เราทำงานออกแบบมาเป็นเวลา 10 ปีกว่าแล้ว ยังนึกสงสัยในการถูกใช้บริการวิชาชีพเสมอมา ว่าทำไมเขามองเราเป็นบุคคลแบบไหน ใช้เราจบงานไปนานแล้ว วันหนึ่งก็กลับมาขอคำปรึกษา แต่ไม่ใช่แบบของเราแล้ว ออกแนวเชิงปรึกษาฟรีๆก็ว่าได้ เราก็มีหัวใจบริการอยู่แล้ว ถึงรู้ว่าแบบที่แก้เปลี่ยนมือไปแล้วนั้น ถูกปรับขนาดใหม่ก็ตามทีเถอะ แต่เราก็มีน้ำใจบริการเต็ม100 เราหวังดีใจว่าเขาเรียกหานึกว่าจะมอบงานใหม่ให้งามๆ เปล่าเลย เหมือนแค่มาขอปรึกษา ทั้งๆที่ก็มีบริษัทนั้นรองรับงานอยู่แล้วนิ ในใจลูกค้าเขาอาจคิดว่า ก็ต้นแบบเดิมมันของคุณนี่ แค่เราไปจ้างที่อื่นปรับขนาดมาใหม่เท่านั้นเอง เราจะขอคำปรึกษาต้นฉบับไม่ได้เชียวหรือ!? เป็นคุณจะอึ้งมั้ยล่ะ อ้าว....เห้ย มีหงี้ด้วยหรอ อะในใจคิดว่า เดี๋ยวค่อยคุยการทำงานแบบเพิ่มเติมไปแล้วกัน จะได้รู้ว่าเรามีต้นทุนการทำงาน ต่อให้ต้นฉบับจะเป็นเรามาก่อนก็ตาม แต่นั้นไม่ได้หมายว่าเราคือต้นฉบับแล้ว เพราะคุณลูกค้าเปลี่ยนแผนการทั้งหมดเองจะมาอ้างในใจโดยชอบธรรมเพียงฝ่ายเดียว มันคงไม่ใช่.......โอเค ลองเป็นที่ปรึกษาให้ดูท่าที ลองทำงานกึ่งนำเสนอแบบที่เราต้องเสี่ยงต้นทุนลงไป แล้วตอบท้ายด้วยการถามความชัดเจนในงานที่มาเพิ่มให้เรา......นั้นไงล่ะคำตอบที่ได้ จริงดั่งในใจคิด ก็แค่ขอปรึกษาเฉยๆนิดหน่อยเท่านั้นเอง แล้วworkhour การทำงานที่ลงทุนไปละคุณลูกค้า คุณคิดว่ามันต้องฟรีงั้นหรอ เราเรียนมา เราลงทุนอุปกรณ์ เราลงทุนเวลา เราลงทุนข้อมูล เราลงทุนการเดินทาง เราลงทุนการอดตาหลับขับตานอน เราลงทุนทุกอย่างที่เกี่ยวข้อง เพราะเราเป็นมืออาชีพที่ต้องหาเลี้ยงชีพ หลายต่อหลายคนเจอแบบนี้กันมากน้อยต่างกัน เพื่อนพี่บางกลุ่มนั่งคุยกันด้วยเรื่องสาระบ้าบอแบบนี้กันอย่างถึงพริกถึงขิง พลันในใจเราก็นึกไปว่า อาชีพอย่างเรา เขามองเราเป็นแค่อะไร แล้วเคยให้เกียรติเราแค่ไหน........ป.ล. อาจไม่ต้องตอบกลับ แค่อยากหาที่ระบายน้ำส่วนเกินในหัวใจทิ้ง เท่านั้นเอง
งานออกแบบอย่างเรา ลูกค้าเคยให้เกียรติกันบ้างมั้ย........