ก่อนอื่นก็สวัสดีทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ นี่ไม่ใช่การเที่ยวครั้งแรก แต่เป็นการรีวิวแบบจริงๆจังๆครั้งแรกเลย เพราะว่ามันดีมากก ชอบมาก ถูกใจสุดๆ เป็นทริปเที่ยวแบบสั้นๆแค่ 2 วัน 1 คืน สำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาก็ลองหาเวลาสักวันสองวันแบบนี้ไปชิวกันได้นะเอออ (ปล.การรีวิวนี้เป็นความชอบส่วนตัวไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับใครนะ)
ทริปนี้ด้วยความที่วันหยุดน้อยแต่มีความอยากไปปปปมากกกก ก ไก่ล้านๆตัว5555 เราจึงตัดสินใจไปช่วงวันที่ 14-15 ตุลาคา 2561 ที่ผ่านมา และก็ไม่อยากไปไกลมากเพราะกลัวจะไม่ทันได้เที่ยวไหนกันพดีก็เลยเลือกไป แทน แท่น แท๊นนนน กาญนะจ๊ะบุรี เอ้ยยย กาญจนบุรี(มีเล่นมุข5555)
เอาละเพื่อเป็นการไม่เสียเวลาเราจะรีวิวการเที่ยวครั้งนี้ให้ได้ชมกัน เอาแบบละเอียดถี่ถ้วนให้เห็นภาพกันไปเลยยย ลุย!
เริ่มต้นด้วยการเดินทางขาไป ถ้าใครสะดวกแบบไหนก็สามารถเลือกได้เลยนะคะ ตามที่เราได้ศึกษาก่อนออกเดินทางก็จะประมาณนี้
-เดินทางด้วยรถไฟที่สถานีธนบุรี สายธนบุรี-น้ำตก สถานีรถไฟอยู่หลังโรงพยาบาลศิริราชค่ะ ส่วนเวลาลองดูในเว็บการรถไฟนะคะ(ราคา39บาท/คน ปี2561 )
-เดินทางด้วยรถไฟขึ้นที่บางซื่อ หรือหัวลำโพง แต่แบบนี้ต้องโทรสอบถามและจองล่วงหน้านะคะเพราะมันอาจจะเต็มได้ เพราะแบบนี้เป็นแบบเที่ยวเดียวจอดเฉพาะที่สถานีนครปฐมและยิงยาวถึงสถานีน้ำตกเลย ราคาไป-กลับจะอยู่ที่ 120 บาท/คน แต่ถ้าเลือกเฉพาะขาไปก็ลองโรสอบถามดูนะคะ
-อีกทางหนึ่งคือขึ้นรถตู้ที่หมอชิต นั่งยาวไปทองผาภูมิได้เลยยย ราคาจะอยู่ที่คนละประมาณ 2ร้อยกว่าบาทค่ะ
( หรือใครมีนอกเหนือจากนี้ก็ลองแนะนำกันได้นะคะ )
ในส่วนของเรานั้นก็แน่นอนเลยว่า นั่งรถไฟไปแบบชิวๆด้วยราคา 39 บาท 55555 ประหยัดด้วยและได้รับบรรยากาศธรรมชาติเต็มๆ
(เซ็ทแรกนี้เป็นการเริ่มต้นการเดินทางของทริปนี้ ตั้งแต่มาขึ้นรถไฟที่สถานีธนบุรี-สถานีน้ำตกนะคะ)







พอถึงสถานีน้ำตกก็จะประมาณบ่ายโมงนิดๆ เราได้พักกินข้าวที่ร้านอาหารตามสั่งฝั่งตรงข้ามสถานีค่ะ ตรงนี้ขอสารภาพว่าหิวมากกก ลืมเรื่องถ่ายรูปไปเลยยย นั่งเงียบไม่พูดไม่จากันเลยทีเดียว ราคาอาหารก็ทั่วไปค่ะ ตามราคาการมาเที่ยวอะเนอะ 2 คน ก็ 200 กว่าบาท กินเสร็จก็ได้สอบถามคนคิดเงินเรื่องการเดินทางต่อไปทองผาภูมิ ซึ่งขอบอกว่าตอนแรกที่เราได้ดูรีวิวอื่นๆมานั้นจะต้องนั่งรถไป บขส. และต่อรถตู้ไปอีก และพอดูใน GPS แล้วนั้นแสดงว่าเราต้องนั่งย้อนไปในตัวเมืองกาญอีก50กว่าโลและนั่งย้อนกลับเข้าไปทองผาภูมิรวมๆ140กว่าโลได้ ซึ่งเราจะไม่ทำแบบนั้นให้เสียเวลาและในที่สุด ( หัวเราะแบบผู้มีชัย5555 ) เราก็ค้นพบเส้นทางซึ้งง่ายมากและใช้เวลาไม่นาน ทางร้านอาหารก็แนะนำให้ขึ้นรถสองแถวไปลงที่น้ำตกไทรโยคน้อย ก็จะมีรถบัสสีแดงที่ให้บริการไปถึงสังขละบุรี ซึ่งถ้าใครอยากไปสังขละก็สามารถนั่งต่อยาวไปได้เลย
( ย้ำว่ารถบัสสีแดงนะคะ รอฝั่งตรงข้ามน้ำตกไทรโยคน้อยตรงต้นไม้ใหญ่ข้างเซเว่น จะผ่านสถานที่ที่เราอยากจะไปแน่นอนนน )
( ค่ารถสองแถวคนละ 20 บาท รถบัสสีแดงไปทองผาภูมิ คนละ 70 บาท แต่ถ้าเลยไปสังขละน่าจะตกคนละประมาณ 100 กว่าบาทนะ )
แต่เดี๋ยวก่อนนน ก่อนจะขึ้นรถบัสไปทองผาภูมิก็แวะเดินเล่นที่น้ำตกกันสักหน่อย คนเยอะมากเล่นน้ำกันสนุกเชียวอยากเล่นบ้างแต่ต้องอดทนไว้ทำได้แค่แตะๆเท่านั้น555



เมื่อสดชื่นกันพอแล้วที่น้ำตกก็มุ่งหน้าต่อไปทองผาภูมิกันเลยยย ระหว่างทางก็หลับค่ะ หลับตลอดการอยู่บนรถเลย 55555
(ในการเดินทางแต่ละอย่างเราอยากแนะนำสำหรับใครที่ไม่เคยไปสถานที่ีนั้นๆ หรืออยากไปที่ไหนสักที่ด้วยตัวเอง ควรจะตั้งจีพีเอสไว้ดูในโทรศัพท์ด้วยนะคะ จะดีมาก และทำให้เราถึงจุดหมายปลายทาง แน่นอนน)
เรานี่พอขึ้นรถปุ๊บเปิดจีพีเอสเลยว่าเหลือกี่กิโล กี่นาที และเป็นเส้นทางเดียวกันมั้ย มันช่วยได้จริงๆนะ
จุดหมายของเราไม่ถึงทองผาภูมิซะทีเดียว เพราะเราตั้งใจจะไปที่พักแล้ววว อยากพักมาก ล้าสุดอะไรสุด 5555 และที่พักที่เราเล็งไว้ชื่อ *มะไฟคู่รีสอร์ท ดูได้ในเฟสบุ๊คของรีสอร์ทเลย แปะๆ
https://www.facebook.com/mfkresort/
ที่นี่เอาจริงๆคือพึ่งเห็นคนแชร์ในเฟสก่อนวันไปจริงแค่วันเดียวคือเห็นแล้วรู้สึกชอบเลย ดูวิวดี สวย และก็มีแต่คอมเม้นดีๆก็เลยตัดสินใจเอาที่นี่แหละ โทรไปสอบถาม โอเคมีห้องว่างสามารถเข้าพักได้เลยไม่จำเป็นต้องจองล่วงหน้า
ที่นี่เราได้รูปค่อนข้างเยอะ ถือเป็นการรีวิวที่พักให้เค้าเลยละกันเพราะมันดีจริง ชอบมากกก 55555
อะมาต่อกัน ทีนี้ตอนอยู่บนรถบัสก็ดูเวลาและกิโลในจีพีเอสว่าใกล้ถึงแล้ว ( มันไวมาก ) จากน้ำตกไทรโยคที่เราขึ้นรภมาตอนเกือบๆบ่าย2 มาถึงตรงทางเข้าที่พัก ก็ประมาณบ่าย3ครึ่งได้ค่ะ ที่พักนี่ดีอีกอย่างตรงที่อยู่ตรงจุดที่รถเมล์บัสนี้เค้าจอดเพื่อแสกนบัตรพอดีเลย โชคดีไปไม่ต้องคลำหาจนเหนื่อย พอถึงก็ลง จะมีป้ายชื่อรีสอร์ท บอกทาง เดินเข้าไปในซอยอีกประมาณ 200 เมตรเท่านั้นค่ะ
(ต้องขอโทษสำหรับใครที่อยากเห็นที่พักมากกว่านี้แต่เราไม่ทันได้ถ่ายจริงๆมัวแต่เพลิดเพลินกับบรรยากาศ 55555 รูปเซ็ทนี้ถ่ายที่รีสอร์ทนะคะลองดูเลย)











ใครที่อยากได้ความเป็นส่วนตัวเราว่าที่นี่โอเคเลยนะ ที่พักก็เป็นสัดส่วนไม่วุ่นวาย แถมมีสระว่ายน้ำให้เล่นด้วย นี่ละชอบเลย5555 และที่สุดคือราคานี่ละ มันถูกมากกก มีตั้งแต่ 500 - 1000 บาท อยากได้แบบไหน ราคาเท่าไหร่เลือกได้ตามที่ชอบเลย อีกอย่างคืออยู่ใกล้ริมแม่น้ำแคว โซนร้านอาหารเห็นวิวได้สวยงามมาก ดูในภาพได้เลย ส่วนใหญ่จะได้ภาพตรงนั้นแหละ แต่เค้ามีมุมหลายจุดให้ถ่ายรูปนะ ต้องลองไปเองถึงจะรู้ ราคาอาหารก็ไม่แพงมาก รสชาติใช้ได้เลย 2 คน แค่ 200 กว่าบาทเองเยอะด้วยกินไม่หมด5555 ตอนเช้านี่ตั้งใจตื่นเช้าสุดๆเพื่อรับไอหมอก แต่....ก็พอได้อยู่น้า55 อาจจะไม่เยอะเท่าเมืองเหนือแต่ก็พอมีให้เห็นปะปลายให้พอได้สดชื่นชุ่มฉ่ำ เดินเล่นเช้าๆรับไอหมอกไอแดดมันดีจริงๆ เอาละสำหรับที่พักพอแค่นี้ละกันใครอยากรู้ก็ตามไปตำดู
มาที่วันที่15วันสุดท้ายของทริป ตอนแรกเราตั้งใจว่าจะไปช่องเขาขาด วันที่14ตอนขาไปทองผาภูมิ มันจะผ่านแต่ด้วยความที่เวลาไม่ทัน เพราะที่ช่องเขาขาด จะปิดเวลา 16.00 น. ฉะนั้นน เราก็เลยไปตอนขากลับไปสถานีรถไฟนี่ละ เหมือนเดิมค่ะเดินออกมารอรถบัสสีแดงฝั่งตรงข้าม เราเช็คเอ้าท์ออกประมาณ9โมง ( อ่อ ลืมบอกที่พักนี้ดีอีกอย่างตรงที่เค้าไม่มีการเก็บค่ามัดจำห้อง มัดจำกุญแจใดๆทั้งสิ้นจ่ายเฉพาะค่าห้องจบเลย ตนเช็คเอ้าท์ก็แค่เอากุญแจมาคืนเท่านั้นก็กลับได้เลย เวรี่กู๊ดฝุดๆ ) เดินข้ามฝั่งถนนจะมีร้านกล้วยทอดของป้าคนนึง ป้าแกก็ใจดีให้นั่งรอได้ รอสักพักนึงนะคะอดใจรอหน่อยเพราะมันจะไม่มีรถอื่นผ่านเลยยย มีแค่รถบัสสีแดงเท่านั้นจริงๆ ต่อคันรอประมาณ20นาทีพอขึ้นรถ ก็จ่ายเงิน ลงที่ช่องเขาขาดคนละ 70 บาท ตอนแรกคิดว่าไม่ถึงน้ำตกไม่น่าถึง70 เราคิดผิด5555 อะไม่เป็นไรมาเที่ยวทั้งทีก็เต็มที่ไป ละก็เหมือนเดิมอีกที เปิดจีพีเอสไปด้วย5555 ดูตามทางเปะๆมาก แต่ดีหน่อยใกล้ถึงกระเป๋ารถเมลล์ก็เรียกว่าใครลง ตอนแรกเค้าเรียกคนที่ลง ชขข. ไอเราก็งงว่า เรียกใคร5555 บอกไว้เลย ชขข. ย่อมากจาก *ช่องเขาขาด นะคะทุกคนนน ถึงปุ๊บลงปั๊บข้ามถนน เข้าไปเลยยย ด้านหน้าจะเป็นกรมการเกษตรอะไรสักอย่างเค้าก็จะมีพี่ทหารประจำการอยู่ข้างหน้าเค้าก็แนะนำให้เดินเข้าไปทางนี้ ทางนั้นอะไรแบบนี้ 5555 เดินเข้าไปประมาณ200เมตรกว่าๆก็ถึงแล้วค่ะ มีร้านกาแฟมีร้านส้มตำก่อนเข้าไปเดินในช่องเขาขาดด้วยนะ
ที่นี่ก็เป็นอีกที่นึงที่ได้รูปเยอะมาก วิวดีสุด ตอนเดินลงบันไดลงไปแต่ละขั้นนี่บอกกับตัวเองว่าขากลับขึ้นมาต้องไหวนะ55555 ล้อเล่นน้าา มันไม่ได้แย่ขนาดนั้นน ลงไปถึงแล้วจะบอกว่าคุ้มมากก มันดีจริงๆนะเอออ คือเดินลึกเข้าไปยิ่งได้ฟีลเหมือนมาเดินป่า เหมือนเดินขึ้นเขาภูกระดึงกันเลยทีเดียว 5555
มะเรามาดูภาพที่ได้จากที่นี่กันเถอะะะ











เห็นแล้วสดชื่นนะว่ามั้ยยยหละ คุ้มสำหรับการเดินทีเดียว
เอาหละมาถึงช่วงสุดท้ายกันแล้วววว ขากลับนี่ทรหดสุด55555 เล่าหน่อยอยากเล่า5555
คือตอนออกมาฝนตกกกหนักบ้างเบาบ้าง และรถไฟกลับ กทม. มีตอน12.50 อะเฮื้อ ตอนออกมารอรถปาไป11.30 น.ตายแน่ๆงานนี้ ไม่ทันแน่ 55555
เราก็ข้ามถนนกลับมารอรถบัสสีแดงตรงศาลา ( ดีนะที่มีศาลา เพราะฝนยังตกอยู่ ) เพื่อจะกลับไปที่สถานีรถไฟ รอสักพัก นานมากรอบนี้ และสุดท้ายพอรถมาเรากลับมองไม่รู้ว่าคือรถเมลล์บัส ปล่อยให้มันผ่านไปต่อหน้าต่อตา ด้วยใจที่แตกสลาย 55555 ตอนนี้คือแบบตายละหว่าจะทันมั้ยเวลาบ่งบอกที่ เที่ยงตรง5555 ตอนนี้ได้เวลาถือคติที่ว่า ด้านได้อายอดค่าาา โบกสิครับโบก รออะไร จนในที่สุดมีรถจอดรับเราแล้ว เย่ 5555 แถมพี่เค้าใจดีมากกก ซึ่งจริงๆเค้าเป็นรถของรีสอร์ทที่ไหนสักที่นึงแถวนั้น แถมยังเช็ดที่นั่งให้ด้วยน่ารักสุด ตอนนั้นมีฝรั่ง2คนที่ก่อนหน้านี้มาหลบฝนกับเราด้วยซึ่งเค้าจะไปที่สถานีรถไฟเช่นกันเราก็เลยชวนเค้าให้ขึ้นรถไปด้วยกันเลย ถ่ายรูปเค้าไว้ด้วย5555
น่ารักนะเราว่าเค้ามากันแค่2คนมาเที่ยวกัน เชื่อมั้ยคุณลองย้อนภาพขึ้นไปดูสิมีภาพเค้า2คนก่อนหน้านี้แล้ว อิอิ ตื้นตันใจ 555

พอมาถึงสถานีรถไฟตอนแรกพี่คนที่มาส่งจะไม่เอาเงินด้วยซ้ำ ใจดีจางงงง แต่เราถามย้ำพี่เค้าเลยบอกแล้วแต่เลย เรากับฝรั่ง2คนก็ให้พี่เค้าไปคนละ20บาท55555ขากลับก็เช่นเดิมนั่งรถไฟคนละ39บาท กลับไปสถานีธนบุรี ขากลับเพลียจริงอะไรจริงเลยไม่ได้ถ่ายรูปเลยขอโทษทุกคนด้วย เราขอลาไปด้วยภาพสุดท้าย
[img]
https://f.ptcdn.info/292/060/000/pgok528h
[CR] ทริปนี้ที่กาญจนบุรี-ทองผาภูมิ
ทริปนี้ด้วยความที่วันหยุดน้อยแต่มีความอยากไปปปปมากกกก ก ไก่ล้านๆตัว5555 เราจึงตัดสินใจไปช่วงวันที่ 14-15 ตุลาคา 2561 ที่ผ่านมา และก็ไม่อยากไปไกลมากเพราะกลัวจะไม่ทันได้เที่ยวไหนกันพดีก็เลยเลือกไป แทน แท่น แท๊นนนน กาญนะจ๊ะบุรี เอ้ยยย กาญจนบุรี(มีเล่นมุข5555)
เอาละเพื่อเป็นการไม่เสียเวลาเราจะรีวิวการเที่ยวครั้งนี้ให้ได้ชมกัน เอาแบบละเอียดถี่ถ้วนให้เห็นภาพกันไปเลยยย ลุย!
เริ่มต้นด้วยการเดินทางขาไป ถ้าใครสะดวกแบบไหนก็สามารถเลือกได้เลยนะคะ ตามที่เราได้ศึกษาก่อนออกเดินทางก็จะประมาณนี้
-เดินทางด้วยรถไฟที่สถานีธนบุรี สายธนบุรี-น้ำตก สถานีรถไฟอยู่หลังโรงพยาบาลศิริราชค่ะ ส่วนเวลาลองดูในเว็บการรถไฟนะคะ(ราคา39บาท/คน ปี2561 )
-เดินทางด้วยรถไฟขึ้นที่บางซื่อ หรือหัวลำโพง แต่แบบนี้ต้องโทรสอบถามและจองล่วงหน้านะคะเพราะมันอาจจะเต็มได้ เพราะแบบนี้เป็นแบบเที่ยวเดียวจอดเฉพาะที่สถานีนครปฐมและยิงยาวถึงสถานีน้ำตกเลย ราคาไป-กลับจะอยู่ที่ 120 บาท/คน แต่ถ้าเลือกเฉพาะขาไปก็ลองโรสอบถามดูนะคะ
-อีกทางหนึ่งคือขึ้นรถตู้ที่หมอชิต นั่งยาวไปทองผาภูมิได้เลยยย ราคาจะอยู่ที่คนละประมาณ 2ร้อยกว่าบาทค่ะ
( หรือใครมีนอกเหนือจากนี้ก็ลองแนะนำกันได้นะคะ )
ในส่วนของเรานั้นก็แน่นอนเลยว่า นั่งรถไฟไปแบบชิวๆด้วยราคา 39 บาท 55555 ประหยัดด้วยและได้รับบรรยากาศธรรมชาติเต็มๆ
(เซ็ทแรกนี้เป็นการเริ่มต้นการเดินทางของทริปนี้ ตั้งแต่มาขึ้นรถไฟที่สถานีธนบุรี-สถานีน้ำตกนะคะ)
( ย้ำว่ารถบัสสีแดงนะคะ รอฝั่งตรงข้ามน้ำตกไทรโยคน้อยตรงต้นไม้ใหญ่ข้างเซเว่น จะผ่านสถานที่ที่เราอยากจะไปแน่นอนนน )
( ค่ารถสองแถวคนละ 20 บาท รถบัสสีแดงไปทองผาภูมิ คนละ 70 บาท แต่ถ้าเลยไปสังขละน่าจะตกคนละประมาณ 100 กว่าบาทนะ )
แต่เดี๋ยวก่อนนน ก่อนจะขึ้นรถบัสไปทองผาภูมิก็แวะเดินเล่นที่น้ำตกกันสักหน่อย คนเยอะมากเล่นน้ำกันสนุกเชียวอยากเล่นบ้างแต่ต้องอดทนไว้ทำได้แค่แตะๆเท่านั้น555
(ในการเดินทางแต่ละอย่างเราอยากแนะนำสำหรับใครที่ไม่เคยไปสถานที่ีนั้นๆ หรืออยากไปที่ไหนสักที่ด้วยตัวเอง ควรจะตั้งจีพีเอสไว้ดูในโทรศัพท์ด้วยนะคะ จะดีมาก และทำให้เราถึงจุดหมายปลายทาง แน่นอนน)
เรานี่พอขึ้นรถปุ๊บเปิดจีพีเอสเลยว่าเหลือกี่กิโล กี่นาที และเป็นเส้นทางเดียวกันมั้ย มันช่วยได้จริงๆนะ
จุดหมายของเราไม่ถึงทองผาภูมิซะทีเดียว เพราะเราตั้งใจจะไปที่พักแล้ววว อยากพักมาก ล้าสุดอะไรสุด 5555 และที่พักที่เราเล็งไว้ชื่อ *มะไฟคู่รีสอร์ท ดูได้ในเฟสบุ๊คของรีสอร์ทเลย แปะๆ
https://www.facebook.com/mfkresort/
ที่นี่เอาจริงๆคือพึ่งเห็นคนแชร์ในเฟสก่อนวันไปจริงแค่วันเดียวคือเห็นแล้วรู้สึกชอบเลย ดูวิวดี สวย และก็มีแต่คอมเม้นดีๆก็เลยตัดสินใจเอาที่นี่แหละ โทรไปสอบถาม โอเคมีห้องว่างสามารถเข้าพักได้เลยไม่จำเป็นต้องจองล่วงหน้า
ที่นี่เราได้รูปค่อนข้างเยอะ ถือเป็นการรีวิวที่พักให้เค้าเลยละกันเพราะมันดีจริง ชอบมากกก 55555
อะมาต่อกัน ทีนี้ตอนอยู่บนรถบัสก็ดูเวลาและกิโลในจีพีเอสว่าใกล้ถึงแล้ว ( มันไวมาก ) จากน้ำตกไทรโยคที่เราขึ้นรภมาตอนเกือบๆบ่าย2 มาถึงตรงทางเข้าที่พัก ก็ประมาณบ่าย3ครึ่งได้ค่ะ ที่พักนี่ดีอีกอย่างตรงที่อยู่ตรงจุดที่รถเมล์บัสนี้เค้าจอดเพื่อแสกนบัตรพอดีเลย โชคดีไปไม่ต้องคลำหาจนเหนื่อย พอถึงก็ลง จะมีป้ายชื่อรีสอร์ท บอกทาง เดินเข้าไปในซอยอีกประมาณ 200 เมตรเท่านั้นค่ะ
(ต้องขอโทษสำหรับใครที่อยากเห็นที่พักมากกว่านี้แต่เราไม่ทันได้ถ่ายจริงๆมัวแต่เพลิดเพลินกับบรรยากาศ 55555 รูปเซ็ทนี้ถ่ายที่รีสอร์ทนะคะลองดูเลย)
มาที่วันที่15วันสุดท้ายของทริป ตอนแรกเราตั้งใจว่าจะไปช่องเขาขาด วันที่14ตอนขาไปทองผาภูมิ มันจะผ่านแต่ด้วยความที่เวลาไม่ทัน เพราะที่ช่องเขาขาด จะปิดเวลา 16.00 น. ฉะนั้นน เราก็เลยไปตอนขากลับไปสถานีรถไฟนี่ละ เหมือนเดิมค่ะเดินออกมารอรถบัสสีแดงฝั่งตรงข้าม เราเช็คเอ้าท์ออกประมาณ9โมง ( อ่อ ลืมบอกที่พักนี้ดีอีกอย่างตรงที่เค้าไม่มีการเก็บค่ามัดจำห้อง มัดจำกุญแจใดๆทั้งสิ้นจ่ายเฉพาะค่าห้องจบเลย ตนเช็คเอ้าท์ก็แค่เอากุญแจมาคืนเท่านั้นก็กลับได้เลย เวรี่กู๊ดฝุดๆ ) เดินข้ามฝั่งถนนจะมีร้านกล้วยทอดของป้าคนนึง ป้าแกก็ใจดีให้นั่งรอได้ รอสักพักนึงนะคะอดใจรอหน่อยเพราะมันจะไม่มีรถอื่นผ่านเลยยย มีแค่รถบัสสีแดงเท่านั้นจริงๆ ต่อคันรอประมาณ20นาทีพอขึ้นรถ ก็จ่ายเงิน ลงที่ช่องเขาขาดคนละ 70 บาท ตอนแรกคิดว่าไม่ถึงน้ำตกไม่น่าถึง70 เราคิดผิด5555 อะไม่เป็นไรมาเที่ยวทั้งทีก็เต็มที่ไป ละก็เหมือนเดิมอีกที เปิดจีพีเอสไปด้วย5555 ดูตามทางเปะๆมาก แต่ดีหน่อยใกล้ถึงกระเป๋ารถเมลล์ก็เรียกว่าใครลง ตอนแรกเค้าเรียกคนที่ลง ชขข. ไอเราก็งงว่า เรียกใคร5555 บอกไว้เลย ชขข. ย่อมากจาก *ช่องเขาขาด นะคะทุกคนนน ถึงปุ๊บลงปั๊บข้ามถนน เข้าไปเลยยย ด้านหน้าจะเป็นกรมการเกษตรอะไรสักอย่างเค้าก็จะมีพี่ทหารประจำการอยู่ข้างหน้าเค้าก็แนะนำให้เดินเข้าไปทางนี้ ทางนั้นอะไรแบบนี้ 5555 เดินเข้าไปประมาณ200เมตรกว่าๆก็ถึงแล้วค่ะ มีร้านกาแฟมีร้านส้มตำก่อนเข้าไปเดินในช่องเขาขาดด้วยนะ
ที่นี่ก็เป็นอีกที่นึงที่ได้รูปเยอะมาก วิวดีสุด ตอนเดินลงบันไดลงไปแต่ละขั้นนี่บอกกับตัวเองว่าขากลับขึ้นมาต้องไหวนะ55555 ล้อเล่นน้าา มันไม่ได้แย่ขนาดนั้นน ลงไปถึงแล้วจะบอกว่าคุ้มมากก มันดีจริงๆนะเอออ คือเดินลึกเข้าไปยิ่งได้ฟีลเหมือนมาเดินป่า เหมือนเดินขึ้นเขาภูกระดึงกันเลยทีเดียว 5555
มะเรามาดูภาพที่ได้จากที่นี่กันเถอะะะ
เอาหละมาถึงช่วงสุดท้ายกันแล้วววว ขากลับนี่ทรหดสุด55555 เล่าหน่อยอยากเล่า5555
คือตอนออกมาฝนตกกกหนักบ้างเบาบ้าง และรถไฟกลับ กทม. มีตอน12.50 อะเฮื้อ ตอนออกมารอรถปาไป11.30 น.ตายแน่ๆงานนี้ ไม่ทันแน่ 55555
เราก็ข้ามถนนกลับมารอรถบัสสีแดงตรงศาลา ( ดีนะที่มีศาลา เพราะฝนยังตกอยู่ ) เพื่อจะกลับไปที่สถานีรถไฟ รอสักพัก นานมากรอบนี้ และสุดท้ายพอรถมาเรากลับมองไม่รู้ว่าคือรถเมลล์บัส ปล่อยให้มันผ่านไปต่อหน้าต่อตา ด้วยใจที่แตกสลาย 55555 ตอนนี้คือแบบตายละหว่าจะทันมั้ยเวลาบ่งบอกที่ เที่ยงตรง5555 ตอนนี้ได้เวลาถือคติที่ว่า ด้านได้อายอดค่าาา โบกสิครับโบก รออะไร จนในที่สุดมีรถจอดรับเราแล้ว เย่ 5555 แถมพี่เค้าใจดีมากกก ซึ่งจริงๆเค้าเป็นรถของรีสอร์ทที่ไหนสักที่นึงแถวนั้น แถมยังเช็ดที่นั่งให้ด้วยน่ารักสุด ตอนนั้นมีฝรั่ง2คนที่ก่อนหน้านี้มาหลบฝนกับเราด้วยซึ่งเค้าจะไปที่สถานีรถไฟเช่นกันเราก็เลยชวนเค้าให้ขึ้นรถไปด้วยกันเลย ถ่ายรูปเค้าไว้ด้วย5555
น่ารักนะเราว่าเค้ามากันแค่2คนมาเที่ยวกัน เชื่อมั้ยคุณลองย้อนภาพขึ้นไปดูสิมีภาพเค้า2คนก่อนหน้านี้แล้ว อิอิ ตื้นตันใจ 555
[img]https://f.ptcdn.info/292/060/000/pgok528h
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้