เริ่มถุงมือเรื่องสั้นคู่แรกของเกมที่ 4 และเป็นถุงมือเรื่องสั้นคู่ที่ 4 ด้วยเช่นกันครับ
เป็นเรื่องราวระหว่างครูในโรงเรียนกับนักเรียนตัวแสบ คุณครูเข้าห้องมาเพื่อจะสอน แต่พอหยิบชอล์คมาเขียนกระดาน ปรากฏว่าเขียนไม่ได้ เขียนไม่ติด เบื้องต้นเห็นว่าชอล์คนั้นเป็นปูนปลาสเตอร์ แต่พอเปลี่ยนชอล์คมาใหม่ก็เขียนไม่ติดอีก
และน่าประหลาดเพราะเวลาเอามือจับชอล์ค มือก็เปื้อนชอล์ค ประหลาดมากกว่านั้นคือ พอลองเอาชอล์คขีดเขียนบนโต๊ะไม้ กลับเขียนได้!!
ความโกลาหลวุ่นวายนี้จะลงเอยอย่างไร ติดตามอ่านกันครับ...
จบแล้ว อย่าลืมมอบเกรดให้แก่นักเขียนทั้งสอง ก่อนจะหาให้เจอว่า คือใคร กับใคร...


ท่ามเสียงพูดคุยอันวุ่นวายของเหล่านักเรียนมัธยมปลายห้อง 5/4 ของโรงเรียนอัศววิทยา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์กลับผุดขึ้นที่มุมปากของนักเรียนคนหนึ่ง เขามองไปด้านหน้าห้องคล้ายรอคอยอะไรบางอย่าง
หึ หึ…
ใกล้ถึงเวลาแล้ว...
ไม่นานเสียงของนักเรียนวัยรุ่นต้องเบาลงจนถึงขั้นเงียบ เมื่อคนผู้หนึ่งเข้ามา
อาจารย์ประจำชั้นห้อง 5/4
“เสียงดังกันเหลือเกิน”
อาจารย์หญิงวัยกลางคนว่าขึ้นทันทีตั้งแต่ยังไม่ถึงกลางห้อง เขาหันมองเหล่านักเรียนจอมแสบที่เพิ่งเงียบเสียง ด้วยประสบการณ์การเป็นครูหลายปีย่อมรู้ว่าการเงียบนี้เป็นเพียงชั่วคราว
มาแล้ว...
“นักเรียนเคารพ”
หัวหน้าห้องสั่งทำความเคารพตามแบบแผนอันมีมาช้านานของประเทศไทย พอทั้งหมดนั่งลงจากการยืนทำความเคารพ อาจารย์หญิงวัยกลางคนผงกศีรษะหนึ่งครั้งค่อยพูดต่อว่า
“อย่าถือว่าเป็นห้องคิงแล้วคุยเสียงดังกันได้ นั่งเรียบร้อยเป็นแบบอย่างให้ห้องอื่นสักหน่อยสิ”
นักเรียนหลายคนในห้องรับฟัง มีพยักหน้ารับบ้าง มีไม่สนใจบ้าง บางคนคล้ายไม่ได้รับฟังเสียด้วย
“เอาล่ะ เรามาดูเรื่องที่เราจะพูดกันวันนี้” อาจารย์หญิงวัยกลางคนพูดต่อ พลางเดินไปหยิบชอล์กในกล่องขึ้นมาแท่งหนึ่ง แล้วจรดลงบนพื้นกระดานดำ
เสียงลากของชอล์กดังขึ้นตามการเขียนของผู้เป็นอาจารย์
แต่ว่ากลับไม่ปรากฎตัวหนังสือหรือรอยชอล์กขึ้นมาแม้แต่น้อย!!
อาจารย์วัยกลางคนทำหน้างง แล้วก็เดินไปหยิบชอล์กแท่งใหม่ เอามาเขียนอีกครั้ง
ทว่ายังเป็นเช่นเดิม เขียนลงไปก็มีเพียงรอยบาง ๆ ไม่ปรากฎข้อความที่เป็นรอยชอล์กแม้แต่น้อย ยิ่งพอผู้เป็นอาจารย์ลองเปลี่ยนชอล์กแท่งใหม่อีก ไม่ว่าแท่งไหนก็ได้ผลเช่นเดิม
“นี่มันอะไรกัน!!!”
เสียงร้องของอาจารย์ดังขึ้น นักเรียนของห้อง 5/4 ต่างมองไปยังผู้สอน ทุกคนรู้ว่าตอนนี้อาจารย์ประจำชั้นของตัวเองกำลังโดนอะไร
หึ โดนแล้ว…
นักเรียนผู้หนึ่งนึกในใจ รอยยิ้มพึงพอใจปรากฎที่มุมปากยิ่งกว่าเดิม
เป็นไปตามแผน…
“โดนราชาแห่งการแกล้งเล่นแล้วจารย์”
เตมีย์ นักเรียนชายท่าทางกวนหลังห้องตะโกนขึ้นมา เขาหัวเราะคิกคักคล้ายชอบใจที่อาจารย์โดนแกล้งอย่างนี้
“มีอะไรหรือคะอาจารย์ยุพา” เอริกา นักเรียนหญิงหัวหน้าของห้องนี้รีบถามอาจารย์หญิงวัยกลางคน
“เอริกา.. ชอล์กทั้งกล่องมันไม่ใช่ชอล์กน่ะสิ มันเป็นปูนพลาสเตอร์ที่ทำเป็นรูปชอล์ก!!” อาจารย์ยุพาบอกเธอไป
“อะไรนะครับ เป็นปูนพลาสเตอร์รูปชอล์กเหรอ ขอผมดูหน่อยได้ไหม” เมชิต นักเรียนชายท่าทางไฮเปอร์พูดขึ้นบ้าง แล้วลุกขึ้นไปหาอาจารย์ยุพาโดยไม่ได้ฟังเสียงตอบรับก่อน
เมชิตหยิบชอล์กในกล่องที่อยู่บนร่องกระดานดำขึ้นมาดู เพ่งพิจารณาคล้ายวิเคราะห์องค์ประกอบของมัน ค่อยพยักหน้ากับตัวเอง
“เป็นปูนพลาสเตอร์จริง ๆ ด้วย ผมขอเก็บไว้เป็นตัวอย่างนะครับ”
อาจารย์ยุพาทำหน้าหน่าย ดูท่าการโฮมรูมจะวุ่นวายเสียแล้ว
“เธอจะเอาไปไหนก็เอาไปเถอะเมชิต แต่เธอช่วยไปเบิกกล่องใหม่มาให้อาจารย์มาเร็ว” อาจารย์ยุพาบอกกับเมชิต
“ได้ครับ เดี๋ยวผมจะรีบไปเอามาให้” พูดจบเมชิตเอากล่องชอล์กปลอมนั่นไป แล้วออกนอกห้องไปเบิกชอล์กให้อาจารย์
ไม่ใช่แค่ห้องนี้ที่ชอล์กถูกเปลี่ยนให้เป็นชอล์กปลอมปูนพลาสเตอร์ เพราะใน ม.5 อีกสองห้องก็โดนลักษณะเดียวกัน รวมทั้ง ม.4 และ ม.6 ก็โดนแบบนี้อีกระดับละสามห้องด้วย
--------------------------------------------------------------------------------------------------
จบส่วนที่ 1 โดย "ถุงมือนักเรียน"
--------------------------------------------------------------------------------------------------
ส่วนที่ 2 โดย "ถุงมือยาง"
อาจารย์ยุพายิ้มพลางส่ายหน้าเล็กน้อยเมื่อได้รับชอล์กกล่องใหม่ ตะโกนบอกนักเรียนในห้องที่ยังคุยกันอยู่อย่างวุ่นวายให้เงียบลง กลุ่มเด็กพากันขยับเข้าประจำที่นั่ง แต่รอยยิ้มตรงมุมปากของคนผู้หนึ่งเหมือนจะยิ่งขยายกว้าง ประหนึ่งเรื่องสนุกสนานนั้นกำลังเพิ่งจะเริ่มต้น
อาจารย์หญิงเดินเอากล่องชอล์กไปวางไว้บนโต๊ะ ดึงออกมาแท่งหนึ่งจากกล่อง ขมวดคิ้วเพ่งดูพลางลูบสำรวจว่าเป็นชอล์กจริง ๆ และจะไม่เป็นปัญหาแบบเมื่อกี้อีก จากนั้นหันไปยังกระดานดำ
“เอาล่ะ เรามาดูเรื่องที่เราจะพูดกันวันนี้” อาจารย์หญิงวัยกลางคนพูดประโยคเดิมอีกครั้ง แล้วจรดแท่งชอล์กลง
เสียงลากชอล์กกับแผ่นไม้ดังขึ้นตามการขีดเขียน
แต่ว่ากลับไม่ปรากฏตัวหนังสือหรือรอยชอล์กขึ้นมาแม้แต่น้อย!!
อาจารย์วัยกลางคนทำหน้างง แล้วก็กระแทกแท่งชอล์กเข้ากับกระดานดำจนหักครึ่งด้วยความโมโห
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ?
ขณะที่เจ้าของรอยยิ้มถึงกับก้มหน้าลงต่ำเพราะอดหัวเราะไม่ได้
เมชิตเด็กไฮเปอร์ลุกขึ้นยืน พลางตะโกนออกไปหน้าห้อง
“มีอะไรหรือครับอาจารย์ “
ไม่รอได้รับคำตอบ เมชิตเดินออกจากโต๊ะไปหาอาจารย์อีกครั้ง ขณะที่เอริกาหัวหน้าห้องก็ลุกจากโต๊ะก้าวตามมาด้วยกัน
อาจารย์หญิงยื่นชอล์กครึ่งที่เหลือในมือให้แก่เมชิตด้วยท่าทางหงุดหงิด ขณะที่เอริกาก้มลงเก็บครึ่งที่หักตกอยู่กับพื้น แล้วทั้งสองก็ต้องทำหน้าเหรอ หันไปมองอาจารย์ยุพาอย่างงุนงง เมื่อเห็นว่าในมือก็คือชอล์กเขียนกระดานธรรมดา ๆ นี่เอง เศษผงยิบซั่มเล็ก ๆ จากการแตกหักที่ตามพื้น และเปื้อนมืออยู่เป็นหลักฐานได้อย่างชัดเจน
“มันเขียนไม่ได้ “
อาจารย์ประจำชั้นของทั้งคู่ตอบห้วน ๆ เพราะไม่รู้จะอธิบายอย่างไรต่อ
เอริกากับเมชิตต่างก็ก้มลงมองชอล์กครึ่งแท่งในมือ จากนั้นหันไปที่กระดานเหมือนกับนัดกันไว้ พลางจรดแท่งชอล์กลงลากเป็นเส้น
แล้วก็เป็นอย่างที่อาจารย์พูดไว้จริง ๆ คือเขียนไม่ได้ ขณะที่นักเรียนทั้งคู่ลากแท่งชอล์กไปตามพื้นกระดานดำนั้น ไม่มีเส้นสายใด ๆ จะปรากฏออกมาเลยแม้แต่น้อย
เมชิตยืนเกาหัวพลางอธิบายต่ออาจารย์ประจำชั้นด้วยเสียงดัง ซึ่งก็พลอยให้เพื่อนร่วมชั้นได้ยินด้วยกันทั้งหมด
“เมื่อกี้ตอนผมไปเปลี่ยนชอล์ก ตอนรอภารโรงมาเปิดตู้เก็บของก็เจอเด็กชั้นอื่นกับห้องอื่นอีกแปดห้อง ทุกห้องถูกสับเปลี่ยนเป็นชอล์กปูนพลาสเตอร์เหมือนกันหมด ตอนนั้นครูสมศักดิ์ก็ดูกันอยู่กับพวกผม “
เมชิตเว้นช่วงไปชั่วครู่พลางกวาดตาไปรอบ ๆ ห้องอย่างสงสัยว่าในห้องนี้จะมีใครสักคนเล่นพิเรนทร์ข้ามห้องถึงขนาดนั้นเชียวหรือ ซึ่งก็ได้เห็นถึงลักษณะสีหน้าและแววตาแตกต่างกันออกไป ทั้งตื่นเต้นสงสัย งุนงง และสนุกสนาน
สุดท้ายก็กวาดสายตามาหยุดตรงอาจารย์ประจำชั้น และก็ได้เห็นว่ากำลังถลึงตาจ้องมา เด็กหนุ่มกระแอมแก้เขินเล็กน้อยแล้วรีบพูดต่อ
“ภารโรงว่าเมื่อวานตอนบ่ายแกเป็นคนเปิดตู้นำกล่องชอล์กไปวางไว้เองที่ทุกห้องเรียน อาจารย์สมศักดิ์ก็เลยขนชอล์กในตู้ที่เหลืออยู่มาเปิดสำรวจทุกกล่อง ซึ่งพวกเราก็เห็นเหมือนกันหมดว่าเป็นชอล์กธรรมดาทั่วไป แล้วอาจารย์ก็เอาให้พวกผมมาคนละกล่อง ส่วนชอล์กที่เป็นปัญหาแกถือกลับห้องพักครูไป ”
เมชิตก็หมุนร่างหันไปยังกระดานดำแล้วขีดแท่งชอล์กแบบแรง ๆ อีกครั้งคล้ายจะข้องใจ แต่ผลที่ได้ก็เป็นเช่นเดิมคือบนกระดานไร้รอยเส้นใด ๆ ขึ้นมาทั้งสิ้น เหมือนยังไม่สะใจเด็กหนุ่มเดินไปยังโต๊ะครูแล้วก็ขีดเส้นลงไปบนหน้าโต๊ะซึ่งเป็นแผ่นไม้
แล้วก็ทำท่างุนงงไปเมื่อเห็นว่าบนโต๊ะปรากฏเส้นชอล์กสีขาวอยู่อย่างชัดเจน
เอริกาก็เห็นเช่นกันยกชอล์กในมือขึ้นดูด้วยความสงสัย อยากทดลองขีดดูบ้าง แต่ไม่ได้มีความกล้าและด้านเหมือนเมชิต หันรีหันขวางอยู่ชั่วครู่ก็วิ่งออกไปนอกห้อง ลองขีดแท่งชอล์กกับพื้นคอนกรีต ซึ่งผลที่ได้ก็คือมีเส้นสีขาวปรากฏอยู่บนพื้นเป็นปกติเหมือนกับถูกชอล์กทั่วไปขีด
คราวนี้นักเรียนทั้งห้องต่างก็ลุกขึ้นมารุมล้อมสำรวจชอล์กกล่องนั้น ในที่สุดเมชิตก็พบว่า
ปัญหาอยู่ที่กระดานดำนั่นเอง พื้นของกระดานที่ตามปกติจะมีความหยาบอยู่บ้าง แต่ขณะนี้มันกลับลื่นคล้ายหน้าของไวท์บอร์ด เนื่องจากสีเขียวเข้มของกระดานยังออกเป็นสีด้าน ในตอนแรกจึงไม่มีใครจะสังเกตเห็นว่ามีความผิดปกติ แต่เมื่อเอามือไปลูบก็จะพบว่าเป็นมันลื่นเหมือนมีใครเอาฟิล์มใสมาเคลือบทับไว้อยู่
วันนี้คงเขียนกระดานไม่ได้และยังไม่รู้เลยว่าจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร อาจารย์ยุพาเลยหมดอารมณ์ที่จะโฮมรูม ได้แต่กล่าวสั้น ๆ ต่ออีกเล็กน้อย บอกให้นักเรียนอยู่กันเงียบ ๆ แล้วก็เดินออกจากห้องไป
หลังจากคล้อยหลังอาจารย์ยุพา ในห้องก็เต็มไปด้วยเสียงจ้อกแจ้กจอแจ ซึ่งหัวข้อก็ไม่พ้นเรื่องชอล์กกับกระดาน และในที่สุดกลุ่มเด็กนักเรียนนำโดยเตมีย์และเมชิตก็พากันรุมล้อมโต๊ะของชาติชายซึ่งได้ฉายาว่าราชาแห่งการแกล้งและกำลังนั่งหัวเราะอยู่กับโต๊ะอย่างชอบอกชอบใจ
.. นายใช่ไหมที่ทำเรื่องนี้ .. นายทำได้อย่างไร .. นายคิดยังไงถึงทำลงไป .. นายใช้วิธีไหนกับกระดาน
สารพัดคำถามที่หลั่งไหลมาจากเพื่อนร่วมห้อง ยิ่งทำให้ชาติชายหัวใจพองโต เขาเหลือบไปทางมุมห้องซึ่งมีเพื่อนคนหนึ่งนั่งเงียบอยู่ตลอดเวลา คนนั่ง โต๊ะนั้นดูเหมือนจะอยู่นิ่ง ๆ มาตั้งแต่แรก ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเด็กหนุ่มคนนั้นก็ยังนั่งดูอยู่เงียบ ๆ และก็เป็นปกติที่จะไม่มีใครสนใจเขาเช่นเดียวกัน
ชาติชายนึกย้อนไปเจ็ดแปดวันที่ผ่านมา ขณะที่เขากำลังขับมอเตอร์ไซด์กลับมาจากตลาด ก็เจอเข้ากับสมบุญเพื่อนร่วมห้องคนนี้ กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ตรงใต้ร่มไม้ข้างทาง หน้าวัดแห่งหนึ่ง
เด็กหนุ่มจอดมอเตอร์ไซด์ ลงจากรถเดินเข้าไปหาสมบุญ จากนั้นก็ทำเดิม ๆ อย่างที่เคยทำทุกครั้งเมื่อเจอเพื่อนคนนี้คือตบท้ายทอยไปแรง ๆ หนึ่งทีแล้วค่อยเอ่ยปากถาม
“มาป้วนเปี้ยนทำไมแถวนี้ แล้วนั่นเอ็งอ่านอะไร หนังสือโป๊หรือเปล่าวะ ได้ของดีมาจากบ้านไหน.. “
ชาติชาติถามพลางชะเง้อดูของในมือของเพื่อนซึ่งทำเป็นลับ ๆ ล่อ ๆ ซ่อนไว้ทางข้างหลัง
ที่ถามแบบนี้เพราะรู้อาชีพของบ้านสมบุญดีว่าเป็นพวกเก็บของเก่าตามบ้านหรือถังขยะไปขาย และทุกเสาร์อาทิตย์หรือปิดเทอมสมบุญจะต้องปั่นจักรยานพ่วงตะกร้าใบใหญ่อยู่สองฟากข้างออกช่วยที่บ้านทำงาน
ร่างในเสื้อผ้าเก่า ๆ มอ ๆ เงยหน้าขึ้นมายิ้มแหย ๆ ให้กับเพื่อน พลางพูดเบา ๆ
“ไม่ใช่ “
“งั้นอะไร ข้าเดินมาเห็นแต่ไกลว่าเอ็งตั้งใจอ่านแบบไม่สนโลก ถ้าไม่ใช่หนังสือโป๊มันจะเป็นอะไรได้ เอามานี่ ชักช้าเดี๋ยวโดนเตะ”
ชาติชายยื่นมือออกไปรอรับหนังสือจากเพื่อนร่วมห้องที่ส่งมาให้อย่างออดแอดไม่เต็มใจนัก เมื่อได้ของมาแล้วก็ถีบส่งให้อีกหนึ่งที พลางตวาดซ้ำ
“ช้าดีนัก รู้ว่าช้าแล้วจะโดนก็ยังช้า ต้องแถมให้สมใจเอ็งสักหน่อย “
ชาติชายเปิดหนังสือบาง ๆ เก่าคร่ำคร่า แล้วก็ขมวดคิ้ว เปรยขึ้นมาเบา ๆ
“หนังสือบ้าอะไรวะ อ่านไม่ออก มีแต่ยันต์กับตัวหนังสือยึก ๆ ยือ ๆ แล้วเอ็งนั่งดูตั้งนานคือพยายามอ่านไอ้ตัวหนังสือลายไส้เดือนถูกขี้เถ้านี่น่ะหรือ “
บุญสมยิ้มแหย ๆ เห็นเพื่อนละความสนใจจากหนังสือ แต่ดูเหมือนว่าจะยังไม่คืนให้หากไม่ได้รับคำอธิบาย เลยต้องพูดออกไป
“มันเป็นหนังสือคาถาโบราณ มีคำเขียนแปลไว้หน้าหลัง ๆ“
ชาติชายหัวเราะ
(มีต่อครับ)
🤷🏹😱THE GLOVES FINAL 2018 #4 ถุงมือเรื่องสั้น คู่ที่ 4 "ถุงมือนักเรียน"+ "ถุงมือยาง" ตอน "ผิดคาด"😱🏹🤷
เริ่มถุงมือเรื่องสั้นคู่แรกของเกมที่ 4 และเป็นถุงมือเรื่องสั้นคู่ที่ 4 ด้วยเช่นกันครับ
เป็นเรื่องราวระหว่างครูในโรงเรียนกับนักเรียนตัวแสบ คุณครูเข้าห้องมาเพื่อจะสอน แต่พอหยิบชอล์คมาเขียนกระดาน ปรากฏว่าเขียนไม่ได้ เขียนไม่ติด เบื้องต้นเห็นว่าชอล์คนั้นเป็นปูนปลาสเตอร์ แต่พอเปลี่ยนชอล์คมาใหม่ก็เขียนไม่ติดอีก และน่าประหลาดเพราะเวลาเอามือจับชอล์ค มือก็เปื้อนชอล์ค ประหลาดมากกว่านั้นคือ พอลองเอาชอล์คขีดเขียนบนโต๊ะไม้ กลับเขียนได้!!
ความโกลาหลวุ่นวายนี้จะลงเอยอย่างไร ติดตามอ่านกันครับ...
จบแล้ว อย่าลืมมอบเกรดให้แก่นักเขียนทั้งสอง ก่อนจะหาให้เจอว่า คือใคร กับใคร...
ท่ามเสียงพูดคุยอันวุ่นวายของเหล่านักเรียนมัธยมปลายห้อง 5/4 ของโรงเรียนอัศววิทยา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์กลับผุดขึ้นที่มุมปากของนักเรียนคนหนึ่ง เขามองไปด้านหน้าห้องคล้ายรอคอยอะไรบางอย่าง
หึ หึ…
ใกล้ถึงเวลาแล้ว...
ไม่นานเสียงของนักเรียนวัยรุ่นต้องเบาลงจนถึงขั้นเงียบ เมื่อคนผู้หนึ่งเข้ามา
อาจารย์ประจำชั้นห้อง 5/4
“เสียงดังกันเหลือเกิน”
อาจารย์หญิงวัยกลางคนว่าขึ้นทันทีตั้งแต่ยังไม่ถึงกลางห้อง เขาหันมองเหล่านักเรียนจอมแสบที่เพิ่งเงียบเสียง ด้วยประสบการณ์การเป็นครูหลายปีย่อมรู้ว่าการเงียบนี้เป็นเพียงชั่วคราว
มาแล้ว...
“นักเรียนเคารพ”
หัวหน้าห้องสั่งทำความเคารพตามแบบแผนอันมีมาช้านานของประเทศไทย พอทั้งหมดนั่งลงจากการยืนทำความเคารพ อาจารย์หญิงวัยกลางคนผงกศีรษะหนึ่งครั้งค่อยพูดต่อว่า
“อย่าถือว่าเป็นห้องคิงแล้วคุยเสียงดังกันได้ นั่งเรียบร้อยเป็นแบบอย่างให้ห้องอื่นสักหน่อยสิ”
นักเรียนหลายคนในห้องรับฟัง มีพยักหน้ารับบ้าง มีไม่สนใจบ้าง บางคนคล้ายไม่ได้รับฟังเสียด้วย
“เอาล่ะ เรามาดูเรื่องที่เราจะพูดกันวันนี้” อาจารย์หญิงวัยกลางคนพูดต่อ พลางเดินไปหยิบชอล์กในกล่องขึ้นมาแท่งหนึ่ง แล้วจรดลงบนพื้นกระดานดำ
เสียงลากของชอล์กดังขึ้นตามการเขียนของผู้เป็นอาจารย์
แต่ว่ากลับไม่ปรากฎตัวหนังสือหรือรอยชอล์กขึ้นมาแม้แต่น้อย!!
อาจารย์วัยกลางคนทำหน้างง แล้วก็เดินไปหยิบชอล์กแท่งใหม่ เอามาเขียนอีกครั้ง
ทว่ายังเป็นเช่นเดิม เขียนลงไปก็มีเพียงรอยบาง ๆ ไม่ปรากฎข้อความที่เป็นรอยชอล์กแม้แต่น้อย ยิ่งพอผู้เป็นอาจารย์ลองเปลี่ยนชอล์กแท่งใหม่อีก ไม่ว่าแท่งไหนก็ได้ผลเช่นเดิม
“นี่มันอะไรกัน!!!”
เสียงร้องของอาจารย์ดังขึ้น นักเรียนของห้อง 5/4 ต่างมองไปยังผู้สอน ทุกคนรู้ว่าตอนนี้อาจารย์ประจำชั้นของตัวเองกำลังโดนอะไร
หึ โดนแล้ว…
นักเรียนผู้หนึ่งนึกในใจ รอยยิ้มพึงพอใจปรากฎที่มุมปากยิ่งกว่าเดิม
เป็นไปตามแผน…
“โดนราชาแห่งการแกล้งเล่นแล้วจารย์”
เตมีย์ นักเรียนชายท่าทางกวนหลังห้องตะโกนขึ้นมา เขาหัวเราะคิกคักคล้ายชอบใจที่อาจารย์โดนแกล้งอย่างนี้
“มีอะไรหรือคะอาจารย์ยุพา” เอริกา นักเรียนหญิงหัวหน้าของห้องนี้รีบถามอาจารย์หญิงวัยกลางคน
“เอริกา.. ชอล์กทั้งกล่องมันไม่ใช่ชอล์กน่ะสิ มันเป็นปูนพลาสเตอร์ที่ทำเป็นรูปชอล์ก!!” อาจารย์ยุพาบอกเธอไป
“อะไรนะครับ เป็นปูนพลาสเตอร์รูปชอล์กเหรอ ขอผมดูหน่อยได้ไหม” เมชิต นักเรียนชายท่าทางไฮเปอร์พูดขึ้นบ้าง แล้วลุกขึ้นไปหาอาจารย์ยุพาโดยไม่ได้ฟังเสียงตอบรับก่อน
เมชิตหยิบชอล์กในกล่องที่อยู่บนร่องกระดานดำขึ้นมาดู เพ่งพิจารณาคล้ายวิเคราะห์องค์ประกอบของมัน ค่อยพยักหน้ากับตัวเอง
“เป็นปูนพลาสเตอร์จริง ๆ ด้วย ผมขอเก็บไว้เป็นตัวอย่างนะครับ”
อาจารย์ยุพาทำหน้าหน่าย ดูท่าการโฮมรูมจะวุ่นวายเสียแล้ว
“เธอจะเอาไปไหนก็เอาไปเถอะเมชิต แต่เธอช่วยไปเบิกกล่องใหม่มาให้อาจารย์มาเร็ว” อาจารย์ยุพาบอกกับเมชิต
“ได้ครับ เดี๋ยวผมจะรีบไปเอามาให้” พูดจบเมชิตเอากล่องชอล์กปลอมนั่นไป แล้วออกนอกห้องไปเบิกชอล์กให้อาจารย์
ไม่ใช่แค่ห้องนี้ที่ชอล์กถูกเปลี่ยนให้เป็นชอล์กปลอมปูนพลาสเตอร์ เพราะใน ม.5 อีกสองห้องก็โดนลักษณะเดียวกัน รวมทั้ง ม.4 และ ม.6 ก็โดนแบบนี้อีกระดับละสามห้องด้วย
จบส่วนที่ 1 โดย "ถุงมือนักเรียน"
--------------------------------------------------------------------------------------------------
ส่วนที่ 2 โดย "ถุงมือยาง"
อาจารย์ยุพายิ้มพลางส่ายหน้าเล็กน้อยเมื่อได้รับชอล์กกล่องใหม่ ตะโกนบอกนักเรียนในห้องที่ยังคุยกันอยู่อย่างวุ่นวายให้เงียบลง กลุ่มเด็กพากันขยับเข้าประจำที่นั่ง แต่รอยยิ้มตรงมุมปากของคนผู้หนึ่งเหมือนจะยิ่งขยายกว้าง ประหนึ่งเรื่องสนุกสนานนั้นกำลังเพิ่งจะเริ่มต้น
อาจารย์หญิงเดินเอากล่องชอล์กไปวางไว้บนโต๊ะ ดึงออกมาแท่งหนึ่งจากกล่อง ขมวดคิ้วเพ่งดูพลางลูบสำรวจว่าเป็นชอล์กจริง ๆ และจะไม่เป็นปัญหาแบบเมื่อกี้อีก จากนั้นหันไปยังกระดานดำ
“เอาล่ะ เรามาดูเรื่องที่เราจะพูดกันวันนี้” อาจารย์หญิงวัยกลางคนพูดประโยคเดิมอีกครั้ง แล้วจรดแท่งชอล์กลง
เสียงลากชอล์กกับแผ่นไม้ดังขึ้นตามการขีดเขียน
แต่ว่ากลับไม่ปรากฏตัวหนังสือหรือรอยชอล์กขึ้นมาแม้แต่น้อย!!
อาจารย์วัยกลางคนทำหน้างง แล้วก็กระแทกแท่งชอล์กเข้ากับกระดานดำจนหักครึ่งด้วยความโมโห
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ?
ขณะที่เจ้าของรอยยิ้มถึงกับก้มหน้าลงต่ำเพราะอดหัวเราะไม่ได้
เมชิตเด็กไฮเปอร์ลุกขึ้นยืน พลางตะโกนออกไปหน้าห้อง
“มีอะไรหรือครับอาจารย์ “
ไม่รอได้รับคำตอบ เมชิตเดินออกจากโต๊ะไปหาอาจารย์อีกครั้ง ขณะที่เอริกาหัวหน้าห้องก็ลุกจากโต๊ะก้าวตามมาด้วยกัน
อาจารย์หญิงยื่นชอล์กครึ่งที่เหลือในมือให้แก่เมชิตด้วยท่าทางหงุดหงิด ขณะที่เอริกาก้มลงเก็บครึ่งที่หักตกอยู่กับพื้น แล้วทั้งสองก็ต้องทำหน้าเหรอ หันไปมองอาจารย์ยุพาอย่างงุนงง เมื่อเห็นว่าในมือก็คือชอล์กเขียนกระดานธรรมดา ๆ นี่เอง เศษผงยิบซั่มเล็ก ๆ จากการแตกหักที่ตามพื้น และเปื้อนมืออยู่เป็นหลักฐานได้อย่างชัดเจน
“มันเขียนไม่ได้ “
อาจารย์ประจำชั้นของทั้งคู่ตอบห้วน ๆ เพราะไม่รู้จะอธิบายอย่างไรต่อ
เอริกากับเมชิตต่างก็ก้มลงมองชอล์กครึ่งแท่งในมือ จากนั้นหันไปที่กระดานเหมือนกับนัดกันไว้ พลางจรดแท่งชอล์กลงลากเป็นเส้น
แล้วก็เป็นอย่างที่อาจารย์พูดไว้จริง ๆ คือเขียนไม่ได้ ขณะที่นักเรียนทั้งคู่ลากแท่งชอล์กไปตามพื้นกระดานดำนั้น ไม่มีเส้นสายใด ๆ จะปรากฏออกมาเลยแม้แต่น้อย
เมชิตยืนเกาหัวพลางอธิบายต่ออาจารย์ประจำชั้นด้วยเสียงดัง ซึ่งก็พลอยให้เพื่อนร่วมชั้นได้ยินด้วยกันทั้งหมด
“เมื่อกี้ตอนผมไปเปลี่ยนชอล์ก ตอนรอภารโรงมาเปิดตู้เก็บของก็เจอเด็กชั้นอื่นกับห้องอื่นอีกแปดห้อง ทุกห้องถูกสับเปลี่ยนเป็นชอล์กปูนพลาสเตอร์เหมือนกันหมด ตอนนั้นครูสมศักดิ์ก็ดูกันอยู่กับพวกผม “
เมชิตเว้นช่วงไปชั่วครู่พลางกวาดตาไปรอบ ๆ ห้องอย่างสงสัยว่าในห้องนี้จะมีใครสักคนเล่นพิเรนทร์ข้ามห้องถึงขนาดนั้นเชียวหรือ ซึ่งก็ได้เห็นถึงลักษณะสีหน้าและแววตาแตกต่างกันออกไป ทั้งตื่นเต้นสงสัย งุนงง และสนุกสนาน
สุดท้ายก็กวาดสายตามาหยุดตรงอาจารย์ประจำชั้น และก็ได้เห็นว่ากำลังถลึงตาจ้องมา เด็กหนุ่มกระแอมแก้เขินเล็กน้อยแล้วรีบพูดต่อ
“ภารโรงว่าเมื่อวานตอนบ่ายแกเป็นคนเปิดตู้นำกล่องชอล์กไปวางไว้เองที่ทุกห้องเรียน อาจารย์สมศักดิ์ก็เลยขนชอล์กในตู้ที่เหลืออยู่มาเปิดสำรวจทุกกล่อง ซึ่งพวกเราก็เห็นเหมือนกันหมดว่าเป็นชอล์กธรรมดาทั่วไป แล้วอาจารย์ก็เอาให้พวกผมมาคนละกล่อง ส่วนชอล์กที่เป็นปัญหาแกถือกลับห้องพักครูไป ”
เมชิตก็หมุนร่างหันไปยังกระดานดำแล้วขีดแท่งชอล์กแบบแรง ๆ อีกครั้งคล้ายจะข้องใจ แต่ผลที่ได้ก็เป็นเช่นเดิมคือบนกระดานไร้รอยเส้นใด ๆ ขึ้นมาทั้งสิ้น เหมือนยังไม่สะใจเด็กหนุ่มเดินไปยังโต๊ะครูแล้วก็ขีดเส้นลงไปบนหน้าโต๊ะซึ่งเป็นแผ่นไม้ แล้วก็ทำท่างุนงงไปเมื่อเห็นว่าบนโต๊ะปรากฏเส้นชอล์กสีขาวอยู่อย่างชัดเจน
เอริกาก็เห็นเช่นกันยกชอล์กในมือขึ้นดูด้วยความสงสัย อยากทดลองขีดดูบ้าง แต่ไม่ได้มีความกล้าและด้านเหมือนเมชิต หันรีหันขวางอยู่ชั่วครู่ก็วิ่งออกไปนอกห้อง ลองขีดแท่งชอล์กกับพื้นคอนกรีต ซึ่งผลที่ได้ก็คือมีเส้นสีขาวปรากฏอยู่บนพื้นเป็นปกติเหมือนกับถูกชอล์กทั่วไปขีด
คราวนี้นักเรียนทั้งห้องต่างก็ลุกขึ้นมารุมล้อมสำรวจชอล์กกล่องนั้น ในที่สุดเมชิตก็พบว่า ปัญหาอยู่ที่กระดานดำนั่นเอง พื้นของกระดานที่ตามปกติจะมีความหยาบอยู่บ้าง แต่ขณะนี้มันกลับลื่นคล้ายหน้าของไวท์บอร์ด เนื่องจากสีเขียวเข้มของกระดานยังออกเป็นสีด้าน ในตอนแรกจึงไม่มีใครจะสังเกตเห็นว่ามีความผิดปกติ แต่เมื่อเอามือไปลูบก็จะพบว่าเป็นมันลื่นเหมือนมีใครเอาฟิล์มใสมาเคลือบทับไว้อยู่
วันนี้คงเขียนกระดานไม่ได้และยังไม่รู้เลยว่าจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร อาจารย์ยุพาเลยหมดอารมณ์ที่จะโฮมรูม ได้แต่กล่าวสั้น ๆ ต่ออีกเล็กน้อย บอกให้นักเรียนอยู่กันเงียบ ๆ แล้วก็เดินออกจากห้องไป
หลังจากคล้อยหลังอาจารย์ยุพา ในห้องก็เต็มไปด้วยเสียงจ้อกแจ้กจอแจ ซึ่งหัวข้อก็ไม่พ้นเรื่องชอล์กกับกระดาน และในที่สุดกลุ่มเด็กนักเรียนนำโดยเตมีย์และเมชิตก็พากันรุมล้อมโต๊ะของชาติชายซึ่งได้ฉายาว่าราชาแห่งการแกล้งและกำลังนั่งหัวเราะอยู่กับโต๊ะอย่างชอบอกชอบใจ
.. นายใช่ไหมที่ทำเรื่องนี้ .. นายทำได้อย่างไร .. นายคิดยังไงถึงทำลงไป .. นายใช้วิธีไหนกับกระดาน
สารพัดคำถามที่หลั่งไหลมาจากเพื่อนร่วมห้อง ยิ่งทำให้ชาติชายหัวใจพองโต เขาเหลือบไปทางมุมห้องซึ่งมีเพื่อนคนหนึ่งนั่งเงียบอยู่ตลอดเวลา คนนั่ง โต๊ะนั้นดูเหมือนจะอยู่นิ่ง ๆ มาตั้งแต่แรก ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเด็กหนุ่มคนนั้นก็ยังนั่งดูอยู่เงียบ ๆ และก็เป็นปกติที่จะไม่มีใครสนใจเขาเช่นเดียวกัน
ชาติชายนึกย้อนไปเจ็ดแปดวันที่ผ่านมา ขณะที่เขากำลังขับมอเตอร์ไซด์กลับมาจากตลาด ก็เจอเข้ากับสมบุญเพื่อนร่วมห้องคนนี้ กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ตรงใต้ร่มไม้ข้างทาง หน้าวัดแห่งหนึ่ง
เด็กหนุ่มจอดมอเตอร์ไซด์ ลงจากรถเดินเข้าไปหาสมบุญ จากนั้นก็ทำเดิม ๆ อย่างที่เคยทำทุกครั้งเมื่อเจอเพื่อนคนนี้คือตบท้ายทอยไปแรง ๆ หนึ่งทีแล้วค่อยเอ่ยปากถาม
“มาป้วนเปี้ยนทำไมแถวนี้ แล้วนั่นเอ็งอ่านอะไร หนังสือโป๊หรือเปล่าวะ ได้ของดีมาจากบ้านไหน.. “
ชาติชาติถามพลางชะเง้อดูของในมือของเพื่อนซึ่งทำเป็นลับ ๆ ล่อ ๆ ซ่อนไว้ทางข้างหลัง
ที่ถามแบบนี้เพราะรู้อาชีพของบ้านสมบุญดีว่าเป็นพวกเก็บของเก่าตามบ้านหรือถังขยะไปขาย และทุกเสาร์อาทิตย์หรือปิดเทอมสมบุญจะต้องปั่นจักรยานพ่วงตะกร้าใบใหญ่อยู่สองฟากข้างออกช่วยที่บ้านทำงาน
ร่างในเสื้อผ้าเก่า ๆ มอ ๆ เงยหน้าขึ้นมายิ้มแหย ๆ ให้กับเพื่อน พลางพูดเบา ๆ
“ไม่ใช่ “
“งั้นอะไร ข้าเดินมาเห็นแต่ไกลว่าเอ็งตั้งใจอ่านแบบไม่สนโลก ถ้าไม่ใช่หนังสือโป๊มันจะเป็นอะไรได้ เอามานี่ ชักช้าเดี๋ยวโดนเตะ”
ชาติชายยื่นมือออกไปรอรับหนังสือจากเพื่อนร่วมห้องที่ส่งมาให้อย่างออดแอดไม่เต็มใจนัก เมื่อได้ของมาแล้วก็ถีบส่งให้อีกหนึ่งที พลางตวาดซ้ำ
“ช้าดีนัก รู้ว่าช้าแล้วจะโดนก็ยังช้า ต้องแถมให้สมใจเอ็งสักหน่อย “
ชาติชายเปิดหนังสือบาง ๆ เก่าคร่ำคร่า แล้วก็ขมวดคิ้ว เปรยขึ้นมาเบา ๆ
“หนังสือบ้าอะไรวะ อ่านไม่ออก มีแต่ยันต์กับตัวหนังสือยึก ๆ ยือ ๆ แล้วเอ็งนั่งดูตั้งนานคือพยายามอ่านไอ้ตัวหนังสือลายไส้เดือนถูกขี้เถ้านี่น่ะหรือ “
บุญสมยิ้มแหย ๆ เห็นเพื่อนละความสนใจจากหนังสือ แต่ดูเหมือนว่าจะยังไม่คืนให้หากไม่ได้รับคำอธิบาย เลยต้องพูดออกไป
“มันเป็นหนังสือคาถาโบราณ มีคำเขียนแปลไว้หน้าหลัง ๆ“
ชาติชายหัวเราะ
(มีต่อครับ)