JJNY : 5in1 อนค.เปิดสาขาระยอง/อลงกรณ์ไม่รับนายกฯคนนอก/กกต.ขู่ยุบเกลี้ยง3เพื่อ/ตลาดบ้านปีหน้าหดตัว/ตลาดหุ้นโลกร่วง

กระทู้คำถาม
อนค.เปิดสาขา 'ระยอง' ธนาธรชี้ สมาชิกคือคนสำคัญ ร่วมกันส่งผ่านสังคมที่ดีกว่าให้ลูกหลาน
https://www.matichon.co.th/politics/news_1179485

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค คณะกรรมการบริหารพรรค พร้อมทีมงานลงพื้นที่เปิดศูนย์ประสานงานพรรคอนาคตใหม่ ภาคตะวันออก บริเวณชั้น 2 ศูนย์การค้าดิโอโซน ใกล้สถานีขนส่งแห่งที่ 2 ต.ทับมา อ.เมืองระยอง พร้อมเปิดรับสมัครสมาชิก โดยมีนักธุรกิจ พ่อค้า ประชาชน กลุ่มประมงปากน้ำระยอง จำนวนกว่า 200 คน ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ทั้งนี้ ว่าที่ผู้สมัครพรรคอนาคตใหม่ จ.ระยอง เข้าร่วม อาทิ นายพัฒนพงศ์ หนูอุดม นายอำนาจ ศรีแสง น.ส.นพมาศ การุญ และนายบุญรวี (สุวัฒน์) ยมจินดา

นายธนาธรกล่าวว่า วันนี้มาเปิดที่ทำการสาขาพรรคอนาคตใหม่ จ.ระยอง และเปิดรับสมัครสมาชิกพรรค ซึ่งได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น สมาชิกพรรคเป็นหน่วยที่สำคัญของพรรคอนาคตใหม่ ไม่ใช่กรรมการบริหารพรรค วันนี้เป็นเวลา 4 เดือนของการก่อตั้งพรรค เรามีอาสาสมัครออนไลน์ 8,000 คน เพจเฟซบุ๊กอนาคตใหม่ล่าสุดเกือบจะ 100 เฟซฯ อาทิ อนาคตใหม่ระยอง เป็นต้น เกิดขึ้นจากคนที่อยากเข้าร่วมกับเรา อยากมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง วันนี้ในเฟซบุ๊กของเรามีคนเข้ามากดไลค์ กดแชร์เดือนละ 1.5 ล้าน มากกว่าพรรคการเมืองทุกพรรค มากกว่านักการเมืองทุกคน ไม่มีพรรคการเมืองหรือนักการเมืองคนไหนมียอดกดไลค์ กดแชร์มากถึงเดือนละ 1.5 ล้าน

“วันนี้หลายคนไม่รู้ คิดว่าพรรคอนาคตใหม่ทำงานแต่ในโลกออนไลน์ โดย 4 เดือนหลังจากการประชุมจดจัดตั้งพรรคเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมจนถึงวันนี้ มีกรรมการครบทั้ง 77 จังหวัด คนมองไม่เห็น ทุก 2 วันเราหากรรมการจังหวัดได้ 1 จังหวัด คนมองไม่เห็น เราเป็นพรรคการเมืองที่แทบจะมีพื้นที่สื่ออยู่ทุกวัน เป็นพรรคการเมืองที่สื่อให้ความสนใจ นี่คือการเดินทางเพียงแค่ 4 เดือนเศษ ที่ผ่านมาเราเห็นชัดว่าวาระทางการเมืองพรรคอนาคตใหม่มีส่วนอย่างมากที่เป็นผู้กำหนดวาระทางการเมือง ล่าสุดเราออกมารับบริจาค เราก็เป็นพรรคแรกที่โดนสั่งห้าม สิ่งที่ผมพูดมาทั้งหมดเพื่อที่จะแสดงให้เห็นว่าการที่พวกเรามาร่วมกันสร้างความสัมพันธ์แบบพรรคการเมืองแบบใหม่แบบนี้ที่ไม่ต้องใช้เงิน ทำให้พรรคการเมืองของเราเกิดพลัง กลายเป็นความเคลื่อนไหวทางสังคมครั้งใหม่ที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง” นายธนาธรกล่าว

นายธนาธรกล่าวว่า เราจะเจอคนแบบนี้ทุกจังหวัด ที่กรุงเทพฯมีคนเดินมาสมัคร 2,000 กว่าคน เมื่อวานนี้ที่ จ.นครศรีธรรมราช มีประชาชนเดินมารับสมัครสมาชิกใหม่ 300-400 คน วันนี้ที่ จ.ระยอง ประเมินด้วยสายตาก็อยู่ที่ 200-300 คน ทำให้พวกเราเห็นว่าการเมืองที่เป็นเรื่องของคนธรรมดาสามารถเปลี่ยนแปลงสังคมได้ เป็นพลังสำคัญในการผลักดันสังคมไปข้างหน้าได้ เพราะเราเชื่อว่าคนทุกคนมีศักยภาพ เราเชื่อว่าถ้าเราทำงานร่วมกันก็จะสามารถเปลี่ยนแปลงสังคม แล้วส่งผ่านสังคมที่ดีกว่าไปให้ลูกหลานของเราได้




"อลงกรณ์"ลั่นถ้าเป็นหน.พรรคปชป. ไม่รับนายกฯคนนอก
http://www.thansettakij.com/content/333066

“อลงกรณ์” แคนดิเดตหัวหน้าพรรค ปชป. ประกาศ 3 จุดยืนตอบโจทย์ใหญ่การเมืองในวาระครบรอบ 45 ปีเหตุการณ์ 14 ตุลา

นายอลงกรณ์ พลบุตร ผู้สมัครชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าววันนี้(14ต.ค.)ว่า พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคการเมืองใหญ่ที่เป็นหลักของประเทศทำให้ประชาชนและสื่อมวลชนต้องการความชัดเจนในจุดยืนของผู้นำพรรคเกี่ยวกับท่าทีต่อการเลือกตั้ง การจัดตั้งรัฐบาลและประเด็นนายกคนนอก วันนี้พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีหัวหน้าพรรคเพราะอยู่ระหว่างการเลือกหัวหน้าพรรคมีแต่รักษาการหัวหน้าพรรคและผู้สมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค3ท่านซึ่งก็คือว่าที่หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนต่อไป ดังนั้นความเห็นใดๆของผู้สมัครทั้ง 3 ท่านจึงเป็นจุดยืนของว่าที่หัวหน้าพรรคซึ่งเป็นเรื่องดีที่ประชาขนและสมาชิกจะได้ทราบจุดยืนของแต่ละท่าน

“ผมจึงขอแถลงแสดงจุดยืนและท่าทีทางการเมืองใน3เรื่องใหญ่ที่มีความสำคัญต่อการเมืองไทยและอนาคตของประเทศ"

จุดยืนต่อการเลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์โดยการนำของผมจะร่วมแข่งขันในการเลือกตั้งตามกฎหมายและกติกาอย่างสุภาพบุรุษโดยจะไม่มีการขัดขวางหรือบอยคอตการเลือกตั้งในยุคที่ผมเป็นหัวหน้าพรรค เราพร้อมเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล แพ้คือแพ้ ชนะคือชนะ ตามเจตนารมณ์ของประชาชน เมื่อแพ้ก็ปรับปรุงตัวเองให้เป็นทางเลือกที่ดีจนกว่าจะชนะใจประชาชนด้วยแนวทางการเมืองสีขาว456ของประชาธิปัตย์ยุคใหม่

จุดยืนต่อการจัดตั้งรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์โดยการนำของผมจะเคารพสิทธิพรรคการเมืองที่ชนะเลือกตั้งอันดับหนึ่งให้มีสิทธิ์จัดตั้งรัฐบาลก่อนตามครรลองประชาธิปไตยเพื่อแสดงว่าพรรคประชาธิปัตย์เคารพเสียงของประชาชนและต้องพร้อมที่จะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาลบนความชอบธรรมเท่านั้น

จุดยืนต่อนายกรัฐมนตรีคนนอก พรรคประชาธิปัตย์โดยการนำของผมไม่รับนายกฯคนนอกเพราะจะเป็นชนวนก่อวิกฤติการณ์ทางการเมืองครั้งใหญ่ผมจะไม่ยอมให้ประเทศต้องจมปลักอยู่กับความแตกแยกขัดแย้งอีกต่อไป ผมจะไม่ยอมให้ประชาชนของเราไม่ว่าจะคิดต่างกันอย่างไรต้องเสียชีวิตและเลือดเนื้ออีกต่อไป ประเทศบอบช้ำมามากแล้ว วันนี้เป็นวันครบรอบ 45 ปีของเหตุการณ์ 14 ตุลาวิปโยคเป็นบทเรียนที่จะต้องไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีก พรรคประชาธิปัตย์มีหน้าที่และความรับผิดชอบต่อชาติศาสนาพระมหากษัตริย์และประชาธิปไตยเหมือนพี่น้องคนไทยทุกคนจึงต้องป้องกันมิให้ประเทศของเราเกิดวิกฤติการณ์ทางการเมืองหลังการเลือกตั้งซึ่งควรเป็นการเลือกตั้งแห่งความหวังที่จะเริ่มเดินหน้าประเทศสู่อนาคตที่ดีขึ้นเพื่อคนไทยทุกคน




กกต.เตรียมรับน้อง !! ลั่นไม่ใช่เสือกระดาษ ขู่ยุบเกลี้ยง “พรรคตระกูล 3 เพื่อ”
https://www.springnews.co.th/view/364695

คณะกรรมการการเลือกตั้ง ขู่ยุบพรรคเพื่อไทย เพื่อธรรม และเพื่อชาติ หากพิสูจน์ได้ว่ามีการครอบงำ หรือเป็นนอมินีกันเอง ยืนยัน กกต.ยุคนี้จะไม่ใช่เสือกระดาษอีกต่อไป

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. กล่าวตอนหนึ่งในการร่วมเสวนา เตรียมความพร้อมทำข่าวเลือกตั้ง 62″ ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ แห่งประเทศไทย ว่า บทบาทของ กกต. นับจากนี้ ต้องให้ความรู้ความเข้าใจกับประชาชนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง และกกต.ยุคปัจจุบัน จะไม่ใช่แค่เสือกระดาษอีกต่อไป โดยจะทำหน้าที่ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ตามอำนาจกกต.ที่มีอยู่ ทั้งออกหมายเรียก และออกหมายจับได้ในคดีเลือกตั้งตามกฎหมาย ป.วิอาญา

ส่วนกรณีข้อกังวลเรื่องการตั้งพรรคนอมินี หรือมีผู้ครอบงำพรรคการเมืองนั้น ซึ่งหากเป็นบุคคลภายนอกมีโทษถึงขั้นยุบพรรคได้ โดยในส่วนของพรรคเพื่อชาติ เพื่อไทย และเพื่อธรรม ต้องตรวจสอบด้วยเช่นกันว่ามีพรรคหนึ่งพรรคใดครอบงำกันหรือไม่ เพราะพรรคถือเป็นนิติบุคคล หากเป็นนอมินีกัน ก็มีความผิดถึงขั้นยุบพรรค




ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ หวั่น! "ตลาดบ้าน" ปีหน้าหดตัว
http://www.thansettakij.com/content/333137

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ระบุ แต่ละปีน่าจะมีการโอนกรรมสิทธิ์บ้านใหม่ทั่วประเทศ ประมาณไม่น้อยกว่า 42,000 หน่วย หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 126,000 ล้านบาทต่อปี (ค่าเฉลี่ย 3.0 ล้านบาท/หน่วย) โดยยังไม่นับรวมกลุ่มผู้ซื้อบ้านมือสอง หวั่น! ตลาดที่อยู่อาศัยหดดตัว กรณี ธปท. จะเริ่มใช้มาตรการกำกับดูแลสินเชื่อที่อยู่อาศัย ตั้งแต่ต้นปี 2562

นายวิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานกลยุทธ์ 2 และรักษาการผู้อำนวยการ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า ภายหลังได้รับคำชี้แจง เรื่อง "นโยบาย Macroprudential สำหรับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย" ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แล้ว แม้ ธปท. แสดงท่าทีที่ชัดเจนในการยอมรับว่า ปัจจุบันยังไม่มีภาวะฟองสบู่เกิดขึ้น แต่ ธปท. ยังคงแสดงความกังวลต่อเรื่องการเข่งขันในตลาดสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ที่อาจทำให้เกิดความย่อหย่อนในมาตรฐานการปล่อยสินเชื่อ โดยทิศทางของการปล่อยสินเชื่อในระดับสัดส่วนสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน หรือ LTV และสัดส่วนรายได้ต่อภาระหนี้ (DSR) ที่สูงขึ้นต่อเนื่อง และมีการปล่อยสินเชื่ออื่นที่ได้เพิ่มเติม ทั้งสินเชื่อปล่อยพร้อมที่อยู่อาศัยและสินเชื่อเพิ่มเติมภายหลัง (Top-up) รวมเข้าไปในวงเงินกู้ร่วมด้วย ขณะที่ มูลค่าหลักประกันเกินกว่าราคาที่แท้จริง รวมถึงภาวะความเปราะบางในความสามารถชำระหนี้ของผู้กู้เพื่อที่อยู่อาศัย ซึ่งอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศได้ ซึ่งในประเด็นเหล่านี้ มีสิ่งที่ต้อง ธปท. ต้องคำนึงถึงและควรนำไปพิจารณาในหลายประเด็นด้วยกัน

อย่างไรก็ตาม โดยส่วนตัวสรุปว่า สุดท้าย ธปท. คงต้องชั่งน้ำหนักให้ดีว่า ระหว่าง "ประเด็นความกังวลของ ธปท. และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นธุรกิจกับภาคอสังหาริมทรัพย์ และภาพรวมของเศรษฐกิจไทยที่กำลังฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้ถึงเวลาที่เหมาะสมหรือไม่ ในการออกนโยบาย Macro prudential สำหรับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย หรือ ธปท. ใช้เพียง "มาตรการ Microprudential" ที่เน้นการกำกับสถาบันการเงินให้เข้มงวดขึ้น ก็อาจเพียงพอแล้ว ซึ่งอาจมีเพียงบางส่วนที่อาจสร้างให้ ธปท. เกิดความกังวลดังกล่าวข้างต้น เพราะหากการตัดสินใจครั้งนี้ผิดพลาด การส่งสัญญาณผ่านนโยบายนี้อาจทำให้ตลาดที่อยู่อาศัยอสังหาริมทรัพย์เกิดการชะงักงัน ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาที่ลุกลามไปยังผู้ประกอบการฯ ทั้งด้านต้นทุนทางการเงินที่อาจจะ Funding มาแพงขึ้น และด้านสภาพคล่องที่ไม่สามารถขาย และอาจจะส่งผลไปถึงการโอนกรรมสิทธิ์บ้านที่สร้างเสร็จที่คงเหลือ (Backlog) ของตนได้"
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่