สวัสดีค่ะ วันนี้มีเรื่องจะขอความคิดเห็นจากผู้ที่มีประสบการณ์ในที่นี้ ว่าควรทำตัวยังไงดี ทำตัวไม่ถูกแล้ว บางทีหนหวยมากก....
เรื่องมีอยู่ว่า หนูได้แต่งงาน มีสามีเป็นชาติฟิลิปินส์ ที่อเมริกา แล้วย้ายมาที่นี้ บ้านแม่สามี ตอนนี้ยังไม่ได้ย้ายออกอยู่ในช่วงเก็บเงินซื้อบ้าน แต่ปัณหาก็เกิด แต่ไม่ใช่กับสามี แต่เป็นแม่สามี..
ตอนแรกที่ย้ายเข้ามาก็นึกว่าจะเป็นเหมือนที่เคยมาอยู่ (คือหนูเคยมาอาศัยที่นี้ อาทิตย์นึกก่อนกลับไทยในช่วงที่มาครั้งแรก) แต่แล้วก็มีเรื่องเกิดขึ้นคือ เราก็ทำตัวปกติที่บ้าน แต่ทุกครั้งที่ไปซุปเปอร์กับแม่เขา เขาจะชอบพูดว่าเมืองไทยทำของปลอมเยอะ ข้าวปลอม กาแฟปลอม ฉันเห็นมาจากเฟสบุค ไอ้เราก็เงียบแล้วก็ยิ้ม ถามว่าทำไมไม่เถียงคืน เพราะนางทำตัวเหมือนกูเกิล ไม่เชื่ออะไรเลยสักอย่างจนกว่าจะเห็นด้วยตัวเอง นางจะเถียงไฟไหม้เลยถ้าไม่ตรงกับความคิดนาง ซึ่งมันก็เป็นไปไม่ได้ที่นางจะมาเห็นเอง เพราะนางไม่เคยมาเมืองไทย
ครั้งสุดท้ายที่ไปซุปเปอร์ด้วยกันคือ นางเดินไปเห็นกระเทียม แล้วมันเป็นหัวสวยๆ แบบไม่แตกออกจากกัน นางเดินไปหยิบแล้วหันมาถามว่า นี้มาจากไทยใช่มั้ย ของปลอมจากไทยใช่มั้ย พร้อมกับหัวเราะ ซึ่งเราได้แต่ยิ้มหยาบๆกับส่ายหน้า และคิดว่านี้คือความคิดคนอายุ จะเจ็ดสิบ
ตอนแรกๆ ก็เข้าใจว่าเออไม่เป็นไร มันไม่เคยเห็นบ้านเรา แต่เอาไปเอามา เหมือนเหยียดบ้านเราไปเลยอะไรอย่างนั้น..
บอกว่าที่ประเทศฉันดี ผู้หญิงรักงวนสงวนตัว(ลูกนางท้องไม่พ่อสองคน ซึ่งเด็กทั้งสองคน คนละพ่อด้วยเถอะ อันนี้ก็มองบนไป) มาเล่าให้ฟังว่า ที่ทำงานฉันมีเภสัชอยากได้ผู้หญิงประเทศฉันมาแต่งงานด้วย แต่ที่ทำงานฉันผู้หญฺิงประเทศฉันเขาแต่งงานกันหมดแล้ว เขาไม่หล่อ แต่เขาชอบผู้หญิงประเทศฉันมาก ไอ้เราอยากสวนไปดังๆว่าทำไมไม่ให้ลูกตัวเองที่ท้องไม่มีพ่อมาแต่งล่ะ อยากหาผ ให้ลูกอยู่ไม่ใช่รึไง...แต่ทำไม่ได้ ได้แต่ยิ้มและพยักหน้างึกๆ 5555
จนวันนึงเราทนไม่ไหว ลูกนางโทมาแล้วนางเปิดลำโพง เราก็ได้ยินแล้วก็เอาอีกล่ะ เหยียดเข้าไป เราเลยส่งข้อความหาสาเราบอกว่า ไม่ไหวแล้วนะ จะพูดถึงประเทศเราไปถึงไหน มันดีกว่าตรงไหน อยู่เฉยๆ ไม่เหยียดได้มั้ย ใช่ว่าเป็นผู้ใหญ่ล่ะเห็นเราไม่พูดตอบ ก็พูดเอาๆ สาเราเลยโทรหานาง ณ เดี๋ยวนั้นแล้วบอกว่าพอได้แล้ว หยุดพูดอะไรเกี่ยวกับประเทศไทยได้แล้ว มันไม่ดี นางบอกว่า ไม่ได้พูดเลยนะ ฉันเปล่าาาา (ไอ้เรานี้ มองบนแล้วคิดในใจ เหรออออออออออออออออ !!! ) แล้วหลังจากนั้นนางก็โกดเราไปเลย แต่ก็ยังมีพูดนินทาเราบ้าง แต่เราไม่บอกสาเรา เพราะมันก็จะไปหนักสาเราอีก เลยเออ ผ่านได้ผ่านไปก่อน
แล้วก็เกิดเรื่องอีกครั้ง คือ คุณแม่เนี่ย นางเป็นคนที่รักความสะอาดมากกกกกกกกกกกกก แบบทำความสะอาดบ้านแบบวันต่อวัน ทำความสะอาดในที่นี้ไม่ใช่แค่ กวาด ถู แต่เป็นเหมือนการล้างบ้าน คือโซฟา เลื่อนเพื่อถูกใต้โซฟา จะใช้ของกลิ่นแรงในการทำความสะอาด ประมาณว่ากลิ่นเหมือนน้ำยาฟอกขาว ที่นี้ยี่ห้อโครเม็ก นางจะเอามาใช้ถูตามโต๊ะและผสมใส่ถูพื้น ซึ่งนางก็ทำแบบเนี้ย เกือบทุกวันแล้ว
แล้วมาถึงตอนที่คุณสาเราเขาชวนเพื่อนมาแฮงเอ้าท์ที่บ้าน จะมีคล้ายๆห้องไว้นั่งเล่นอีกห้องที่คุณสามักพาเพื่อนมา และทุกครั้งที่พาเพื่อนมา มันก็สกปรก เราก็ทำความสะอาด นะ แบบถูทุกซอกแล้วเรานำยาขัดเงากลิ่นเลมอนลงอีกรอบตอนแห้ง เพื่อให้มีกลิ่นหอม แล้วโต๊ะ ทุกอย่างจัดให้อยู่ในสภาพนางเคยจัดไว้หมด แต่แล้วนางก็จะโมโห ว่าทำบ้านรก ทั้งๆที่ เราเนี่ย ทำความสะอาดแบบที่นางทำเลย แล้วให้มันอยู่ในสภาพเดิม แต่นางยังโมโห แล้วไม่พูดจ้าาา แต่ใช้การปิดประตู ทำนั้นดัง วางของกระแทกใส่แทน แบบผู้ใหญ่กันแล้วถ้าสกปรกก็พูดมั้ย เราว่าเราทำสะอาดและมีกลิ่มห้องกว่านาง นางไม่เคยจะใช้ของที่มีกลิ่นหอมเลยจ้าาา นอกจากกลิ่นน้ำยาฟอกขาว เพราะนางขโมยมาจากที่ทำงาน
หลังจากนั้น เราเลยอยู่แต่ในห้อง ซึ่งเราเป็นคนที่มักจะทำอะไรกับคอมอยู่ตลอดเวลา แล้วเริ่มที่จะเรียนโรงเรียนผู้ใหญ่การบ้านเลยเยอะ แต่การที่เราอยู่ในห้อง เราก็ไม่ได้ทิ้งหน้าที่ ความสะอาดที่ต้องทำ อาหารที่ต้องเตรียม เรายังทำ แล้วเวลาเราทำ เราก็ทำความสะอาดหลังจากทำกับข้าวหรือกินข้าวเสมอ แต่เราไม่ได้ปิดห้องนะ คือคุณอยากให้ช่วย แค่เรียกเท่านั้นเอง ซึ่งก่อนหน้าเนี่ย เราเคยถามให้ช่วยมั้ย นางบอกไม่ต้อง เดี๋ยวฉันทำเองตลอดๆ เราเลยเออ งั้นก็คงไม่ต้องการให้ช่วยไรล่ะมั้ง เราก็บอกเรียกได้ตลอดนะ แต่แล้วนางก็ว่าเรากับพี่สาวนางว่า เราอยู่แต่ในห้อง ไม่ค่อยออกมา จะออกมาเฉพาะเวลากินข้าว เราไม่ค่อยพูด จะพูดเยอะกับสาเราเท่านั้น 555555 มันมีสาเหตุมั้ยยยยย
ที่เล่ามาอยากจะถามผู้ที่มีประสบการณ์แบบเนี่ย ว่าเราควรทำตัวแบบไหน บางวันจะบ้าตาย ชอบตะคอกคุยโทรศัพท์ ชอบเสียงดัง ซึ่งเราไม่ใช่ ทำไรกลัวเสียงดังรบกวนเค้าตลอด แต่เค้าไม่เลย ที่จะเคารพเราบ้าง มันผิดมั้ย ถ้าเราอยู่แต่ในห้องเราแบบนี้
ถ้าผิดพลาดตรงไหนในกระทู้ครั้งนี้ ขออภัยด้วยนะคะ ครั้งแรกค่ะ
เราควรปรับ หรือว่า เขาควรปรับ?
เรื่องมีอยู่ว่า หนูได้แต่งงาน มีสามีเป็นชาติฟิลิปินส์ ที่อเมริกา แล้วย้ายมาที่นี้ บ้านแม่สามี ตอนนี้ยังไม่ได้ย้ายออกอยู่ในช่วงเก็บเงินซื้อบ้าน แต่ปัณหาก็เกิด แต่ไม่ใช่กับสามี แต่เป็นแม่สามี..
ตอนแรกที่ย้ายเข้ามาก็นึกว่าจะเป็นเหมือนที่เคยมาอยู่ (คือหนูเคยมาอาศัยที่นี้ อาทิตย์นึกก่อนกลับไทยในช่วงที่มาครั้งแรก) แต่แล้วก็มีเรื่องเกิดขึ้นคือ เราก็ทำตัวปกติที่บ้าน แต่ทุกครั้งที่ไปซุปเปอร์กับแม่เขา เขาจะชอบพูดว่าเมืองไทยทำของปลอมเยอะ ข้าวปลอม กาแฟปลอม ฉันเห็นมาจากเฟสบุค ไอ้เราก็เงียบแล้วก็ยิ้ม ถามว่าทำไมไม่เถียงคืน เพราะนางทำตัวเหมือนกูเกิล ไม่เชื่ออะไรเลยสักอย่างจนกว่าจะเห็นด้วยตัวเอง นางจะเถียงไฟไหม้เลยถ้าไม่ตรงกับความคิดนาง ซึ่งมันก็เป็นไปไม่ได้ที่นางจะมาเห็นเอง เพราะนางไม่เคยมาเมืองไทย
ครั้งสุดท้ายที่ไปซุปเปอร์ด้วยกันคือ นางเดินไปเห็นกระเทียม แล้วมันเป็นหัวสวยๆ แบบไม่แตกออกจากกัน นางเดินไปหยิบแล้วหันมาถามว่า นี้มาจากไทยใช่มั้ย ของปลอมจากไทยใช่มั้ย พร้อมกับหัวเราะ ซึ่งเราได้แต่ยิ้มหยาบๆกับส่ายหน้า และคิดว่านี้คือความคิดคนอายุ จะเจ็ดสิบ
ตอนแรกๆ ก็เข้าใจว่าเออไม่เป็นไร มันไม่เคยเห็นบ้านเรา แต่เอาไปเอามา เหมือนเหยียดบ้านเราไปเลยอะไรอย่างนั้น..
บอกว่าที่ประเทศฉันดี ผู้หญิงรักงวนสงวนตัว(ลูกนางท้องไม่พ่อสองคน ซึ่งเด็กทั้งสองคน คนละพ่อด้วยเถอะ อันนี้ก็มองบนไป) มาเล่าให้ฟังว่า ที่ทำงานฉันมีเภสัชอยากได้ผู้หญิงประเทศฉันมาแต่งงานด้วย แต่ที่ทำงานฉันผู้หญฺิงประเทศฉันเขาแต่งงานกันหมดแล้ว เขาไม่หล่อ แต่เขาชอบผู้หญิงประเทศฉันมาก ไอ้เราอยากสวนไปดังๆว่าทำไมไม่ให้ลูกตัวเองที่ท้องไม่มีพ่อมาแต่งล่ะ อยากหาผ ให้ลูกอยู่ไม่ใช่รึไง...แต่ทำไม่ได้ ได้แต่ยิ้มและพยักหน้างึกๆ 5555
จนวันนึงเราทนไม่ไหว ลูกนางโทมาแล้วนางเปิดลำโพง เราก็ได้ยินแล้วก็เอาอีกล่ะ เหยียดเข้าไป เราเลยส่งข้อความหาสาเราบอกว่า ไม่ไหวแล้วนะ จะพูดถึงประเทศเราไปถึงไหน มันดีกว่าตรงไหน อยู่เฉยๆ ไม่เหยียดได้มั้ย ใช่ว่าเป็นผู้ใหญ่ล่ะเห็นเราไม่พูดตอบ ก็พูดเอาๆ สาเราเลยโทรหานาง ณ เดี๋ยวนั้นแล้วบอกว่าพอได้แล้ว หยุดพูดอะไรเกี่ยวกับประเทศไทยได้แล้ว มันไม่ดี นางบอกว่า ไม่ได้พูดเลยนะ ฉันเปล่าาาา (ไอ้เรานี้ มองบนแล้วคิดในใจ เหรออออออออออออออออ !!! ) แล้วหลังจากนั้นนางก็โกดเราไปเลย แต่ก็ยังมีพูดนินทาเราบ้าง แต่เราไม่บอกสาเรา เพราะมันก็จะไปหนักสาเราอีก เลยเออ ผ่านได้ผ่านไปก่อน
แล้วก็เกิดเรื่องอีกครั้ง คือ คุณแม่เนี่ย นางเป็นคนที่รักความสะอาดมากกกกกกกกกกกกก แบบทำความสะอาดบ้านแบบวันต่อวัน ทำความสะอาดในที่นี้ไม่ใช่แค่ กวาด ถู แต่เป็นเหมือนการล้างบ้าน คือโซฟา เลื่อนเพื่อถูกใต้โซฟา จะใช้ของกลิ่นแรงในการทำความสะอาด ประมาณว่ากลิ่นเหมือนน้ำยาฟอกขาว ที่นี้ยี่ห้อโครเม็ก นางจะเอามาใช้ถูตามโต๊ะและผสมใส่ถูพื้น ซึ่งนางก็ทำแบบเนี้ย เกือบทุกวันแล้ว
แล้วมาถึงตอนที่คุณสาเราเขาชวนเพื่อนมาแฮงเอ้าท์ที่บ้าน จะมีคล้ายๆห้องไว้นั่งเล่นอีกห้องที่คุณสามักพาเพื่อนมา และทุกครั้งที่พาเพื่อนมา มันก็สกปรก เราก็ทำความสะอาด นะ แบบถูทุกซอกแล้วเรานำยาขัดเงากลิ่นเลมอนลงอีกรอบตอนแห้ง เพื่อให้มีกลิ่นหอม แล้วโต๊ะ ทุกอย่างจัดให้อยู่ในสภาพนางเคยจัดไว้หมด แต่แล้วนางก็จะโมโห ว่าทำบ้านรก ทั้งๆที่ เราเนี่ย ทำความสะอาดแบบที่นางทำเลย แล้วให้มันอยู่ในสภาพเดิม แต่นางยังโมโห แล้วไม่พูดจ้าาา แต่ใช้การปิดประตู ทำนั้นดัง วางของกระแทกใส่แทน แบบผู้ใหญ่กันแล้วถ้าสกปรกก็พูดมั้ย เราว่าเราทำสะอาดและมีกลิ่มห้องกว่านาง นางไม่เคยจะใช้ของที่มีกลิ่นหอมเลยจ้าาา นอกจากกลิ่นน้ำยาฟอกขาว เพราะนางขโมยมาจากที่ทำงาน
หลังจากนั้น เราเลยอยู่แต่ในห้อง ซึ่งเราเป็นคนที่มักจะทำอะไรกับคอมอยู่ตลอดเวลา แล้วเริ่มที่จะเรียนโรงเรียนผู้ใหญ่การบ้านเลยเยอะ แต่การที่เราอยู่ในห้อง เราก็ไม่ได้ทิ้งหน้าที่ ความสะอาดที่ต้องทำ อาหารที่ต้องเตรียม เรายังทำ แล้วเวลาเราทำ เราก็ทำความสะอาดหลังจากทำกับข้าวหรือกินข้าวเสมอ แต่เราไม่ได้ปิดห้องนะ คือคุณอยากให้ช่วย แค่เรียกเท่านั้นเอง ซึ่งก่อนหน้าเนี่ย เราเคยถามให้ช่วยมั้ย นางบอกไม่ต้อง เดี๋ยวฉันทำเองตลอดๆ เราเลยเออ งั้นก็คงไม่ต้องการให้ช่วยไรล่ะมั้ง เราก็บอกเรียกได้ตลอดนะ แต่แล้วนางก็ว่าเรากับพี่สาวนางว่า เราอยู่แต่ในห้อง ไม่ค่อยออกมา จะออกมาเฉพาะเวลากินข้าว เราไม่ค่อยพูด จะพูดเยอะกับสาเราเท่านั้น 555555 มันมีสาเหตุมั้ยยยยย
ที่เล่ามาอยากจะถามผู้ที่มีประสบการณ์แบบเนี่ย ว่าเราควรทำตัวแบบไหน บางวันจะบ้าตาย ชอบตะคอกคุยโทรศัพท์ ชอบเสียงดัง ซึ่งเราไม่ใช่ ทำไรกลัวเสียงดังรบกวนเค้าตลอด แต่เค้าไม่เลย ที่จะเคารพเราบ้าง มันผิดมั้ย ถ้าเราอยู่แต่ในห้องเราแบบนี้
ถ้าผิดพลาดตรงไหนในกระทู้ครั้งนี้ ขออภัยด้วยนะคะ ครั้งแรกค่ะ