[SR] แชร์ประสบการณ์ลูกสาวผ่าตัดตาตอนขวบกว่าๆครับ

กระทู้รีวิว
แชร์ประสบการณ์ครับ ผมมีลูกสาว อายุ 2 ขวบ ลูกสาวผมเกิดก่อนกำหนดครับ เกิดมาตอน 7 เดือน ภรรยาผมครรภ์เป็นพิษ ก็อยู่รพ. ไปเป็นเดือนเลย ตอนแรกๆ ก็กังวลนะ แต่พอขวบกว่าเค้าก็แข็งแรงมาก ซนมาก กินเก่ง ก็คิดว่าเออลูกเราสุขภาพดีไม่ค่อยป่วยด้วย หลังจากที่มีปัญหาเรื่องคลอดตอนนั้นก็ไม่ป่วยใหญ่ๆอีกเลย จนขวบกว่า ส่วนใหญ่พ่อแม่จะทำประกันให้ลูกใช่ไหมครับ ตอนแรกผมเคยไปสมัครประกันไว้ แต่โดนปฏิเสธ คุยกับเพื่อน เพื่อนบอกว่า เด็กที่มีปัญหาตอนคลอด หรือคลอดก่อนกำหนดบางทีจะโดนปฏิเสธประกัน เพราะว่าเด็กกลุ่มนี้บางคนจะมีความผิดปกติ หรือความไม่สมบูรณ์อะไรบางอย่าง ตอนนั้นโดนปฏิเสธเลยช่างมัน ไม่ทำก็ได้วะ แต่ภายหลังมีไปหาหมอที่รพอีกครั้ง ไปเจอบูธประกันหลายๆบูธมาเปิดพอดี เลยลองยื่นไปดู ตอนนั้นก็คิดว่าอาจจะไม่ผ่านเหมือนเคย เลยเลือกตัวขั้นต่ำสุดไป (เสียใจจนตอนนี้) ปรากฎว่าเลยได้ของ allianz ayudhya มา ผ่านเฉยเลย ไม่ได้ถามอะไรจุกจิกด้วย

เข้าเรื่องตอนเด็กๆ มีคนทักบ่อยๆว่าลูกตาไม่เท่ากันหรือเปล่า เหมือนเค้าตาเขนะ ด้วยความที่เป็นพ่อ ก็คิดเข้าข้างตัวเองมาตลอดว่าไม่หรอก นิดเดียวเอง ไม่น่าใช่ จนเค้าเริ่มโต ขวบกว่าๆก็มีคนทักบ่อยขึ้นอีก ที่มีน้ำหนักสุดคือคนในครอบครัวครับ พี่สาวผมพูดจนผมเอะใจ ในที่สุดก็เลยเริ่มหาข้อมูลกัน หาไปเรื่อยเปื่อย ส่วนมากก็บอกว่าร้ายแรงมากนะ
(แน่นอนล่ะ หาหมออากู๋ นี่จะเพิ่มความร้ายแรงให้เราอีก 150%)

หลายๆ คนบอกว่าไม่ว่าเป็นอะไรก็ควรไปหาหมอแต่เด็ก ก็เลยลองไปดู อันนี้จริงๆ ต้องบอกว่าด้วยความที่มีประกันด้วยก็เลยคิดว่าเอาวะ ถ้าต้องผ่าหรืออะไรตอนนี้ยังอยู่ในช่วงที่ทำประกันอยู่พอดี ตอนนั้นลูกของผมอายุประมาณขวบกว่าครับ ก็ไปหาหมอที่รพ ธนบุรี คุณหมอบอกว่า แบบนี้คือเป็น ตาขี้เกียจ ผมจะสรุปจากที่คุณหมออธิบายมากับที่หาข้อมูลมาให้นะครับ เผื่อเป็นประโยชน์ของใครได้บ้าง

สาเหตุของการเป็นตาขี้เกียจ
1. เป็นกรรมพันธุ์ครับ บ้านไหนที่มีคนในครอบครัวเป็นต้องหมั่นสังเกตุ
2. การคลอดก่อนกำหนด การคลอดก่อนกำหนดทำให้อวัยวะบางอย่างยังไม่ได้พัฒนาอย่างเต็มที่ ก็เลยอาจทำให้เกิดความผิดปกติต่างๆได้
3. ตาเข อธิบายแบบชาวบ้านๆคือ ลูกตาดำทั้ง 2 ข้างหันไปไม่ตรงไปในแนวเดียวกัน ซึ่งจะสังเกตได้ยากมากเลยครับ เพราะว่ามันเอียงไปนิดเดียวจริงๆ
บางคนอาจจะมองไม่ออกเลยด้วยซ้ำ แต่มารู้จากการที่มองเห็นภาพไม่ชัด
ต้องหันไปมองบางองศาถึงจะเห็นวัตถุชัด หรือไม่ก็ต้องปิดตาข้างใดข้างหนึ่ง
ซึ่งมันยากตรงไหนที่เป็นเด็กนี่แหล่ะ เด็กขวบกว่ายังไม่สามารถบอกอาการอะไรได้เลย อันนี้คิดเองนะว่าคำว่าชัดไม่ชัดบางคนอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำ
4. ความผิดปกติของสายตา สายตาสั้นยาวเนี่ยแหล่ะครับ มีผลทำให้เป็นตาขี้เกียจได้ และในขณะเดียวกัน ก็อาจทำให้วินิจฉัยคลาดเคลื่อนได้ด้วย คุณพยาบาลเล่าให้ฟังว่า หลายๆเคสผู้ปกครองไปหาหมอที่อื่นมา ส่วนมากจะคิดว่าสายตาเอียง ก็ตัดแว่นให้ ใส่แว่นอยู่หลายปี จนค้นพบว่าแก้ปัญหาไม่ถูกจุดก็เลยลองเปลี่ยนหมอ ปรากฏว่าต้องผ่า

ของลูกสาวผมนี่คือมาจากการตาเข กับการคลอดก่อนกำหนดเนี่ยแหล่ะครับ พอคุณหมออธิบายการเกิดโรคเสร็จก็ทักเปรี้ยงเลยว่าแบบนี้ต้องรีบผ่านะ ควรผ่าก่อน 2 ขวบ เวลาเด็กๆเป็นอะไรพวกนี้อย่างหัวใจ หรืออวัยวะภายในส่วนใหญ่หมอจะแนะนำให้รีบผ่าก่อน 2 ขวบครับ เป็นช่วงที่ร่างกายยังฮีลตัวเองได้ดี ขออนุญาตอ้างอิงเคสน้องอลินของคุณโอปอล์กับคุณหมอโอ๊คที่น้องก็รีบผ่าตั้งแต่ขวบกว่าๆเหมือนกัน ก็ไม่ได้ตัดสินใจอะไรเลยครับ ผ่าก็ผ่า แอบนอยด์นิดหน่อยก็หาข้อมูลหลายๆอย่างประกอบไปด้วย คุณหมอที่ผ่าให้ยังเด็กๆ อยู่เลยแต่ว่าเป็นอาจารย์หมอครับ

ช่วงนี้เป็นช่วงวัยที่พัฒนาการเป็นส่วนสำคัญแล้วตาก็เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ถ้าไม่ผ่าก็จะมีผลในอนาคตทำให้อาจเห็นภาพซ้อน มองภาพสามมิติไม่ได้ ที่สำคัญและส่งผลถึงตอนโตคือบุคลิกภาพครับ ในตอนอายุเท่านี้เด็กยังไม่ได้สร้างบุคลิกภาพที่แสดงออกมาเท่าไร แต่ถ้าไม่แก้ไขตั้งแต่ตอนนี้อาจกลายเป็นความเคยชิน แล้วจะทำให้เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้เลย การใช้ตานี่เป็นเรื่องสำคัญมากๆนะครับ เกี่ยวกับพัฒนาการโดยตรง

ก่อนจะผ่าคุณหมอก็อธิบายแผนการรักษา อธิบายวิธีการผ่าคร่าวๆ ว่าจะเข้าไปปรับเส้นเอ็นที่ดึงตา ปรับให้มันดึงให้ตรง (ไม่แน่ใจว่าอธิบายถูกไหมนะครับ ที่ฟังมาประมาณนี้) ถึงมันจะเป็นผ่าตัดใหญ่ แต่ให้คุณพ่อคุณแม่วางใจได้ เดี๋ยวนี้วิทยาการก้าวไกล ใช้เวลาผ่าประมาณชั่วโมงนึงก็เสร็จครับ ค่าใช้จ่ายเบ็ดเสร็จอยู่ที่แสนกว่าๆ ประกันจ่ายมาที่สี่หมื่น ถือว่าช่วยไปได้เยอะเหมือนกัน

ก่อนผ่าก็ยังหวั่นยังกังวล กลัวลูกจะแพ้ยาสลบ ยานอนหลับ กลัวความปลอดภัยของลูก คิดไปต่างๆ นานา พอผ่าเสร็จก็ยิ่งกังวลเข้าไปอีกว่ากลับบ้านไปจะดูแลเค้ายังไง มีอะไรต้องระวังบ้าง ผมว่าอันนี้สำคัญมาก สำคัญกว่าตอนผ่าอีก ตอนผ่าเป็นหน้าที่ของคุณหมอ กลับบ้านมาเป็นหน้าที่ของเราเต็มๆเลย ผมมาสรุปให้เป็นข้อๆนะครับ เผื่อใครที่ต้องดูแลลูก จะได้นำไปลองปรับใช้ดู อ่อ อันนี้ส่วนใหญ่ได้จากพยาบาลพิเศษของทางประกัน จัดส่งมาดูแลหลังผ่าตัดครับ

1. ความสะอาด เรื่องนี้เป็นหัวใจหลักเลยครับ ทำความสะอาดบ้าน ดูดฝุ่นทำอะไรให้เรียบร้อย ตอนพักฟื้นนี่ถ้าลางานมาเฝ้าลูกได้ก็จัดแจงเตรียมพื้นที่ไว้ก่อนเลย
2. ระมัดระวังการกระทบกระเทือน ที่ผมประหลาดใจมากอย่างนึงเลยคือ ผ่าตา ดูเป็นเรื่องใหญ่มากแต่ว่าพอผ่าเสร็จก็พักที่โรงพยาบาลแป๊บเดียวคุณหมอก็ให้กลับได้เลย ไม่ได้ปิดตาด้วย ให้ใช้ตาได้แต่ว่าช่วงนี้ระวังๆก่อน หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องใช้ตามากๆ ช่วงนี้ต้องมีคนดูแลตลอดห้ามคลาดสายตา อย่าปล่อยให้ลูกอยู่ลำพัง เพราะเค้าอาจระคายเคือง ขยี้ตา ก็จะเป็นอันตราย และอาจติดเชื้อได้ หลังผ่า ตรงตาขาวจะแดงๆ จากแดงเข้มจะค่อยๆจาง ไม่ได้ต้องทำแผลหรืออะไร
3. คอยสังเกตอาการหลังผ่าตัด และผลข้างเคียงต่างๆ เช่นผลจากยาสลบ ยาชา ที่อาจทำให้บางคนเวียนศรีษะ อาเจียนหรือมีผื่นแพ้ได้ สังเกตร่างกายลูกให้ดีๆครับ อย่างเช่นสีปาก, อาการบวมต่างๆ, การหายใจเร็ว-ช้า กว่าปกติ, อาการหอบ และถ้ามีไข้ต้องรีบกลับไปพบแพทย์

4. ตรวจสอบสิทธิประโยชน์ต่างๆ ลองศึกษา สิทธิประโยชน์ต่างๆ ประกันทั้งของลูก (ผมมั่นใจว่าพ่อแม่ส่วนใหญ่ทำไว้) แล้วก็ประกันของเราที่บางทีมีพ่วงลูกด้วย ของผมออกจากรพมาก็มี sms มาจากประกันที่ทำไว้ว่ามาเสนอการดูแลหลังผ่าตัด ที่สำคัญคือฟรี แล้วก็ทิ้งเบอร์ติดต่อมาให้ ผมก็เลยลองโทรไปดู ปรากฏว่าเค้าส่งเป็นพยาบาลพิเศษมาดูแลหลังผ่าตัดครับ

**ใครที่ซื้อประกันให้ลูกไว้ลองเช็คดูนะครับ เพราะว่าอาจจะมีบริการเสริมอะไรแบบนี้ให้ ผมจ่ายเบี้ยเค้าไปไม่เยอะเลยนะ สองหมื่นกว่าบาท เอาจริงๆ แค่จ่ายค่ารักษาก็เกินแล้ว ถามคุณพยาบาลพิเศษที่มาดูแลลูก เค้าแจ้งว่า สมมติว่าเราหาหมอ คุณหมอวินิจฉัยแล้ว แต่เราอยากทราบความคิดเห็นของหมอท่านอื่นๆ เพิ่มก็สามารถทำได้ด้วย อันนี้เสียดายที่ผมไม่รู้มาก่อน เพราะว่าเพื่อนๆก็บอกกันมาเยอะควรหาหลายๆ หมอเพื่อหาความคิดเห็นเพิ่มเติม

5. ระวังการงอแงเป็นพิเศษ อันนี้เตือนเลยครับ คนอื่นไม่รู้เป็นไหมนะ แต่ลูกสาวผมนี่เวลาป่วยจะงอแงหนักมาก บางทีเค้าเจ็บก็จะอ้อนและลุกลามไปถึงการเอาแต่ใจ บวกกับช่วงนี้บางบ้านอาจจะเป็นช่วง Terrible two ด้วยก็คูณ 2 กันไปเลยครับ สำหรับผมบางอย่างงอแงได้ก็ยอมกันไปสำหรับช่วงนี้ แต่ถ้าบางอย่างเกินขอบเขตก็มีดุกันบ้างธรรมดาครับ


สรุปก็คือ ไม่ว่าจะมีความผิดปกติอะไร จะเล็กๆน้อยๆหรือเรื่องใหญ่ เราก็ควรจะใส่ใจเสมอ เพราะว่าเด็กเค้าไม่สามารถบอกเราได้ทุกอย่าง อีกอย่างที่ควรมีคือประกัน เด็กๆป่วยบ่อยเข้ารพทีเป็นหมื่นๆ นี่ยังเสียใจที่ทำเบี้ยน้อยไปเลยครอบคลุมไม่ทั้งหมด ที่พูดอย่างนี้ไม่ได้ต้องการจะสื่อว่าทุกคนทุกบ้านควรทำประกันนะครับ แต่การซื้อประกันของลูกเอง หรือของเราเอง ถ้าไม่ได้ขัดสนหรือไม่ได้เดือดร้อนอะไร ผมว่าซื้อไว้เถอะครับ เพราะโรคภัยมันไว้ใจไม่ได้จริงๆ
ชื่อสินค้า:   allianz ayudhya
คะแนน:     

SR - Sponsored Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ SR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - ได้รับสินค้าหรือบริการมาใช้รีวิวฟรี โดยไม่ต้องคืนสินค้าหรือบริการนั้น
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างแต่ได้รับผลประโยชน์อย่างอื่น เช่น บัตรกำนัล ค่าเดินทางตามจริง
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่