ชาวสวนขู่ยกระดับปิดถนน ยางร่วง! ต่ำกว่า 3 โล 100
http://www.thansettakij.com/content/339630
ชาวสวนยางกระอักราคาต่ำกว่า 3 โล 100 โวยรัฐ นิ่งเฉยดูดาย จี้เร่งแก้ขู่ยกระดับปิดถนน เชื่อประเทศกูมี ฮีโร่แก้ปัญหาราคายางตกต่ำ ขณะที่ “เซี่ยงไฮ้ไทยรับเบอร์ฯ” รุกคืบเมินเสียงวิจารณ์ร่อนหนังสือถึง “ฉัตรเฉลิม” ขอเข้าพบชี้แจงกลางเดือน พ.ย.นี้แนบข้อเสนอใหม่
นาย
เรืองยศ เพ็งสกุล ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนคนกรีดยางถ้ำพรรณรา จังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยกับ
“ฐานเศรษฐกิจ” ว่า วันนี้ (วันที่ 30 ต.ค.61) เป็นวันแรกที่ราคายางต่ำกว่า 3 กิโล 100 ราคาน้ำยางสด 33 บาทต่อกิโลกรัม ถ้าวันนี้ไม่ออกมาเคลื่อนไหววันข้างหน้าเชื่อว่าราคาน้ำยางสดอาจจะถึงลดต่ำลง 25 บาทต่อกิโลกรัม ความอดทนของเกษตรกรชาวสวนยางมีอยู่จำกัด ในเมื่อรัฐบาลยังไม่สามารถหยุดความเดือดร้อนได้จะยกระดับปิดถนน
“ที่ผ่านมาให้เวลารัฐบาลได้แก้ไขแล้ว เมื่อความเดือดร้อนถูกเพิกเฉยย่อมเป็นระเบิดเวลาที่จะต้องปะทุขึ้นมา ดังนั้นหากปัญหาไม่สามารถแก้ไขได้ต้องออกไปหาคนใหม่มาทำแทนเพราะผมคิดว่ายังมีคนทำได้ “ประเทศกูมี”
สอดคล้องกับนาย
มนัส บุญพัฒน์ นายกสมาคมคนกรีดยางและชาวสวนยางรายย่อย (ส.ค.ย.) เผยว่ามีข้อเสนอให้หน่วยธุรกิจ (บียู) กยท.ควรเข้าประมูลด้วยราคาเดียวกันในแต่ละวันครอบคลุมทุกตลาด หรือบวกชดเชยราคายางที่บริษัทเอกชนประมูลผ่านตลาดกลางของเกษตรกรและถาบันในอัตรา 3-5 บาทต่อ 1 กิโลกรัม จะได้เป็นการพยุงราคาน้ำยางให้สูงขึ้นไปในตัวด้วย
"วันนี้ ราคายางไม่สู้ดีนัก แต่หลายคนหลายกลุ่มก็ยังสงบนิ่งเพื่อตั้งรับและเอาใจช่วยในการแก้ไขปัญหาของการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) แต่ก็ยังมีให้เห็นแรงบีบแรงเสียดทานที่มาจากคณะบริหารบอร์ดฯ บางคน คงนึกว่าชาวสวนยางนิ่งเพราะยอมจำนน! จึงใช้พลังทั้งภายนอกภายในทุกช่องทางเพื่อหารายได้เข้ากระเป๋าตัวเองกันหรือไม่? ผมตามดูทุกข่าวแม้กระทั่งเรื่องที่นอมินีกลุ่มทุนบริษัทข้ามชาติเข้ามาจะแทรกเช่าที่สวนยางกว่า 2 หมื่นไร่"
ผสมโรงกับนายหน้าหากินต่างชาติที่เดินเข้าเดินออกห้องคณะกรรมการฯเป็นว่าเล่น เรียกว่าน่าเกลียดมาก รวมทั้งผู้แทนเกษตรกรฯบางคนใช้ตำแหน่งหน้าที่เดินสายสร้างวลี
"ขายยางตรงข้ามชาติ" เที่ยวจับแพะชนแกะวาดภาพลวงให้หลายกลุ่มมาพบกัน ทำทีเหมือนเป็นงานส่วนราชการแล้วจะได้ลดเครดิตขายยางไทยให้ราคาต่ำลงไปมากกว่านี้ ไม่สนุกแค่นี้ก็สาหัสสากรรจ์พออยู่แล้ว!
ด้านนาย
ยงยุทธ คงสวัสดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เซี่ยงไฮ้ไทยรับเบอร์โปรดักส์ จำกัด กล่าวว่าได้ส่งหนังสือด่วนที่สุดถึง พล.อ.
ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข ประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทย (ประธานบอร์ด) ได้ลงเลขรับเรื่องเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2561 ที่ผ่านมา เพื่อขอเข้าพบนำเสนองานโครงการพัฒนายางพาราสู่ความยั่งยืนและทำบันทึกความร่วมมือระหว่างประเทศไทย ในกลางเดือนพฤศจิกายนนี้
“ยืนยันว่าบริษัท และหน่วยงานของประเทศจีน Shanghai Thailand Coopertion Center for Economic and Cultural Exchanges จะดำเนินการหาผู้ให้การสนับสนุนด้านเงินทุน เทคโนโลยี เพื่อพัฒนาสู่ผลิตภัณฑ์แทนการจำหน่ายเป็นวัตถุดิบ และจัดหาตลาดผลิตภัณฑ์ยางพาราเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อชาวสวนยางและประเทศ โดยขอเช่าสวนยางกว่า 2 หมื่นไร่ แต่หากไม่เชื่อใจว่าจะทำได้จริงหรือไม่ ขอเช่าพื้นที่ดำเนินการนำร่องก่อน 36 ไร่ มี 3 รายการ”
1. โรงเลื่อย ซึ่งยังไม่ได้ดำเนินการ บริษัทจะขอรับดำเนินการสนับสนุนการผลิต แปรรูป และดำเนินการส่งออก เพื่อใช้ทรัพยากรที่ กยท.ลงทุนไปแล้วให้เกิดประโยชน์ หรือไม่ใช้โรงเลื่อยของ กยท.โดยลงทุนเพิ่มเอง ซึ่งไม้ที่จะนำมาเลื่อยจะได้มาจากสหกรณ์จังหวัดสงขลา และจังหวัดใกล้เคียง โดยเป็นไม้ที่ กยท.หรือชาวสวนในพื้นที่โครงการมีประสงค์จะตัดทิ้ง
2. เพื่อเป็นการลดต้นทุนการผลิต ทางบริษัทขอสร้างโรงไฟฟ้าจากยาง ขนาด 10 เมกกะวัตต์ จำนวน 3 โรง หรือ 6 เมกกะวัตต์ จำนวน 5 โรง เพื่อผลิตไฟฟ้าขนาด 30 เมกกะวัตต์ เพื่อลดต้นทุนการผลิต และกำจัดยางส่วนที่เป็นยางเสื่อมคุณภาพของ กยท.เพื่อสร้างสมดุลอุปสงค์และอุปทานของตลาด โดยไฟฟ้าส่วนที่เหลือจากการผลิตจะขอรับการสนับสนุนโดยการส่งจำหน่ายให้แก่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ในราคาหน่วยละ 3 บาท เพื่อเป็นรายได้ของ กยท.ส่วนหนึ่ง ในการสนับสนุนโครงการ และจัดสรรแก่ผู้มีส่วนร่วมและผู้ที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่
3. จัดสร้างโรงงานเฟอร์นิเจอร์ เพื่อนำไม้จากโรงงานแปรรูป เพื่อต่อยอดวัตถุดิบให้เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่าของวัตถุดิบ หลีกเลี่ยงการส่งออกเป็นไม้แปรรูป ซึ่งกำลังประสบกับปัญหาอย่างหนักในปัจจุบัน
JJNY : ชาวสวนขู่ยกระดับปิดถนน ยางร่วง!ต่ำกว่า3โล100/ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ ชี้ 14 ทางรอดยางพาราไทยฯ
http://www.thansettakij.com/content/339630
ชาวสวนยางกระอักราคาต่ำกว่า 3 โล 100 โวยรัฐ นิ่งเฉยดูดาย จี้เร่งแก้ขู่ยกระดับปิดถนน เชื่อประเทศกูมี ฮีโร่แก้ปัญหาราคายางตกต่ำ ขณะที่ “เซี่ยงไฮ้ไทยรับเบอร์ฯ” รุกคืบเมินเสียงวิจารณ์ร่อนหนังสือถึง “ฉัตรเฉลิม” ขอเข้าพบชี้แจงกลางเดือน พ.ย.นี้แนบข้อเสนอใหม่
นายเรืองยศ เพ็งสกุล ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนคนกรีดยางถ้ำพรรณรา จังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า วันนี้ (วันที่ 30 ต.ค.61) เป็นวันแรกที่ราคายางต่ำกว่า 3 กิโล 100 ราคาน้ำยางสด 33 บาทต่อกิโลกรัม ถ้าวันนี้ไม่ออกมาเคลื่อนไหววันข้างหน้าเชื่อว่าราคาน้ำยางสดอาจจะถึงลดต่ำลง 25 บาทต่อกิโลกรัม ความอดทนของเกษตรกรชาวสวนยางมีอยู่จำกัด ในเมื่อรัฐบาลยังไม่สามารถหยุดความเดือดร้อนได้จะยกระดับปิดถนน
“ที่ผ่านมาให้เวลารัฐบาลได้แก้ไขแล้ว เมื่อความเดือดร้อนถูกเพิกเฉยย่อมเป็นระเบิดเวลาที่จะต้องปะทุขึ้นมา ดังนั้นหากปัญหาไม่สามารถแก้ไขได้ต้องออกไปหาคนใหม่มาทำแทนเพราะผมคิดว่ายังมีคนทำได้ “ประเทศกูมี”
สอดคล้องกับนายมนัส บุญพัฒน์ นายกสมาคมคนกรีดยางและชาวสวนยางรายย่อย (ส.ค.ย.) เผยว่ามีข้อเสนอให้หน่วยธุรกิจ (บียู) กยท.ควรเข้าประมูลด้วยราคาเดียวกันในแต่ละวันครอบคลุมทุกตลาด หรือบวกชดเชยราคายางที่บริษัทเอกชนประมูลผ่านตลาดกลางของเกษตรกรและถาบันในอัตรา 3-5 บาทต่อ 1 กิโลกรัม จะได้เป็นการพยุงราคาน้ำยางให้สูงขึ้นไปในตัวด้วย
"วันนี้ ราคายางไม่สู้ดีนัก แต่หลายคนหลายกลุ่มก็ยังสงบนิ่งเพื่อตั้งรับและเอาใจช่วยในการแก้ไขปัญหาของการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) แต่ก็ยังมีให้เห็นแรงบีบแรงเสียดทานที่มาจากคณะบริหารบอร์ดฯ บางคน คงนึกว่าชาวสวนยางนิ่งเพราะยอมจำนน! จึงใช้พลังทั้งภายนอกภายในทุกช่องทางเพื่อหารายได้เข้ากระเป๋าตัวเองกันหรือไม่? ผมตามดูทุกข่าวแม้กระทั่งเรื่องที่นอมินีกลุ่มทุนบริษัทข้ามชาติเข้ามาจะแทรกเช่าที่สวนยางกว่า 2 หมื่นไร่"
ผสมโรงกับนายหน้าหากินต่างชาติที่เดินเข้าเดินออกห้องคณะกรรมการฯเป็นว่าเล่น เรียกว่าน่าเกลียดมาก รวมทั้งผู้แทนเกษตรกรฯบางคนใช้ตำแหน่งหน้าที่เดินสายสร้างวลี "ขายยางตรงข้ามชาติ" เที่ยวจับแพะชนแกะวาดภาพลวงให้หลายกลุ่มมาพบกัน ทำทีเหมือนเป็นงานส่วนราชการแล้วจะได้ลดเครดิตขายยางไทยให้ราคาต่ำลงไปมากกว่านี้ ไม่สนุกแค่นี้ก็สาหัสสากรรจ์พออยู่แล้ว!
ด้านนายยงยุทธ คงสวัสดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เซี่ยงไฮ้ไทยรับเบอร์โปรดักส์ จำกัด กล่าวว่าได้ส่งหนังสือด่วนที่สุดถึง พล.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข ประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทย (ประธานบอร์ด) ได้ลงเลขรับเรื่องเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2561 ที่ผ่านมา เพื่อขอเข้าพบนำเสนองานโครงการพัฒนายางพาราสู่ความยั่งยืนและทำบันทึกความร่วมมือระหว่างประเทศไทย ในกลางเดือนพฤศจิกายนนี้
“ยืนยันว่าบริษัท และหน่วยงานของประเทศจีน Shanghai Thailand Coopertion Center for Economic and Cultural Exchanges จะดำเนินการหาผู้ให้การสนับสนุนด้านเงินทุน เทคโนโลยี เพื่อพัฒนาสู่ผลิตภัณฑ์แทนการจำหน่ายเป็นวัตถุดิบ และจัดหาตลาดผลิตภัณฑ์ยางพาราเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อชาวสวนยางและประเทศ โดยขอเช่าสวนยางกว่า 2 หมื่นไร่ แต่หากไม่เชื่อใจว่าจะทำได้จริงหรือไม่ ขอเช่าพื้นที่ดำเนินการนำร่องก่อน 36 ไร่ มี 3 รายการ”
1. โรงเลื่อย ซึ่งยังไม่ได้ดำเนินการ บริษัทจะขอรับดำเนินการสนับสนุนการผลิต แปรรูป และดำเนินการส่งออก เพื่อใช้ทรัพยากรที่ กยท.ลงทุนไปแล้วให้เกิดประโยชน์ หรือไม่ใช้โรงเลื่อยของ กยท.โดยลงทุนเพิ่มเอง ซึ่งไม้ที่จะนำมาเลื่อยจะได้มาจากสหกรณ์จังหวัดสงขลา และจังหวัดใกล้เคียง โดยเป็นไม้ที่ กยท.หรือชาวสวนในพื้นที่โครงการมีประสงค์จะตัดทิ้ง
2. เพื่อเป็นการลดต้นทุนการผลิต ทางบริษัทขอสร้างโรงไฟฟ้าจากยาง ขนาด 10 เมกกะวัตต์ จำนวน 3 โรง หรือ 6 เมกกะวัตต์ จำนวน 5 โรง เพื่อผลิตไฟฟ้าขนาด 30 เมกกะวัตต์ เพื่อลดต้นทุนการผลิต และกำจัดยางส่วนที่เป็นยางเสื่อมคุณภาพของ กยท.เพื่อสร้างสมดุลอุปสงค์และอุปทานของตลาด โดยไฟฟ้าส่วนที่เหลือจากการผลิตจะขอรับการสนับสนุนโดยการส่งจำหน่ายให้แก่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ในราคาหน่วยละ 3 บาท เพื่อเป็นรายได้ของ กยท.ส่วนหนึ่ง ในการสนับสนุนโครงการ และจัดสรรแก่ผู้มีส่วนร่วมและผู้ที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่
3. จัดสร้างโรงงานเฟอร์นิเจอร์ เพื่อนำไม้จากโรงงานแปรรูป เพื่อต่อยอดวัตถุดิบให้เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่าของวัตถุดิบ หลีกเลี่ยงการส่งออกเป็นไม้แปรรูป ซึ่งกำลังประสบกับปัญหาอย่างหนักในปัจจุบัน