ถูกหลอกมายาวนาน 15 ปี แถมเอาเงินไปจนหมด ขอทวงความยุติธรรมคืนและฝากเป็นอุทาหรณ์ในการไว้ใจคน

กระทู้คำถาม
รบกวนอ่านจนจบนะครับ

ผมขอย้อนเวลาไปเมื่อ พ.ศ.2534 ตอนแม่กับพ่อผมจะแต่งงานกัน ทางแม่ได้เรียกค่าสินสอด 1 แสนบาท กับทอง 2 บาท หลังจากนั้นฝั่งพ่อได้มาคุยกับทางฝั่งแม่ว่า ไม่มีค่าสินสอด ทางแม่จึงบอกว่า "ให้เอาตัวพ่อมาอย่างเดียว ค่าสินสอดไม่ต้อง" ทางแม่ได้จัดการโชว์แขกให้ทุกอย่าง (ทำไมแม่ผมต้องแต่ง เพร่ะแม่ตั้งท้องจึงจำเป็นต้องทำอย่างนี้)

ในเวลาต่อมา พ่อได้สอบติด มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง แต่ไม่มีเงินเรียน จึงมาขอทางแม่ (แม่ยาย) ไปเรียนเป็นเงิน 30,000 บาท ต่อมา บอกไม่มีรถขับไปเรียนไปทำงานไม่ทัน จึงมาขอทางแม่อีก (แม่ยาย) เป็นเงิน 200,000 บาท ซึ่งทางแม่ที่ได้เงินมาได้เพราะเอาที่ดินไปจำนองกับ ธกส. และทางแม่ได้ผ่อนเองทั้งหมดเป็นเวลา 5 ปี สมัยนั้น ! (สมัยนั้นเงิน 230,000 บาท คือว่าเยอะมากครับ)

ต้องบอกก่อนว่า แม่ผมมีอาชีพพยาบาล ส่วนพ่อผม(แม่ยาย)ส่งเรียน เป็นวิศวกรไฟฟ้าในองค์กรใหญ่แถวบางเขน ขณะนี้ที่ผมเขียน พ่อผมมีตำแหน่งใหญ่โต เป็นผู้อำนวยการฝ่ายขององค์กรแห่งนี้ ด้วยหน้าที่และการทำงาน จึงส่งผลให้พ่อหลอกได้ว่าไม่มีเวลามาหาลูกหรือเลี้ยงลูกได้ และจึงส่งลูกให้แม่ยายเลี้ยงตั้งแต่เล็ก มาดูลูกแค่เสาร์อาทิตย์ (บางอาทิตย์ก็ไม่มา) ซึ่งแม่ได้เล่าให้ฟังว่า พ่อได้คุยกับแม่ว่า "ตอนลูกเล็กให้แม่เลี้ยง ส่วนตอนโตเดี๋ยวเลี้ยงเอง" เหตุนี้จึงทำให้แม่เลี้ยงมาตลอด

ต่อมาในปี พ.ศ. 2540 เรื่องเริ่มเลวร้ายขึ้น
แม่ผมกับพ่อผม ก็อยู่ด้วยกันมาเรื่อยๆ มีครั้งหนึ่งที่แม่ผมบอกกับผมว่า "พ่อได้เอาผู้หญิงขายบริการมานอนที่ห้อง แม่เปิดประตูเข้าไปเห็น เข่าทรุด" แล้วแม่ถามพ่อว่า "ทำไมทำแบบนี้" กลับได้คำตอบว่า "ไม่ได้ทำอะไร แค่มานอนเฉยๆ" แล้วแม่ก็ให้อภัย ค่าหญิงบริการแม่ผมก็เป็นคนจ่ายและไล่ออกไป (สาเหตุที่แม่ผมทำแบบนั้นเพราะแม่ผมท้องลูกคนที่ 3 อยู่ ไม่อยากให้ลูกกำพร้าพ่อ)

ต่อมาสักระยะ พ่ออ้าวว่าตนเองไม่มีเงิน จึงให้แม่กู้ไปเอาเงินมาให้ใช้ และทำแบบนี้มาตลอด อ้างว่า "ทำธุรกิจแล้วเป็นหนี้เขาและเรียนปริญญาโท" ด้วยความเชื่อใจก็กู้ให้ จวบจนมาถึงเงินก้อนใหญ่ที่เอาไปคือ การเอาที่ดินของแม่ไปจำนองและท้ายที่สุดหลอกให้ออกจากราชการ เพื่อจะนำเงินบำเหน็ดไปใช้ โดยอ้างว่า "จะเลี้ยงแม่เองหลังจากออกจากพยาบาลแล้ว" แล้วก็ไม่เลี้ยง

ในปี พ.ศ. 2558 ยังไม่จบ
ลูก ๆ ทั้งสามคนได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยครบทุกคน มีการใช้จ่ายจำนวนมาก แม่เป็นจ่ายเองทั้งหมด น้อยครั้งมากๆ ที่พ่อเป็นคนให้เงิน แถมเงินค่าเทอมที่แม่เป็นคนจ่าย ยังเอาใบเสร็จไปเบิกกินเองทั้งหมด

ปี พ.ศ. 2559 เดือนกุมภาพันธุ์ มีการจัดงานบวชลูกคนโต พ่อบอกจะเป็นคนออกเงินจัดงาน แต่กลับใกล้ถึงวันงาน พ่อบอกว่า "พ่อติดงาน เงินยังไม่ออก" แม่จึงออกแทนพ่อทั้งหมด แถมซื้อทองให้ใส่อีก 2 บาท พอพิธีกรรมการบวชเสร็จสิ้น พ่อได้เดินไปเอาย่ามของพระ (ลูกคนโต) โดยอ้างว่า "ให้เก็บไว้ที่พ่อเดี๋ยวหาย" และยังไปเก็บซองในงานเลี้ยงงานบวชไปเกือบทั้งหมดไปใช้เอง

หลังจากนั้นต่อมา พ่อมาหาบ้างไม่มาหาบ้าง บางครั้งเดือนละครั้งสองครั้ง โดยอ้างว่าทำงานบริษัทเหมือนทุกที และพยายามสร้างภาพมโนให้พวกเราคิดว่า อีกไม่กี่ปีหนี้หมดจะมีนั่น มีนี่ มีนู่น ตลอดด้วยความเชื่อใจอีกละครับ

จวบจนเมื่อปี พ.ศ.2561 เดือนกุมภาพันธุ์ ย่าได้เสีย พ่อได้มาจัดงานศพ จึงทำให้ผมและแม่เจอพ่ออีกครั้ง ต้องบอกว่าความรู้สึกเหมือนไม่ใช่พ่อคนเดิม และหลังจากงานศพ พ่อได้เปิดเผยว่า ตนเองมีเมียน้อยกับมีลูก 1 คน ซึ่งอยู่กินกันมานานแล้ว แต่พอสืบไปสืบมามีลูกถึง 2 คน แถมมีชีวิตที่ดีอยู่ในเมืองกรุง 😢

ลองคิดดูสิครับ เงินทั้งหมด ชีวิตที่ผ่านมาเขาเอาไปหมด เหมือนเขาวางแผนไว้ทุกอย่าง เหมือนเราเป็นคนโง่ ครั้งแรกที่รู้ก็พูดไม่ออก ทำอะไรไม่ถูก ด้วยความเชื่อใจคำเดียว

📌 พวกผมจึงอยากทราบว่า สามารถฟ้องร้องทวงความยุติธรรมอะไรได้บ้าง ?


อยากให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ให้กับทุกคน และอย่าเอาเยี่ยงอย่าง 🙇‍♂️🙇‍♂️🙇‍♂️
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่