💫🔪👁THE GLOVES FINAL 2018 #6 ถุงมือเรื่องสั้น คู่ที่ 8 ถม."ISEEU"+ ถม."โป่งพอง" ตอน "ร่างกายภายใต้วิญญาณ"💫🔪👁

กระทู้คำถาม


แล้วก็มาถึง เรื่องสั้น...

เรื่องนี้เกี่ยวกับชายผู้ฟื้นขึ้นมาในโรงพยาบาลหลังประสบอุบัติเหตุ แล้วพบว่าตนเองมีความทรงจำที่แปลกใหม่ผิดเพี้ยน ชื่อของเขาก็ไม่ใช่ชื่อผู้ป่วยที่ปรากฏ แถมเจอ "น้องสาว" ที่ไม่รู้จักอีก ความจำเสื่อมเกิดขึ้นกับเขาอย่างนั้นหรือ ก็ไม่น่าใช่ เพราะเขายังจำชื่อของตัวเองได้อย่างแม่นยำ แต่มันไม่ใช่ชื่อของคนที่มองเห็นในกระจกตรงหน้า และไอ้หมอนี่มันก็ไม่ใช่เขา มันหล่อกว่าเขามาก!!

นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เกิดการสลับวิญญาณขึ้นระหว่างเขากับไอ้คนที่เห็นในกระจกนี่หรือไร ?

ตามอ่านกันครับ ว่าเรื่องจะจบอย่างไร

อ่านจบ อย่าลืมมอบเกรด ก่อนจะเริ่มทายกันนะครับ...








        “โอ๊ย ทำไมปวดหัวอย่างนี้”

             เราค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมา พบกับแสงแดดแยงตาในยามสาย พร้อมกับความรู้สึกปวดหัวหนึบๆ ส่วนจมูกของเราก็เริ่มรับรู้ได้ถึงกลิ่นฉุนแปลกๆที่เรารู้สึกคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยได้สัมผัสกับกลิ่นแบบนี้มาก่อน

             ในตอนแรกที่เราลืมตาขึ้นมา ภาพที่เราเห็นยังดูเบลอๆอยู่จากการที่ถูกแสงแดดแยงตา และความงัวเงียจากการที่เพิ่งตื่นนอน แต่หลังจากที่เรากระพริบตาอยู่สักพัก จนเราลืมตาตื่นเต็มที่ และปรับสภาพสายตาได้ ภาพที่เราเห็นก็ดูกระจ่างชัดขึ้น เราพบว่าเรามานอนอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมที่เราไม่คุ้นเคยมาก่อน โดยเรานอนบนเตียงที่ปูผ้าลายจุดออกสีเขียวอ่อนๆ มีผ้าห่มสีขาวคลุมอยู่บนตัว ข้างๆเตียงมีเสาแขวนขวดน้ำเกลือ ซึ่งมีสายต่อจากขวดน้ำเกลือมาแทงอยู่ที่แขนข้างซ้ายของเรา เราจึงเข้าใจได้ทันทีว่าเรามานอนอยู่ในโรงพยาบาล และไอ้กลิ่นแปลกๆที่เรารู้สึกนั่น มันก็คือกลิ่นในโรงพยาบาลนั่นเอง มิน่า ถึงรู้สึกคุ้นๆ

             แต่ว่าเป็นยังไง มายังไง ทำไมถึงมานอนอยู่ที่นี่ได้ เราจำได้ว่าครั้งสุดท้ายก่อนที่เราจะหมดสติไป เรากำลังเดินทางไปปรับความเข้าใจกับแฟนของเรา “สุณิสา” ผู้หญิงที่เราคบหาดูใจกันมาได้เกือบปี เรารักเธอมาก เราพยายามสรรหาทุกสิ่งทุกอย่างมาปรนเปรอเธอ แม้ว่าเราจะไม่ได้ร่ำรวยก็ตาม  มาระยะหลังๆเราจับได้ว่าเธอกำลังมีชายคนใหม่ เราจึงทะเลาะกับเธออย่างรุนแรง และหุนหันจากเธอมา หลังจากที่เราสงบสติอารมณ์ลงได้ ประกอบกับเรายังอาลัยอาวรณ์กับรักแรกของเรา  เราจึงนัดพบเธอเพื่อหวังงอนง้อปรับความเข้าใจ แต่อนิจจา ใครจะล่วงรู้ได้ว่าเราถูกแฟนคนใหม่ของเธอมาลอบดักทำร้ายเรากลางทาง ไม่รู้มันรู้เรื่องการนัดของเราได้อย่างไร เราจำได้ว่า ครั้งสุดท้ายเราถูกไอ้เจ้าผู้ชายคนนั้นตีที่ศีรษะอย่างรุนแรง จากนั้นเราก็หมดสติไป และมารู้สึกตัวอีกทีก็อยู่ในโรงพยาบาลแห่งนี้แล้ว

        “ก๊อกๆๆ”

             เสียงเคาะประตูดังขึ้น สักพักก็มีคนผลักบานประตูเปิดเข้ามา  ผู้ที่ก้าวเข้ามาเป็นสาวน้อยวัยรุ่น หน้าตาน่ารัก อยู่ในชุดเดรสสีขาว มีลายจุดดำ ที่เป็นเทรนของสาววัยรุ่นในขณะนี้ แต่ว่าเธอเป็นใคร  ในความทรงจำของเรา เราแน่ใจว่าเราไม่เคยรู้จักสาวน้อยคนดังกล่าวมาก่อน พอเธอเข้ามาเห็นเรานอนลืมตาอยู่บนเตียง ก็ทำตาโต พร้อมกับฉีกยิ้ม แล้วกล่าวขึ้นว่า  

             “หนูดีใจจัง พี่ภูฟื้นแล้ว”

             เราทำหน้าประหลาดใจ แล้วกล่าวถามขึ้นว่า

             “เธอเป็นใครกัน แล้วนี่เรารู้จักกันมาก่อนหรือนี่”

             “อ้าว พี่ภู ทำไมจำหนูไมได้เหรอ หนู จันทร์จิรา น้องสาวพี่ไง เป็นพี่ประสาอะไร ทำไมจำน้องสาวตัวเองไม่ได้ หรืออุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ทำให้สมองพี่มีปัญหา ความจำเสื่อม ไม่ได้การละ อย่างนี้ต้องรีบตามหมอมาดูอาการแล้ว”

             “เดี๋ยวก่อน  อย่าเพิ่งไป พี่ขอถามอะไรหน่อย เธอว่า เธอเป็นน้องสาวพี่ ชื่อจันทร์จิรางั้นเหรอ ถ้าอย่างนั้น ขอถามหน่อยว่า เธอเข้าใจว่าพี่เป็นใคร และเรื่องราวมันเป็นมาอย่างไร? ช่วยเล่ามาให้พี่ฟังหน่อยสิ”

             “พี่ภู ก็เป็นพี่ภูไง พี่ภูตะวัน ส่วนหนูก็เป็นน้องสาวของพี่ ชื่อจันทร์จิรา เรามีกันสองคนพี่น้อง  คุณพ่อคุณแม่ของพวกเราทั้งสอง เสียชีวิตไปหลายปีแล้ว แต่ท่านก็ทิ้งมรดกก้อนโตไว้ให้เราสองคนพี่น้อง พี่รับช่วงดูแลกิจการงานของท่าน เป็นเจ้าของบริษัทใหญ่ มีพนักงานหลายร้อยคน  กิจการก็ก้าวหน้าไปได้ด้วยดี ปีที่ผ่านมาก็ทำกำไรไปเป็นหลายสิบล้าน หนูก็ได้อานิสงค์มาจากพี่ หนูยังกังวลเลยว่า ถ้าพี่เป็นอะไรไป หนูจะอยู่ได้อย่างไร?”  

             เราได้ยินสิ่งที่เธอเล่า เราก็ถึงกับตกตะลึง ยังไม่ทันจะได้กล่าวสิ่งใด เธอก็กล่าวต่อมาว่า

              “พี่รู้ไหม ตอนแรกที่ได้ข่าวว่า พี่เกิดอุบัติเหตุรถคว่ำ หนูใจหายวาบเลย ตกใจทำอะไรไม่ถูก ดีนะที่ได้พี่สมชายเพื่อนสนิทของพี่ ช่วยเป็นธุระจัดการให้ ติดต่อประสานงาน จนพี่ได้เข้ามารักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลแห่งนี้  พี่นี่นับว่าดวงแข็งนะ หนูไปเห็นสภาพรถแล้ว มันพังยับเยินเลย ไม่รู้ว่าพี่รอดมาได้ยังไง แต่ถึงพี่จะยังไม่ตาย แต่พี่ก็นอนสลบไสลไม่รู้สึกตัวมาเป็นอาทิตย์เลย หมอตรวจเช็คร่างกายพี่อย่างละเอียด ส่งทำ เอ็กซ์เรย์ดูทั้งตัว ไม่พบว่ามีกระดูกกระเดี้ยวตรงไหนหัก ทำซี.ที.สแกน เช็คดูสมองแล้วก็ไม่มีเลือดคั่ง หมอบอกว่า สมองพี่ได้รับความกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง เลยทำให้สลบไป หมอบอกว่าสัญญาณชีพทุกอย่างยังปกติ ยังไม่มีอะไรต้องกังวล  ตอนนี้ทำได้แต่รอดูอาการ ถ้าสมองฟื้นตัว พี่อาจรู้สึกตัวขึ้นมาได้ หนูก็ได้แต่ภาวนาทุกวัน ให้พี่ฟื้น จนกระทั้งวันนี้ หนูดีใจที่สุดเลยที่เห็นพี่ฟื้นขึ้นมา พี่ไม่ต้องเป็นห่วงนะ ตอนนี้พี่สมชายรองผู้จัดการเพื่อนสนิทพี่ ช่วยดูแลบริษัทให้อยู่ พี่เขามาเยี่ยมพี่ทุกวัน เขาเป็นห่วงพี่มาก เดี๋ยวเย็นนี้ก็น่าจะแวะมา ระหว่างนี้ พี่อยู่พักรักษาตัวให้หายดีก่อน ถึงค่อยกลับไปทำงานนะ”

             เราฟังที่เธอเล่า แล้วได้แต่อึ้ง นี่มันเกิดอะไรขึ้น นายภูตะวัน นี่เป็นใคร เราไม่เห็นรู้จัก เราชื่อ”นพดล” ชัดๆ แถมความจำเราก็ไม่ได้เสื่อม เราจำได้ทุกอย่าง รวมทั้ง “สุณิสา” แฟนเก่าที่ทรยศเรา เราก็จำได้แม่น  เราจึงบอกเธอไปว่า

             “น้องจันทร์ ช่วยหยิบกระจกมาให้พี่หน่อยสิ แล้ววันนี้มันเป็นวันที่เท่าไร เดือนอะไร ปี พ.ศ.อะไร”

             เพราะ เราต้องการรู้ว่าเราสลบไปนานแค่ไหน แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

             “เอ้านี่ กระจก  พี่อยากสำรวจตรวจตราว่ามีบาดแผลตรงไหนบ้างใช่ไหมเล่า พี่ไม่ต้องห่วงนะ หน้าตาพี่ยังหล่อเหลาเหมือนเดิม ไม่มีบาดแผล ที่จะทำให้เกิดรอยแผลเป็นแม้สักกะติ๊ด หนูก็แปลกใจ หน้าตาพี่ก็ออกจะดูดี แถมฐานะก็มั่นคง ทำไมพี่ถึงยังไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตนกับเขาสักที นี่พี่ก็ผ่านพ้นวัยเบญจเพสมาแล้ว พี่ควรจะมีแฟนได้แล้ว ไม่ต้องเป็นห่วงหนู พี่รีบหาแฟนเข้านะ หนูอยากจะมีพี่สะใภ้แล้ว แล้วก็ ที่พี่ถาม วันนี้เป็น วันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ.2561 พี่สลบไปทั้งหมดก็เจ็ดวัน พอดี”

             วันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ.2561 งั้นเหรอ วันที่เราเกิดเรื่องถูกตีจนสลบเป็นวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ.2561 อย่างนั้นก็เป็นเมื่อวานนี้นะสิ

             แต่เอ๊ะ ผู้ชายที่เราเห็นในกระจกนี่เป็นใครกัน อิจฉามันจัง หน้าตาดูหล่อกว่าเราอีก นี่มันไม่ใช่ตัวเรานี่ แล้วทำไมเราถึงมาอยู่ในร่างนี่ แล้วร่างจริงของเราอยู่ที่ไหนกัน วิญญาณเราออกจากร่างของเรา แล้วมาสิงอยู่ในร่างนี้หรือ แล้ววิญญาณของร่างนี้ไปไหนแล้วละ หรือว่าเขาตายไปแล้ว แล้วเราละ นี่เราตายแล้วหรือนี่ อะไรกัน เรายังไม่อยากตาย ตั้งแต่ยังหนุ่มๆแบบนี้  หรือว่าเราทั้งสองคนยังไม่ตายทั้งคู่ แต่เกิดเหตุบางประการ ที่ทำให้วิญญาณของเราสลับร่างกัน

             ไม่ได้การละ  อย่างนี้เราต้องรีบหาร่างเดิมของเราให้เจอก่อน เพราะถ้าร่างเดิมของเราไม่มีวิญญาณไปสิงสู่ นานไปร่างกายเราจะเน่าเปื่อยผุพังไป แต่ถ้าเราหาร่างเดิมของเราพบก่อนที่มันจะเน่าเปื่อย เราจะได้หาทางรักษาสภาพร่างกายเดิมของเราไม่ให้เน่าเปื่อย แล้วค่อยหาวิธีคืนกลับร่างเดิม แต่ถ้าเจ้าของร่างนี้สลับร่างไปอยู่ในร่างเดิมของเราไปแล้ว ก็หมดห่วง ค่อยหาทางสลับร่างกลับมาในภายหลัง

             ขณะที่เรากำลังคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยเป็นตุเป็นตะอยู่ ฉับพลัน ก็ได้ยินเสียงน้องจันทร์ร้องถามขึ้นว่า    

             “พี่ภู ทำไมถึงเงียบไป”

             เราถึงกับสะดุ้ง เมื่อได้ยินเสียงน้องจันทร์ร้องเรียก เราจึงแก้ขวย เอ่ยตอบเธอไปว่า

             “พี่ยังรู้สึก มึนๆหัวอยู่นะสิ พี่ขอนอนพักก่อนแล้วกัน คิดว่าถ้าได้นอนพักอีกสักหน่อย พี่คงจะค่อยยังชั่ว หลังจากนั้น เราค่อยคุยกันใหม่ก็แล้วกัน”

             “ได้จ้า พี่ภู งั้นหนูไม่รบกวนพี่แล้ว เดี๋ยวตอนเย็น ค่อยกลับมาเยี่ยมพี่ภูใหม่ ตอนนั้นพี่สมชาย น่าจะมาแล้ว แต่พี่ภู แน่ใจนะ ว่า ไม่ต้องการให้หมอ มาตรวจดูอาการ”

             “จ้าๆ แน่ใจจ้า แล้วค่อยคุยกันใหม่ เย็นนี้”

             หลังจากน้องจันทร์กลับไปแล้ว เราก็มานอนคิดทบทวนถึงเรื่องราวก่อนหน้านี้ที่สะดุดไป เพราะเสียงร้องทักของน้องจันทร์

             เอ เราจะดิ้นรนกลับไปหาร่างเดิมอยู่ทำไม อยู่ในร่างนี้ก็ดีแล้วนี่ เหมือนได้เกิดใหม่ ในร่างที่หล่อเหลากว่าเดิม แถมฐานะยังร่ำรวย แล้วเราจะหาทางกลับไปอยู่ในร่างเดิมทำไมให้ลำบาก ร่างเดิมของเราหน้าตาก็ขี้ริ้ว แถมฐานะก็ไม่ค่อยดี จนถูกแฟนทิ้งอีก มาอยู่ในร่างนี้ไม่ดีกว่าหรือ ต่อไปเราจะได้ใช้ชีวิตอย่างหรูหรา สุขสบาย ไม่ต้องไปลำบากตรากตรำเหมือนเมื่อก่อนนี้อีก ดีไม่ดี สุณิสา แฟนเก่าเรา อาจกลับมาเป็นของเรา เมื่อเราอยู่ในร่างนี้ก็ได้ ใครจะไปรู้

             ถ้าเราคิดจะอยู่ในร่างนี้ ก่อนอื่นเราต้องทำความรู้จักกับเรื่องราวความเป็นมาของร่างนี้ให้แจ่มแจ้งเหมือนกับเป็นร่างของเราเอง  ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะมีพิรุธให้คนอื่นจับได้ เราจะทำยังไงดีนะ ถึงจะสืบสาวเรื่องราวความเป็นมาของนายภูตะวันคนนี้ได้อย่างกระจ่าง คิดสิ คิด นายนพดล

             หลังจากนอนคิดไปสักพัก ด้วยสมองอันชาญฉลาดของเรา เราก็คิดขึ้นมาได้ว่า การจะสืบหาเรื่องราวความเป็นมาของนายภูตะวันคนนี้ คนที่รู้จักเขาดีที่สุด เห็นจะหนีไม่พ้นบุคคลในครอบครัว และเพื่อนสนิทของเขา น้องจันทร์บอกว่า คุณพ่อคุณแม่ของนายภูตะวันเสียชีวิตไปแล้ว เอ แล้วเขายังเหลือญาติสนิทคนไหนอยู่อีกหรือเปล่า บ้านเขาอยู่ที่ไหน ทำงานอยู่บริษัทอะไร ทำกิจการประเภทไหน มีพนักงานเป็นใครกันบ้าง แล้วมีเพื่อนฝูงคนอื่นอีกหรือเปล่า นอกจากนายสมชายที่เป็นเพื่อนสนิทแล้ว ยังมีคนอื่นอีกไหม เห็นทีเย็นนี้ จะต้องสอบถามเพิ่มเติมจากน้องจันทร์ และนายสมชายที่จะแวะมาเยี่ยมเย็นนี้ เสียแล้วสิ แต่จะสอบถามข้อมูลยังไง ไม่ให้สองคนนี้สงสัย

             หลังจากนอนคิดไปสักพัก ติ๊กต่อก ติ๊กต่อก ติ๊กต่อก ในที่สุดเราก็คิดออก ในเมื่อเราได้รับอุบัติเหตุรถคว่ำ ได้รับความกระทบกระเทือนทางสมอง จนถึงกับสลบไสลไม่ได้สติไปเป็นอาทิตย์ เราก็ฉวยโอกาสแกล้งเป็นความจำเสื่อมไปเลยสิ ที่นี้ ถ้าเราทำอะไรผิดพลาดไป ก็ไม่มีใครสงสัย เพราะคิดว่าเราความจำเสื่อม เราก็จะอาศัยช่วงเวลาตอนนี้ ซักถามเรื่องราวต่างๆที่เราต้องการทราบ โดยอ้างว่าเพื่อช่วยกระตุ้นความทรงจำของเราให้กลับคืนมา เมื่อเราสืบรู้เรื่องราวได้กระจ่างแล้ว ขั้นต่อไป ก็ต้องเลียนแบบพฤติกรรมของนายภูตะวัน จนเรามั่นใจว่าทำได้ไม่ผิดเพี้ยน จากนั้นก็หัดปลอมลายมือของนายภูตะวัน จนเซ็นชื่อได้เหมือน ต่อไปก็ศึกษางานที่นายภูตะวันทำ จนเป็นที่เข้าใจแล้ว และเรามั่นใจว่าสามารถบริหารบริษัทของนายภูตะวัน ได้อย่างราบรื่น จากนั้นเราก็จะได้เลิกแกล้งเป็นความจำเสื่อม

(มีต่อครับ)
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่