ไม่รู้จะตัดสินใจยังไงดีค่ะ รู้จักกับแฟนคนนี้มาประมาณ6ปี เคยคบกันแปปเดียวก็เลิกกันไป แต่ตลอด6ปีเราก็ตามง้อเขามาตลอด คอยช่วยเหลือ(ทั้งเรื่องเงินและทุกๆเรื่องที่เขาต้องการ) ไปรับส่ง จนเรามาเรียนต่อที่ กทม. แต่ก็กลับไปหาเขาทุกๆเดือน จนเขายอมใจอ่อน มาอยู่ กทม. ด้วยกัน แล้วก็คบกันมาได้1ปีแล้ว
ทุกๆอย่างในชีวิตเค้าเราจ่ายทั้งหมด ตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ คบรอบ1ปีเราซื้อทองให้ พาย้ายไปอยู่คอนโด สร้างอนาคตด้วยกัน ทุกอย่างเหมือนจะไปได้ด้วยดี...
เราเริ่มอยากสร้างอนาคตมากขึ้น เก็บเงินมากขึ้น ที่เคยเที่ยวก็เลิกเที่ยว พร้อมกับขอให้เขากลับไปทำงาน หาเงินช่วยกัน เผื่ออนาคตจะซื้อรถซื้อคอนโด เราคนเดียวมันเสี่ยงเกินไป เผื่อวันนึงขาดรายได้จะเกิดวิกฤติการเงินเอาได้
เขาก็มีงอนช่วงแรกๆ ไม่อยากทำงาน แต่ก็ยอมทำ หลังๆมางอแงอยากลาออก ให้เราหาเงินคนเดียว เราก็ขอให้รอเราการงานมั่นคงกว่านี้ก่อน จริงอยู่ที่หาได้เยอะแต่มันไม่มีอะไรแน่นอน ถึงวันที่เรามั่นคงแล้ว เราจะให้เขาลาออกมาอยู่บ้านเฉยๆได้
เขาก็โกรธเรา น้อยใจเรา ล่าสุดน้องชายแท้ๆปิดเทอม ขอมาอยู่ด้วย เราเห็นน้องใส่รองเท้าแตะดำๆขาดๆ (ก็เด็กชนบทอ่ะค่ะ) เราเลยซื้อรองเท้าผ้าใบให้ใหม่ คู่ละ2000+ ซึ่งมันไม่ได้แพงมาก ปกติก็ราคานี้ และเราไม่เคยซื้ออะไรให้น้องเลย วันนั้นเขาโกรธมาก หาว่าซื้อของแพงให้น้อง แต่ตัวเขาไม่ได้อะไรเลย
เขาทำงานได้เดือนละหมื่น แต่ขอเงินเราไปทำงานทุกวัน เราให้เงินใช้ทุกวัน รถเมย์ไม่เคยให้นั่ง แท็กซี่ตลอด ไปเที่ยวไปดูหนัง ทุกๆอย่างเราจ่ายเองหมด รองเท้าเขามีแล้ว3-4คู่ แต่อยากได้ใหม่อีก นี่เราทุ่มเทกับเขาไปไม่รู้กี่แสน เขาบอกว่าเขาไม่เคยได้อะไร แต่เราซื้อรองเท้าให้น้องแค่2000 เขาโกรธมาก น้องพูดด้วยเขาก็ไม่ตอบ
รู้สึกแย่ค่ะ เหมือนเขาไม่รักน้องเราด้วยเลย เหมือนเขาเห็นแก่ตัว ล่าสุดยืนยันจะขอกลับไปอยู่บ้าน ทนไม่ไหวแล้ว หาว่าเราไม่มองอนาคต ซื้อให้น้องแล้วค่าคอนโดจะเอาเงินที่ไหนจ่าย เขาก็อยากลาออกเต็มทนแล้ว เรารู้สึกว่าทำไมต้องโยนภาระทุกอย่างมาที่เราคนเดียว ค่าคอนโดเราก็จ่ายอยู่แล้ว ค่าน้ำค่าไฟเราจ่ายเองหมด แค่แบ่งเงินไปซื้อของให้น้องแค่นี้ ถึงขั้นต้องเลิกกันเลยหรอ
ไปต่อหรือพอดีคะกับคนแบบนี้
มีดีอย่างนึงคือ เรามีโรคประจำตัวเยอะค่ะ เขาเป็นคนเตรียมยาให้กินทุกเช้าเย็น และพาไปหาหมอทุกเดือนไม่เคยขาดตกบกพร่อง จนอาการดีขึ้นเรื่อยๆ ถ้าลำพังเราดูแลตัวเองคงมีลืมกินยาบ้างเพราะเป็นคนขี้ลืมมาก แต่นอกนั้นก็เหนื่อยค่ะเหมือนเขาอยากให้เรารับผิดชอบทุกอย่างฝ่ายเดียว เราก็ไม่เคยคิดเล็กคิดน้อยอะไร ดูแลได้ แต่เราขอดูแลน้องชายด้วย แค่ของเล็กๆน้อยๆซื้อให้น้องไม่ได้เลยหรือ ทั้งชีวิตมีแค่พี่น้องกันสองคนค่ะ พ่อแม่ตายหมดแล้ว
แฟนเป็นแบบนี้ ไปต่อหรือพอดีคะ
ทุกๆอย่างในชีวิตเค้าเราจ่ายทั้งหมด ตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ คบรอบ1ปีเราซื้อทองให้ พาย้ายไปอยู่คอนโด สร้างอนาคตด้วยกัน ทุกอย่างเหมือนจะไปได้ด้วยดี...
เราเริ่มอยากสร้างอนาคตมากขึ้น เก็บเงินมากขึ้น ที่เคยเที่ยวก็เลิกเที่ยว พร้อมกับขอให้เขากลับไปทำงาน หาเงินช่วยกัน เผื่ออนาคตจะซื้อรถซื้อคอนโด เราคนเดียวมันเสี่ยงเกินไป เผื่อวันนึงขาดรายได้จะเกิดวิกฤติการเงินเอาได้
เขาก็มีงอนช่วงแรกๆ ไม่อยากทำงาน แต่ก็ยอมทำ หลังๆมางอแงอยากลาออก ให้เราหาเงินคนเดียว เราก็ขอให้รอเราการงานมั่นคงกว่านี้ก่อน จริงอยู่ที่หาได้เยอะแต่มันไม่มีอะไรแน่นอน ถึงวันที่เรามั่นคงแล้ว เราจะให้เขาลาออกมาอยู่บ้านเฉยๆได้
เขาก็โกรธเรา น้อยใจเรา ล่าสุดน้องชายแท้ๆปิดเทอม ขอมาอยู่ด้วย เราเห็นน้องใส่รองเท้าแตะดำๆขาดๆ (ก็เด็กชนบทอ่ะค่ะ) เราเลยซื้อรองเท้าผ้าใบให้ใหม่ คู่ละ2000+ ซึ่งมันไม่ได้แพงมาก ปกติก็ราคานี้ และเราไม่เคยซื้ออะไรให้น้องเลย วันนั้นเขาโกรธมาก หาว่าซื้อของแพงให้น้อง แต่ตัวเขาไม่ได้อะไรเลย
เขาทำงานได้เดือนละหมื่น แต่ขอเงินเราไปทำงานทุกวัน เราให้เงินใช้ทุกวัน รถเมย์ไม่เคยให้นั่ง แท็กซี่ตลอด ไปเที่ยวไปดูหนัง ทุกๆอย่างเราจ่ายเองหมด รองเท้าเขามีแล้ว3-4คู่ แต่อยากได้ใหม่อีก นี่เราทุ่มเทกับเขาไปไม่รู้กี่แสน เขาบอกว่าเขาไม่เคยได้อะไร แต่เราซื้อรองเท้าให้น้องแค่2000 เขาโกรธมาก น้องพูดด้วยเขาก็ไม่ตอบ
รู้สึกแย่ค่ะ เหมือนเขาไม่รักน้องเราด้วยเลย เหมือนเขาเห็นแก่ตัว ล่าสุดยืนยันจะขอกลับไปอยู่บ้าน ทนไม่ไหวแล้ว หาว่าเราไม่มองอนาคต ซื้อให้น้องแล้วค่าคอนโดจะเอาเงินที่ไหนจ่าย เขาก็อยากลาออกเต็มทนแล้ว เรารู้สึกว่าทำไมต้องโยนภาระทุกอย่างมาที่เราคนเดียว ค่าคอนโดเราก็จ่ายอยู่แล้ว ค่าน้ำค่าไฟเราจ่ายเองหมด แค่แบ่งเงินไปซื้อของให้น้องแค่นี้ ถึงขั้นต้องเลิกกันเลยหรอ
ไปต่อหรือพอดีคะกับคนแบบนี้
มีดีอย่างนึงคือ เรามีโรคประจำตัวเยอะค่ะ เขาเป็นคนเตรียมยาให้กินทุกเช้าเย็น และพาไปหาหมอทุกเดือนไม่เคยขาดตกบกพร่อง จนอาการดีขึ้นเรื่อยๆ ถ้าลำพังเราดูแลตัวเองคงมีลืมกินยาบ้างเพราะเป็นคนขี้ลืมมาก แต่นอกนั้นก็เหนื่อยค่ะเหมือนเขาอยากให้เรารับผิดชอบทุกอย่างฝ่ายเดียว เราก็ไม่เคยคิดเล็กคิดน้อยอะไร ดูแลได้ แต่เราขอดูแลน้องชายด้วย แค่ของเล็กๆน้อยๆซื้อให้น้องไม่ได้เลยหรือ ทั้งชีวิตมีแค่พี่น้องกันสองคนค่ะ พ่อแม่ตายหมดแล้ว