จากคราวที่แล้วผมได้ตั้งกระทู้เกี่ยวกับ "รถคลายเครียด" ที่จัดขึ้นที่งาน "ไทยนิยมยั่งยืน เพื่อชุมชนอยู่ดีมีสุข" นั้น
พอดีมีคนสนใจในงานนี้อยู่พอสมควร วันนี้ผมก็เลยว่าจะมาบอกเล่าถึงบริการอื่นๆที่ผมได้ลองทำในงานนี้กันครับ
ลิ้งค์กระทู้ที่แล้วที่พูดถึงบริการรถคลายเครียดครับ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ https://pantip.com/topic/38200734/comment7
.
.
.
.
.
ต่อจากกระทู้ที่แล้วเลยนะครับ หลังจากที่ผมลองใช้บริการรถคลายเครียดด้วยความอิ่มเอมใจเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ผมก็มีความรู้สึกอยากลองใช้บริการอื่นๆในงานนี้อีกด้วย
ผมก็เลยเดินไปทั่วๆงาน แล้วผมก็ได้เห็นบริการดีๆอีกมากมายเช่น
บริการปักชื่อบนกระเป๋าผ้า ฟรี!!!!

(เสียดายไม่ได้เอากระเป๋าผ้ามา ก็เลยอดได้ปักชื่อเท่ๆเลยครับ 55)
ก็เลยมาต่อที่ส่วนของ
ของ
.
.
.
.
.
.
ของ อะไรผมก็ไม่แน่ใจ 555 รู้แต่ว่ามีเจ้าหน้าที่เค้าจัดนำงูสายพันธุ์ต่างๆมาจัดแสดงให้คนดู
แล้วก็น่าจะอธิบายว่าสายพันธุ์ไหน เป็นยังไง มีพิษหรือไม่มี อะไรประมาณนั้น
(แต่ผมไม่ได้ฟังอะไรมากมาย 555 ) เพราะผมมาเล่นแต่กะไอ่ตัวนี้

(พี่เจ้าหน้าที่ใจดีให้ผมได้ลองสัมผัสด้วยครับ)
.
.
.
.
.
.
.
เสร็จจากดูงูผมก็ว่าจะมาเล่นกิจกรรมงานวัดที่เค้าจัดให้ 555

แต่ว่าต่อคิวกันเยอะไปหน่อย ไปหาอย่างอื่นทำก่อนแล้วค่อยกลับมาดีกว่าครับ
.
.
.
.
ก็เลยได้มาพบกับ
.
.
.
.
.
.
.

สถานีทดสอบสมรรถภาพทางร่างกาย
ผมอยากรู้จริงๆว่า หนุ่มจบใหม่วัย 23 ปีคนนี้ จะมีความสมบูรณ์ แข็งแรงขนาดไหน
เริ่มต้นด้วยการ ช่างน้ำหนัก วัดส่วนสูง และวัดความดัน

เมื่อวัดค่าต่างๆเสร็จ เจ้าหน้าที่ก็จะคีย์ข้อมูลลงในคอมพิวเตอร์
และนำอุปกรณ์ทดสอบความสมบูรณ์ของร่างกายให้ผมทดสอบ
บททดสอบแรกก็คือ
การวัดปริมาณไขมัน (โดยใช้เครื่องวัดไขมันแบบหนีบ (Fat Caliper))
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
มันเป็นเครื่องวัดไขมันเบื้องต้น เพื่อเช็คปริมาณไขมันใต้ผิวหนังแต่ละส่วนว่ามีจำนวนเท่าไหร่
ซึ่งผมก็ไม่เคยรู้จัก ตัววัดแบบนี้มาก่อนเลยครับ 55
วิธีการของการใช้เจ้าเครื่องตัวนี้ ก็มีหลักการง่ายๆแค่เอาเครื่องตัวนี้มาหนีบบริเวณต่างๆในร่างกาย
โดยเจ้าหน้าที่เค้าจะเอามาหนีบจำนวน 4 จุดก็คือ
บริเวณ ต้นแขนด้านหน้า
ต้นแขนด้านหลัง
หน้าท้อง(พุงนั่นเอง55)

และบริเวณด้านหลัง

โดยพี่เค้าจะทดสอบแต่ละจุด จุดละประมาณ 2-3 ครั้ง เพื่อหาค่าเฉลี่ย พอได้ค่าเฉลี่ย พี่เจ้าหน้าที่ก็คีย์ข้อมูลลงคอมพิวเตอร์
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้บอกตรงๆเลยนะครับ ว่าเวลาที่พี่เจ้าหน้าที่มาจับพุงผมแต่ละที นี่รู้สึกจั้กกระเดี๋ยม ยังไงไม่รู้ ขนาดแฟนผมยังไม่กล้าให้จับเลยนะครับเนี่ย555
เสร็จจากตรงนี้ก็ไปพบกับ
แบบทดสอบที่ 2 ทดสอบวัดความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมือ (วัดแรงบีบมือ)

อันนี้ก็เป็นเครื่องที่ผมเคยเห็นอยู่บ้างเวลามีการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย ก็ไม่ได้ตื่นเต้นอะไร
โดยพี่เจ้าหน้าที่จะให้ผม ออกเเรงกำเครื่องให้ได้มากที่สุด หลังจากนั้นพี่เจ้าหน้าที่ก็จดเอาผลคะแนนไปคำนวณ
และต่อมาเป็นแบบทดสอบที่ 3 แบบทดสอบวัดความจุปอด

โดยใช้เครื่องวัดความจุปอด ซึ่งในเครื่องสามารถมองเห็นค่าความจุปอดได้ชัดเจนเลยครับ
ซึ่งในการทดสอบรอบนี้ มีวิธีการง่ายๆคือพี่เจ้าหน้าที่จะให้ผม หายใจเข้าลึกแล้วเป่าลมเข้าไปในเครื่องให้เต็มที่จนหมดลม
(ไม่ต้องกลัวว่าจะใช้ที่เป่าอันเดียวกับคนอื่นนะครับ เพราะว่าในส่วนของปากเป่านั้นใช้ได้ครั้งเดียว ทางเจ้าหน้าที่เค้าเปลี่ยนให้ตลอดเพื่อกันโรคติดต่อ)
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ ขอโม้หน่อยละกันครับ สำหรับแบบทสอบนี้ผมรู้สึกสบายมาก ด้วยความที่ผมเคยเป็นนักทรัมเปตเก่า สมัยประถม 555 (ไม่รู้จะออกมาดีอย่างที่โม้หรือป่าว)
ต่อมาที่แบบทดสอบสุดท้าย แบบทดสอบ วัดระบบหายใจ และการทำงานของหัวใจและหลอดเลือด (แอโรบิค)
ซึ่งในการทดสอบครั้งนี้ จะใช้เครื่องปั่นจักรยาน เป็นตัววัด โดยพี่เจ้าหน้าที่จะให้ผมปั่นจักรยานในอัตราเร็วที่กำหนดเป็นเวลา 6 นาที
โดยที่เจ้าหน้าที่จะปรับเปลี่ยนหนึดเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆตามเวลาที่ผ่านไป
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ (เครื่องนี้ผมก็รู้สึกชิวๆ เพราะว่าปั่นแค่ 6 นาทีเอง ไม่น่ามีอะไร อีกอย่างเมื่อก่อนผมก็วิ่งตลอด ถึงแม้ช่วงนี้จะไม่ค่อยได้ออกกำลังกายเท่าไหร่ก็ตาม555)

หลังจากเริ่มปั่นไปช่วง2-3นาทีแรกก็ยังชิวๆอยู่ครับ พอนาทีที่ 4-5 พี่เจ้าหน้าที่เริ่ม ปรับให้มันหนืดมากขึ้นเรื่อยๆ
ก็หนักใช้ได้อยู่เหมือนกันนะครับ55 แต่ก็ต้งอทำสีหน้าให้ชิวๆเข้าไว้ (เพราะอายคุณป้าที่ปั่นอยู่ข้างๆ 555)
พอเสร็จแล้ว ก็จะได้ผลออกมาเป็นแบบนี้
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ 

.
.
.
.
ส่วนสถานีวัดแรงเหยียดขา ผมไม่ได้ทำนะครับอันนี้น่าจะเป็นความผิดพลาดทางเทคนิคครับ 55
พอได้ผลมาก็รู้สึกตกใจเล็กน้อยครับ ไม่คิดว่าผลสมรรถภาพของเราจะออกมาค่อนข้างไปในทางที่ไม่ดีเท่าไหร่ 555
ถึงแม้ผลที่พี่เค้าตรวจวัดมันจะเป็นแค่ผลการตรวจวัดเบื้องต้น แต่ผมก็รู้สึกได้ว่าค่าที่ได้มันก็ดูน่าเชื่อถืออยู่ในระดับนึงเลยครับ
เพราะถึงแม้ดูภายนอกอาจจะดูไม่ได้อ้วนอะไร ค่า bmi ก็ประมาณ 22.5 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ปกติ
แต่การที่ช่วงนี้ผมไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย และการที่มีนิสัยกินไม่เลือกของผมนั้น
ก็ทำให้ผมมีไขมันสะสมมากกว่าปกติ
มันทำให้ผมตระหนักได้ว่า ผมจะดูแค่ค่า bmi อย่างเดียวก็ไม่ได้เพราะมันมีปัจจัยอื่นๆอีก ที่บ่งบอกถึงความสมบูรณ์ของร่างกาย
ในตอนนี้ผมรู้สึกผิดกับตัวเองอยู่เล็กน้อยเหมือนกัน ที่ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ดูแลตัวเองเท่าที่ควร
แต่พี่เจ้าหน้าที่ก็แนะนำว่า ไม่ต้องคิดมาก เมื่อเรารู้ตัวเร็วแล้วว่าเรามีข้อที่ต้องแก้ไขตรงไหนก็ถือเป็นเรื่องที่ดี
ที่จะทำให้เรามีเป้าหมายในการออกกำลังกาย เพราะคนส่วนใหญ่ บางทีก็ใส่ใจกับเรื่องอื่นๆจนละเลยที่จะดูแลสุขภาพตัวเอง
กว่าจะมารู้ตัวอีกทีก็ยากที่จะแก้ไขแล้ว ผมยังอายุไม่มาก ยังสามารถที่จะพัฒนาสมรรถภาพทางร่างกายได้รวดเร็วอยู่
การที่พี่เจ้าหน้าที่พูดให้ผมฟังครั้งนี้ทำให้ผมมีกำลังใจในการออกกำลังกายมากขึ้นเลยทีเดียวครับ
ผมขอสัญญาว่ากลับไปครั้งนี้ผมจะไปออกกำลังกายให้มากขึ้น
แล้วถ้ามีโอกาศ ผมจะมาวัดผลใหม่ ในงานไทยนิยมยั่งยืนรอบถัดๆไป
ผมเชื่อว่ารอบหน้าที่มาผมต้องมีพัฒนาการที่ดีขึ้นแน่นอนครับ
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
หลังจากที่ปั่นจักรยานมาอย่างเหน็ดเหนื่อย ก็เริ่มรู้สึก หิวขึ้นมา 55
พอดีเห็นมีบริเวณที่เป็นเหมือนกับตลาดขายของ
ก็เลยเข้าไปดูว่ามีอะไรน่ากินบ้าง 555

พอเข้ามาก็พบว่า ภายในตลาดจะมีสินค้าต่างๆ ทั้งของกินและของใช้
ที่นำมาขายในราคาที่ถูกกว่าสินค้าที่ขายตามตลาดทั่วๆไป
และแล้ว
ผมก็มาสะดุดกับสิ่งนี้
.
.
.
.
.
.
.
.
.

ซึ่งผมบอกตรงๆเลยว่า ตอนแรกผมนึกว่ามันคือผัดไทครับ 555
แต่พี่เขาบอกว่า นี่ไม่ใช่ผัดไท แต่มันคือ " หมี่ใต้ "

ส่วนอันนี้เรียก "ข้าวยำปักษ์ใต้"

ด้วยความที่ไม่เคยกิน และหน้าตามันช่างดูน่ากินเหลือเกิน
ผมก็เลยซื้อ "หมี่ใต้" มากิน
(ตอนแรกว่าจะซื้อมาทั้ง 2 อย่างแต่ดูจากไขมันที่เกินแล้ว ซื้อแค่อย่างเดียวก็พอครับ 555)
หลังจากนั้นก็มาหาที่นั่งกิน
ก็เลยเข้ามากินใน เต้นท์ใหญ่สุดของงาน

ตอนที่ผมเข้ามาน่าจะเป็นช่วงที่ ให้ประชาชนพูดคุยกับผู้ว่าฯกทม.
อารมณ์จะเป็นเหมือนให้คนที่เป็นตัวแทนแต่ละเขต มาพูดถึงปัญหาของชุมชนให้ผู้ว่าฯฟัง

ฟังไป กินหมี่ไป ก็เพลินดีเหมือนกันครับ 555
ได้เห็นผู้ว่าฯมาฟังปัญหาต่างๆของคนโดยตรงก็ดีเหมือนกันครับ 555
บางทีร้องเรียนหน่วยงานไปไม่รู้ว่าจะถึงผู้ว่าฯหรือป่าว 555
ผู้ว่าฯแกมาเองแบบนี้เลยมันชัดเจนดีครับ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ ตอนแรกนึกว่า ผู้ว่าฯแกจะดู ดุๆหน่อย แต่มาฟังแกพูดแล้วก็ดูแกสบายๆ จริงใจ เป็นกันเองดีครับ
.
.
.
.
.
.
.
.
.
หลังจากกินอิ่มแล้ว ก็มาถึงส่วนที่รอคอยมายาวนาน คือ " เล่นเกมฟรี " 5555
(แถมมีรางวัลให้ด้วย)

มาพบกับเกมแรกเลยครับชื่อว่าเกม "โยนห่วงมหาสนุก"
ตอนนี้คนเริ่มลดน้อยลงแล้ว แต่ก็ยังต้องต่อแถวนิดหน่อย
พอต่อจนถึงคิวที่เราได้เล่น พี่เค้าก็จะให้ห่วงมาประมาณ 5-6 ห่วง
ให้เราโยนให้ลงขวดน้ำ ได้อันไหน ก็เอากลับไปได้เลยครับ
ได้เล่นแล้วครับ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ 
ได้น้ำฟรีกับไปกินครับ
ฝีมือล้วนๆ 5555
.
.
.
.
.
และมาพบกับเกมสุดท้ายยย " เกมสถานีไทยนิยม บูม บูม"

วิธีเล่นก็คือ พี่เเค้าจะนำผ้ามาผูกกับหัวเรา ไม่ให้เรามองเห็น หลังจากนั้น พี่เค้าก็จะวางกับดักอยู่ตรงหน้าเรา
หลังจากนั้นพี่เค้าก็จะบอกให้เราเดินไปให้ถึงเส้นชัยให้ได้ โดยไม่โดนกับระเบิด ถ้าโดนกับระเบิดจะถือว่าแพ้
ได้เวลาโชว์ฝีมือ

สบายมาก

สำหรับเกมนี้ได้พวงกุญแจ ผ้าเช็ดหน้า และก็ขนมครับ
ที่จริงยังมีเกมอื่นๆให้ได้ร่วมเล่นอีกนะครับ
แต่ผมเล่นได้แค่นี้ด้วยเวลาที่มีจำกัด55
ที่จริงก็เสียดายที่ไม่ได้ลองบริการอีกหลายบริการเหมือนกันนะครับ
แต่ขนาดนี้ก็ถือว่าคุ้มค่ามากๆแล้วครับ
อยากแชร์ความรู้สึกดีๆ ในกิจกรรมดีๆ(แบบฟรีๆ) ให้ทุกคนได้รับรู้!!!
พอดีมีคนสนใจในงานนี้อยู่พอสมควร วันนี้ผมก็เลยว่าจะมาบอกเล่าถึงบริการอื่นๆที่ผมได้ลองทำในงานนี้กันครับ
ลิ้งค์กระทู้ที่แล้วที่พูดถึงบริการรถคลายเครียดครับ[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
.
.
.
.
.
ต่อจากกระทู้ที่แล้วเลยนะครับ หลังจากที่ผมลองใช้บริการรถคลายเครียดด้วยความอิ่มเอมใจเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ผมก็มีความรู้สึกอยากลองใช้บริการอื่นๆในงานนี้อีกด้วย
ผมก็เลยเดินไปทั่วๆงาน แล้วผมก็ได้เห็นบริการดีๆอีกมากมายเช่น
บริการปักชื่อบนกระเป๋าผ้า ฟรี!!!!
(เสียดายไม่ได้เอากระเป๋าผ้ามา ก็เลยอดได้ปักชื่อเท่ๆเลยครับ 55)
ก็เลยมาต่อที่ส่วนของ
ของ
.
.
.
.
.
.
ของ อะไรผมก็ไม่แน่ใจ 555 รู้แต่ว่ามีเจ้าหน้าที่เค้าจัดนำงูสายพันธุ์ต่างๆมาจัดแสดงให้คนดู
แล้วก็น่าจะอธิบายว่าสายพันธุ์ไหน เป็นยังไง มีพิษหรือไม่มี อะไรประมาณนั้น
(แต่ผมไม่ได้ฟังอะไรมากมาย 555 ) เพราะผมมาเล่นแต่กะไอ่ตัวนี้
.
.
.
.
.
.
.
เสร็จจากดูงูผมก็ว่าจะมาเล่นกิจกรรมงานวัดที่เค้าจัดให้ 555
แต่ว่าต่อคิวกันเยอะไปหน่อย ไปหาอย่างอื่นทำก่อนแล้วค่อยกลับมาดีกว่าครับ
.
.
.
.
ก็เลยได้มาพบกับ
.
.
.
.
.
.
.
ผมอยากรู้จริงๆว่า หนุ่มจบใหม่วัย 23 ปีคนนี้ จะมีความสมบูรณ์ แข็งแรงขนาดไหน
เริ่มต้นด้วยการ ช่างน้ำหนัก วัดส่วนสูง และวัดความดัน
และนำอุปกรณ์ทดสอบความสมบูรณ์ของร่างกายให้ผมทดสอบ
บททดสอบแรกก็คือ
การวัดปริมาณไขมัน (โดยใช้เครื่องวัดไขมันแบบหนีบ (Fat Caliper))
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ซึ่งผมก็ไม่เคยรู้จัก ตัววัดแบบนี้มาก่อนเลยครับ 55
วิธีการของการใช้เจ้าเครื่องตัวนี้ ก็มีหลักการง่ายๆแค่เอาเครื่องตัวนี้มาหนีบบริเวณต่างๆในร่างกาย
โดยเจ้าหน้าที่เค้าจะเอามาหนีบจำนวน 4 จุดก็คือ
บริเวณ ต้นแขนด้านหน้า
ต้นแขนด้านหลัง
หน้าท้อง(พุงนั่นเอง55)
และบริเวณด้านหลัง
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
เสร็จจากตรงนี้ก็ไปพบกับ
แบบทดสอบที่ 2 ทดสอบวัดความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมือ (วัดแรงบีบมือ)
อันนี้ก็เป็นเครื่องที่ผมเคยเห็นอยู่บ้างเวลามีการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย ก็ไม่ได้ตื่นเต้นอะไร
โดยพี่เจ้าหน้าที่จะให้ผม ออกเเรงกำเครื่องให้ได้มากที่สุด หลังจากนั้นพี่เจ้าหน้าที่ก็จดเอาผลคะแนนไปคำนวณ
และต่อมาเป็นแบบทดสอบที่ 3 แบบทดสอบวัดความจุปอด
ซึ่งในการทดสอบรอบนี้ มีวิธีการง่ายๆคือพี่เจ้าหน้าที่จะให้ผม หายใจเข้าลึกแล้วเป่าลมเข้าไปในเครื่องให้เต็มที่จนหมดลม
(ไม่ต้องกลัวว่าจะใช้ที่เป่าอันเดียวกับคนอื่นนะครับ เพราะว่าในส่วนของปากเป่านั้นใช้ได้ครั้งเดียว ทางเจ้าหน้าที่เค้าเปลี่ยนให้ตลอดเพื่อกันโรคติดต่อ)
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ต่อมาที่แบบทดสอบสุดท้าย แบบทดสอบ วัดระบบหายใจ และการทำงานของหัวใจและหลอดเลือด (แอโรบิค)
ซึ่งในการทดสอบครั้งนี้ จะใช้เครื่องปั่นจักรยาน เป็นตัววัด โดยพี่เจ้าหน้าที่จะให้ผมปั่นจักรยานในอัตราเร็วที่กำหนดเป็นเวลา 6 นาที
โดยที่เจ้าหน้าที่จะปรับเปลี่ยนหนึดเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆตามเวลาที่ผ่านไป
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
หลังจากเริ่มปั่นไปช่วง2-3นาทีแรกก็ยังชิวๆอยู่ครับ พอนาทีที่ 4-5 พี่เจ้าหน้าที่เริ่ม ปรับให้มันหนืดมากขึ้นเรื่อยๆ
ก็หนักใช้ได้อยู่เหมือนกันนะครับ55 แต่ก็ต้งอทำสีหน้าให้ชิวๆเข้าไว้ (เพราะอายคุณป้าที่ปั่นอยู่ข้างๆ 555)
พอเสร็จแล้ว ก็จะได้ผลออกมาเป็นแบบนี้
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
พอได้ผลมาก็รู้สึกตกใจเล็กน้อยครับ ไม่คิดว่าผลสมรรถภาพของเราจะออกมาค่อนข้างไปในทางที่ไม่ดีเท่าไหร่ 555
ถึงแม้ผลที่พี่เค้าตรวจวัดมันจะเป็นแค่ผลการตรวจวัดเบื้องต้น แต่ผมก็รู้สึกได้ว่าค่าที่ได้มันก็ดูน่าเชื่อถืออยู่ในระดับนึงเลยครับ
เพราะถึงแม้ดูภายนอกอาจจะดูไม่ได้อ้วนอะไร ค่า bmi ก็ประมาณ 22.5 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ปกติ
แต่การที่ช่วงนี้ผมไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย และการที่มีนิสัยกินไม่เลือกของผมนั้น
ก็ทำให้ผมมีไขมันสะสมมากกว่าปกติ
มันทำให้ผมตระหนักได้ว่า ผมจะดูแค่ค่า bmi อย่างเดียวก็ไม่ได้เพราะมันมีปัจจัยอื่นๆอีก ที่บ่งบอกถึงความสมบูรณ์ของร่างกาย
ในตอนนี้ผมรู้สึกผิดกับตัวเองอยู่เล็กน้อยเหมือนกัน ที่ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ดูแลตัวเองเท่าที่ควร
แต่พี่เจ้าหน้าที่ก็แนะนำว่า ไม่ต้องคิดมาก เมื่อเรารู้ตัวเร็วแล้วว่าเรามีข้อที่ต้องแก้ไขตรงไหนก็ถือเป็นเรื่องที่ดี
ที่จะทำให้เรามีเป้าหมายในการออกกำลังกาย เพราะคนส่วนใหญ่ บางทีก็ใส่ใจกับเรื่องอื่นๆจนละเลยที่จะดูแลสุขภาพตัวเอง
กว่าจะมารู้ตัวอีกทีก็ยากที่จะแก้ไขแล้ว ผมยังอายุไม่มาก ยังสามารถที่จะพัฒนาสมรรถภาพทางร่างกายได้รวดเร็วอยู่
การที่พี่เจ้าหน้าที่พูดให้ผมฟังครั้งนี้ทำให้ผมมีกำลังใจในการออกกำลังกายมากขึ้นเลยทีเดียวครับ
ผมขอสัญญาว่ากลับไปครั้งนี้ผมจะไปออกกำลังกายให้มากขึ้น
แล้วถ้ามีโอกาศ ผมจะมาวัดผลใหม่ ในงานไทยนิยมยั่งยืนรอบถัดๆไป
ผมเชื่อว่ารอบหน้าที่มาผมต้องมีพัฒนาการที่ดีขึ้นแน่นอนครับ
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
หลังจากที่ปั่นจักรยานมาอย่างเหน็ดเหนื่อย ก็เริ่มรู้สึก หิวขึ้นมา 55
พอดีเห็นมีบริเวณที่เป็นเหมือนกับตลาดขายของ
ก็เลยเข้าไปดูว่ามีอะไรน่ากินบ้าง 555
พอเข้ามาก็พบว่า ภายในตลาดจะมีสินค้าต่างๆ ทั้งของกินและของใช้
ที่นำมาขายในราคาที่ถูกกว่าสินค้าที่ขายตามตลาดทั่วๆไป
และแล้ว
ผมก็มาสะดุดกับสิ่งนี้
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ซึ่งผมบอกตรงๆเลยว่า ตอนแรกผมนึกว่ามันคือผัดไทครับ 555
แต่พี่เขาบอกว่า นี่ไม่ใช่ผัดไท แต่มันคือ " หมี่ใต้ "
ผมก็เลยซื้อ "หมี่ใต้" มากิน
(ตอนแรกว่าจะซื้อมาทั้ง 2 อย่างแต่ดูจากไขมันที่เกินแล้ว ซื้อแค่อย่างเดียวก็พอครับ 555)
หลังจากนั้นก็มาหาที่นั่งกิน
ก็เลยเข้ามากินใน เต้นท์ใหญ่สุดของงาน
ตอนที่ผมเข้ามาน่าจะเป็นช่วงที่ ให้ประชาชนพูดคุยกับผู้ว่าฯกทม.
อารมณ์จะเป็นเหมือนให้คนที่เป็นตัวแทนแต่ละเขต มาพูดถึงปัญหาของชุมชนให้ผู้ว่าฯฟัง
ฟังไป กินหมี่ไป ก็เพลินดีเหมือนกันครับ 555
ได้เห็นผู้ว่าฯมาฟังปัญหาต่างๆของคนโดยตรงก็ดีเหมือนกันครับ 555
บางทีร้องเรียนหน่วยงานไปไม่รู้ว่าจะถึงผู้ว่าฯหรือป่าว 555
ผู้ว่าฯแกมาเองแบบนี้เลยมันชัดเจนดีครับ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
.
.
.
.
.
.
.
.
.
หลังจากกินอิ่มแล้ว ก็มาถึงส่วนที่รอคอยมายาวนาน คือ " เล่นเกมฟรี " 5555
(แถมมีรางวัลให้ด้วย)
มาพบกับเกมแรกเลยครับชื่อว่าเกม "โยนห่วงมหาสนุก"
ตอนนี้คนเริ่มลดน้อยลงแล้ว แต่ก็ยังต้องต่อแถวนิดหน่อย
พอต่อจนถึงคิวที่เราได้เล่น พี่เค้าก็จะให้ห่วงมาประมาณ 5-6 ห่วง
ให้เราโยนให้ลงขวดน้ำ ได้อันไหน ก็เอากลับไปได้เลยครับ
ได้เล่นแล้วครับ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
.
.
.
.
.
และมาพบกับเกมสุดท้ายยย " เกมสถานีไทยนิยม บูม บูม"
วิธีเล่นก็คือ พี่เเค้าจะนำผ้ามาผูกกับหัวเรา ไม่ให้เรามองเห็น หลังจากนั้น พี่เค้าก็จะวางกับดักอยู่ตรงหน้าเรา
หลังจากนั้นพี่เค้าก็จะบอกให้เราเดินไปให้ถึงเส้นชัยให้ได้ โดยไม่โดนกับระเบิด ถ้าโดนกับระเบิดจะถือว่าแพ้
ได้เวลาโชว์ฝีมือ
สบายมาก
สำหรับเกมนี้ได้พวงกุญแจ ผ้าเช็ดหน้า และก็ขนมครับ
ที่จริงยังมีเกมอื่นๆให้ได้ร่วมเล่นอีกนะครับ
แต่ผมเล่นได้แค่นี้ด้วยเวลาที่มีจำกัด55
ที่จริงก็เสียดายที่ไม่ได้ลองบริการอีกหลายบริการเหมือนกันนะครับ
แต่ขนาดนี้ก็ถือว่าคุ้มค่ามากๆแล้วครับ