แฟนเราหย่ากับภรรยาเก่า แต่เราไม่ต้องการใช้ชีวิตกับเขาอีกต่อไปแล้ว

กระทู้สนทนา
ขอเกริ่นที่มาที่ไปก่อนนะคะ
เราอายุ 28 ปีเป็นโสดไม่เคยผ่านการแต่งงานค่ะ
ส่วนแฟนเราอายุ 37 ปี เคยผ่านการแต่งงาน หย่าร้างและมีลูกติด (ลูกสาววัย8ขวบ)

แฟนเราหย่ากับภรรยาเก่าและเราก็ตกลงปลงใจที่จะเริ่มต้นใหม่ด้วยกันค่ะ ในตอนแรกทุกอย่างดูจะไปได้ดีเราทั้งคู่มีความสุขมากๆ รักและอดทนเพื่อให้ผ่านอุปสรรคทุกอย่าง เนื่องจากทรัพย์สินบางส่วนที่มีได้ให้กับลูกสาวและภรรยาเก่า รวมถึงแฟนเราไม่เหลือเงินเก็บเลยค่ะ
ด่านแรกที่เราผ่าคือความลำบากในการใช้ชีวิตมเราต้องเอาเงินเก็บที่มีออกมาใช้ในการจะอยู่ร่วมกัน รวมถึงจ่ายหนี้สินที่แฟนเราติดค้างภรรยาเก่า เราก็เป็นคนช่วยจ่ายให้ค่ะ ตรงนั้นเราไม่ติดใจอะไรเพราะคิดว่าจะได้จบๆกันไป
ด่านที่ 2 คือเรื่องของทางครอบครัวเรา ที่ไม่เห็นด้วยที่เราจะออกไปใช้ชีวิตลำบาก (ไม่ได้ลำบากมากแต่ถ้าอยู่ตัวคนเดียวหรือก่อนนี้สบายกว่านี้ มีเงินเหลือเก็บ มีเหลือใช้บ้าง พอจะหาความสุขได้) ปต่เราก็พาแฟนไปทำความรู้จักจนพ่อแม่ใจอ่อน อนุญาตให้ไปใช้ชีวิตร่วมกัน และรอเวลาให้สร้างเนื้อสร้างตัวเผื่อที่จะทำทุกอย่างให้ถูกต้อง (คือให้ผู้ใหญ่สองฝ่ายมาคุยกัน รับรู้ร่วมกัน) และทางบ้านช่วยดาวน์รถให้เรา ซึ่งเราไม่อยากได้แต่บ้านแฟนเราอยู่ไกลมากค่ะ แฟนจึงบอกรับมาก่อนแล้วเก็บเงินคืน ซึ่งเราเคยบอกแล้วว่าเราไม่อยากให้มีปัญหาตามมาจากเรื่องนี้เราขอไม่รับ แต่สุดท้ายทนไม่ไหวรับตามคำขอของแฟน แล้วปัญหาก็ตามมาจริงๆค่ะ
ด่านที่ 3 คือเรื่องของภรรยาเก่าและลูก ทางด้านลูกเราเข้าใจว่าไม่สามารถตัดขาดกันได้และเรายินดีอย่างมสกที่เขาจะดูแลลูกเพราะคือความรับผิดชอบของเขาเต็มๆ ยินดีที่จะให้มาหามาเจอ มาค้างอ้างแรมหรือไปไหนมาไหนด้วย แต่ไม่ยินดีให้ทำกิจกรรมพ่อ แม่ ลูก ทุกกรณีค่ะ ไม่ยินดีที่ต้องไปดูแลภรรยาเก่าหรือแม่ยายโดยเด็ดขาด จริงๆแล้วมีเรื่องที่เราเคยเห็นเขาแอบติดต่อกันผ่านไลน์ ติดต่อผ่านโน๊ตลูกที่มีรายมือผู้ใหญ่ติดมาด้วย ในข้อความที่ว่า “ไว้ไปเที่ยวกันแบบพ่อแม่ลูก” แต่เราข้ามเรื่องนี้กันมาได้ แต่ในใจเราก็ยังคงมีคำถามตลอดเวลาค่ะ

อันที่จริงเราเคยคุยกันแล้วก่อนจะคบกันว่าเรารับได้ทุกอย่างที่เป็นความจริงๆ ขอเพียงพูดและคุยกันแล้วเรามาปรับกัน แต่แฟนเรามักจะไม่พูดหรือเลี่ยงที่จะพูดกับเราแบบตรงไปตรงมาเสมอ และเมื่อมีปัญหาเราไม่เคยแก้กันได้ตรงจุด และนี่คือสาเหตุที่ทำให้หลังจากนี้ความสัมพันธ์ของเราแย่ลงในทุกๆวัน
มีปัญหาไม่กล้าพูด ไม่บอกความจริง ปิดบัง และหนีปัญหา

เราอยู่ด้วยกัน ไปทำงานด้วยกัน กลับบ้านพร้อมกัน ทำทุกๆอย่างด้วยกัน แต่เราไม่เคยเข้าใจกันหรือคุยกันได้เลยสักเรื่อง (เพราะเราไม่เคยได้นั่งถกความจริง)

แฟนเราเป็นพ่อบ้านที่ดีมากค่ะ คือไม่ได้จะเอาแต่ความไม่ดี ไม่เข้าใจกันมาพูดนะคะ เรารักเขาหมดหัวใจ ยอมได้ทุกอย่าง ยอมขัดใจที่บ้าน แตกหักกับที่บ้าน สู้รบปรบมือจนได้มามีโอกาสใช้ชีวิตร่วมกัน

แต่เวลา 1 ปีผ่านไป ปัญหาต่างๆเริ่มก่อตัวขึ้น เราทะเลาะกันทุกอาทิตย์ เรื่องที่เราไม่เข้าใจกัน เรื่องที่เราไม่ไว้ใจเขาและไม่พอใจกับอดีตของเขา
เขาเคยพูดกับเราว่าทางบ้านเขาเคารพการเริ่มใหม่การตัดสินใจของเขา เราจึงคิดว่ามันน่าจะเป็นเวลาที่เหมาะแล้วที่เราจะเขาหาผู้ใหญ่ของเขาบ้าง แต่ผลที่ได้กลับมาคือเขาบอกเราว่าให้เรารอ ตอนนี้ทางบ้านเขานับรู้แต่จะให้เขายอมรับเราคงไม่ได้ มันต้องใช้เวลา เขาอยากให้เราสุขสบาย มีลูก มีเงิน อยู่กันยืด ไม่อยากให้ใครมาดูถูกเขาว่าเขาเลือกคนผิด สิ่งที่เขาพูดมาทำเราเสียใจมาก
เราได้แต่คิดว่าทำไมครอบครัวเขาถึงไม่ให้โอกาสเราบ้างและคนของเราเองทำไมไม่มีความสามารถพอที่จะทำให้ทางบ้านเขาบอมรับเราได้บ้างเลยหรอ เราสับสนและเสียใจมากค่ะ เพราะเราเองทำทุกอย่าง สละและทุ่มหมดใจ เพื่อทำให้เขาเป็นที่ยอมรับ โดยทุกคนไม่ว่าญาติผู้ใหญ่หรือเพื่อนสนิท ทุกคนล้วนบอกเราคิดผิด ตัดสินใจผิด แต่เรากลับคิดว่าเราเลือกแล้ว เราไม่ได้ต้องการคนที่ดีทุกอย่าง ขอแค่พอดีกับเราพอ เราพร้อมจะสร้างและเริ่มต้นไปกับเขา เราไม่สนว่าใครจะมองแฟนเราแบบไหน ไม่กลัวว่าใครจะว่าเราคิดผิดไหม
แต่ในทางกลับกัยแฟนเรากลัวครอบครัวเขาจะว่าเขาคิดผิดที่มาคบเรา แต่หารู้ไม่ว่าเรายอมจ่ายหนี้สินให้กับเขา ที่บ้านเราช่วยไม่ให้ต้องลำบาก เราอยู่บ้านเขาก็หารน้ำ ไฟ ข้าวของภายในบ้าน ทั้งๆที่เราก็มีภาระผ่อนบ้านเราเอง แต่เราคิดว่าเราอยู่กับเขาเราคือคู่ชีวิตที่ต้องช่วยกันและไม่เคยคิดเอาเปรียบเขา เราเสียใจไม่ใช่เพราะครอบครัวแฟนเราที่มองไม่เห็นความดีเรา แต่แฟนเราเองยังมองไม่เห็นสิ่งที่เราทำให้ ความพยายามที่จะมาคบเขา ไม่เคยคิดเอาเปรียบ งานบ้านอยู่บ้านเราไม่ต้องทำ แต่มาอยู่กับเขาเราทำหน้าที่แม่บ้านทุกอย่าง เพราะเราเขาใจว่ามันคือหน้าที่เมื่อมีครอบครัว เหมือนว่าสิ่งที่เราพยายามมันไม่เป็นผล เราต้องรอเวลาที่ทางครอบครัวแฟนจะยอมรับ รอเวลาที่แฟนจะมองเห็นว่าเราดีพอที่จะมั่นใจและพาไปเจอครอบครัว

ปัญหาอีกเรื่องคือเราทะเลาะกันรุนแรงมากขึ้นจนเราอยากกลับบ้านเพราะอยู่ไปเราก็เหนื่อย เขาเริ่มที่จะใช้กำลังกับเราแต่ไม่ใช่การทำร้าย เริ่มจากผลัก และกระชากคอเสื้อ
ล่าสุดคือการจะทำร้ายด้วยอาวุธ เราจึงย้ายออกทันทีในเช้าวันรุ่งขึ้นเพราะกลัวและอีกหลายๆปัจจัยที่เรามองไม่เห็นอนาคตครอบครัวเลย ไม่รู้จะสู้ไปแบบไหน

จากนั้นเวลาผ่านไปเขายอมพาเราไปเจอพี่น้องเขา สุดท้ายเรายอมจะมองข้ามปัญหา เพื่อจะไปเริ่มกันใหม่ (จะว่าเราบ้าก็ได้ แต่เราอยากไปให้สุด) จนกระทั่งแฟนเราบอกว่ากลับไปได้นะแต่เขาจะไม่เอารถที่ที่บ้านเราดาวน์ให้ จะออกรถใหม่ เราจึงบอกว่าเราขายรถแล้วไปอยู่กับเขาไม่ได้ ที่บ้านคงไม่ยอมแน่ คงคิดว่าเราบ้าผู้ชาย ยอมขายทรัพย์สินแล้วย้ายกลับไป ปัญหาต่างๆจะตามมาและจะกลายเป็นปัญหาเราไปในที่สุด
เขาจึงบอกว่างั้นจะมีรถสองคัน แต่การที่มีรถสองคันเราคิดคำนวนให้เขาดูแล้วว่า เรามีจ่ายค่าบ้าน และภาระอื่นๆที่มี หักลบกลบหนี้ ค่ากินอยู่ที่เราต้องช่วยกันออกกับเขา สรุปเราเหลือเงินกินเดือนละ 1,000 บาทนิดๆ
เราอยู่ไม่ได้แน่ๆ เราจะใช้ชีวิตแบบไหน อยู่ไปวันๆ ไม่เก็บเงิน ไม่สร้างตัว ไม่คิดเผื่อเจ็บป่วยฉุกเฉิน แต่เขายืนยันไม่เปลี่ยนใจ ว่าจะทำแบบนี้ ไม่เอารถคันนี้เพราะอยากให้พ่อแม่และทางบ้านเราได้รู้ส่าเขาเองมีปัญญาออกรถได้ ซึ่งไม่มีใครเคยดูถูกเขาเลย แล้วก็หากเขาอยากเอารถไปรับลูกเที่ยวจะได้สบายใจ อยากเอาไปใช้ส่วนตัวแบบไม่มีเราจะได้ทำได้สบายใจ ซึ่งเรารู้สึกว่าอนาคตเราลำบากแน่ๆ มันไม่รู้จะทำแบบไหน เราขอร้องด้วยเหตุผลและชี้แจงทุกรายละเอียด ค่าใช้จ่าย ปัญหาต่างๆที่จะตามมา แต่เขายังคงยืนกรานกับเราแบบนี้ว่าจะทำและไม่สนใจ เงินเหลือน้อยก็อยู่กันให้ได้ แต่เราคิดว่ามันไม่มีอนาคตเลยแบบนี้
เราอยากพอแล้ว อยากออกมา เราเหนื่อยมาก เราท้อ เราเองอยากมีอนาคต สร้างตัว มีครอบครัว แต่แฟนเราตอนนี้เขาไม่เห็นใจเราเลย คิดแต่ความสบายใจและเรื่องศักดิ์ศรี ในทางกลับกันเราไม่สนแล้วว่าใครจะมองเราเป็นไง ครอบครัวเขาคิดกับเราแบบไหน เราแค่อยากมีความสุขในชีวิตคู่ มีรากฐานที่มั่นคง ใช้ชีวิตให้ราบเรียบและสร้างไปด้วยกัน เราอยากทำให้มันดี แต่แฟนเราไม่ยอมลดละเรื่องนี้เลย เขาบอกแค่ว่าถ้าใช้รถที่ที่บ้านเราดาวน์ให้เขาไม่สบายใจ สุดท้าต้องเก็บเงินดาวน์ไปคืนครอบครัวเรา ซึ่งเราต้องช่วยกันเก็บ เราก็มองว่ามันไม่แปลกตรงไหน เราต้องคืนเขาสิในเมื่อเราทำงานหาเงินได้ จะใช้เงินพ่อแม่ทำไม เขาแค่ยืนมือมาข่วยตอนเราลำบาก และรถก็เป็นชื่อเรา แล้วเราก็มองว่ามันคือรถเราสองคน เมื่อเรามีเงินคืนพ่อแม่ทุกอย่างน่าจะจบ แต่เหมือนแฟนเราเขาบอกว่ามันคือภาระผูกพัน ไม่อยากให้ใครมาวุ่นวายหรือยืมรถหรือรบกวน  (ไม่มีใครเคยมายืมและบ้านเราก็มีรถของเขาเอง)
เรางงมาก ว่าเขากำลังคิดอะไร และเขาน่าจะกังวลในการเอารถไปหาลูกด้วยอีกประเด็น

เราแค่ต้องการมาอธิบายปัญหาที่เราพูดกับใครไม่ได้ มันเหมือนน้ำท่วมปาก เราเครียดและเสียใจที่ทุกแย่างมันต้องจบ แต่เราก็บอกเขาแล้วว่าเราแบกรับภาระไม่ไหวทั้งหนี้สิน ภาระทางใจ เหมือนเข้าจะไม่สนใจ และเราคงต้องออกมาจริงๆแล้ว
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่