะยืนเองได้เเล้ว ก็ควรที่จะหัดยืนเองบ้าง โดยเฉพาะถ้ามากับพ่อเเม่ ก็ยืนเกาะพ่อเเม่ไป เพราะถ้าเด็กโตไปเเล้วก็ต้องยืนเองอยู่ดี เเละเเม่เองก็น่าชื่นชมตรงที่ว่าสอนให้ลูกให้ลูกรู้จักพึ่งพาตัวเอง ไม่ไปเป็นภาระของคนอื่น

ผมเห็นว่าเป็นเรื่องดีๆที่เกิดขึ้นบนรถไฟฟ้า ที่ใครต่อใครหลายควรเอาเป็นเเบบอย่าง คนมีสิทธิต้องรู้จักทวงถามสิทธิของตน อย่าหวังเเต่จะให้คนอื่นมาหยิบยื่นให้ฝ่ายเดียวอยู่ตลอดเวลา เเละคนที่พึ่งพาตัวเองได้เเล้ว ก็ไม่ควรไปทำตัวเป็นภาระเดือดร้อนผู้อื่น... ไม่มีอะไรหรอกครับ เเค่เห็นว่าเป็นเรื่องดีๆที่อยากนำมาเเชร์.....

ท่านทั้งหลายเห็นว่ายังไงครับ ?
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่