🤷🏹😱THE GLOVES FINAL 2018 #4 ถุงมือเรื่องสั้น คู่ที่ 4 "ถุงมือนักเรียน"+ "ถุงมือยาง" ตอน "ผิดคาด"😱🏹🤷

กระทู้คำถาม


เริ่มถุงมือเรื่องสั้นคู่แรกของเกมที่ 4 และเป็นถุงมือเรื่องสั้นคู่ที่ 4 ด้วยเช่นกันครับ

เป็นเรื่องราวระหว่างครูในโรงเรียนกับนักเรียนตัวแสบ คุณครูเข้าห้องมาเพื่อจะสอน แต่พอหยิบชอล์คมาเขียนกระดาน ปรากฏว่าเขียนไม่ได้ เขียนไม่ติด เบื้องต้นเห็นว่าชอล์คนั้นเป็นปูนปลาสเตอร์ แต่พอเปลี่ยนชอล์คมาใหม่ก็เขียนไม่ติดอีก และน่าประหลาดเพราะเวลาเอามือจับชอล์ค มือก็เปื้อนชอล์ค ประหลาดมากกว่านั้นคือ พอลองเอาชอล์คขีดเขียนบนโต๊ะไม้ กลับเขียนได้!!

ความโกลาหลวุ่นวายนี้จะลงเอยอย่างไร ติดตามอ่านกันครับ...

จบแล้ว อย่าลืมมอบเกรดให้แก่นักเขียนทั้งสอง ก่อนจะหาให้เจอว่า คือใคร กับใคร... อมยิ้ม19questionquestion







ท่ามเสียงพูดคุยอันวุ่นวายของเหล่านักเรียนมัธยมปลายห้อง 5/4 ของโรงเรียนอัศววิทยา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์กลับผุดขึ้นที่มุมปากของนักเรียนคนหนึ่ง เขามองไปด้านหน้าห้องคล้ายรอคอยอะไรบางอย่าง

หึ หึ…

ใกล้ถึงเวลาแล้ว...


ไม่นานเสียงของนักเรียนวัยรุ่นต้องเบาลงจนถึงขั้นเงียบ เมื่อคนผู้หนึ่งเข้ามา

อาจารย์ประจำชั้นห้อง 5/4

“เสียงดังกันเหลือเกิน”

อาจารย์หญิงวัยกลางคนว่าขึ้นทันทีตั้งแต่ยังไม่ถึงกลางห้อง เขาหันมองเหล่านักเรียนจอมแสบที่เพิ่งเงียบเสียง ด้วยประสบการณ์การเป็นครูหลายปีย่อมรู้ว่าการเงียบนี้เป็นเพียงชั่วคราว

มาแล้ว...

“นักเรียนเคารพ”

หัวหน้าห้องสั่งทำความเคารพตามแบบแผนอันมีมาช้านานของประเทศไทย พอทั้งหมดนั่งลงจากการยืนทำความเคารพ อาจารย์หญิงวัยกลางคนผงกศีรษะหนึ่งครั้งค่อยพูดต่อว่า

“อย่าถือว่าเป็นห้องคิงแล้วคุยเสียงดังกันได้ นั่งเรียบร้อยเป็นแบบอย่างให้ห้องอื่นสักหน่อยสิ”

นักเรียนหลายคนในห้องรับฟัง มีพยักหน้ารับบ้าง มีไม่สนใจบ้าง บางคนคล้ายไม่ได้รับฟังเสียด้วย

“เอาล่ะ เรามาดูเรื่องที่เราจะพูดกันวันนี้” อาจารย์หญิงวัยกลางคนพูดต่อ พลางเดินไปหยิบชอล์กในกล่องขึ้นมาแท่งหนึ่ง แล้วจรดลงบนพื้นกระดานดำ

เสียงลากของชอล์กดังขึ้นตามการเขียนของผู้เป็นอาจารย์

แต่ว่ากลับไม่ปรากฎตัวหนังสือหรือรอยชอล์กขึ้นมาแม้แต่น้อย!!

อาจารย์วัยกลางคนทำหน้างง แล้วก็เดินไปหยิบชอล์กแท่งใหม่ เอามาเขียนอีกครั้ง

ทว่ายังเป็นเช่นเดิม เขียนลงไปก็มีเพียงรอยบาง ๆ ไม่ปรากฎข้อความที่เป็นรอยชอล์กแม้แต่น้อย ยิ่งพอผู้เป็นอาจารย์ลองเปลี่ยนชอล์กแท่งใหม่อีก ไม่ว่าแท่งไหนก็ได้ผลเช่นเดิม

“นี่มันอะไรกัน!!!”

เสียงร้องของอาจารย์ดังขึ้น นักเรียนของห้อง 5/4 ต่างมองไปยังผู้สอน ทุกคนรู้ว่าตอนนี้อาจารย์ประจำชั้นของตัวเองกำลังโดนอะไร

หึ โดนแล้ว…

นักเรียนผู้หนึ่งนึกในใจ รอยยิ้มพึงพอใจปรากฎที่มุมปากยิ่งกว่าเดิม

เป็นไปตามแผน…

“โดนราชาแห่งการแกล้งเล่นแล้วจารย์”

เตมีย์ นักเรียนชายท่าทางกวนหลังห้องตะโกนขึ้นมา เขาหัวเราะคิกคักคล้ายชอบใจที่อาจารย์โดนแกล้งอย่างนี้

“มีอะไรหรือคะอาจารย์ยุพา” เอริกา นักเรียนหญิงหัวหน้าของห้องนี้รีบถามอาจารย์หญิงวัยกลางคน

“เอริกา.. ชอล์กทั้งกล่องมันไม่ใช่ชอล์กน่ะสิ มันเป็นปูนพลาสเตอร์ที่ทำเป็นรูปชอล์ก!!” อาจารย์ยุพาบอกเธอไป

“อะไรนะครับ เป็นปูนพลาสเตอร์รูปชอล์กเหรอ ขอผมดูหน่อยได้ไหม” เมชิต นักเรียนชายท่าทางไฮเปอร์พูดขึ้นบ้าง แล้วลุกขึ้นไปหาอาจารย์ยุพาโดยไม่ได้ฟังเสียงตอบรับก่อน

เมชิตหยิบชอล์กในกล่องที่อยู่บนร่องกระดานดำขึ้นมาดู เพ่งพิจารณาคล้ายวิเคราะห์องค์ประกอบของมัน ค่อยพยักหน้ากับตัวเอง

“เป็นปูนพลาสเตอร์จริง ๆ ด้วย ผมขอเก็บไว้เป็นตัวอย่างนะครับ”

อาจารย์ยุพาทำหน้าหน่าย ดูท่าการโฮมรูมจะวุ่นวายเสียแล้ว

“เธอจะเอาไปไหนก็เอาไปเถอะเมชิต แต่เธอช่วยไปเบิกกล่องใหม่มาให้อาจารย์มาเร็ว” อาจารย์ยุพาบอกกับเมชิต

“ได้ครับ เดี๋ยวผมจะรีบไปเอามาให้” พูดจบเมชิตเอากล่องชอล์กปลอมนั่นไป แล้วออกนอกห้องไปเบิกชอล์กให้อาจารย์

ไม่ใช่แค่ห้องนี้ที่ชอล์กถูกเปลี่ยนให้เป็นชอล์กปลอมปูนพลาสเตอร์ เพราะใน ม.5 อีกสองห้องก็โดนลักษณะเดียวกัน รวมทั้ง ม.4 และ ม.6 ก็โดนแบบนี้อีกระดับละสามห้องด้วย

--------------------------------------------------------------------------------------------------

จบส่วนที่ 1 โดย "ถุงมือนักเรียน"

--------------------------------------------------------------------------------------------------


ส่วนที่ 2 โดย "ถุงมือยาง"


อาจารย์ยุพายิ้มพลางส่ายหน้าเล็กน้อยเมื่อได้รับชอล์กกล่องใหม่ ตะโกนบอกนักเรียนในห้องที่ยังคุยกันอยู่อย่างวุ่นวายให้เงียบลง  กลุ่มเด็กพากันขยับเข้าประจำที่นั่ง  แต่รอยยิ้มตรงมุมปากของคนผู้หนึ่งเหมือนจะยิ่งขยายกว้าง  ประหนึ่งเรื่องสนุกสนานนั้นกำลังเพิ่งจะเริ่มต้น

อาจารย์หญิงเดินเอากล่องชอล์กไปวางไว้บนโต๊ะ  ดึงออกมาแท่งหนึ่งจากกล่อง  ขมวดคิ้วเพ่งดูพลางลูบสำรวจว่าเป็นชอล์กจริง ๆ  และจะไม่เป็นปัญหาแบบเมื่อกี้อีก  จากนั้นหันไปยังกระดานดำ  

“เอาล่ะ เรามาดูเรื่องที่เราจะพูดกันวันนี้”   อาจารย์หญิงวัยกลางคนพูดประโยคเดิมอีกครั้ง   แล้วจรดแท่งชอล์กลง

เสียงลากชอล์กกับแผ่นไม้ดังขึ้นตามการขีดเขียน

แต่ว่ากลับไม่ปรากฏตัวหนังสือหรือรอยชอล์กขึ้นมาแม้แต่น้อย!!

อาจารย์วัยกลางคนทำหน้างง   แล้วก็กระแทกแท่งชอล์กเข้ากับกระดานดำจนหักครึ่งด้วยความโมโห

นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน   ?

ขณะที่เจ้าของรอยยิ้มถึงกับก้มหน้าลงต่ำเพราะอดหัวเราะไม่ได้  

เมชิตเด็กไฮเปอร์ลุกขึ้นยืน  พลางตะโกนออกไปหน้าห้อง

“มีอะไรหรือครับอาจารย์  “

ไม่รอได้รับคำตอบ  เมชิตเดินออกจากโต๊ะไปหาอาจารย์อีกครั้ง  ขณะที่เอริกาหัวหน้าห้องก็ลุกจากโต๊ะก้าวตามมาด้วยกัน  

อาจารย์หญิงยื่นชอล์กครึ่งที่เหลือในมือให้แก่เมชิตด้วยท่าทางหงุดหงิด ขณะที่เอริกาก้มลงเก็บครึ่งที่หักตกอยู่กับพื้น แล้วทั้งสองก็ต้องทำหน้าเหรอ   หันไปมองอาจารย์ยุพาอย่างงุนงง  เมื่อเห็นว่าในมือก็คือชอล์กเขียนกระดานธรรมดา ๆ นี่เอง เศษผงยิบซั่มเล็ก ๆ จากการแตกหักที่ตามพื้น และเปื้อนมืออยู่เป็นหลักฐานได้อย่างชัดเจน  

“มันเขียนไม่ได้ “  

อาจารย์ประจำชั้นของทั้งคู่ตอบห้วน ๆ   เพราะไม่รู้จะอธิบายอย่างไรต่อ

เอริกากับเมชิตต่างก็ก้มลงมองชอล์กครึ่งแท่งในมือ  จากนั้นหันไปที่กระดานเหมือนกับนัดกันไว้  พลางจรดแท่งชอล์กลงลากเป็นเส้น

แล้วก็เป็นอย่างที่อาจารย์พูดไว้จริง ๆ คือเขียนไม่ได้   ขณะที่นักเรียนทั้งคู่ลากแท่งชอล์กไปตามพื้นกระดานดำนั้น  ไม่มีเส้นสายใด ๆ จะปรากฏออกมาเลยแม้แต่น้อย

เมชิตยืนเกาหัวพลางอธิบายต่ออาจารย์ประจำชั้นด้วยเสียงดัง  ซึ่งก็พลอยให้เพื่อนร่วมชั้นได้ยินด้วยกันทั้งหมด

“เมื่อกี้ตอนผมไปเปลี่ยนชอล์ก  ตอนรอภารโรงมาเปิดตู้เก็บของก็เจอเด็กชั้นอื่นกับห้องอื่นอีกแปดห้อง  ทุกห้องถูกสับเปลี่ยนเป็นชอล์กปูนพลาสเตอร์เหมือนกันหมด  ตอนนั้นครูสมศักดิ์ก็ดูกันอยู่กับพวกผม  “

เมชิตเว้นช่วงไปชั่วครู่พลางกวาดตาไปรอบ ๆ ห้องอย่างสงสัยว่าในห้องนี้จะมีใครสักคนเล่นพิเรนทร์ข้ามห้องถึงขนาดนั้นเชียวหรือ   ซึ่งก็ได้เห็นถึงลักษณะสีหน้าและแววตาแตกต่างกันออกไป  ทั้งตื่นเต้นสงสัย  งุนงง  และสนุกสนาน

สุดท้ายก็กวาดสายตามาหยุดตรงอาจารย์ประจำชั้น  และก็ได้เห็นว่ากำลังถลึงตาจ้องมา  เด็กหนุ่มกระแอมแก้เขินเล็กน้อยแล้วรีบพูดต่อ  

“ภารโรงว่าเมื่อวานตอนบ่ายแกเป็นคนเปิดตู้นำกล่องชอล์กไปวางไว้เองที่ทุกห้องเรียน  อาจารย์สมศักดิ์ก็เลยขนชอล์กในตู้ที่เหลืออยู่มาเปิดสำรวจทุกกล่อง  ซึ่งพวกเราก็เห็นเหมือนกันหมดว่าเป็นชอล์กธรรมดาทั่วไป  แล้วอาจารย์ก็เอาให้พวกผมมาคนละกล่อง  ส่วนชอล์กที่เป็นปัญหาแกถือกลับห้องพักครูไป  ”

เมชิตก็หมุนร่างหันไปยังกระดานดำแล้วขีดแท่งชอล์กแบบแรง ๆ อีกครั้งคล้ายจะข้องใจ แต่ผลที่ได้ก็เป็นเช่นเดิมคือบนกระดานไร้รอยเส้นใด ๆ ขึ้นมาทั้งสิ้น  เหมือนยังไม่สะใจเด็กหนุ่มเดินไปยังโต๊ะครูแล้วก็ขีดเส้นลงไปบนหน้าโต๊ะซึ่งเป็นแผ่นไม้   แล้วก็ทำท่างุนงงไปเมื่อเห็นว่าบนโต๊ะปรากฏเส้นชอล์กสีขาวอยู่อย่างชัดเจน

เอริกาก็เห็นเช่นกันยกชอล์กในมือขึ้นดูด้วยความสงสัย  อยากทดลองขีดดูบ้าง  แต่ไม่ได้มีความกล้าและด้านเหมือนเมชิต  หันรีหันขวางอยู่ชั่วครู่ก็วิ่งออกไปนอกห้อง  ลองขีดแท่งชอล์กกับพื้นคอนกรีต   ซึ่งผลที่ได้ก็คือมีเส้นสีขาวปรากฏอยู่บนพื้นเป็นปกติเหมือนกับถูกชอล์กทั่วไปขีด  

คราวนี้นักเรียนทั้งห้องต่างก็ลุกขึ้นมารุมล้อมสำรวจชอล์กกล่องนั้น  ในที่สุดเมชิตก็พบว่า ปัญหาอยู่ที่กระดานดำนั่นเอง  พื้นของกระดานที่ตามปกติจะมีความหยาบอยู่บ้าง  แต่ขณะนี้มันกลับลื่นคล้ายหน้าของไวท์บอร์ด   เนื่องจากสีเขียวเข้มของกระดานยังออกเป็นสีด้าน  ในตอนแรกจึงไม่มีใครจะสังเกตเห็นว่ามีความผิดปกติ   แต่เมื่อเอามือไปลูบก็จะพบว่าเป็นมันลื่นเหมือนมีใครเอาฟิล์มใสมาเคลือบทับไว้อยู่  

วันนี้คงเขียนกระดานไม่ได้และยังไม่รู้เลยว่าจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร  อาจารย์ยุพาเลยหมดอารมณ์ที่จะโฮมรูม  ได้แต่กล่าวสั้น ๆ ต่ออีกเล็กน้อย  บอกให้นักเรียนอยู่กันเงียบ ๆ แล้วก็เดินออกจากห้องไป

หลังจากคล้อยหลังอาจารย์ยุพา  ในห้องก็เต็มไปด้วยเสียงจ้อกแจ้กจอแจ  ซึ่งหัวข้อก็ไม่พ้นเรื่องชอล์กกับกระดาน และในที่สุดกลุ่มเด็กนักเรียนนำโดยเตมีย์และเมชิตก็พากันรุมล้อมโต๊ะของชาติชายซึ่งได้ฉายาว่าราชาแห่งการแกล้งและกำลังนั่งหัวเราะอยู่กับโต๊ะอย่างชอบอกชอบใจ

.. นายใช่ไหมที่ทำเรื่องนี้   .. นายทำได้อย่างไร  .. นายคิดยังไงถึงทำลงไป  .. นายใช้วิธีไหนกับกระดาน  

สารพัดคำถามที่หลั่งไหลมาจากเพื่อนร่วมห้อง  ยิ่งทำให้ชาติชายหัวใจพองโต  เขาเหลือบไปทางมุมห้องซึ่งมีเพื่อนคนหนึ่งนั่งเงียบอยู่ตลอดเวลา  คนนั่ง โต๊ะนั้นดูเหมือนจะอยู่นิ่ง ๆ มาตั้งแต่แรก   ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเด็กหนุ่มคนนั้นก็ยังนั่งดูอยู่เงียบ ๆ  และก็เป็นปกติที่จะไม่มีใครสนใจเขาเช่นเดียวกัน

ชาติชายนึกย้อนไปเจ็ดแปดวันที่ผ่านมา   ขณะที่เขากำลังขับมอเตอร์ไซด์กลับมาจากตลาด  ก็เจอเข้ากับสมบุญเพื่อนร่วมห้องคนนี้  กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ตรงใต้ร่มไม้ข้างทาง หน้าวัดแห่งหนึ่ง

เด็กหนุ่มจอดมอเตอร์ไซด์  ลงจากรถเดินเข้าไปหาสมบุญ  จากนั้นก็ทำเดิม ๆ อย่างที่เคยทำทุกครั้งเมื่อเจอเพื่อนคนนี้คือตบท้ายทอยไปแรง ๆ หนึ่งทีแล้วค่อยเอ่ยปากถาม

“มาป้วนเปี้ยนทำไมแถวนี้    แล้วนั่นเอ็งอ่านอะไร  หนังสือโป๊หรือเปล่าวะ  ได้ของดีมาจากบ้านไหน.. “

ชาติชาติถามพลางชะเง้อดูของในมือของเพื่อนซึ่งทำเป็นลับ ๆ ล่อ ๆ ซ่อนไว้ทางข้างหลัง

ที่ถามแบบนี้เพราะรู้อาชีพของบ้านสมบุญดีว่าเป็นพวกเก็บของเก่าตามบ้านหรือถังขยะไปขาย  และทุกเสาร์อาทิตย์หรือปิดเทอมสมบุญจะต้องปั่นจักรยานพ่วงตะกร้าใบใหญ่อยู่สองฟากข้างออกช่วยที่บ้านทำงาน

ร่างในเสื้อผ้าเก่า ๆ มอ ๆ เงยหน้าขึ้นมายิ้มแหย ๆ  ให้กับเพื่อน  พลางพูดเบา ๆ

“ไม่ใช่  “

“งั้นอะไร  ข้าเดินมาเห็นแต่ไกลว่าเอ็งตั้งใจอ่านแบบไม่สนโลก  ถ้าไม่ใช่หนังสือโป๊มันจะเป็นอะไรได้   เอามานี่  ชักช้าเดี๋ยวโดนเตะ”

ชาติชายยื่นมือออกไปรอรับหนังสือจากเพื่อนร่วมห้องที่ส่งมาให้อย่างออดแอดไม่เต็มใจนัก   เมื่อได้ของมาแล้วก็ถีบส่งให้อีกหนึ่งที  พลางตวาดซ้ำ

“ช้าดีนัก  รู้ว่าช้าแล้วจะโดนก็ยังช้า   ต้องแถมให้สมใจเอ็งสักหน่อย  “

ชาติชายเปิดหนังสือบาง ๆ  เก่าคร่ำคร่า  แล้วก็ขมวดคิ้ว   เปรยขึ้นมาเบา ๆ

“หนังสือบ้าอะไรวะ อ่านไม่ออก มีแต่ยันต์กับตัวหนังสือยึก ๆ ยือ ๆ  แล้วเอ็งนั่งดูตั้งนานคือพยายามอ่านไอ้ตัวหนังสือลายไส้เดือนถูกขี้เถ้านี่น่ะหรือ “

บุญสมยิ้มแหย ๆ   เห็นเพื่อนละความสนใจจากหนังสือ  แต่ดูเหมือนว่าจะยังไม่คืนให้หากไม่ได้รับคำอธิบาย  เลยต้องพูดออกไป

“มันเป็นหนังสือคาถาโบราณ  มีคำเขียนแปลไว้หน้าหลัง ๆ“

ชาติชายหัวเราะ  

(มีต่อครับ)
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่