เมื่อต้องกลายมาเป็นลูกคนโต

ตามหัวข้อกระทู้เคยค่ะ ขอใช้นามสมมุติว่า ปีโป้นะคะ ปีโป้ เป็นผู้หญิงค่ะ เดือนพฤศจิกายนนี้ก็จะอายุ19 ปีบริบูรณ์ค่ะด้วยแต่ก่อนเป็นลูกคนเดียว ที่พ่อแม่ไม่ค่อยมีเวลาให้ต้องไปทำงานตลอดเชื่อไหมค่ะอายุ9 ขวบก็นอนคนเดียวเป็นแล้ว คือสมัยนั้นพ่อจะทำงานกลางคืน ส่วนแม่ก็จะผลัดกะเช้า เย็น แล้วแต่อาทิตย์ค่ะ ทำให้ไม่ค่อยมีเวลาให้ แต่การเรียนก็ถือว่าอยู่ในระดับดี ไม่เกเร พอขึ้นม.ต้นก็เป็นช่วงที่เข้าวัยรุ่น บางครั้งเวลาพ่อแม่พูดกับเราหรือสอนบางครั้งปีโป้ก็จะไม่เรียกว่าเถียงคะ แต่จะคล้ายๆมาอันไหนที่เป็นความคิดเราเราก็อยากพูดบางไหมค่ะ แต่ผู้ใหญ่ส่วนมากก็จะคิดว่าเถียงตลอด จนขึ้นม.2 พ่อกับแม่ก็เห็นลูกคนอื่นเขาท้องบางล่ะมีผัวบ้างละ ทีนี้ก็กลัวเราจะมีบ้างก็พูดไปถ้ามีผัวให้ไปอยู่กับผัวเลย จำประโยคนี้ได้เลย แม่เป็นคนพูด มันยิ่งทำให้เราต้องพิสูจน์ให้เขาดูยิ่งเป็นลูกคนเดียวอะไรไม่ดีไม่มี เท่ากับการเรียนที่ดีและเด่น  เรายิ่งกดดันตัวเองเลยทีนี้ เหมือนกับว่าเราคาดหวังกับเราไว้เยอะ   ช่วงที่พ่อแม่ไม่มีเวลาคือเขาเลี้ยงเราแบบ ตื่นเช้าไปโรงเรียน เรียนเสร็จก็กลับบ้าน ชีวิตวนเวียนแบบนี้จนขึ้นม.3. เทอมสอง ในระหว่างที่กินข้าวอยู่จู่ๆแม่ก็ถามว่า อยากมีน้องไหม พอเขาพูดแบบนั้นเราน้ำตาไหลกลางวงข้าวเลยค่ะ ชีวิตนี้ไม่รู้จักคำว่าญาคิพี่น้อง เพราะอยู่คนเดียวมาตลอดจนอายุ15 ปีช่วงนั้นเป็นช่วงสอบต่อม4 ด้วย เครียดค่ะ  ดูๆไปอาจจะเหมือนเด็กขาดความรักความอบอุ่น ใช่ค่ะ ไม่เคยได้รับเลยเวลาปีโป้มีการแสดงที่โรงเรียนช่วงม.ต้นก็ไม่มีพ่อหรือแม่สักคนไปร่วมชมเลย ไม่เหมือนลูกคนอื่นเขา แต่ปีโป้ก็เข้าใจว่าต้องทำงาน ก็ไม่เคยเกเรอยู่ในกรอบตลอด ไม่เคยไปไหนมาไหนเลย บ้านเพื่อนก็ไม่เคย ไม่เหมือนสมัยนี้นะคะประถมนี้นั่งรถไปเที่ยวนู้นเที่ยวนี้ ซึ่งผิดกันมากกับของปีโป้ แต่ช่วงนั้นแม่ก็แท้งค่ะ คือดีใจมากอาจจะมองว่าเป็นคนเห็นแก่ตัว แต่จริงๆแล้วปีโป้มีปมหลายอย่างมาก ที่ตอนเด็กๆต้องเจอ พอขึ้นม.ปลายก็ไม่มีใครพ่อถึงเรื่องที่จะมีน้องอีกเลย จนมาถึงตอนนี้ ปีโป้อยู่ม.ปี1 ไปเรียนพักที่หอกลับบ้าน2-3 อาทิตย์กลับครั้งหนึ่งก็ช่วงวันเสาร์อาทิตย์ คือ ปีโป้สังเกตเห็นแม่กินนมแอนมัม มีอาการฉี่บ่อย ง่วงนอนบ่อย ไม่ค่อยยกของหนัก คือไม่มีใครกล้าบอกปีโแเลยว่าจะมีน้อง จนปีโป้ไปเจอเอกสารเกี่ยวกับการฝากครรภ์ คือพ่อกับแม่ไม่เคยบอกเลย นี้ก็จะเข้า3 เดือนกว่าๆแล้วมั้ง คือไม่มีใครพูดอะไรเลย ยิ่งกลับบ้านมาแต่ล่ะครั้งปีโป้เริ่มเห็นอาหารบำรุงของคนท้อง  พ่อก็ไม่พูดแม่ก็ไม่พูด คือไม่มีใครพูดเลย คือก็รู้สึกมือสั่นมากเมื่อเจอเอกสารอันนั้น มันทำให้เราน้ำตาไหล คือสภาพแวดล้อมมันกดดันว่าเราเป็นความหวังของพ่อแม่เราเป็นลูกคนเดียว แต่พอรู้ว่าเราไม่อยากมีน้องก็ไม่มีใครบอกจนปีโป้รู้เอง ตอนนี้คือเสียใจมาก
  ปีโป้คิดว่าอาจจะเป็นเรื่องไร้สาระกับคนที่อ่าน แต่คุณมิใช่ปีโป้ ไม่เข้าใจจุดๆนี้หรอกค่ะ คือโดนคาดหวังมาตลอด แต่พอมาเป็นเรื่องภายในครอบตรัวเรื่องนี้ที่เป็นปมภายในใจ คือรับไม่ได้ค่ะ แต่เด็กเราผ่านอะไรมาด้วยความยากลำบากด้วยกันสามคนพ่อแม่ลูก แต่พอมีอีกคนโผล่มา มันทำให้เรารู้สึกเหมือนส่วนเกิน
ไม่แน่คนที่ได้อ่านโพสนี่คนโพสอาจล่วงลับไปแล้วก็ได้  
คือทางออกอาจจะมีหลายทาง ถ้าเลือกได้ก็ไม่อยากเกิดด้วยซ้ำ
#รบกวนใครพอจะทราบเกี่ยวกับการสอบชิงทุนไปต่างประเทศฝากแปะลิงค?ไว้หน่อยนะคะ บางทีการหนีไปอยู่ไกลๆอาจจะดีกว่านี้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่