ข้างบ้านเป็นไบโพล่า เข้าแจ้งความ จะใจร้ายเกินไปไหมครับ

สวัสดีครับ ผมต้องออกตัวก่อนว่า ผมอายุ 31 ครับ
บ้านของผม เป็นหมู่บ้าน บ้านเดี่ยว กำแพงติดกัน แต่ผนังบ้านไม่ได้ติดกันครับ
บ้านหลังนี้ ผมอยู่กับครอบครัวครับ
เข้าประเด็นเลยครับ ผมกับน้องข้างบ้านตอนเด็กๆเราเล่นด้วยกันมา ตัวแทบติดกันเลยครับ อายุผมกับน้องเขา ห่างกัน 3-4 ปีครับ
แต่พอผมสอบเข้ามหาลัย ผมค่อนข้างเรียนหนัก เลยไม่ค่อยได้เล่นด้วยกันเท่าไหร่
จนกระทั่งน้องเขาก็เริ่มมีเพื่อนมาบ้านครับ มีสูบบุหรี่ กินเหล้า ร้องเพลงเสียงดัง (เมื่อก่อนน้องเขาไม่เคยมีพฤติกรรมแบบนี้ น่าจะมาจากเพื่อนครับ)
หนักขึ้นครับ น้องซื้อกลองชุดมาตีที่บ้าน เป็นเพลงดังไปหมด ช่วงนั้นผมกำลังทำ IS เพื่อจบ ผมไม่มีสมาธิทำเลยครับ ผมจึงต้องไปเช่าคอนโดอยู่จนกว่าผมจะทำISเสด แม่ผมโทรมาบอกว่าให้เช่าคอนโดอยู่ต่อจนกว่าจะเรียนจบเพราะ น้องเขาอาการหนักขึ้น กรี๊ดลั่นบ้าน(น้องเป็นผู้ชายนะครับ) ทุบประตู กำแพง บางวันออกมาวิ่งถนนหน้าบ้านแล้วกรี๊ดแบบโหยหวนครับ ผมกำลังสงสัยว่าน้องเขาเล่นยาอะไรสักอย่างรึป่าว ซึ่งผมก็ไม่อยากฟันธง เพราะผมไม่เห็นกับตา

ผ่านไป 3 เดือน ผมเรียนจบ รอรับปริญญา เลยคืนหอ กลับมาอยู่บ้าน ผมกลับได้ยินน้องมันโหวกเหวกโวยวายอีก ผมจึงเดินไปถามพ่อแม่ พ่อแม่ผมบอกว่า เป็นแบบนี้บ่อยมาก เป็นปีๆเลยครับ ซึงทางพ่อแม่น้องเขาก็รู้นะครับ ว่าน้องเขาเป็นแบบนี้ ได้มีการพาน้องไปรักษา ปรากฏว่าน้องเป็นไบโพล่าครับ จึงมีการทานยาเพื่อปรับฮอโมน แต่น้องไม่ค่อยยอมทาน อาการจึงเหมือนเดิม

ล่าสุด เมื่อเดือนก่อน ตอนช่วงตี3 ผมได้ยืนน้องกรีดร้องดังมากครับ แล้วมีประโยคบอกว่า ไม่เลิกได้ไหม ขอโทษ อย่าทำกับเค้าแบบนี้ เค้าขอโทด แล้วร้องไห้หนักมาก แล้วทุบกำแพง แล้วกรี๊ดๆๆๆๆ จนถึง ตี5ครับ   แล้วตี5ครึ่ง ผมก็ต้องตื่นไปทำงาน  ผมใช้ชีวิตแบบนี้มาตลอด 2-3 เดือน ผมพยามอดทนครับ แต่คือมันทำให้พ่อแม่ผมไม่ได้หลับไม่ได้นอนไปด้วย พ่อผมป่วยเป็นเส้นเลือดในสมองตีบ ความดัน ครับ คือถ้าพักผ่อนไม่เพียงพอจะมีผลต่อร่างกายสูงครับ แน่นอนว่า มันทำให้ผมไม่พอใจครับ ผมจึงหาโอกาสเข้าไปคุยกับพ่อแม่น้อง ซึ่งพ่อแม่น้องก็ทราบถึงสิ่งที่ลูกเขาทำทั้งหมดครับ แต่ก็ทำไรไม่ได้ ก็ได้แต่ขอโทษผม และฝากขอโทษมายังครอบครัวผม  สุดท้าย ตอนกลางคืน ตี3 น้องเขาก็ตีกลองชุดดัง เปิดเพลงดังเหมือนเดิม (ผมเคยเตือนน้องเขาให้เสียงเบาลงหน่อยตอนกลางคืนครับ น้องเขาก็อ่านไลน์ และตอบกลับมาว่า ครับพี่ แต่คืนวันถัดมาก็ทำเหมือนเดิมครับ)

ผมพยามใจเย็น พยามใส่หูฟัง ทำทุกอย่างทั้งเตือนน้อง เตือนครอบครัวน้องแล้วครับ แต่ไม่มีอะไรดีขึ้นเลย
สิ่งที่เกิดขึ้น กระทบต่อเวลาพักผ่อนของครอบครัวผม โดยเฉพาะพ่อผม ซึ่งป่วยอยู่
กระทบต่อการทำงานของผมในตอนเช้า เพราะผมต้องตื่นตั้งแต่ ตี 3 อาทิตย์ละครั้ง ทำให้ผมปวดหัวตอนทำงาน
ทำไมชีวิตของครอบครัวผมต้องมาเดือดร้อนกับเด็กแค่คนๆเดียวครับ ? ยิ่งตอนน้องทะเลาะกับแฟน ยิ่งอาการหนักครับ แล้วทำไมครอบครัวผมต้องไม่ได้นอนไปด้วยครับ ไปเกี่ยวอะไรด้วยครับ

อ่อผมลืมบอกไป ไม่ได้มีแค่บ้านผมหลังเดียวครับที่หงุดหงิดครับ หลังอื่นๆเขาก็มาบ่นๆกันครับ เคยข้างบ้านอีกหลัง เข้าไปคุยกับพ่อแม่น้อง เรื่องนี้เหมือนกัน ล่าสุด มีอีกหลัง ปั่นจักรยานมาคุยกับพ่อแม่น้อง  รวมเป็น 3 หลัง ที่เข้าไปคุยกับพ่อแม่น้องครับ

ผมไม่แน่ใจว่า การเข้าแจ้งความจะเป็นทางเลือกสุดท้ายหรือปล่า
แต่พ่อแม่ผมก็ยังไม่สับสนุนให้แจ้งความ เพราะกลัวจะมีปัญหากัน และก็สงสารน้อง เพราะน้องป่วยเป็นโรคครับ (แต่ไม่ใช่ว่าผมไม่สงสารนะครับ ผมอยู่กับสิ่งนี้ ทนมานานมากครับ จนผมว่ามันไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเลยครับ)
ผมฝากกระทู้นี้ ในการขอคำปรึกษาจากเพื่อนๆชาวพันทิปด้วยครับ ผมเครียดมากๆๆ มากจริงๆครับ สมองตันไปหมดเลยครับ

ขอบคุณครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่