🍉~มาลาริน~จีดีพีไทยปรับเพิ่มค่ะ...มาเลเซียลดการเติบโตทางศก.ถึงปี 2563 เช่นเดียวกับฟิลิปปินส์ที่ลดการขยายตัวของศก.ปีนี้

กระทู้คำถาม

มาเลเซียลดแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจ

รัฐบาลมาลเซียปรับลดประมาณการเติบโตทางเศรฐกิจของประเทศจนถึงปี 2563 เช่นเดียวกับฟิลิปปินส์ที่ลดแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจตัวเองในปีนี้ ซึ่งเป็นผลจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน




สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 18 ต.ค.ว่าทำเนียบนายกรัฐมนตรีมาเลเซียออกแถลงการณ์เมื่อวันพฤหัสบดี กำหนดเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศระหว่างปี 2561 ถึง 2563 อยู่ที่ระหว่าง 4.5% ถึง 5.5% ลดลงจากเป้าหมายที่กำหนดในสมัยรัฐบาลของอดีตนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค ซึ่งตั้งเป้าไว้ที่ระหว่าง 5% ถึง 6%
 

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของมาเลเซียบ่งชี้ว่าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เริ่มได้รับผลกระทบชัดเจนขึ้นจากข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน ส่งผลให้สกุลเงินท้องถิ่นอ่อนค่า และการใช้จ่ายของผู้บริโภคลดลง โดยเมื่อต้นสัปดาห์นี้รัฐบาลฟิลิปปินส์ปรับลดเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในปีนี้อยู่ที่ระหว่าง 6.5% ถึง 6.9% จากเดิม 7% ถึง 8%
 

อย่างไรก็ตาม ผลการจัดอันดับประเทศที่มีความสามารถด้านการแข่งขันทางเศรษฐกิจประจำปี 2561 ถึง 2562 โดยสภาเศรษฐกิจโลก "เวิลด์ อีคอนอมิก ฟอรั่ม" ( ดับเบิลยูอีเอฟ ) ปรากฏว่ามาเลเซียอยู่ในอันดับที่ 25 เป็นอันดับ 2 ของภูมิภาครองจากสิงคโปร์ ส่วนไทยอยู่ในอับดับ 38 เป็นอันดับที่ 3 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตามด้วยอินโดนีเซียในอันดับที่ 45 ฟิลิปปินส์ในอันดับที่ 56 บรูไนอยู่อันดับที่ 62  เวียดนามในอันดับที่ 77 กัมพูชาในอันดับที่ 110 และลาวอยู่อันดับที่ 112  ส่วนเมียนมาไม่มีข้อมูลอยู่ในการจัดอันดับของดับเบิลยูอีเอฟ.




อ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/foreign/672205


หอการค้าไทย ปรับจีดีพีปี'61 โต 4.6% ส่งออกโต 8.7% ชี้กำหนดวันเลือกตั้งปีหน้า สร้างเชื่อมั่นนักลงทุน



เมื่อวันที่ 13 ก.ย.61 นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า หอการค้าไทยได้มีการปรับประมาณการการขยายตัวทางเศรษฐกิจเศรษฐกิจของไทยปี 2561 ขยายตัวเฉลี่ย 4.6 % เป็นอย่างน้อยและมากกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ว่าจะเติบโตที่ 4.5% ขณะที่ตัวเลขการส่งออกโต% 8.7 และอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 1.2% หลังจากภาคการส่งออกและการท่องเที่ยวของไทยขยายตัวดีต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาตามทิศทางการเติบโตของเศรษฐกิจโลก

อย่างไรก็ตาม ประกอบกับราคาพืชผลทางการเกษตรหลายรายการเริ่มปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะข้าวเปลือก อ้อย และข้าวโพด ส่งผลให้รายได้ของเกษตรกรปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนเริ่มฟื้นตัวชัดเจนมากขึ้น รวมทั้งการใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐมีโอกาสเร่งตัวขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป

อย่างไรก็ตาม จากตัวเลขที่ได้ปรับประมาณใหม่ โดยเศรษฐกิจไทยยังมีปัจจัยลบในช่วงที่เหลือของปี 61 ที่ยังต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ได้แก่ สงครามการค้าสหรัฐกับจีน ดอกเบี้ยยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และยังมีความเสี่ยงจากวิกฤติค่าเงินในตลาดเกิดใหม่ ทำให้ค่าเงินอ่อนค่าอย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ คงต้องติดตามแม้จะมีวันเลือกตั้งที่ชัดเจนแล้ว แต่ต้องดูว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ปลดล็อกมากน้อยแค่ไหน แต่เชื่อว่าช่วงใกล้เลือกตั้งจะมีเงินสะพัดต่อการเลือกตั้ง 30,000-40,000 ล้านบาท เป็นการสร้างความเชื่อมั่นทั้งคนในประเทศและต่างประเทศจะดึงการลงทุนด้านต่าง ๆ กลับมาดีขึ้นได้

http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/812982


ประเทศไทยยังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง  รับผลกระทบต่างๆอย่างมั่นใจ

ต้องขอบคุณทีมเศรษฐกิจไทยนะคะ


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่