เรามีเรื่องจากจะขอคำปรึกษาเพราะเป็นปัญหาโลกแตกที่เรากับแม่ไม่รู้จะทำยังไงดี คิดไม่ออก
เรื่องของเรื่องคือ เรามีพี่ชายอยู่ 1 คน ตอนนี้อายุประมาณ 34 ยังไม่ได้แต่งงาน เพราะเพิ่งเลิกกับแฟนที่คบกันมานานถึง 14 ปี แต่ไม่เคยอยุ่ด้วยกันนะ เราไม่รู้ว่าพี่เราเคยวางแผนอนาคตกับแฟนคนนี้ไหม แต่ผู้หญิงก็ถามเรื่องแต่งงานตลอดแต่พี่เราก็บอกแค่ว่ายังไม่พร้อม พี่เราทำร้านที่บ้าน กิจการจากที่เราดูก็เรื่อยๆ เราเลยไม่รู้ว่าดีหรือไม่ดี ทางพ่อแม่ของฝั่งผู้หญิงก็เคยเอ่ยถามแต่พี่เราไม่เคยตอบ ตลอดเวลาที่เขาคบกันก็ทะเลาะกันตลอดเวลา แล้วเวลาทะเลาะกันก็จะจบด้วยที่พี่เราบอกขอเลิก แล้วก็เป็นฝ่ายหญิงที่ง้อตลอดเป็นล้านรอบ จนกระทั่งล่าสุดพี่เราก็ทำแบบเดิมแต่ไม่คิดว่าฝ่ายหญิงจะเอาจริง วันนั้น ฝ่ายหญิงส่งข้อความมาบอกแม่เรา ว่าจะเลิกกับพี่เรา แม่เราเลยบอกว่าจะเลิกกันหรือยังไงก็คุยกันเอง ในความคิดเรามันก็ถูกจะคบจะเลิกก็คุยกันเองดิ ทำไมต้องมาให้แม่เรารับรู้ด้วย หลังจากฝ่ายหญิงไม่ได้ติดต่อพี่เรากลับไปเลย พี่เราก็เลยไปดักรอฝ่ายหญิงที่หน้าหอพักบ้าง ที่ทำงานบ้าง จนกระทั่งรู้ว่าฝ่ายหญิงมีคนอื่นแล้ว พี่เราก็โทรไปต่อว่าพ่อแม่ฝ่ายหญิงว่าทำไมฝ่ายหญิงทำแบบนี้ บลา บลา บลา พี่เราไม่เคย ไม่เคยแม้แต่ครั้งเดียวที่จะคิดว่าเป็นความผิดตัวเอง ไม่เคยเลย
เราได้โทรไปคุยกับแม่ของเราและฝ่ายหญิงหลังจากเกิดเรื่อง ต้องบอกก่อนว่าเราแต่งงานย้ายมาอยู่ต่างประเทศได้ 2 ปี ก็โดนสามีขอหย่าเพราะเขามีคนอื่น เราก็ทำเรื่องหย่าที่นี่ด้วยความเจ็บปวด เพราะเรื่องหย่ามันใช้เวลานานมาก เราก็คิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
แฟนเก่าพี่เราบอกว่าก็พี่เราท้าขอเลิกตลอดเวลาจะให้ทำยังไง ส่วนผู้ชายคนใหม่ก็เป็นเพื่อนสนิทที่แอบชอบฝ่ายหญิงมานาน ตรงนี้เราโทษทั้งสามคนที่ผิด เราบอกได้ว่าพี่เราก็ไม่ได้ดีอะไร แต่การกระทำพี่เรามันทำให้แม่เราแย่และเสียสุขภาพจิตมาก ฝ่ายหญิงบอกพี่เราว่า แม่เรารู้เรื่องทุกอย่าง ปกติฝ่ายหญิงเป็นคนที่พูดกำกวมมาก พูดวกไปวนมา ไม่ค่อยรู้เรื่อง เราเลยถามว่าแม่เรารู้เรื่องอะไร ฝ่ายหญิงบอกว่าแม่รู้ว่าเขาจะบอกเลิกกับพี่ชายเรา เราเลยถามว่าแล้วได้บอกเลิกไหม สรุปก็ยังไม่ได้บอก เราเลยบอกว่าถ้าโทรไปแล้วพี่เราปิดเครื่องหรือไม่รับโทรศัพท์ก็ให้ส่งข้อความไปแล้วบอกไปด้วย ว่าแม่เราไม่รู้เรื่องที่นางมีคนใหม่ ฝ่ายหญิงรับปากเราดิบดี แต่ไม่ทำ
หวยมาลงที่แม่เราสิทีนี้ พี่เรามาด่าแม่ใหญ่ว่าแม่รู้ ทำไมแม่ไม่บอกพี่เรา โทษแม่เราอีก เราเลยอยากถามว่าการที่คนสองคนจะคบกันหรือจะเลิกกันทำไมต้องมาเกี่ยวกับแม่ กลายเป็นเรื่องใหญ่ พี่เราก็ไม่เคยหันมาดูตัวเองอีก มาบอกแต่ว่าถ้าวันนั้นแม่เร่าบอกว่าฝ่ายหญิงส่งข้อความมาเรื่องคงไม่เป็นแบบนี้ เราก็อยากบอกพี่เราว่าถ้าไม่ทำตัวแบบนี้ หรือไม่ปิดโทรศัพท์ ฝ่ายหญิงก็ไม่ทำแบบนี้หรอก
เรื่องนี่ผ่านมาค่อนช้างหลายเดือนแล้ว แต่แม่เราเครียดมาก กลายเป็นพี่เราไม่จบ คอยไปดักฝ่ายหญิงที่นั่นที่นี่ เหมือนคนบ้า จนกระทั่งเมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ฝ่ายหญิงเพิ่งแต่งงานไป ก็ถ้าคำนวณแล้วเรื่องเพิ่งเกิดตอนมกรา ก็ค่อนข้างเร็วพอสมควรที่ฝ่ายหญิงแต่งงาน ส่วนตัวเราก็ยินดีกะนางเพราะนางอยากแต่งงานมานานมากแล้ว ฃ
กลายมาเป็นว่าตอนนี้มาเป็นปัญหาที่ฝั่งพี่เรา คอยตามจนฝ่ายหญิงแจ้งความบ้างและมาครั้งล่าสุดที่เราเกลียดมากคือสามีของฝ่ายหญิงโทรมาขู่แม่เรา เหตุเพราะพี่เราไปดักที่ทำงานฝ่ายหญิง ถามว่าทำไมเราเกลียด คือเราแค่ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเอาแม่เราเข้าไปเกี่ยว จะทำอะไรกะพี่เราก็เชิญ แต่อย่ามายุ่งกะแม่เรา โตๆกันแล้ว ทั้งฝ่ายหญิงและสามีก็รับราชการทั้งคู่ เรื่องมันก็เลยบานปลายไปใหญ่ จนพ่อมาคุยกะพี่เรา แต่มันก็ทำอะไรไม่ได้เพราะพี่เราไม่เคยฟังใคร แม่เราอยู่กับพี่เราที่บ้านด้วยความเครียด ฟุ้งซ่านตลอดเวลา เพราะแม่เราไม่รู้จะต้องทำยังไง พี่เราถึงจะพอใจ อยู่บ้านเดียวกันแต่ตั้งกะเกิดเรื่องพี่เราไม่เคยคุยกะแม่เลย เวลาแม่เราไม่สบายแม่ก็ไม่กล้าที่จะขอร้องให้พี่เราพาไปหาหมอ มันมีความอึดอัดมาก.
เรื่องราวในบ้านเรา คือพ่อย้ายไปอยู่กรุงเทพ ตั้งกะเรา 10 ขวบ พี่เราก็บอกว่าพ่อทิ้ง แม่เราทำงานหาเลี้ยงลูก 2 คนมาคนเดียว มหาลัยเราไปเรียนภูเก็ตและย้ายไปทำงานที่กรุงเทพ ส่วนพี่เราก็อยู่บ้านตลอด กลายเป็นพี่เรามาบอกว่าแม่รักเรามากกว่าเพราะยอมให้เราไปเรียนหรือไปทำงานที่ต่างจังหวัดได้ แต่จริงๆแล้วพี่เรานั้นแหละที่ไม่ไปเอง มีครั้งนึงพี่เราเคยคุยกะเราว่าจะได้งานที่ชลบุรี เราก็บอกว่าไปดิ เงินดีแล้วมีที่พักให้ด้วย สรุปสุดท้ายเขาก็ไม่ไป แล้วพอเราแต่งงานย้ายมามีครอบครัวที่ต่างประเทศ พี่เราก็หาว่าเราทิ้งแม่ให้เขาดูแล คอยบอกแต่ว่าถ้าไม่มีเขา แม่ก็อยู่ไม่ได้ ทั้งๆ ที่แม่เราก็คอยบอกพี่เราว่าให้ไปทำงานที่กรุงเทพก็ได้ แม่ไม่เคยว่า กลายเป็นพี่เรากลับคิดว่าแม่เราจะไล่ แล้วก็มาพูดใส่แม่เราว่า ไม่ต้องไล่ เพราะวันนึงจะไปแบบที่หาไม่เจอ ทำให้แม่เราเครียดมาก เราก็ไม่รู้จะช่วยยังไง หลังจากหย่าได้หนึ่งปี เราก็มีครอบครัวใหม่ที่นี่ เราควรจะช่วยแม่เรายังไงดี ทำยังไงถึงจะเปลี่ยนความคิดพี่เรา ทำยังไงพี่เราถึงจะรู้ว่าเขาควรต้องปรึกษาจิตแพทย์
ข้างล่างนี่เป็นคำถามจากแม่เรา
1. การที่แม่ต้องเลี้ยงลูก 2. คนตามลำพังด้วยเงินเดือนที่เหลือหมื่นกว่าบาท ถึงแม้ว่าเงินเดือนจะเพิ่มขึ้น แต่ลูกก็โตขึ้น รายจ่ายย่อมเพิ่มขึ้นแน่นอน แม่จะสามารถซื้อบ้านหรือซื้อที่ดิน เพื่อสร้างสมบัติให้ตัวเองได้หรือไม่
2. การที่คนสองคนเป็นแฟนกัน แล้วจะเลิกกัน เป็นหน้าที่ของแม่ที่จะต้องบอกลูกหรือไม่ ว่าแฟนเธอเขาบอกจะเลิกกับเธอนะ รีบไปง้อเขาเสีย สุดท้ายเมื่อแม่ไม่บอก ก็เลยเป็นความผิดของแม่คนเดียว การกระทำของคนสองคนที่ปฎิบัติต่อกันมาจนทำให้ต้องเลิกกัน ไม่ได้มีการนึกถึงเลย
3. การที่แม่เลี้ยงลูกมาตั้แต่เกิด ดูแล ให้การศึกษาจนมีงานทำ เป็นบุญคุณหรือไม่ หรือเพราะเป็นหน้าที่ที่ต้องทำ เขาเป็นแค่อาศัยท้องมาเกิดเท่านั้น เขาไม่จำเป็นต้องตอบแทน หรือต้องดูแลแม่ ใช่หรือไม่
4. การอาศัยท้องมาเกิด เมื่อเกิดมาแล้วก็โตทันทีทันใด เดินได้ พูดได้ ทำงานได้ อย่างนั้นหรือ ก็เลยรู้สึกว่าแม่ไม่ได้มีบุญคุณอะไร.
5. เป็นความผิดของพ่อแม่ใช่หรือไม่ที่ไม่สร้างฐานะไว้ให้ดี ไม่สร้างสมบัติไว้ให้มากๆ เพื่อจะได้เทียบเคียงกับอีกฝ่าย เพื่ออีกฝ่ายเขาจะได้ไม่เลิกราไป (เพราะคิดแต่โทษคนรอบข้าง แต่ไม่มองการกระทำของตัวเอง
ร้านที่พี่เราทำตอนนี้คือแม่ซื้อบ้านเพื่อให้พี่เราทำร้าน พี่เราไม่เคยช่วยผ่อน แล้วให้แม่ปลูกบ้านอีกหลัง ก็เป็นเงินแม่เช่นกัน แม่เราเกษียณแล้ว
รบกวนขอความคิดเห็นด้วยค่ะ ตอนนี้แม่เราสภาพจิตใจแย่จริงๆ
ขอโทษที่เรื่องมันยาวมาก แต่เราจนหนทางแล้ว เพราะหลายๆคนบอกให้แม่เราอดทน แต่แม่เราร้องไห้ทุกวันเลย ไม่รู้ว่าต้องทำตัวยังไง ไม่รู้ว่าพี่เราต้องการอะไร แล้วจะเอายังไงต่อไป พอแม่เราคุยพี่เราเอาแต่ตะคอกใส่ ไม่เคยมีเหตุผล เอาแต่อารมณ์ส่วนตัวล้วนๆๆๆๆๆๆๆๆ
อยากจะขอคำปรึกษามากๆ เพราะตันไปหมดไม่รู้จะทำยังไงดี
เรื่องของเรื่องคือ เรามีพี่ชายอยู่ 1 คน ตอนนี้อายุประมาณ 34 ยังไม่ได้แต่งงาน เพราะเพิ่งเลิกกับแฟนที่คบกันมานานถึง 14 ปี แต่ไม่เคยอยุ่ด้วยกันนะ เราไม่รู้ว่าพี่เราเคยวางแผนอนาคตกับแฟนคนนี้ไหม แต่ผู้หญิงก็ถามเรื่องแต่งงานตลอดแต่พี่เราก็บอกแค่ว่ายังไม่พร้อม พี่เราทำร้านที่บ้าน กิจการจากที่เราดูก็เรื่อยๆ เราเลยไม่รู้ว่าดีหรือไม่ดี ทางพ่อแม่ของฝั่งผู้หญิงก็เคยเอ่ยถามแต่พี่เราไม่เคยตอบ ตลอดเวลาที่เขาคบกันก็ทะเลาะกันตลอดเวลา แล้วเวลาทะเลาะกันก็จะจบด้วยที่พี่เราบอกขอเลิก แล้วก็เป็นฝ่ายหญิงที่ง้อตลอดเป็นล้านรอบ จนกระทั่งล่าสุดพี่เราก็ทำแบบเดิมแต่ไม่คิดว่าฝ่ายหญิงจะเอาจริง วันนั้น ฝ่ายหญิงส่งข้อความมาบอกแม่เรา ว่าจะเลิกกับพี่เรา แม่เราเลยบอกว่าจะเลิกกันหรือยังไงก็คุยกันเอง ในความคิดเรามันก็ถูกจะคบจะเลิกก็คุยกันเองดิ ทำไมต้องมาให้แม่เรารับรู้ด้วย หลังจากฝ่ายหญิงไม่ได้ติดต่อพี่เรากลับไปเลย พี่เราก็เลยไปดักรอฝ่ายหญิงที่หน้าหอพักบ้าง ที่ทำงานบ้าง จนกระทั่งรู้ว่าฝ่ายหญิงมีคนอื่นแล้ว พี่เราก็โทรไปต่อว่าพ่อแม่ฝ่ายหญิงว่าทำไมฝ่ายหญิงทำแบบนี้ บลา บลา บลา พี่เราไม่เคย ไม่เคยแม้แต่ครั้งเดียวที่จะคิดว่าเป็นความผิดตัวเอง ไม่เคยเลย
เราได้โทรไปคุยกับแม่ของเราและฝ่ายหญิงหลังจากเกิดเรื่อง ต้องบอกก่อนว่าเราแต่งงานย้ายมาอยู่ต่างประเทศได้ 2 ปี ก็โดนสามีขอหย่าเพราะเขามีคนอื่น เราก็ทำเรื่องหย่าที่นี่ด้วยความเจ็บปวด เพราะเรื่องหย่ามันใช้เวลานานมาก เราก็คิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
แฟนเก่าพี่เราบอกว่าก็พี่เราท้าขอเลิกตลอดเวลาจะให้ทำยังไง ส่วนผู้ชายคนใหม่ก็เป็นเพื่อนสนิทที่แอบชอบฝ่ายหญิงมานาน ตรงนี้เราโทษทั้งสามคนที่ผิด เราบอกได้ว่าพี่เราก็ไม่ได้ดีอะไร แต่การกระทำพี่เรามันทำให้แม่เราแย่และเสียสุขภาพจิตมาก ฝ่ายหญิงบอกพี่เราว่า แม่เรารู้เรื่องทุกอย่าง ปกติฝ่ายหญิงเป็นคนที่พูดกำกวมมาก พูดวกไปวนมา ไม่ค่อยรู้เรื่อง เราเลยถามว่าแม่เรารู้เรื่องอะไร ฝ่ายหญิงบอกว่าแม่รู้ว่าเขาจะบอกเลิกกับพี่ชายเรา เราเลยถามว่าแล้วได้บอกเลิกไหม สรุปก็ยังไม่ได้บอก เราเลยบอกว่าถ้าโทรไปแล้วพี่เราปิดเครื่องหรือไม่รับโทรศัพท์ก็ให้ส่งข้อความไปแล้วบอกไปด้วย ว่าแม่เราไม่รู้เรื่องที่นางมีคนใหม่ ฝ่ายหญิงรับปากเราดิบดี แต่ไม่ทำ
หวยมาลงที่แม่เราสิทีนี้ พี่เรามาด่าแม่ใหญ่ว่าแม่รู้ ทำไมแม่ไม่บอกพี่เรา โทษแม่เราอีก เราเลยอยากถามว่าการที่คนสองคนจะคบกันหรือจะเลิกกันทำไมต้องมาเกี่ยวกับแม่ กลายเป็นเรื่องใหญ่ พี่เราก็ไม่เคยหันมาดูตัวเองอีก มาบอกแต่ว่าถ้าวันนั้นแม่เร่าบอกว่าฝ่ายหญิงส่งข้อความมาเรื่องคงไม่เป็นแบบนี้ เราก็อยากบอกพี่เราว่าถ้าไม่ทำตัวแบบนี้ หรือไม่ปิดโทรศัพท์ ฝ่ายหญิงก็ไม่ทำแบบนี้หรอก
เรื่องนี่ผ่านมาค่อนช้างหลายเดือนแล้ว แต่แม่เราเครียดมาก กลายเป็นพี่เราไม่จบ คอยไปดักฝ่ายหญิงที่นั่นที่นี่ เหมือนคนบ้า จนกระทั่งเมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ฝ่ายหญิงเพิ่งแต่งงานไป ก็ถ้าคำนวณแล้วเรื่องเพิ่งเกิดตอนมกรา ก็ค่อนข้างเร็วพอสมควรที่ฝ่ายหญิงแต่งงาน ส่วนตัวเราก็ยินดีกะนางเพราะนางอยากแต่งงานมานานมากแล้ว ฃ
กลายมาเป็นว่าตอนนี้มาเป็นปัญหาที่ฝั่งพี่เรา คอยตามจนฝ่ายหญิงแจ้งความบ้างและมาครั้งล่าสุดที่เราเกลียดมากคือสามีของฝ่ายหญิงโทรมาขู่แม่เรา เหตุเพราะพี่เราไปดักที่ทำงานฝ่ายหญิง ถามว่าทำไมเราเกลียด คือเราแค่ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเอาแม่เราเข้าไปเกี่ยว จะทำอะไรกะพี่เราก็เชิญ แต่อย่ามายุ่งกะแม่เรา โตๆกันแล้ว ทั้งฝ่ายหญิงและสามีก็รับราชการทั้งคู่ เรื่องมันก็เลยบานปลายไปใหญ่ จนพ่อมาคุยกะพี่เรา แต่มันก็ทำอะไรไม่ได้เพราะพี่เราไม่เคยฟังใคร แม่เราอยู่กับพี่เราที่บ้านด้วยความเครียด ฟุ้งซ่านตลอดเวลา เพราะแม่เราไม่รู้จะต้องทำยังไง พี่เราถึงจะพอใจ อยู่บ้านเดียวกันแต่ตั้งกะเกิดเรื่องพี่เราไม่เคยคุยกะแม่เลย เวลาแม่เราไม่สบายแม่ก็ไม่กล้าที่จะขอร้องให้พี่เราพาไปหาหมอ มันมีความอึดอัดมาก.
เรื่องราวในบ้านเรา คือพ่อย้ายไปอยู่กรุงเทพ ตั้งกะเรา 10 ขวบ พี่เราก็บอกว่าพ่อทิ้ง แม่เราทำงานหาเลี้ยงลูก 2 คนมาคนเดียว มหาลัยเราไปเรียนภูเก็ตและย้ายไปทำงานที่กรุงเทพ ส่วนพี่เราก็อยู่บ้านตลอด กลายเป็นพี่เรามาบอกว่าแม่รักเรามากกว่าเพราะยอมให้เราไปเรียนหรือไปทำงานที่ต่างจังหวัดได้ แต่จริงๆแล้วพี่เรานั้นแหละที่ไม่ไปเอง มีครั้งนึงพี่เราเคยคุยกะเราว่าจะได้งานที่ชลบุรี เราก็บอกว่าไปดิ เงินดีแล้วมีที่พักให้ด้วย สรุปสุดท้ายเขาก็ไม่ไป แล้วพอเราแต่งงานย้ายมามีครอบครัวที่ต่างประเทศ พี่เราก็หาว่าเราทิ้งแม่ให้เขาดูแล คอยบอกแต่ว่าถ้าไม่มีเขา แม่ก็อยู่ไม่ได้ ทั้งๆ ที่แม่เราก็คอยบอกพี่เราว่าให้ไปทำงานที่กรุงเทพก็ได้ แม่ไม่เคยว่า กลายเป็นพี่เรากลับคิดว่าแม่เราจะไล่ แล้วก็มาพูดใส่แม่เราว่า ไม่ต้องไล่ เพราะวันนึงจะไปแบบที่หาไม่เจอ ทำให้แม่เราเครียดมาก เราก็ไม่รู้จะช่วยยังไง หลังจากหย่าได้หนึ่งปี เราก็มีครอบครัวใหม่ที่นี่ เราควรจะช่วยแม่เรายังไงดี ทำยังไงถึงจะเปลี่ยนความคิดพี่เรา ทำยังไงพี่เราถึงจะรู้ว่าเขาควรต้องปรึกษาจิตแพทย์
ข้างล่างนี่เป็นคำถามจากแม่เรา
1. การที่แม่ต้องเลี้ยงลูก 2. คนตามลำพังด้วยเงินเดือนที่เหลือหมื่นกว่าบาท ถึงแม้ว่าเงินเดือนจะเพิ่มขึ้น แต่ลูกก็โตขึ้น รายจ่ายย่อมเพิ่มขึ้นแน่นอน แม่จะสามารถซื้อบ้านหรือซื้อที่ดิน เพื่อสร้างสมบัติให้ตัวเองได้หรือไม่
2. การที่คนสองคนเป็นแฟนกัน แล้วจะเลิกกัน เป็นหน้าที่ของแม่ที่จะต้องบอกลูกหรือไม่ ว่าแฟนเธอเขาบอกจะเลิกกับเธอนะ รีบไปง้อเขาเสีย สุดท้ายเมื่อแม่ไม่บอก ก็เลยเป็นความผิดของแม่คนเดียว การกระทำของคนสองคนที่ปฎิบัติต่อกันมาจนทำให้ต้องเลิกกัน ไม่ได้มีการนึกถึงเลย
3. การที่แม่เลี้ยงลูกมาตั้แต่เกิด ดูแล ให้การศึกษาจนมีงานทำ เป็นบุญคุณหรือไม่ หรือเพราะเป็นหน้าที่ที่ต้องทำ เขาเป็นแค่อาศัยท้องมาเกิดเท่านั้น เขาไม่จำเป็นต้องตอบแทน หรือต้องดูแลแม่ ใช่หรือไม่
4. การอาศัยท้องมาเกิด เมื่อเกิดมาแล้วก็โตทันทีทันใด เดินได้ พูดได้ ทำงานได้ อย่างนั้นหรือ ก็เลยรู้สึกว่าแม่ไม่ได้มีบุญคุณอะไร.
5. เป็นความผิดของพ่อแม่ใช่หรือไม่ที่ไม่สร้างฐานะไว้ให้ดี ไม่สร้างสมบัติไว้ให้มากๆ เพื่อจะได้เทียบเคียงกับอีกฝ่าย เพื่ออีกฝ่ายเขาจะได้ไม่เลิกราไป (เพราะคิดแต่โทษคนรอบข้าง แต่ไม่มองการกระทำของตัวเอง
ร้านที่พี่เราทำตอนนี้คือแม่ซื้อบ้านเพื่อให้พี่เราทำร้าน พี่เราไม่เคยช่วยผ่อน แล้วให้แม่ปลูกบ้านอีกหลัง ก็เป็นเงินแม่เช่นกัน แม่เราเกษียณแล้ว
รบกวนขอความคิดเห็นด้วยค่ะ ตอนนี้แม่เราสภาพจิตใจแย่จริงๆ
ขอโทษที่เรื่องมันยาวมาก แต่เราจนหนทางแล้ว เพราะหลายๆคนบอกให้แม่เราอดทน แต่แม่เราร้องไห้ทุกวันเลย ไม่รู้ว่าต้องทำตัวยังไง ไม่รู้ว่าพี่เราต้องการอะไร แล้วจะเอายังไงต่อไป พอแม่เราคุยพี่เราเอาแต่ตะคอกใส่ ไม่เคยมีเหตุผล เอาแต่อารมณ์ส่วนตัวล้วนๆๆๆๆๆๆๆๆ