สวัสดีครับ เข้าเรื่องเลยนะครับ
ผมเป็นหุ้นส่วนเจ้าของคลินิกมีรายได้ค่อนข้างโอเคตามวัยทำงานทั่วไป อายุ 38 ปี เนื่องจากทำงานคลินิกและรูปร่างเล็ก จึงทำให้หน้าดูเด็ก ไม่แก่มากเมื่อเทียบกับเพื่อนๆ รุ่นเดียวกัน
ปัจจุบันมีแฟนแล้ว 1 คน เป็นผู้ชายเหมือนกันครับ คบกันมาได้ 8-9 ปีแล้วครับ ไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน ไปเที่ยวต่างประเทศกันทุกเดือน ในช่วงที่ทำคลินิกก็จะมีเด็กๆ มาใช้บริการที่คลินิกเยอะ มาจีบบ้างก็ไม่ได้สนใจเพราะเป็นคนค่อนข้างวางตัวดี ไม่อยากให้มีปัญหาในที่ทำงาน แต่ก็มีเด็กคนนึงอายุห่างกัน 10 ปี รู้สึกดีๆ กันอยู่ แต่ก็ไม่ได่มีอะไรกัน เหมือนเป็นรุ่นพี่รุ่นน้อง แฟนชอบแซวว่าเป็นกิ๊กกัน ตัวน้องเค้าน่ารัก เป็นอาจารย์ แต่เราก็รักษาระดับความสัมพันธ์ไม่ให้เกินเลยจากลูกค้า
เรื่องมีอยู่ว่า ผมจะไปซื้อกาแฟกินทุกวัน ก็จะเจอน้องพนักงานคนนึง (อายุ 24 ปี) ยักคิ้วหลิ่วตาให้เป็นประจำ จนวันนึงก็ได้คุยระหว่างที่เค้าทำกาแฟให้ เค้าก็บอกว่าเลิกงานจัไปขับ grab ต่อ ผมก็เลยขอเบอร์ไว้ เผื่อว่ามีลูกค้าที่คลินิกจะเดินทางกลับบ้านจะได้เรียกได้ง่ายๆ ก็ mem ไว้ในเครื่อง ผ่านไป 1 สัปดาห์ผมเอารถเข้าไปซ่อมแล้วต้องรอนาน จึงโทรหาน้องเค้าให้มารับ เรื่องความสัมพันธ์ของผมกับน้องเค้าก็เลยเกิดขึ้น ณ จุดนี้ครับ (ต้องบอกก่อนนะครับว่าไม่เกี่ยวกับ sex นะครับ เราไม่ได้มีอะไรกัน) ตั้งแต่วันนั้นมา เราเจอกันทุกวันครับ เจอตอนน้องเบรค หรือ ช่วงเลิกงาน ไปนั่งคุยในรถกันครึ่งชั่วโมงบ้างครับ
น้องเค้ามีแฟนอยู่แล้วเป็นผู้หญิงนะครับ แฟนเค้าทำงานเป็นผู้จัดการร้านเสื้อผ้า brand ดังอยู่ที่ กทม. เดือนนึงเค้าก็จะไปหากันครั้งนึง ผมคบกับน้องเค้ามาได้ 2 เดือน น้องเค้าอยากได้ Ducati ผมก็บอกให้น้องไปหาผ่อนเอา เดี๋ยวจะช่วยผ่อน ก็โอนเงินค่าดาวน์รถให้ แล้วก็ซื้อตั๋วเครื่องบินไปกลับ กทม. ให้ เพราะต้องไปทำเรื่องที่ กทม. แถม pocket money ติดตัวไปด้วย เผื่อเจอเพื่อนๆ และค่ารถ ค่ากิน ค่าเดินทาง ในใจคิดตลอดว่าจะโดนหลอก เพราะคบไม่นานมาขอรถ แต่เราก็ฉลาดพอที่จะไม่ซื้อสดให้ ให้ผ่อนเอา เผื่อวันนึงเกิดอะไร เค้าก็ต้องรับผิดชอบเอง (จริงๆ ก็โง่แหล่ะครับ รู้ตัว)
วันที่น้องเค้าไปดาวน์รถที่ กทม. ก็คุยกันว่าจะไม่ให้แฟนเค้ารู้ เพราะแฟนเค้าจะด่าว่าใช้เงินเปลือง (ผู้หญิงได้เงินเดือนประมาณ 70,000 up อันนี้ไม่รู้จริงไหมนะครับ) เพราะแฟนเค้าไม่อยากให้ซื้อ แต่ผมเห็นว่าน้องทำงานเก็บตังค์เพราะอยากได้มากๆ ผมเห็นความตั้งใจ เลยช่วยตรงนี้ไป ปรากฎว่า น้องบินไป กทม. ส่วนผู้หญิงบินสวนทางกลับมาที่ต่างจังหวัด เค้าก็ทะเลาะกัน (น้องผู้หญิงก็ตั้งใจมา surprise) ตอนกลางคืนผมไปรับน้องเค้าที่สนามบินตอนบินกลับมา ก็เอาไปส่งที่ร้านเหล้าในเมือง เพราะน้องเค้าบอกว่าเดี๋ยวน้าเค้าที่อยู่ร้านเหล้าจะไปส่งที่บ้านเอง น้องเค้าบอกว่าแฟนนอนรอที่บ้านเค้า
ที่ผมประหลาดใจและเสียความรู้สึกมากคือ ผมสืบจาก ig แฟนเค้าที่ลง story เห็นเค้าถ่ายรูปห้องนอน อ่างอาบน้ำ สภาพคือโรงแรม ไม่ใช่บ้านเค้า แต่น้องเค้ายืนยันว่าพักบ้าน ก็ไม่รู้จะโกหกผมทำไม แต่ผมก็บอกเค้าไปนะครับ ว่าคบกันมาระยะนึง แม้จะเป็นระยะสั้นๆ ก็รู้สึกดี และหวงหน่อยๆ (จริงๆ ไม่มีสิทธิ์ ผมมาทีหลัง ผมรู้ครับผมโง่ ด่าได้) ก็เลยพูดออกไปว่า “ เนี่ยะ เหมือนขับรถมารับน้องให้ไปนอนเอากับแฟนเลยเนาะ” น้องเค้าก็บอกว่า “จะบ้าเหรอ เอาได้ไง เสียดัง พ่อแม่นอนบ้าน” ผมก็โกรธแหล่ะ แต่ไม่ได้พูดอะไร ทำเป็นคนโง่ ไม่รู้เรื่องต่อไป
พอเช้ามา แฟนน้องเค้าก็อัพสตอรี่อีก เหมือนจะไปว่ายน้ำที่สระว่ายน้ำในโรงแรม น้องเค้าก็โทรมาหาผมตอนที่ไม่ได้อยู่กับแฟน เอาตรงๆ ผมก็งอนแหล่ะ เพราะชอบเค้าไปแล้ว ก็ไม่ชอบที่เค้าไปอยู่กับคนอื่น (จริงๆ ก็คิดอันนั้นเมียมัน ไม่ใช่คนอื่น) ผมตั้งใจจะเลิกกับน้องเค้าก็บอกเค้าไปตรงๆ ด้วยความที่ผมมีแฟนแล้วด้วย และยังรู้สึกผิดด้วย แต่น้องเค้าก็สรรหาร้อยเหตุผลมาทำให้เราไม่ทิ้งเค้าไป ที่สำคัญเพื่อนๆ เค้ารู้ว่าเค้าคบกับผม (ให้เกียรติ) เวลาที่อยู่กับเพื่อนก็ facetime มาไม่ได้อายที่จะมาคบผู้ชาย
ผมรู้ครับ ผมไม่ได้เป็นคนปกติ ผิดเพศ รู้ตัวดี (ด่าได้ครับ) แต่เราเลือกเกิดไม่ได้ ซึ่งตลอดชีวิตผม ผมคิดว่าผมไม่ได้ทำความเดือดร้อนให้ใคร พ่อแม่พี่น้องอาจจะเสียใจที่ผมผิดเพศ แต่ท่านน่ารักรับได้ ความผิดครั้งใหญ่ตอนนี้น่าจะเป็นความไม่ซื่อสัตย์ที่มีต่อแฟนครับ
ตอนนี้ควรทำอย่างไรดีครับ ด้วยความที่เป็นของใหม่ น่าตื่นเต้น กับความรักแบบเพื่อที่คบกันมานานจนเป็นเหมือนครอบครัวเดียวกัน
ผมจะเลิกกับน้องคนนี้ยังไงดีครับ ผมรู้ครับว่าที่น้องเค้าบอกเค้ารักผม จริงใจกับผม น่าจะรักเงินผมมากกว่า (เดือนนึง เค้าได้จากผม ประมาณ 7-8 หมื่น) แต่ก็แอบหวังลึกๆ ว่าเค้าจะพูดความจริง รู้ครับ รู้ รู้ว่าโง่ครับ ด่าได้เต็มที่ครับ
ประเด็นคือ พอจะมีวิธี หรือ อะไรก็ได้ ที่จะทำให้การจากลา เป็นไปได้ด้วยดี บ้างไหมครับ ใครมี ประสบการณ์ช่วยแนะนำหน่อยครับ
(ขอย้ำอีกครั้งนะครับ ถึงแม้น้องเค้าจะได้เงินอะไรไปเยอะแยะ สิ่งที่เราได้กันมากสุดคือ กอด และจับมือครับ เราไม่ได้มีความสัมพันธ์เกินเลยกว่านี้ ผมไม่ได้เป็นคนบ้าเซ็กซ์และจ้องจะเอากันครับ ดังนั้นหากคิดว่าน้องเค้าขายตัวรบกวนให้เกียรติน้องเค้าด้วยนะครับ)
อยากบอกเลิกกิ๊ก แนะนำหน่อยคร้าบบบบ
ผมเป็นหุ้นส่วนเจ้าของคลินิกมีรายได้ค่อนข้างโอเคตามวัยทำงานทั่วไป อายุ 38 ปี เนื่องจากทำงานคลินิกและรูปร่างเล็ก จึงทำให้หน้าดูเด็ก ไม่แก่มากเมื่อเทียบกับเพื่อนๆ รุ่นเดียวกัน
ปัจจุบันมีแฟนแล้ว 1 คน เป็นผู้ชายเหมือนกันครับ คบกันมาได้ 8-9 ปีแล้วครับ ไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน ไปเที่ยวต่างประเทศกันทุกเดือน ในช่วงที่ทำคลินิกก็จะมีเด็กๆ มาใช้บริการที่คลินิกเยอะ มาจีบบ้างก็ไม่ได้สนใจเพราะเป็นคนค่อนข้างวางตัวดี ไม่อยากให้มีปัญหาในที่ทำงาน แต่ก็มีเด็กคนนึงอายุห่างกัน 10 ปี รู้สึกดีๆ กันอยู่ แต่ก็ไม่ได่มีอะไรกัน เหมือนเป็นรุ่นพี่รุ่นน้อง แฟนชอบแซวว่าเป็นกิ๊กกัน ตัวน้องเค้าน่ารัก เป็นอาจารย์ แต่เราก็รักษาระดับความสัมพันธ์ไม่ให้เกินเลยจากลูกค้า
เรื่องมีอยู่ว่า ผมจะไปซื้อกาแฟกินทุกวัน ก็จะเจอน้องพนักงานคนนึง (อายุ 24 ปี) ยักคิ้วหลิ่วตาให้เป็นประจำ จนวันนึงก็ได้คุยระหว่างที่เค้าทำกาแฟให้ เค้าก็บอกว่าเลิกงานจัไปขับ grab ต่อ ผมก็เลยขอเบอร์ไว้ เผื่อว่ามีลูกค้าที่คลินิกจะเดินทางกลับบ้านจะได้เรียกได้ง่ายๆ ก็ mem ไว้ในเครื่อง ผ่านไป 1 สัปดาห์ผมเอารถเข้าไปซ่อมแล้วต้องรอนาน จึงโทรหาน้องเค้าให้มารับ เรื่องความสัมพันธ์ของผมกับน้องเค้าก็เลยเกิดขึ้น ณ จุดนี้ครับ (ต้องบอกก่อนนะครับว่าไม่เกี่ยวกับ sex นะครับ เราไม่ได้มีอะไรกัน) ตั้งแต่วันนั้นมา เราเจอกันทุกวันครับ เจอตอนน้องเบรค หรือ ช่วงเลิกงาน ไปนั่งคุยในรถกันครึ่งชั่วโมงบ้างครับ
น้องเค้ามีแฟนอยู่แล้วเป็นผู้หญิงนะครับ แฟนเค้าทำงานเป็นผู้จัดการร้านเสื้อผ้า brand ดังอยู่ที่ กทม. เดือนนึงเค้าก็จะไปหากันครั้งนึง ผมคบกับน้องเค้ามาได้ 2 เดือน น้องเค้าอยากได้ Ducati ผมก็บอกให้น้องไปหาผ่อนเอา เดี๋ยวจะช่วยผ่อน ก็โอนเงินค่าดาวน์รถให้ แล้วก็ซื้อตั๋วเครื่องบินไปกลับ กทม. ให้ เพราะต้องไปทำเรื่องที่ กทม. แถม pocket money ติดตัวไปด้วย เผื่อเจอเพื่อนๆ และค่ารถ ค่ากิน ค่าเดินทาง ในใจคิดตลอดว่าจะโดนหลอก เพราะคบไม่นานมาขอรถ แต่เราก็ฉลาดพอที่จะไม่ซื้อสดให้ ให้ผ่อนเอา เผื่อวันนึงเกิดอะไร เค้าก็ต้องรับผิดชอบเอง (จริงๆ ก็โง่แหล่ะครับ รู้ตัว)
วันที่น้องเค้าไปดาวน์รถที่ กทม. ก็คุยกันว่าจะไม่ให้แฟนเค้ารู้ เพราะแฟนเค้าจะด่าว่าใช้เงินเปลือง (ผู้หญิงได้เงินเดือนประมาณ 70,000 up อันนี้ไม่รู้จริงไหมนะครับ) เพราะแฟนเค้าไม่อยากให้ซื้อ แต่ผมเห็นว่าน้องทำงานเก็บตังค์เพราะอยากได้มากๆ ผมเห็นความตั้งใจ เลยช่วยตรงนี้ไป ปรากฎว่า น้องบินไป กทม. ส่วนผู้หญิงบินสวนทางกลับมาที่ต่างจังหวัด เค้าก็ทะเลาะกัน (น้องผู้หญิงก็ตั้งใจมา surprise) ตอนกลางคืนผมไปรับน้องเค้าที่สนามบินตอนบินกลับมา ก็เอาไปส่งที่ร้านเหล้าในเมือง เพราะน้องเค้าบอกว่าเดี๋ยวน้าเค้าที่อยู่ร้านเหล้าจะไปส่งที่บ้านเอง น้องเค้าบอกว่าแฟนนอนรอที่บ้านเค้า
ที่ผมประหลาดใจและเสียความรู้สึกมากคือ ผมสืบจาก ig แฟนเค้าที่ลง story เห็นเค้าถ่ายรูปห้องนอน อ่างอาบน้ำ สภาพคือโรงแรม ไม่ใช่บ้านเค้า แต่น้องเค้ายืนยันว่าพักบ้าน ก็ไม่รู้จะโกหกผมทำไม แต่ผมก็บอกเค้าไปนะครับ ว่าคบกันมาระยะนึง แม้จะเป็นระยะสั้นๆ ก็รู้สึกดี และหวงหน่อยๆ (จริงๆ ไม่มีสิทธิ์ ผมมาทีหลัง ผมรู้ครับผมโง่ ด่าได้) ก็เลยพูดออกไปว่า “ เนี่ยะ เหมือนขับรถมารับน้องให้ไปนอนเอากับแฟนเลยเนาะ” น้องเค้าก็บอกว่า “จะบ้าเหรอ เอาได้ไง เสียดัง พ่อแม่นอนบ้าน” ผมก็โกรธแหล่ะ แต่ไม่ได้พูดอะไร ทำเป็นคนโง่ ไม่รู้เรื่องต่อไป
พอเช้ามา แฟนน้องเค้าก็อัพสตอรี่อีก เหมือนจะไปว่ายน้ำที่สระว่ายน้ำในโรงแรม น้องเค้าก็โทรมาหาผมตอนที่ไม่ได้อยู่กับแฟน เอาตรงๆ ผมก็งอนแหล่ะ เพราะชอบเค้าไปแล้ว ก็ไม่ชอบที่เค้าไปอยู่กับคนอื่น (จริงๆ ก็คิดอันนั้นเมียมัน ไม่ใช่คนอื่น) ผมตั้งใจจะเลิกกับน้องเค้าก็บอกเค้าไปตรงๆ ด้วยความที่ผมมีแฟนแล้วด้วย และยังรู้สึกผิดด้วย แต่น้องเค้าก็สรรหาร้อยเหตุผลมาทำให้เราไม่ทิ้งเค้าไป ที่สำคัญเพื่อนๆ เค้ารู้ว่าเค้าคบกับผม (ให้เกียรติ) เวลาที่อยู่กับเพื่อนก็ facetime มาไม่ได้อายที่จะมาคบผู้ชาย
ผมรู้ครับ ผมไม่ได้เป็นคนปกติ ผิดเพศ รู้ตัวดี (ด่าได้ครับ) แต่เราเลือกเกิดไม่ได้ ซึ่งตลอดชีวิตผม ผมคิดว่าผมไม่ได้ทำความเดือดร้อนให้ใคร พ่อแม่พี่น้องอาจจะเสียใจที่ผมผิดเพศ แต่ท่านน่ารักรับได้ ความผิดครั้งใหญ่ตอนนี้น่าจะเป็นความไม่ซื่อสัตย์ที่มีต่อแฟนครับ
ตอนนี้ควรทำอย่างไรดีครับ ด้วยความที่เป็นของใหม่ น่าตื่นเต้น กับความรักแบบเพื่อที่คบกันมานานจนเป็นเหมือนครอบครัวเดียวกัน
ผมจะเลิกกับน้องคนนี้ยังไงดีครับ ผมรู้ครับว่าที่น้องเค้าบอกเค้ารักผม จริงใจกับผม น่าจะรักเงินผมมากกว่า (เดือนนึง เค้าได้จากผม ประมาณ 7-8 หมื่น) แต่ก็แอบหวังลึกๆ ว่าเค้าจะพูดความจริง รู้ครับ รู้ รู้ว่าโง่ครับ ด่าได้เต็มที่ครับ
ประเด็นคือ พอจะมีวิธี หรือ อะไรก็ได้ ที่จะทำให้การจากลา เป็นไปได้ด้วยดี บ้างไหมครับ ใครมี ประสบการณ์ช่วยแนะนำหน่อยครับ
(ขอย้ำอีกครั้งนะครับ ถึงแม้น้องเค้าจะได้เงินอะไรไปเยอะแยะ สิ่งที่เราได้กันมากสุดคือ กอด และจับมือครับ เราไม่ได้มีความสัมพันธ์เกินเลยกว่านี้ ผมไม่ได้เป็นคนบ้าเซ็กซ์และจ้องจะเอากันครับ ดังนั้นหากคิดว่าน้องเค้าขายตัวรบกวนให้เกียรติน้องเค้าด้วยนะครับ)