เราเคยได้คุยกับคนๆหนึ่ง.ค่งเขาทำหน้าที่เป็นทหารพรานสามจังหวัดภาคใต้ในแต่ละวันต้องทำงาน24ชั่วโมงครบหนึ่งเดือนทำงานเต็ม30วันถึงจะลาได้10วัน ออกเดินป่าออกกาเป้าหมายตรวจเส้นทางเฝ้าระวัง เสี่ยงต่อภัยมากมายครั้งเกิดระเบิดเขาโชคดีที่รอดมาได้ เราถามว่าหลายคนทำไม่ต้องไปเสี่ยงเขาบอกว่าบางคนอยู่เพราะอุดมการณ์บางคนอยู่เขาเขาต้องทำงานเสี่ยงทางบ้านจน บางคนไม่มีพี่น้องกรือญาติเลย เสี่ยงค่าตอบเเทน 18,000หักค่าโน้นนี้ เสื้อ ผ้า อาหาร สวัสดิการอื่นๆ คงเหลือคนละ 12,000-15,000 มองเหมือนเยอะแต่เขาบอกค่าใช้จ่ายแทบจะไม่เหลือ ต้องจ่ายค่าค้างร้านค้า pxอีกเพราะทุกอย่างต้องซื้อต้องใช้ ก็น่าเห็นใจ แล้ววันหนึ่งเขาคนนี้โดนตรวจฉี่ ปรากฎว่าฉี่ม่วงพบสารเสพติดยาบ้า และถูกสั่งปลดออกจากงาน เราก็ถามก็มันไม่ดีผิดรู้แล้วทำไมต้องทำ มองจากมุมเราเราก็ว่าสมควรแล้วเราอาจจะมองโลกในแง่ที่ตรงดึงไม่ได้ใช้ใจคิดตรอง แต่เราฟังคำตอบจากเขาเรารู้สึกอึ้งไปเลย “ไม่อยู่ตรงนี้ไม่เข้าใจหรอก ความเครียด ความเหนื่อย แรงกดดันมากมาย ที่เข้ามารุมเร้าเขา การที่เขาเลือกจะเสพยาเขาแค่อยากหายความสุขหรือผ่อนคลายบ้างเขาไม่ได้เสพเป็นประจำ ปัญหาของแต่ละคนบางคนมีทางออกแต่บางคนไม่มีจึงเลือกพึ่งพายาช่วยบรรเทา เพื่อจะได้มีเเรงที่จะทำงาน “
เราว่าเราโลกสวยไปไหมพอฟังเขาพูดคืออึ้ง การที่เรามองอีกมุมๆหนึ่งที่เราตัดสินคนจากการกระทำ แต่เราไม่รู้เหตุผลของเขาที่แท้จริง เมื่อโดนปลดจากนายสั่งเขาว่าเขาหมดหนทางจะไปไม่รุ้จะไปเริ่มจากไหนหนี้สินก็มากมาย ก็น่าเห็นใจ ลองกลับมาย้อนคิดบุคคลพวกนี้ได้เสียสละตนเข้ามาอยุ่ตรงนี้เราว่าน่านับถือซึ่งเขารู้ว่าเขาต้องเสี่ยงกับความตายตลอดเวลาแต่ก็ยังคงอยู่ กับการกระทำที่พลาดไป1ครั้งมันไม่ควรจะอภัยได้เลยหรือเช่นงดโทษปลดแล้วให้พักงานหรืองดลาก็ได้การที่กรมสั่งปลดพวกนี้เราว่าน่าจะมีการป้องกันและหาแนวทางให้ความรู้เขามากกว่า เช่นการยพบัดดูแล หรือการสร้างขวัญกำลังใจ มีสายด่วนให้คำปรึกษาแนะนำ ถ้าลองเขางบมาลงทุนเพื่อแก้ปัญหาตรงนี้ป้องกันน่าจะดีกว่าการปล่อยให้เกิดขึ้นแล้วก็ผลักทิ้งเขาออกไปโดยไร้ประโยชน์ไม่คำนึงถึงคุณงามความดีที่เขาเคยสร้าง แต่กับโจรต่อให้ฆ่าคนตายกลับใจเยียวยาดูเเลครอบครัวให้เงิน ซึ่งพอเรามองดูแล้วเราว่าสัดส่วนความเท่าเทียบคุณค่ากระทำความดีมันลดค่าลงจริงๆ เเลกเปลี่ยนความคิดกันค่ะ
สารเสพติดในทหารสามจังหวัด
เราว่าเราโลกสวยไปไหมพอฟังเขาพูดคืออึ้ง การที่เรามองอีกมุมๆหนึ่งที่เราตัดสินคนจากการกระทำ แต่เราไม่รู้เหตุผลของเขาที่แท้จริง เมื่อโดนปลดจากนายสั่งเขาว่าเขาหมดหนทางจะไปไม่รุ้จะไปเริ่มจากไหนหนี้สินก็มากมาย ก็น่าเห็นใจ ลองกลับมาย้อนคิดบุคคลพวกนี้ได้เสียสละตนเข้ามาอยุ่ตรงนี้เราว่าน่านับถือซึ่งเขารู้ว่าเขาต้องเสี่ยงกับความตายตลอดเวลาแต่ก็ยังคงอยู่ กับการกระทำที่พลาดไป1ครั้งมันไม่ควรจะอภัยได้เลยหรือเช่นงดโทษปลดแล้วให้พักงานหรืองดลาก็ได้การที่กรมสั่งปลดพวกนี้เราว่าน่าจะมีการป้องกันและหาแนวทางให้ความรู้เขามากกว่า เช่นการยพบัดดูแล หรือการสร้างขวัญกำลังใจ มีสายด่วนให้คำปรึกษาแนะนำ ถ้าลองเขางบมาลงทุนเพื่อแก้ปัญหาตรงนี้ป้องกันน่าจะดีกว่าการปล่อยให้เกิดขึ้นแล้วก็ผลักทิ้งเขาออกไปโดยไร้ประโยชน์ไม่คำนึงถึงคุณงามความดีที่เขาเคยสร้าง แต่กับโจรต่อให้ฆ่าคนตายกลับใจเยียวยาดูเเลครอบครัวให้เงิน ซึ่งพอเรามองดูแล้วเราว่าสัดส่วนความเท่าเทียบคุณค่ากระทำความดีมันลดค่าลงจริงๆ เเลกเปลี่ยนความคิดกันค่ะ