“ก็คิดซ่ะว่าอยู่ Homestay แล้วกัน” [no spoil 100%]


(ที่มา: https://bit.ly/2RmfwWe)


(การวิจารณ์ในครั้งนี้ไม่มีสปอยล์ 100% ใครอยากอ่าน เริ่มอ่านได้เลย55555 ไม่ต้องคอยหลบ)

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้



“เนื้อเรื่องดี จน CG ดูธรรมดาไปเลย”

ในความอยากดูนั้น สิ่งหนึ่งที่สนใจมาก ๆ คือ เรื่องของความแฟนตาซี อลังการดาวล้านดวงของ CG จากตัวอย่างแล้ว พอมาดูเอาจริง ๆ รู้สึกธรรมดาไปเลย ไม่ใช่ว่าเขาทำไม่ดีไม่ถึงอะไรแบบนั้น แต่ “แฟนตาซี” ที่ทำให้ว๊าวได้นั้น มันคือเนื้อเรื่องที่ดูจะเป็นเรื่องใกล้ตัวและอาจจะดูเป็นเรื่องทั่วไปในสังคมปัจจุบันนี้แล้ว กลับนำมาเล่าในมุมมองที่เออ ส่งมาถึง ส่งมาถึงคนดูจริง ๆ

การเล่าเรื่องเน้นไปกับความตื่นเต้นตามภาพยยนตร์แนวระทึกขวัญ แต่คาดว่าผู้กำกับคงไม่ได้เอาประเภทหนังมาเล่าให้ดูมีอะไร (เพียงแค่นั้น) แต่เป็นการเล่นกับ “ความรู้สึก” ของคนที่เผชิญหน้ากับสิ่งเหล่านั้นอยู่ ความตื่นเต้น ตกใจ ใจเต้นแรง มันส่งให้คุณได้ลองรู้สึก “เช่นนั้น” ดูบ้าง


“การแจ้งเกิดของพระเอก เมื่อเจอทางของตัวเอง”

หากตัวละครที่สร้างขึ้นสำคัญฉันใด นักแสดงผู้ถ่ายทอดก็สำคัญไม่ย่อหย่อนไปกว่ากันฉันนั้น กับพระเอก “มิน” นั้น เป็นตัวละครที่มีมิติหลากหลายในแง่ของการตีความ และต้องปรบมือให้เจมส์จริง ๆ เพราะถ่ายทอด ทำให้ความเป็นมินนั้น ออกมาอย่างงดงาม เคยติดตามผลงานมาตลอดตั้งแต่ฮอร์โมน จนมาถึง SOS Skate ซึม ซ่าส์ (และเป็นเหตุผลของการสรุปแก่นเรื่องในตอนถัดไป) คิดว่าตอนนี้ค้นพบทางของตัวเองแล้ว เสน่ห์ที่ล้นออกมาจากการแสดง เล่นดีจริง ๆ สมทบคนอื่น ๆ ก็เล่นดีหมด บทบาทบางตัวละครอาจไม่มาก แต่เป็นตัวเชื่อมเรื่องที่ทำให้เรื่องมันกลม ไปในทางเดียวกัน

ชอบการใส่ความขัดแย้ง (ที่ดูรุนแรง) ให้กับตัวละครทุก ๆ ตัวในเรื่อง ทำให้เรื่องราวภายในเรื่องดูหม่น ดูแบบสิ้นหวัง แต่ในทางกลับกันก็ช่วยให้เห็นว่า หรือ “ปัญหา” มันคือ “เรื่องธรรมดา” ของชีวิตมนุษย์ที่ทุกคนต้องเผชิญ


“Message อาจไม่แปลกใหม่ แต่ถ่ายทอดแบบแปลกใหม่ (แฟนตาซี) อย่างไม่เคยเห็น”

สำหรับการนำเรื่องของการให้ “โอกาส” ครั้งที่ 2 แก่วิญญาณเร่ร่อน ได้เข้ามาสิงในร่างของมินนั้นเป็นแนวคิดที่เจ๋งดีเหมือนกัน เพราะตอนดูจบ แล้วก็รู้สึกว่า message นี้มันพุ่งมาอย่างจัง ๆ เลย คือ การเอาเรื่อง “การให้โอกาส” ที่เปรียบเหมือนรางวัลมาเล่นแบบนี้ มันทำให้เราได้ทบทวนอะไรเกี่ยวกับตัวเองมากมายเลยนะ (ถ้าคนไปดูแล้วคงจะเข้าใจคำนี้ดี) เพราะตัวละครเองนั่นแหละเป็นคนหยิบยื่นความรู้สึกนี้ให้กับคนดู

พอดูจบจึงเข้าใจความแฟนตาซีที่แสนฉลาดของหนังเรื่องนี้ เพราะช่วยให้เนื้อหาที่ดูเป็นเรื่องที่ถูกกล่าวถึงมากแล้วในสังคมปัจจุบัน มีแง่มุมในการเล่าที่ไม่ยัดเยียดจนเกินไป ฉายให้เห็นด้านมืดที่สุด ก็เท่านั้น ไม่ใช่การชี้นำ แต่เป็นการพาคุณไป “รู้สึก” เช่นนั้น


“ซึมเศร้า เปลี่ยนที่เช่าโฮมสเตย์”

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

ประเด็นหลัก ๆ ที่หนังต้องการสื่อคงมี 2 ประเด็นด้วยกัน ประเด็นแรก คือ การให้โอกาสกับตัวเอง ไม่ว่าใครมันก็ให้โอกาสกับตัวเองได้ทั้งนั้น อยู่ที่ว่าคุณจะให้ “โอกาส” ที่เป็นดั่ง “รางวัล” ของชีวิตคุณนั้นหรือไม่ เพราะถ้าคุณคิดลบ ชีวิตคุณก็ลบ ทุก ๆ อย่างรอบตัวดูลบไปหมด ส่วนอีกประเด็น คงเป็นการใช้อุปลักษณ์เจ๋ง ๆ ที่เอาเรื่องโอกาสกับการที่วิญญาณไปสิงในร่างใหม่มาเล่นได้ดีเหลือเกิน เพราะ ร่างใหม่ = Homestay ประเด็นง่าย ๆ เลยก็คือ ถ้าคุณคิดว่าชีวิตคุณมันแย่นัก มันไม่มีอะไรที่พอจะยึดเหนี่ยวให้คุณอยากมีชีวิตต่อไปได้เลย ก็คิดซ่ะว่าเปลี่ยนโฮมสเตย์แล้วกัน เปลี่ยนมันไป เปลี่ยนที่ “มุมมอง” ของคุณ

คุณไม่จำเป็นต้องทิ้งร่างของคุณไป เพราะอย่างไรแล้ว ร่างคงเป็นเพียงเปลือก สิ่งที่ทำให้คุณเป็นคุณมันคือการมองโลก การใช้ความคิดที่คุณมีต่อสิ่งต่าง ๆ ในโลกใบนี้ต่างหาก และคุณอาจจะไม่ได้โชคดีแบบพระเอก ที่ได้รับโอกาสที่ 2 มาแก้ไขความผิดพลาดของตัวเองก็เป็นได้

ฉะนั้น ถ้าจะมองให้สบาย ๆ ก็คิดซ่ะว่าเปลี่ยนโฮมสเตย์ไปพักใจที่อื่น ๆ หรือเราจะทำให้โฮมสเตย์หลังนี้ เป็น “บ้าน” ที่เราจะอยู่กับมันไปตลอด
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่