🔶️~มาลาริน~คดีตย.ถ้าไม่ดำเนินคดีกับโจทก์เรื่องแจ้งความเท็จ จะกลายเป็นบรรทัดฐานที่ผิดต่อไปใครจะฟ้องแก้เกี้ยวใคร จะง่ายไป


ฎีกายืนยกฟ้อง“มัลลิกา”ไม่หมิ่น“ยิ่งลักษณ์” ว.5 โฟร์ซีซั่นส์ ชี้เป็นการตรวจสอบรัฐบาลในฐานะฝ่ายค้าน






ศาลฎีกาพิพากษายืนยกฟ้อง “มัลลิกา” อดีตรองโฆษก ปชป.ไม่หมิ่นประมาท “ยิ่งลักษณ์” กรณีแถลงข่าวอดีตนายกรัฐมนตรีหญิงประพฤติผิดจริยธรรม หนีประชุมสภาไป ว.5 โฟร์ซีซั่นส์ ชี้เป็นการตรวจสอบรัฐบาลในฐานะฝ่ายค้านไม่ใช่การใส่ความให้โจทก์เสื่อมเสียชื่อเสียง

วันนี้ (1 พ.ย.) ที่ห้องพิจารณา 803 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาฎีกา คดีหมายเลขดำ อ.2493/2556 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 8 และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ร่วมกัน ยื่นฟ้อง นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นด้วยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 จากกรณี ว.5 โฟรซีซั่นส์

ตามฟ้องโจทก์ว่า เมื่อระหว่างวันที่ 19-20 ก.พ. 2555 จำเลยได้แถลงข่าวหมิ่นประมาท น.ส.ยิ่งลักษณ์ นายกรัฐมนตรี ขณะนั้น ว่า มีพฤติการณ์และความประพฤติผิดจริยธรรม ทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เสียชื่อเสียง โจทก์จึงขอให้ยึดทำลายเอกสารที่มีข้อความดังกล่าว และโฆษณาคำพิพากษาของศาลในหนังสือพิมพ์เป็นเวลา 7 วัน

โดยศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 27 เม.ย. 2556 ให้ยกฟ้อง เนื่องจากคำเบิกความของโจทก์และโจทก์ร่วมแตกต่างกันในเรื่องของห้องที่ใช้ในการประชุมที่โรงแรมโฟรซีซั่นส์ และข้อความที่จำเลยแถลงข่าวนั้นก็ไม่ได้ชี้ชัดว่าเป็นการกล่าวหาโจทก์ร่วมในประเด็นเรื่องที่โจทก์ร่วมผิดจริยธรรมหรือไปเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างไรบ้าง การแถลงข่าวของจำเลยจึงเป็นการติชมด้วยความสุจริตเป็นธรรม ไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท

ต่อมาเมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 2559 ศาลอุทธรณ์พิพากษาเห็นว่า มีพยานเป็นเจ้าหน้าที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ เบิกความว่า ในวันที่ 8 ก.ย. 2555 เข้าเวรปฏิบัติหน้าที่ที่ห้อง Executive Club ตั้งแต่เวลา 14.30-23.00 น. ซึ่งมีลูกค้ามารับประทานอาหารและเครื่องดื่ม แต่พยานจำได้ว่าแต่ละคนเป็นลูกค้าที่มาใช้บริการประจำ ดังนั้น จึงแสดงว่าเรื่องที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ โจทก์ร่วมเข้าร่วมประชุม น่าจะไม่ใช่เรื่องสำคัญถึงขนาดเป็นการลับที่จำเป็นต้องมาพูดคุยในสถานที่ดังกล่าว จนไม่สามารถเปิดเผยได้

ดังนั้น เมื่อโจทก์ร่วมไม่สามารถเปิดเผยเรื่องเกี่ยวกับการประชุมที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ได้ ขณะที่ในช่วงเวลาเดียวกันมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่โจทก์ร่วมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีหน้าที่โดยตรงต้องเข้าประชุม เนื่องจากเป็นการพิจารณากฎหมายซึ่งเป็นประโยชน์ของชาติ จึงย่อมเป็นเหตุให้จำเลยซึ่งมีหน้าที่ติดตามตรวจสอบการทำงานของโจทก์ร่วมและในฐานะประชาชนมีสิทธิ์ตั้งข้อสงสัยพฤติกรรมของโจทก์ร่วมได้

นอกจากนี้ การแสดงความเห็นของจำเลยเป็นลักษณะเชิงตั้งคำถามมากกว่ายืนยันข้อเท็จจริง อีกทั้งเมื่อโจทก์ร่วมเป็นนายกรัฐมนตรี ย่อมเป็นบุคคลที่ประชาชนสามารถตั้งข้อสงสัย ติดตามพฤติกรรมและแสดงความเห็นหรือวิพากษ์วิจารณ์ได้ด้วยความเป็นธรรม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 (3) การกระทำจึงไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องนั้นศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย พิพากษายืนให้ยกฟ้อง

โดยวันนี้ นางมัลลิกา จำเลย เดินทางมาศาลพร้อมทนายความ ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้วเห็นว่า ข้อความที่จำเลยแถลงข่าวนั้นทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลในฐานะฝ่ายค้าย จึงไม่เป็นการใส่ความโจทก์ให้เสียชื่อเสียงหรือถูกดูหมิ่นเกลียดชัง ที่ศาลชั้นต้นกับศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย พิพากษายืนยกฟ้อง

น.ส.มัลลิกา กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่ศาลพิพากษายกฟ้องตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ คดีนี้เราต่อสู้คดีพิสูจน์กันมาทั้ง 3 ศาล โดยศาลฎีกาเห็นว่าเราไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาทจากข้อความที่มีการแถลงข่าว นอกจากนี้พฤติกรรมทั้งหมดของผู้นำรัฐบาลในปี 2555มีเหตุสมควรในการที่จะต้องถูกตรวจสอบ สอบถาม เพราะถือเป็นประเด็นสาธารณะที่ผู้คนทั่วไปเกิดความสงสัย อีกทั้งยังมีวาระที่เกี่ยวข้องกับการประชุมสภา และมีวาระที่เกี่ยวข้องกับผู้นำประเทศ และมีความผิดปกติที่ทำให้ประชาชนและสื่อมวลชนติดตามให้ความสนใจ ดังนั้นตนเองในฐานะที่เป็นรองโฆษกพรรคฝ่ายค้าน ก็มีหน้าที่ตามปกติที่จะตรวจสอบกรณีเรื่องดังกล่าว จึงไม่อยู่ในข่ายที่จะหมิ่นประมาท 

มีบางประเด็นตั้งแต่ต้นทางกระบวนการยุติธรรม ตั้งแต่โจทก์คือ น.ส.ยิ่งลักษณ์กับทนายความไปแจ้งความดำเนินคดีกับทางตำรวจ ซึ่งอาจจะมีข้อความบางข้อความที่มีลักษณะของการตัดทอน ตัดคำ จนนำไปสู่คดีหมิ่นประมาท จึงเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่เราจะพิจารณาว่าจะดำเนินคดีกลับหรือไม่ เพราะตั้งแต่เกิดเหตุการณ์นั้นเมื่อเดือน ก.พ.ปี 2555 ตนและทนายคาวามก็ได้ไปลงบันทึกประจำวันว่าจะดำเนินคดีฐานแจ้งความเท็จอยู่แล้ว แต่เนื่องจากตามขั้นตอนของกฎหมายเราจะต้องต่อสู้คดีที่ถูกกล่าวหาว่าหมิ่นประมาทให้เสร็จสิ้นเสียก่อน ซึ่งวันนี้ศาลได้พิสูจน์แล้วว่าเราความบริสุทธิ์ ไม่ได้กระทำผิดกฎหมาย ตามที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ พยายามจะเอาข้อความที่เราไม่ได้พูด มาเป็นข้อความที่จะทำให้เราถูกดำเนินคดี เพราะฉะนั้นทีมกฎหมายก็จะได้พิจารณาร่วมกันว่าจะสามารถดำเนินคดีแจ้งความกลับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และพนักงานสอบสอบสวนอย่างไรบ้าง จากความพยายามที่จะทำให้ตนเองต้องตกเป็นข่าว ถูกทำให้ประชาชนเข้าใจผิดทั้งทางด้านกระทำ ทางด้านวาจา ในลักษณะที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะขณะนั้นแต่ละฝ่ายก็มีกองเชียร์ที่มีความคิดแตกต่างกันไป

“จากการแจ้งความ ทำให้เราถูกเหมารวมไปอยู่กับภาคส่วนอื่นๆ ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ เพราะฉะนั้นจึงมองว่าไม่เป็นธรรมกับเรา คดีนี้เป็นตัวอย่างของสังคม และตัวอย่างของกระบวนการทางกฎหมายว่า ถ้าไม่มีการดำเนินคดีกับโจทก์ในเรื่องแจ้งความเท็จ ก็จะกลายเป็นบรรทัดฐานที่ผิด ต่อไปใครคิดจะฟ้องแก้เกี้ยวใคร หยิบใครมาเป็นเหยื่อก็ฟ้องได้เลย เป็นเรื่องที่ง่ายเกินไป ซึ่งจะให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาสัก 1 สัปดาห์ว่าเจตนาตั้งแต่ต้นของเรายังอยู่ไหม”



https://mgronline.com/crime/detail/9610000109012


"มัลลิกา" ฟังคำพิพากษาฎีกา ถึงที่สุดให้ยกฟ้อง "อัยการ-อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์" ร่วมฟ้องหมิ่นประมาทฯ แถลงข่าวตั้งคำถามภารกิจ ว.5 โฟร์ซีซันส์




ที่ห้องพิจารณา 803 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เวลา 09.30 น. ศาลนัดอ่านคำพิพากษาฎีกา คดีหมายเลขดำ อ.2493/2556 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 8 และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ร่วมกัน ยื่นฟ้อง "นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข" รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นด้วยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 จากกรณี ว.5 โฟรซีซั่นส์ ตามฟ้องโจทก์ว่า เมื่อระหว่างวันที่ 19-20 ก.พ.55 จำเลยได้แถลงข่าวหมิ่นประมาท น.ส.ยิ่งลักษณ์ นายกรัฐมนตรีขณะนั้นว่า มีพฤติการณ์และความประพฤติผิดจริยธรรม ทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์เสียชื่อเสียง โจทก์จึงขอให้ยึดทำลายเอกสารที่มีข้อความดังกล่าว และโฆษณาคำพิพากษาของศาลในหนังสือพิมพ์เป็นเวลา 7 วัน


http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/817300


ฎีกายืนยกฟ้อง 'มัลลิกา' หมิ่น 'ยิ่งลักษณ์' คดี ว.5 โฟร์ซีซั่นส์




1 พ.ย. 61 - ที่ห้องพิจารณา 803 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาฎีกา คดีหมายเลขดำ อ.2493/2556 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 8 และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ร่วมกัน ยื่นฟ้อง นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นด้วยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 จากกรณี ว.5 โฟรซีซั่นส์

ตามฟ้องโจทก์ว่า เมื่อระหว่างวันที่ 19-20 ก.พ. 2555 จำเลยได้แถลงข่าวหมิ่นประมาท น.ส.ยิ่งลักษณ์ นายกรัฐมนตรีขณะนั้นว่า มีพฤติการณ์และความประพฤติผิดจริยธรรม ทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์เสียชื่อเสียง โจทก์จึงขอให้ยึดทำลายเอกสารที่มีข้อความดังกล่าว และโฆษณาคำพิพากษาของศาลในหนังสือพิมพ์เป็นเวลา 7 วัน

โดยศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 27 เม.ย. 2556 ให้ยกฟ้อง เนื่องจากคำเบิกความของโจทก์และโจทก์ร่วมแตกต่างกันในเรื่องของห้องที่ใช้ในการประชุมที่โรงแรมโฟรซีซั่นส์ และข้อความที่จำเลยแถลงข่าวนั้นก็ไม่ได้ชี้ชัดว่าเป็นการกล่าวหาโจทก์ร่วมในประเด็นเรื่องที่โจทก์ร่วมผิดจริยธรรมหรือไปเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างไรบ้าง การแถลงข่าวของจำเลยจึงเป็นการติชมด้วยความสุจริตเป็นธรรม ไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท 

ขณะที่เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 2559 ศาลอุทธรณ์พิพากษาเห็นว่า มีพยานเป็นเจ้าหน้าที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ เบิกความว่า ในวันที่ 8 ก.ย. 2555 เข้าเวรปฏิบัติหน้าที่ที่ห้อง Executive Club ตั้งแต่เวลา 14.30 -23.00 น. ซึ่งมีลูกค้ามารับประทานอาหารและเครื่องดื่ม แต่พยานจำได้ว่าแต่ละคนเป็นลูกค้าที่มาใช้บริการประจำ ดังนั้นจึงแสดงว่าเรื่องที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ โจทก์ร่วมเข้าร่วมประชุม น่าจะไม่ใช่เรื่องสำคัญถึงขนาดเป็นการลับที่จำเป็นต้องมาพูดคุยในสถานที่ดังกล่าว จนไม่สามารถเปิดเผยได้ 

ดังนั้น เมื่อโจทก์ร่วมไม่สามารถเปิดเผยเรื่องเกี่ยวกับการประชุมที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ได้ ขณะที่ในช่วงเวลาเดียวกันมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่โจทก์ร่วมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีหน้าที่โดยตรงต้องเข้าประชุม เนื่องจากเป็นการพิจารณากฎหมายซึ่งเป็นประโยชน์ของชาติ จึงย่อมเป็นเหตุให้จำเลยซึ่งมีหน้าที่ติดตามตรวจสอบการทำงานของโจทก์ร่วมและในฐานะประชาชนมีสิทธิ์ตั้งข้อสงสัยพฤติกรรมของโจทก์ร่วมได้ 

นอกจากนี้ การแสดงความเห็นของจำเลยเป็นลักษณะเชิงตั้งคำถามมากกว่ายืนยันข้อเท็จจริง อีกทั้งเมื่อโจทก์ร่วมเป็นนายกรัฐมนตรี ย่อมเป็นบุคคลที่ประชาชนสามารถตั้งข้อสงสัย ติดตามพฤติกรรมและแสดงความเห็นหรือวิพากษ์วิจารณ์ได้ด้วยความเป็นธรรม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 (3) การกระทำจึงไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องนั้นศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย พิพากษายืนให้ยกฟ้อง

วันนี้ นางมัลลิกา จำเลยเดินทางมาศาลพร้อมทนายความ โดยศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้วเห็นว่า ที่ศาลชั้นต้นกับศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย พิพากษายืนยกฟ้อง


https://www.thaipost.net/main/detail/21141


แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่