JJNY : ประมงกันตังโอด รัฐเปิดช่องนำเข้าจากเมียนมา หยุดกิจการแล้ว 40%/รถเกี่ยวโอดข้าวเสียหายจากภัยแล้งชาวนาจ้างคนแทน

กระทู้คำถาม
นายกสมาคมประมงกันตังโอด หลังรัฐเปิดช่องนำเข้าสัตว์ทะเลจากเมียนมา ทำประมงหยุดกิจการแล้ว 40%
https://www.matichon.co.th/region/news_1201289

นายกสมาคมประมงกันตัง “โอด” ผู้ประกอบการประมงพาณิชย์เดือดร้อน หลังรัฐงัดมาตรการนำกฎหมายล้อมกรอบ ภาครัฐเปิดช่องให้มีการนำเข้าสัตว์น้ำทะเลจากประเทศพม่า เผยเรือประมงหยุดกิจการไปแล้ว 40%

ที่จังหวัดตรังวันที่ 29 ตุลาคม 2561 สถานการณ์การทำประมงพาณิชย์ในพื้นที่อำเภอกันตัง โดยเฉพาะแพปลาต่างๆ กำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างต่อเนื่องหลังจากที่รัฐบาลออกกฎหมายเรื่องระเบียบกฎหมายเกี่ยวกับแรงงาน การจ้างงาน กฎหมายประมง การจับสัตว์น้ำที่ออกมามากมาย จนทำให้ผู้ประกอบการเดือดร้อนหนัก บางแห่งรับสภาพขาดทุนไม่ไหวถึงกับต้องจอดเรือไว้ที่บริเวณแพปลา บางแพถึงกับต้องขายเรือหยุดกิจการ ส่งผลให้ธุรกิจประมงในพื้นที่อำเภอกันตังดูซบเซา

นายสฤษพัฒน์ ภมรวิศิษย์ นายกสมาคมประมงกันตัง กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ประกอบธุรกิจประมงกันตังเกิดปัญหาความเดือดร้อนอย่างมาก โดยเฉพาะที่รัฐบาลเปิดโอกาสให้มีการนำเข้าสัตว์น้ำจากประเทศพม่าแล้ว ยังมีการนำเข้าจากหลายๆ แหล่งด้วย เหตุผลหนึ่งมาจากอัตราค่าเงินของไทยค่อนข้างแข็งกว่าประเทศพม่า ทำให้สัตว์น้ำที่นำเข้าจากประเทศพม่าขายในไทยได้ราคาดี ได้กำไรมากกว่า ทางประมงพม่าจึงนำสัตว์น้ำมาขายในไทยจึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้ประกอบการประมงได้รับผลกระทบ ผู้ประกอบการประมงพาณิชย์กันตังมีอยู่ประมาณกว่า 180 ลำ และเรือจากต่างถิ่นกว่า 30 ลำ ตอนนี้จอดไปแล้วประมาณ 40% เนื่องจากทนรับสภาพขาดทุนไม่ไหว ประกอบกับราคาน้ำมันที่แพง โดยเฉพาะเดือนกันยายน ราคาน้ำมันแพงขึ้นมามาก แม้จะเป็นไปตามกลไกตลาดโลก โดยภาพรวมของความเดือดร้อน ที่ถูกกฎหมายต่างๆ บังคับใช้อย่างเข้มงวด ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องแบกภาระต้นทุนค่าใช้จ่ายสูงขึ้น

นายสฤษพัฒน์กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีสาเหตุจากกฎหมายหลายตัวที่บังคับให้นายจ้างต้องปฏิบัติตาม อาทิ เงินเดือนของลูกจ้าง ซึ่งมีการจ่ายมากกว่าแรงงานขึ้นต่ำ แต่ด้วยเรื่องของกฎระเบียบปลีกย่อย เช่น การแจ้งเข้าแจ้งออกที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่หลายๆ กระทรวงออกมา ทำให้ต้องมีภาระด้านการเดินเพิ่มขึ้น เป็นตัวเลขที่มองไม่เห็นแต่กลับมาเป็นภาระของผู้ประกอบการ อาทิ ค่าเอกสาร ค่าเดินทางไปแจ้งเอกสาร โดยเฉพาะการบังคับให้จ่ายเงินเดือนผ่านธนาคาร ทำให้ผู้ประกอบการที่ไม่มีความรู้ด้านเทคโนโลยี เช่นการโอนเงินทางออนไลน์ ต้องนั่งรถไปที่ธนาคารและต้องนั่งรอ ทำให้เสียเวลาค่อนข้างมาก ลูกจ้างกดเงินถอนเงินไม่เป็นต้องนำลูกจ้างนั่งรถไป ทำให้เสียเวลาและเสียค่าใช้จ่าย เงินส่วนนี้มองกันไม่เห็น

“โดยภาพรวมแล้ว ผู้ประกอบการประมงประสบกับการขาดทุน 100,000 บาทต่อเรือ 1 ลำ ทางสมาคมเรียกร้องมาโดยตลอด แต่รัฐบาลตอบสนองค่อนข้างช้า ผมเข้าใจว่ามีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับหลายกระทรวงที่ต้องมีการพูดคุยกัน ที่จะต้องแก้ไปทีละเปราะทำให้การแก้ปัญหาช้า รัฐบาลพยายามให้การช่วยเหลือ เช่น จะมีการเข้าหารือกับกรมประมงในเร็วๆ นี้ ผมพยายามเข้าใจรัฐบาล แต่รัฐบาลต้องเร่งเข้ามาดูแลและให้การช่วยเหลือ” นายสฤษพัฒน์กล่าว

รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะที่ผู้ประกอบธุรกิจประมงกันตังมีการตั้งคำถามย้อนไปถึงภาครัฐ ทำไมไม่ดูแลผู้ประกอบการไทยที่ทำตามกฎหมาย แต่ยังเปิดให้มีการนำเข้าสัตว์น้ำจากประเทศพม่า ทั้งๆ ที่สัตว์น้ำทะเลของพม่าเหล่านั้นไม่รู้ที่มา ไม่สามารถพิสูจน์ได้ ถือเป็นการซ้ำเติมปัญหาให้แก่ประมงไทย จึงอยากเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งแก้ไขปัญหา ทั้งนี้ สัตว์น้ำทะเลในประเทศไทยมีเพียงพอบริโภค ไม่ควรปล่อยให้มีการนำเข้า และมีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะมีเรื่องผลประโยชน์แอบแฝงกับการทำประมงในประเทศได้เช่นกัน
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่