ไม่น่าเชื่อเลย เหมือนเพิ่งผ่านมาไม่นานนี้เอง (จะบอกว่า ตัวเองยังไม่แก่อร่ะครับ)
ยังจำได้ถึงวันที่ตัดสินใจ จะมีน้องแทค ช่วงนั้น ยังพกโฟนลิ้งแอ๊ดไวเซอร์ค้ำพุงอยู่เลย มันก็พอสื่อสารกันได้อยู่นะ เพราะมีหน้าจอให้ข้อความเข้ามาอ่านได้เลย
แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด ต้องมีการโทรคุยบ้าง....ทำงัยหล่ะ โทรศัพท์สาธารณะสิครับ แล้วโทรสาธารณะสมัยนั้น (เฮ้ยยย...รู้สึกว่า ตัวเองแก่จัง) ประมาณ 2 กิโล ถึงจะเจอซักเครื่อง เมื่อเจอแล้ว ก็ยังต้องลุ้นว่า มันจะใช้ได้มั้ย, จะกินเหรียญรึเปล่า
ถ้าใช้ไม่ได้ ก็ต้องตระเวณหาต่อไป 10 ตู้ จะเจอใช้ได้ซักตู้นึง และไอ้ตู้เนี้ย คนจะยืนรอเข้าคิวกันอยู่ จะคุยนานก็ไม่ได้อีก หยอดไปเหรียญ พอตัด ก็ต้องมายทนต่อเข้าคิวใหม่
แล้วไอ้เรา เป็นประเภททำงานด้านนอก เจอสถานะการณ์อย่างนี้ตลอด ทำอย่างไรหล่ะ....
ตอนนั้น มีค่ายมือถือเพิ่งเปิดบริการมาแล้ว 1 ราย ในคลื่น 900 แต่ด้วยราคาเครื่องที่แพงงงงงงง และขนาดเครื่องที่ใหญ่มากกกก (ถ้าใครทัน โมโต กระดูกหมูนะ เครื่องตอนนั้น มันใหญ่กว่า เป็นขนาดกระดูกไดโนเสาร์เลยครับ) ทำให้ยังไม่น่าสนใจ
......และแล้ว วันที่ 04/08/2536 วันที่น้องแทคของผม ได้กำเนิดมาใช้ชีวิตร่วมกันกับผม มาบุญครอง เป็นสถานที่คลอดของน้องฟ้าฟี้
สมัยก่อน ที่นี่ จะเป็นแหล่งเทียวเล่นดังที่สุด วันนี้ ก็แวะไปเดินเล่นตามเวลาที่ว่าง เมื่อเดินไปเรื่อยๆ ก็พบกับบูธตั้งอยู่ตรงหน้าบันไดเลื่อน
ตอนนั้น TAC เพิ่งเปิดตัวมาเป็นโอเปอเรเตอร์มือถือ คลื่น 800 โดยมาจัดอีเว้นท์อยู่ที่ชั้น 1 ของห้าง แต่ค่ายนี้ มาพร้อมกับสิ่งที่น่าสนใจ นั่นคือ.... ไอ้เครื่องนี้

ขนาดของมันเล็กมาก (ในเวลานั้นนะครับ) เมื่อเทียบกับมือถือรุ่นอื่น ขนาดมันสามารถยัดเข้าไปอยู่ในกระเป๋าหลังกางเกงได้พอดี (อาจจะตุงหน่อย ด้วยความหนาของมัน เวลาจะนั่ง ต้องเอาออกจากกระเป๋า)
ถามว่า ณ.เวลานั้น ค่าย TAC ยังใหม่มากๆๆๆๆ ผมจำได้ว่า เบอร์ที่ผมเปิด อยู่ใน 20,000 เบอร์แรกของค่าย (ชุดแรก จะเป็น 0-1484-xxxx ชุดต่อมา คือ 0-1480-xxxx ครับ)
เสาสัญญาณเป็นยังงัยก็ไม่รู้ ค่าบริการก็แพงกว่าอีกค่าย (ตอนนั้น ถ้าเรารับสายก็เสียเงิน รู้สึกจะนาทีละ 4 บาทครับ ส่วนโทรออก ก็แยกค่าโทรเป็นโซน นาทีละ 8 จนถึง 12 บาท มั้ง)
แต่ด้วยเครื่องที่โดนใจ หน้ามืดตามัว ไม่สนใจอะไรอย่างอื่นเลย...... ซื้อเครื่อง เปิดเบอร์ทันที นั่นแหละครับ ถือเป็น จุดเริ่มต้นกับน้องแทค
หลังจากนั้น ก็ใช้ชีวิตร่วมกันกับน้องแทค มาซักพัก (โดนค่ารายเดือนไปอ่วมเหมือนกัน รู้สึกว่า จะไม่ต่ำกว่า 3,000 ซักเดือน ก็เล่นรับสายก็เสีย โทรออกก็เสีย) จนมีรีแบรนด์เปลี่ยนเป็น wp800 และเริ่มมีคลื่นใหม่ออกมาในนาม wp1800
ตอนนี้ ถือเป็นช่วงมรสุมชีวิตของผม กะน้องแทค ด้วยกระแสในตอนนั้น wp800 ดูท่าการพัฒนาจะไม่ไปต่อ ก็เลยต้องเปลี่ยนไปใช้ wp1800 แทน

แต่.........ระหว่าง wp800 กับ wp1800 ณ.ตอนนั้น ฐานข้อมูลลูกค้าเป็นคนละส่วนกัน ทำให้อายุขัยของน้องแทคผม ต้องจบลงในวันทีผมรับน้องใหม่ 1800 เข้ามาแทน
จากวันนั้น จนถึงวันนี้ แม้ปริมาณการใช้งานของผมกะดีแทคจะน้อยลง ด้วยแพ็คเกจ, สัญญาณการใช้งาน แต่ไม่ว่าอย่างไร ผมก็ยังคงการใช้งานเบอร์ 1800 ที่เปิดมา ณ.วันนั้น อย่างต่อเนื่อง
ถึงแม้ว่า ที่ผ่านมา ดีแทค จะไม่เคยให้ความสำคัญกับลูกค้าที่มีแบรนรอยัลตี้ อย่างผมเลยก็ตาม
สิทธิ์ของลูกค้าที่ใช้งานมาตั้งแต่ค่ายเปิดบริการ เป็นลูกค้าชุดแรกของบริษัทฯ ที่ยังมีลูกค้าแค่หลักหมื่น จนวันนี้ มีลูกค้าเป็นหลักล้าน หลักหลายล้าน......
...
.............
บ่นไปงั้นแหละครับ บ่นมาตั้งแต่ดีแทคคลับ ยังไม่เกิด จนป่านนี้ มันก็ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยน แต่ก็ยังใช้เหมือนเดิม ขอให้ได้บ่น ตามประสาคนหนุ่มหน่อยครับ
DTACครับ อยู่ด้วยกันมาได้ไง ตั้ง 25 ปีละ
ยังจำได้ถึงวันที่ตัดสินใจ จะมีน้องแทค ช่วงนั้น ยังพกโฟนลิ้งแอ๊ดไวเซอร์ค้ำพุงอยู่เลย มันก็พอสื่อสารกันได้อยู่นะ เพราะมีหน้าจอให้ข้อความเข้ามาอ่านได้เลย
แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด ต้องมีการโทรคุยบ้าง....ทำงัยหล่ะ โทรศัพท์สาธารณะสิครับ แล้วโทรสาธารณะสมัยนั้น (เฮ้ยยย...รู้สึกว่า ตัวเองแก่จัง) ประมาณ 2 กิโล ถึงจะเจอซักเครื่อง เมื่อเจอแล้ว ก็ยังต้องลุ้นว่า มันจะใช้ได้มั้ย, จะกินเหรียญรึเปล่า
ถ้าใช้ไม่ได้ ก็ต้องตระเวณหาต่อไป 10 ตู้ จะเจอใช้ได้ซักตู้นึง และไอ้ตู้เนี้ย คนจะยืนรอเข้าคิวกันอยู่ จะคุยนานก็ไม่ได้อีก หยอดไปเหรียญ พอตัด ก็ต้องมายทนต่อเข้าคิวใหม่
แล้วไอ้เรา เป็นประเภททำงานด้านนอก เจอสถานะการณ์อย่างนี้ตลอด ทำอย่างไรหล่ะ....
ตอนนั้น มีค่ายมือถือเพิ่งเปิดบริการมาแล้ว 1 ราย ในคลื่น 900 แต่ด้วยราคาเครื่องที่แพงงงงงงง และขนาดเครื่องที่ใหญ่มากกกก (ถ้าใครทัน โมโต กระดูกหมูนะ เครื่องตอนนั้น มันใหญ่กว่า เป็นขนาดกระดูกไดโนเสาร์เลยครับ) ทำให้ยังไม่น่าสนใจ
......และแล้ว วันที่ 04/08/2536 วันที่น้องแทคของผม ได้กำเนิดมาใช้ชีวิตร่วมกันกับผม มาบุญครอง เป็นสถานที่คลอดของน้องฟ้าฟี้
สมัยก่อน ที่นี่ จะเป็นแหล่งเทียวเล่นดังที่สุด วันนี้ ก็แวะไปเดินเล่นตามเวลาที่ว่าง เมื่อเดินไปเรื่อยๆ ก็พบกับบูธตั้งอยู่ตรงหน้าบันไดเลื่อน
ตอนนั้น TAC เพิ่งเปิดตัวมาเป็นโอเปอเรเตอร์มือถือ คลื่น 800 โดยมาจัดอีเว้นท์อยู่ที่ชั้น 1 ของห้าง แต่ค่ายนี้ มาพร้อมกับสิ่งที่น่าสนใจ นั่นคือ.... ไอ้เครื่องนี้
ขนาดของมันเล็กมาก (ในเวลานั้นนะครับ) เมื่อเทียบกับมือถือรุ่นอื่น ขนาดมันสามารถยัดเข้าไปอยู่ในกระเป๋าหลังกางเกงได้พอดี (อาจจะตุงหน่อย ด้วยความหนาของมัน เวลาจะนั่ง ต้องเอาออกจากกระเป๋า)
ถามว่า ณ.เวลานั้น ค่าย TAC ยังใหม่มากๆๆๆๆ ผมจำได้ว่า เบอร์ที่ผมเปิด อยู่ใน 20,000 เบอร์แรกของค่าย (ชุดแรก จะเป็น 0-1484-xxxx ชุดต่อมา คือ 0-1480-xxxx ครับ)
เสาสัญญาณเป็นยังงัยก็ไม่รู้ ค่าบริการก็แพงกว่าอีกค่าย (ตอนนั้น ถ้าเรารับสายก็เสียเงิน รู้สึกจะนาทีละ 4 บาทครับ ส่วนโทรออก ก็แยกค่าโทรเป็นโซน นาทีละ 8 จนถึง 12 บาท มั้ง)
แต่ด้วยเครื่องที่โดนใจ หน้ามืดตามัว ไม่สนใจอะไรอย่างอื่นเลย...... ซื้อเครื่อง เปิดเบอร์ทันที นั่นแหละครับ ถือเป็น จุดเริ่มต้นกับน้องแทค
หลังจากนั้น ก็ใช้ชีวิตร่วมกันกับน้องแทค มาซักพัก (โดนค่ารายเดือนไปอ่วมเหมือนกัน รู้สึกว่า จะไม่ต่ำกว่า 3,000 ซักเดือน ก็เล่นรับสายก็เสีย โทรออกก็เสีย) จนมีรีแบรนด์เปลี่ยนเป็น wp800 และเริ่มมีคลื่นใหม่ออกมาในนาม wp1800
ตอนนี้ ถือเป็นช่วงมรสุมชีวิตของผม กะน้องแทค ด้วยกระแสในตอนนั้น wp800 ดูท่าการพัฒนาจะไม่ไปต่อ ก็เลยต้องเปลี่ยนไปใช้ wp1800 แทน
แต่.........ระหว่าง wp800 กับ wp1800 ณ.ตอนนั้น ฐานข้อมูลลูกค้าเป็นคนละส่วนกัน ทำให้อายุขัยของน้องแทคผม ต้องจบลงในวันทีผมรับน้องใหม่ 1800 เข้ามาแทน
จากวันนั้น จนถึงวันนี้ แม้ปริมาณการใช้งานของผมกะดีแทคจะน้อยลง ด้วยแพ็คเกจ, สัญญาณการใช้งาน แต่ไม่ว่าอย่างไร ผมก็ยังคงการใช้งานเบอร์ 1800 ที่เปิดมา ณ.วันนั้น อย่างต่อเนื่อง
ถึงแม้ว่า ที่ผ่านมา ดีแทค จะไม่เคยให้ความสำคัญกับลูกค้าที่มีแบรนรอยัลตี้ อย่างผมเลยก็ตาม
สิทธิ์ของลูกค้าที่ใช้งานมาตั้งแต่ค่ายเปิดบริการ เป็นลูกค้าชุดแรกของบริษัทฯ ที่ยังมีลูกค้าแค่หลักหมื่น จนวันนี้ มีลูกค้าเป็นหลักล้าน หลักหลายล้าน......
...
.............
บ่นไปงั้นแหละครับ บ่นมาตั้งแต่ดีแทคคลับ ยังไม่เกิด จนป่านนี้ มันก็ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยน แต่ก็ยังใช้เหมือนเดิม ขอให้ได้บ่น ตามประสาคนหนุ่มหน่อยครับ