ผู้ส่งออกหวั่นคู่ค้าหนี ซื้อข้าวหอมกัมพูชา
http://www.thansettakij.com/content/336735
ผู้ส่งออกหวั่น จีน ฮ่องกง อเมริกา แห่ไปซื้อข้าวหอมกัมพูชา เหตุราคาถูกและคุณภาพใกล้เคียงไทย ชี้ถ้าไทยไม่พัฒนาใน 2-3 ปีอาจเสียตลาดได้
นาย
ชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงกรณีที่ข้าวหอมของกัมพูชาได้รับรางวัลข้าวที่ดีที่สุดในโลกในปีนี้ว่า ต้องยอมรับตลาดให้ความสนใจกับข้าวหอมมะลิของกัมพูชามากขึ้น โดยเฉพาะตลาดจีนซึ่งมีโควตาพิเศษให้กับข้าวหอมมะลิกัมพูชาสำหรับนำเข้าไปจีนปีละ 2 แสนตัน ซึ่งตลาดที่น่าเป็นห่วงไม่ว่าจะเป็นตลาดจีน สหรัฐฯ ฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลเซีย ล้วนเป็นตลาดใหญ่ของไทยและนิยมบริโภคข้าวหอมมะลิ
ดังนั้นในอนาคตหากไทยยังไม่ปรับปรุงเรื่องพันธุ์ข้าวอาจสูญเสียตลาดนี้ไปได้ เพราะราคาข้าวหอมมะลิของกัมพูชาถือว่าถูกกว่าไทยมาก โดยราคาข้าวหอมมะลิของกัมพูชาอยู่ที่ 900 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน ข้าวหอมมะลิไทยราคาอยู่ที่ 1,100 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน ซึ่งต่างกันถึง 200 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน
“ห่วงว่าลูกค้าอาจจะหันไปซื้อข้าวหอมมะลิจากคู่แข่งมากขึ้น ส่วนราคาข้าวหอมมะลิเวียดนามอยู่ที่ 600 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน ซึ่งการทำตลาดในอนาคตก็อาจจะยากมากขึ้นสำหรับข้าวหอมมะลิไทย”
สำหรับปริมาณส่งออกเทียบคู่แข่งในปีนี้พบว่า ไทยมีปริมาณส่งออกข้าวหอมมะลิลดลง 20% จากส่งออก 2 ล้านตัน ปัจจุบันส่งออกไป 1.6 ล้านตัน กัมพูชาส่งออก 5-6 แสนตัน และเวียดนามส่งออกเพิ่มขึ้นมา 2 ล้านตัน จากเดิมส่งออกเพียงหลักหมื่นเท่านั้น หากไทยไม่ทำอะไร ก็จะมีผลกระทบกับข้าวหอมมะลิไทย เพราะคู่แข่งต่างมีการพัฒนาพันธุ์ข้าว มีการดูแลผลผลิตดีมากขึ้น ความนิยมข้าวหอมมะลิกัมพูชาจะมีมากขึ้นหลังจากนี้ไป
“ถ้าข้าวหอมมะลิไทยราคาสูงกว่ากัมพูชาและเวียดนาม เชื่อว่าลูกค้าหันไปซื้อข้าวกัมพูชามากขึ้น โดยเฉพาะตลาดสหรัฐฯที่เคยซื้อข้าวหอมมะลิไทยปีละ 4 แสนตัน ก็อาจจะหันมาซื้อข้าวหอมจากกัมพูชามากขึ้น”
ดังนั้นถ้าไทยไม่พัฒนาหรือปรับปรุงพันธ์ุข้าวของเรา ใน 2-3 ปีเราอาจจะถูกกัมพูชาแย่งตลาดและขึ้นเป็นเบอร์ 1 แทนไทยได้ น่าเป็นห่วงสำหรับข้าวไทยในอนาคต ซึ่งเราเองได้มีการเสนอปัญหาไปยังหน่วยงานภาครัฐถึงปัญหาเรื่องคุณภาพข้าวโดยเฉพาะความหอมของข้าวที่ลดลง หรือแม้แต่การพัฒนาสายพันธุ์ข้าวที่ยังมีการพัฒนาไม่หลากหลาย รวมไปถึงภาคการผลิตการเก็บเกี่ยวที่ยังไม่มีคุณภาพที่ดี ส่งผลให้ความหอมของข้าวไทยมีน้อยลง ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วง
JJNY : ผู้ส่งออกหวั่นคู่ค้าหนี ซื้อข้าวหอมกัมพูชา /‘สมคิด’บี้คลัง-ททท.เร่งออกมาตรการดึงท่องเที่ยวไทยช่วงไฮซีซั่น
http://www.thansettakij.com/content/336735
ผู้ส่งออกหวั่น จีน ฮ่องกง อเมริกา แห่ไปซื้อข้าวหอมกัมพูชา เหตุราคาถูกและคุณภาพใกล้เคียงไทย ชี้ถ้าไทยไม่พัฒนาใน 2-3 ปีอาจเสียตลาดได้
นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงกรณีที่ข้าวหอมของกัมพูชาได้รับรางวัลข้าวที่ดีที่สุดในโลกในปีนี้ว่า ต้องยอมรับตลาดให้ความสนใจกับข้าวหอมมะลิของกัมพูชามากขึ้น โดยเฉพาะตลาดจีนซึ่งมีโควตาพิเศษให้กับข้าวหอมมะลิกัมพูชาสำหรับนำเข้าไปจีนปีละ 2 แสนตัน ซึ่งตลาดที่น่าเป็นห่วงไม่ว่าจะเป็นตลาดจีน สหรัฐฯ ฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลเซีย ล้วนเป็นตลาดใหญ่ของไทยและนิยมบริโภคข้าวหอมมะลิ
ดังนั้นในอนาคตหากไทยยังไม่ปรับปรุงเรื่องพันธุ์ข้าวอาจสูญเสียตลาดนี้ไปได้ เพราะราคาข้าวหอมมะลิของกัมพูชาถือว่าถูกกว่าไทยมาก โดยราคาข้าวหอมมะลิของกัมพูชาอยู่ที่ 900 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน ข้าวหอมมะลิไทยราคาอยู่ที่ 1,100 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน ซึ่งต่างกันถึง 200 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน
“ห่วงว่าลูกค้าอาจจะหันไปซื้อข้าวหอมมะลิจากคู่แข่งมากขึ้น ส่วนราคาข้าวหอมมะลิเวียดนามอยู่ที่ 600 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน ซึ่งการทำตลาดในอนาคตก็อาจจะยากมากขึ้นสำหรับข้าวหอมมะลิไทย”
สำหรับปริมาณส่งออกเทียบคู่แข่งในปีนี้พบว่า ไทยมีปริมาณส่งออกข้าวหอมมะลิลดลง 20% จากส่งออก 2 ล้านตัน ปัจจุบันส่งออกไป 1.6 ล้านตัน กัมพูชาส่งออก 5-6 แสนตัน และเวียดนามส่งออกเพิ่มขึ้นมา 2 ล้านตัน จากเดิมส่งออกเพียงหลักหมื่นเท่านั้น หากไทยไม่ทำอะไร ก็จะมีผลกระทบกับข้าวหอมมะลิไทย เพราะคู่แข่งต่างมีการพัฒนาพันธุ์ข้าว มีการดูแลผลผลิตดีมากขึ้น ความนิยมข้าวหอมมะลิกัมพูชาจะมีมากขึ้นหลังจากนี้ไป
“ถ้าข้าวหอมมะลิไทยราคาสูงกว่ากัมพูชาและเวียดนาม เชื่อว่าลูกค้าหันไปซื้อข้าวกัมพูชามากขึ้น โดยเฉพาะตลาดสหรัฐฯที่เคยซื้อข้าวหอมมะลิไทยปีละ 4 แสนตัน ก็อาจจะหันมาซื้อข้าวหอมจากกัมพูชามากขึ้น”
ดังนั้นถ้าไทยไม่พัฒนาหรือปรับปรุงพันธ์ุข้าวของเรา ใน 2-3 ปีเราอาจจะถูกกัมพูชาแย่งตลาดและขึ้นเป็นเบอร์ 1 แทนไทยได้ น่าเป็นห่วงสำหรับข้าวไทยในอนาคต ซึ่งเราเองได้มีการเสนอปัญหาไปยังหน่วยงานภาครัฐถึงปัญหาเรื่องคุณภาพข้าวโดยเฉพาะความหอมของข้าวที่ลดลง หรือแม้แต่การพัฒนาสายพันธุ์ข้าวที่ยังมีการพัฒนาไม่หลากหลาย รวมไปถึงภาคการผลิตการเก็บเกี่ยวที่ยังไม่มีคุณภาพที่ดี ส่งผลให้ความหอมของข้าวไทยมีน้อยลง ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วง