เรื่องมันมีอยู่ว่า .. เมื่อปลายเดือนตุลาคมปีที่แล้ว เราได้เจอผู้ชายคนนึงในแอพๆหนึ่ง เรารู้สึกถูกชะตาเขามากทั้งๆที่ยังไม่ทันได้รู้จักกัน จึงตัดสินใจเพิ่มเพื่อนเขาไป และเราก็ได้คุยกัน คุยไปคุยมาก็เริ่มรู้สึกดีต่อกัน จนวันนึงก็นัดเจอกัน และเราสองคนก็เริ่มสนิทกันมากขึ้น
พอเวลาผ่านไปสักพักพี่เขาก็ชวนเราไปเที่ยวต่างจังหวัดกับพ่อแม่พี่เขา เป็นทริปไหว้พระเล็กๆ ที่อบอุ่นมาก พ่อแม่พี่เขาดูเอ็นดูเรามาก จนเราเริ่มสนิทกับพ่อแม่เขาไปด้วย จนวันนึงเราก็ได้ถามพี่เขาไปตรงๆผ่านทางไลน์ ว่าตอนนี้เราสองคนเป็นอะไรกัน ทุกวันนี้ยังจำความรู้สึกนั้นได้อยู่เลยนะคะ ใจนึงก็กล้าๆกลัวๆ กลัวว่าเขาจะไม่ได้คิดแบบเรา กลัวจะต้องเสียใจอีก แต่ผลที่ออกมาคือ พี่เขาขอเราเป็นแฟนค่ะ เราดีใจมาก รีบตอบตกลงทันที ...
เราสองคนคบกันมาเรื่อยๆ แรกๆก็ไปกันได้แบบสมูทมากเลยนะคะ เรายังไม่เริ่มงอแงมากเท่าไร แต่มันก็มีบ้างประปราย แต่ประเด็นอยู่ที่ เวลามีปัญหาหรือทะเลาะกันทีไร เราจะชอบบอกเลิกพี่เขาตลอด คือไม่เคยฟังเหตุผลของพี่เขาเลยหนะค่ะ ใช้แต่อารมณ์ของตัวเองเป็นตัวตัดสิน แต่พอพี่เขามาง้อแค่นิดหน่อยก็หาย แต่พอคบๆกันไป ช่วงกลางๆค่ะ เราสองคนเริ่มทำงานกันหนักมากขึ้น จนไม่ค่อยมีเวลาให้กัน คือพี่เขาเป็นพนักงานออฟฟิศที่ต้องทำงานตามที่ลูกค้า request มา เรียกได้ว่าทำเกือบ 24 ชม.เลยก็ว่าได้ ส่วนเราเป็นผู้ช่วยพยาบาลค่ะ งานหนักพอสมควรเพราะอยู่ ICU ส่วนเรื่องเวลานี่ไม่ต้องพูดถึงเลยค่ะ ว่างตรงกันน้อยมาก แต่วันไหนที่เราหยุด เราก็พยายามไปหาพี่เขาตลอดนะคะ ไปค้างที่บ้านพี่เขาบ้าง ชวนกันไปกินข้าวบ้าง ไปเที่ยวนั่นนี่บ้างตามประสาแฟน ส่วนปัญหามันอยู่ตรงนี้ค่ะ พอถึงเวลาที่เราขึ้นเวรเยอะๆ พักผ่อนไม่พอ เจองานหนัก โดนพี่ senior บ่นบ้างด่าบ้าง เราก็เฟล ก็หงุดหงิด จนไปพาลลงที่พี่เขาตลอด พอแบบพี่เขายุ่งบ้าง ไปเที่ยวกับเราไม่ได้บ้าง เราก็ไม่พอใจล่ะ พอไม่พอใจ ไม่ได้ดั่งใจปุ๊บ เราก็บอกเลิก บอกๆๆๆจนพี่เขาชินไปเอง จนมีวันนึงมานั่งคุยกันว่าเนี่ย นิสัยเราแย่มากเลยนะ เรากลัวปรับไม่ได้ แต่พี่เขาก็บอกว่าเข้าใจเรา เพราะเรานอนไม่เป็นเวลา พักผ่อนน้อย กินนอนก็สลับสับเปลี่ยนเวลาไปเรื่อย พอหงุดหงิดมา ก็มาลงที่พี่ แต่พี่เข้าใจ พอพี่ง้อหน่อย เราก็หาย พอเราได้ยินแบบนั้น เราก็เลยอุ่นใจ และคิดว่านี่แหละ คนที่เราจะคบไปด้วยนานๆ จนแต่งงานมีครอบครัวได้ก็ยิ่งดี ...
แต่ความจริงไม่ได้เป็นแบบนั้นค่ะ ... เพราะประมาณ 2 เดือนที่แล้ว เรามีปัญหากัน ทะเลาะกันค่อนข้างหนัก เพราะเรื่องเวลานี่แหละค่ะ คือเราอยากไปดูหนัง แต่พี่เขาไม่ว่าง ต้องทำงานส่ง เราก็นอย นอยมากๆ เพราะเราเป็นคนแบบ ถ้าคิดอะไรได้ก็จะทำตอนนั้น จะเอาแบบนั้น พอไม่ได้ดั่งใจ นิสัยเสียๆก็ออกมา แต่แปลกมากนะคะ ที่เราไม่เคยเป็นแบบนี้กับใครเลย ยกเว้นกับพี่เขา เราก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน จนสุดท้ายเราก็บอกเลิก แบบในใจก็คิดว่า พอล่ะ ไม่เอาอีกล่ะ อยากอยู่คนเดียว แต่พี่เค้าก็ไม่ยอมเลิก แล้วเรานี่แหละที่เป็นคนบ้าบอเสียสติ ฝากเพื่อนพี่เขาและเพื่อนเราเองไปบอกว่า อย่ามายุ่งกับเราอีก จนพี่เขาถอดใจจากเรา...และหายไปเลยหลายชั่วโมง หายไปแบบไม่ได้ติดต่อกันเลย ทั้งๆที่พี่เขาไม่เคยเป็นแบบนี้ ไม่เคยปล่อยเราไว้นานขนาดนี้ เราจึงตัดสินใจไปง้อพี่เขา ตอนเที่ยงคืน ! ใช่ค่ะ เราออกจากหอเราไปยังบ้านพี่เขาตอนเที่ยงคืน โดยที่ตอนนั้นเขาหลับไปแล้ว กว่าเขาจะสะดุ้งตื่นลงมาเปิดบ้านให้เราได้ก็ปาไปเกือบตี2 เราจำได้ว่า ตอนนั้นพี่เขาเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เย็นชา ไม่แตะเนื้อต้องตัวเราเลย มีแต่เราที่เอาแต่ร้องไห้ เพราะเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไป จนพูดอะไรไม่ออก แม้แต่คำว่า "ขอโทษ" และปกติถ้าเราทะเลาะกัน พอเราร้องไห้ พี่เขาก็จะเข้ามากอดเรา โอ๋เรา แต่วันนั้นมันไม่มีเลย นอนข้างกันก็จริง (นอนรวมกับพ่อแม่พี่เขาด้วยนะคะ ไม่ได้นอนกันสองต่อสอง) แต่เขาไม่เข้าใกล้เราเลย ปกติถ้าเราไปค้างบ้านเค้า ก่อนนอนเค้าจะจุ๊บเหม่งเรา และกอดเราจนหลับไปทั้งคู่ แต่คืนนั้นเราจำได้ ว่ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย จนเช้า ..
ตอนแรกเราคิดว่า เรากับพี่เขาจะกลับมาคบกันได้อีก แต่เปล่าเลยค่ะ เรากลับทำสิ่งที่แย่ลงไปอีก คือวันนั้นเราเวรบ่าย พี่เขาก็ไปส่งเราขึ้นเวรตามปกติ ตอนนั่งเรือข้ามฝากไป รพ. แล้วเรือเอียง เรากลัว พี่เขาก็ปลอบเรานะคะ เราก็ใจชื้นขึ้นมาหน่อย แต่เปล่าเลย พอมาถึงโรงอาหาร เรามานั่งกินข้าวกัน กลับไม่มีคำพูดสักคำออกจากปากพี่เขา เราชวนกินอะไรก็ไม่กิน จนเราถามออกไปว่า "เรายังเป็นเหมือนเดิมใช่มั้ย ? " เขาก็ตอบมาว่า "ก็เหมือนเดิมแหละ " แต่คือการกระทำมันไม่ใช่สักนิด จนเราเฟลมาก จนทนไม่ไหว .. พอมาถึงหน้าวอร์ดเรา เราเลยพูดออกไปว่า ... พี่อยากเลิกกับเค้ามั้ย ? พี่เขาก็มองหน้าเรา แล้วถามเรากลับมาว่า เธออยากเลิกใช่มั้ย ? เราเลยตอบไปแบบไม่คิด " ถ้ามันไม่เหมือนเดิมก็พอเถอะ " หลังจากที่เราพูดประโยคนั้นจบ พี่เขาก็เดินจากเราไปเลย จากไปแบบไม่หันกลับมา เราเองก็พยายามใจแข็ง เดินเข้าวอร์ดไปแบบไม่หันไปมองเขาเหมือนกัน แต่พอถึงเวลาเข้าจริงๆ เรากลับทำไม่ได้เหมือนสิ่งที่เราพูดออกไป เราผลักพี่เขาออกไป เราอยากเลิก แต่จริงๆใจเราไม่ได้อยากให้เป็นแบบนั้น เอาจริงๆคือ ระยะ3-4เดือนก่อนที่จะเลิกกันอ่ะ เราเครียดอะไรหลายๆอย่าง จนต้องไปปรึกษาหมอจิตเวช ผลปรากฎว่า เราเป็นโรคซึมเศร้า ค่ะ ได้กินยาจิตเวชตลอดเวลา พี่เขาเองก็รับรู้ และให้กำลังใจเราเสมอ แต่เราบอกตรงๆเลยนะว่า ตั้งแต่เราเครียดมากๆมา เราก็ไม่สามารถควบคุมความคิดหรือคำพูดของตัวเองได้เลย และก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการณ์นี้ เราทำงานหนักจนลืมกินยาต้านเศร้าที่หมอให้มา เราขาดยาไป 1 อาทิตย์เต็มๆ แต่เราก็ไม่ได้หมายความว่า โรคนี้จะทำให้เราไม่ผิดเลยในความสัมพันธ์ครั้งนี้นะคะ เรายอมรับว่าเราผิดเต็มๆ ตอนแรกเราฟูมฟายมาก มากจนถึงขั้นกินยานอนหลับเกินขนาด โชคดีที่มีคนมาช่วยทัน เพราะมันมีผลข้างเคียงแรงมาก และตอนนั้นเราก็มีสติพอ ที่ทักไปบอกเพื่อนว่าหายใจไม่ออก จนเพื่อนมันบอกให้คนมาดูและพาไป รพ.ทัน หลังจากเหตุการณ์นั้นเราค้องไปใช้ชีวิตอยู่ที่ รพ.จิตเวชถึง 3 คืนโดยไร้วี่แววพี่เขาที่จะมาเยี่ยมเรา มีเพียงแต่พ่อเราที่รีบลงมาจากเหนือ มาหาเรา และมีพี่ที่เป็นญาติกันมาทำเรื่องให้ ตอนนั้นจิตใจเราแย่มาก ความคิดมันดิ่งมาก ดิ่งจนเราตัดสินใจทำแบบนั้น เพราะไม่อยากรับรู้อะไร ตัดสินใจโดยที่ลืมนึกถึงพ่อแม่ และนี่ก็เป็นอีกเรื่องที่เราทำผิดค่ะ
คือที่เราเล่ามาทั้งหมด มันเป็นเรื่องจริงทั้งหมดเลยนะคะ เราเล่าเพื่อให้พี่ๆน้องๆเพื่อนๆที่เข้ามาอ่านกระทู้ของเราได้ช่วยเราตัดสินใจถูกว่าสิ่งที่เราจะทำในเดือนหน้า มันดีหรือไม่ดี และเราเองควรทำยังไงต่อจากนี้ดี
🎈 คิอที่เราแพลนไว้ก็คือ จะปรึกษากับเจ้านายเค้า ขอยืมสถานที่ ที่ออฟฟิศ ไปขอคืนดีกับพี่เขา (ตอนนี้ยังไม่ได้คุยกับเจ้านายเขานะคะ แค่แพลนไว้) จะซื้อดอกไม้สักช่อ ไปให้พี่เขาในวันที่ 7 เดือนหน้า เพราะมันเป็นวันครบรอบ 1 ปีที่เราคบกัน (ถ้าไม่เลิกกันไปเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว ) เราจะขอโทษพี่เขา และขอโอกาสให้เรากลับไปรักพี่เขา กลับไปแก้ไขในสิ่งที่ทำผิดไปทั้งหมด .. เราพร้อมจะแก้ไขและปรับปรุงทุกอย่าง ถ้าพี่เขายอมให้อภัยและให้โอกาสเราอีกครั้ง ...
อีกเรื่องที่เราลืมบอกไปก็คือ หลังจากวันนั้นที่เลิกกันไปจริงๆ เราเองนี่แหละที่ไลน์ไปบอกพี่เขาว่า ถ้ายังรักกันอยู่ก็ขอให้กลับมา แต่ถ้าไม่รัก ไม่อยากเจอกันอีกแล้ว ก็ขอให้บล็อกกันทุกทางนะ เพราะเราใจแข็งไม่พอที่จะทำแบบนั้นกับพี่เขาก่อน สรุปคือพี่เขาตัดสินใจตัดเราทุกทาง บล็อกเราทุกทาง แบบว่าเราไม่สามารถติดต่อพี่เขาได้อีกเลยเป็นเวลาเดือนกว่าๆ จนล่าสุดที่เราได้เจอพี่เขา ได้พูดคุย ได้เปิดใจคุยกันตรงๆ และคุยต่อหน้าไม่ใช่ทางไลน์ ประมาณว่าเรายอมรับผิดแล้ว เราขอโอกาสกลับไปแก้ตัวได้มั้ย เราพร้อมจะแก้ไขทุกอย่าง เหมือนที่พี่เขาทำผิดกับเรากี่สิบครั้ง เราก็ให้อภัยพี่เขาตลอด แต่คำตอบที่ได้กลับมาคือ "พี่ไม่ได้รู้สึกเหมือนเดิมแล้ว กลับไปไม่ได้แล้ว " คือเราจุกมาก ณ ตอนนั้น แต่คือเรายังรักพี่เขาอยู่จริงๆ เรายังอยากกลับไปรักเขา กลับไปอยู่ในชีวิตเขา กลับไปแก้ไขสิ่งผิดๆ นิสัยแย่ๆที่เคยทำกับเขา ...
- ทุกๆคนคิดยังไงกันบ้างคะ ? เราจะทำตามสิ่งที่แพลนไว้ดีมั้ย หรือเราควรพอได้แล้ว และต้องเลิกยุ่งกับเขาสักที รบกวนช่วยเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเยอะๆนะคะ ขอบพระคุณมากๆเลยค่ะ 🙏🏻
ปล.1 สิ่งที่พี่เขาเคยทำผิดกับเราแต่เราก็ให้อภัยตลอดก็คือ การไปคุยกับคนคุยเก่า แฟนเก่า และผู้หญิงคนอื่น อันนี้เราไม่โอเคมากๆ เพราะเราไม่ชอบ และหลายๆคนคงไม่ชอบ แต่พอพี่เขามาขอโทษเราก็ให้อภัยตลอด เพราะเรารักพี่เขา
ปล.2 เรายอมรับผิดแล้วจริงๆ เราพร้อมจะแก้ไขนิสัยแย่ๆของเรา เราจะดูแลพี่เขา รักพี่เขาให้ดีกว่าเดิม เท่าที่ผู้หญิงคนนึงจะทำให้คนที่รักได้
🍃 และถ้าคุณเป็นพี่เขา คุณจะเลือกที่จะตัดเรา หรือให้อภัยเราแล้วกลับมาเริ่มต้นกันใหม่คะ
ปล.3 วันพรุ่งนี้ (14ตค) เป็นวันเกิดพี่เขา เราส่งของไป HBD ล่วงหน้าแล้ว เพราะเราตั้งใจจะทำให้พี่เขาตั้งแต่ตอนที่คบกัน แต่ไม่รู้ว่าพี่เขาจะได้อ่านจดหมายในซองนั้นรึยัง และไม่รู้เลยว่าเขาจะทิ้งมันหรือเก็บมันไว้ (เพราะลึกๆเราอยากให้เขาใจอ่อนและกลับมารักเราค่ะ )
มาช่วยกันแสดงความคิดเห็นหน่อยนะคะ 🙏🏻❤️
ถ้าเป็นคุณ คุณจะลองไปง้อเขาอีกรอบหรือหยุดและพอแค่นี้ ?
พอเวลาผ่านไปสักพักพี่เขาก็ชวนเราไปเที่ยวต่างจังหวัดกับพ่อแม่พี่เขา เป็นทริปไหว้พระเล็กๆ ที่อบอุ่นมาก พ่อแม่พี่เขาดูเอ็นดูเรามาก จนเราเริ่มสนิทกับพ่อแม่เขาไปด้วย จนวันนึงเราก็ได้ถามพี่เขาไปตรงๆผ่านทางไลน์ ว่าตอนนี้เราสองคนเป็นอะไรกัน ทุกวันนี้ยังจำความรู้สึกนั้นได้อยู่เลยนะคะ ใจนึงก็กล้าๆกลัวๆ กลัวว่าเขาจะไม่ได้คิดแบบเรา กลัวจะต้องเสียใจอีก แต่ผลที่ออกมาคือ พี่เขาขอเราเป็นแฟนค่ะ เราดีใจมาก รีบตอบตกลงทันที ...
เราสองคนคบกันมาเรื่อยๆ แรกๆก็ไปกันได้แบบสมูทมากเลยนะคะ เรายังไม่เริ่มงอแงมากเท่าไร แต่มันก็มีบ้างประปราย แต่ประเด็นอยู่ที่ เวลามีปัญหาหรือทะเลาะกันทีไร เราจะชอบบอกเลิกพี่เขาตลอด คือไม่เคยฟังเหตุผลของพี่เขาเลยหนะค่ะ ใช้แต่อารมณ์ของตัวเองเป็นตัวตัดสิน แต่พอพี่เขามาง้อแค่นิดหน่อยก็หาย แต่พอคบๆกันไป ช่วงกลางๆค่ะ เราสองคนเริ่มทำงานกันหนักมากขึ้น จนไม่ค่อยมีเวลาให้กัน คือพี่เขาเป็นพนักงานออฟฟิศที่ต้องทำงานตามที่ลูกค้า request มา เรียกได้ว่าทำเกือบ 24 ชม.เลยก็ว่าได้ ส่วนเราเป็นผู้ช่วยพยาบาลค่ะ งานหนักพอสมควรเพราะอยู่ ICU ส่วนเรื่องเวลานี่ไม่ต้องพูดถึงเลยค่ะ ว่างตรงกันน้อยมาก แต่วันไหนที่เราหยุด เราก็พยายามไปหาพี่เขาตลอดนะคะ ไปค้างที่บ้านพี่เขาบ้าง ชวนกันไปกินข้าวบ้าง ไปเที่ยวนั่นนี่บ้างตามประสาแฟน ส่วนปัญหามันอยู่ตรงนี้ค่ะ พอถึงเวลาที่เราขึ้นเวรเยอะๆ พักผ่อนไม่พอ เจองานหนัก โดนพี่ senior บ่นบ้างด่าบ้าง เราก็เฟล ก็หงุดหงิด จนไปพาลลงที่พี่เขาตลอด พอแบบพี่เขายุ่งบ้าง ไปเที่ยวกับเราไม่ได้บ้าง เราก็ไม่พอใจล่ะ พอไม่พอใจ ไม่ได้ดั่งใจปุ๊บ เราก็บอกเลิก บอกๆๆๆจนพี่เขาชินไปเอง จนมีวันนึงมานั่งคุยกันว่าเนี่ย นิสัยเราแย่มากเลยนะ เรากลัวปรับไม่ได้ แต่พี่เขาก็บอกว่าเข้าใจเรา เพราะเรานอนไม่เป็นเวลา พักผ่อนน้อย กินนอนก็สลับสับเปลี่ยนเวลาไปเรื่อย พอหงุดหงิดมา ก็มาลงที่พี่ แต่พี่เข้าใจ พอพี่ง้อหน่อย เราก็หาย พอเราได้ยินแบบนั้น เราก็เลยอุ่นใจ และคิดว่านี่แหละ คนที่เราจะคบไปด้วยนานๆ จนแต่งงานมีครอบครัวได้ก็ยิ่งดี ...
แต่ความจริงไม่ได้เป็นแบบนั้นค่ะ ... เพราะประมาณ 2 เดือนที่แล้ว เรามีปัญหากัน ทะเลาะกันค่อนข้างหนัก เพราะเรื่องเวลานี่แหละค่ะ คือเราอยากไปดูหนัง แต่พี่เขาไม่ว่าง ต้องทำงานส่ง เราก็นอย นอยมากๆ เพราะเราเป็นคนแบบ ถ้าคิดอะไรได้ก็จะทำตอนนั้น จะเอาแบบนั้น พอไม่ได้ดั่งใจ นิสัยเสียๆก็ออกมา แต่แปลกมากนะคะ ที่เราไม่เคยเป็นแบบนี้กับใครเลย ยกเว้นกับพี่เขา เราก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน จนสุดท้ายเราก็บอกเลิก แบบในใจก็คิดว่า พอล่ะ ไม่เอาอีกล่ะ อยากอยู่คนเดียว แต่พี่เค้าก็ไม่ยอมเลิก แล้วเรานี่แหละที่เป็นคนบ้าบอเสียสติ ฝากเพื่อนพี่เขาและเพื่อนเราเองไปบอกว่า อย่ามายุ่งกับเราอีก จนพี่เขาถอดใจจากเรา...และหายไปเลยหลายชั่วโมง หายไปแบบไม่ได้ติดต่อกันเลย ทั้งๆที่พี่เขาไม่เคยเป็นแบบนี้ ไม่เคยปล่อยเราไว้นานขนาดนี้ เราจึงตัดสินใจไปง้อพี่เขา ตอนเที่ยงคืน ! ใช่ค่ะ เราออกจากหอเราไปยังบ้านพี่เขาตอนเที่ยงคืน โดยที่ตอนนั้นเขาหลับไปแล้ว กว่าเขาจะสะดุ้งตื่นลงมาเปิดบ้านให้เราได้ก็ปาไปเกือบตี2 เราจำได้ว่า ตอนนั้นพี่เขาเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เย็นชา ไม่แตะเนื้อต้องตัวเราเลย มีแต่เราที่เอาแต่ร้องไห้ เพราะเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไป จนพูดอะไรไม่ออก แม้แต่คำว่า "ขอโทษ" และปกติถ้าเราทะเลาะกัน พอเราร้องไห้ พี่เขาก็จะเข้ามากอดเรา โอ๋เรา แต่วันนั้นมันไม่มีเลย นอนข้างกันก็จริง (นอนรวมกับพ่อแม่พี่เขาด้วยนะคะ ไม่ได้นอนกันสองต่อสอง) แต่เขาไม่เข้าใกล้เราเลย ปกติถ้าเราไปค้างบ้านเค้า ก่อนนอนเค้าจะจุ๊บเหม่งเรา และกอดเราจนหลับไปทั้งคู่ แต่คืนนั้นเราจำได้ ว่ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย จนเช้า ..
ตอนแรกเราคิดว่า เรากับพี่เขาจะกลับมาคบกันได้อีก แต่เปล่าเลยค่ะ เรากลับทำสิ่งที่แย่ลงไปอีก คือวันนั้นเราเวรบ่าย พี่เขาก็ไปส่งเราขึ้นเวรตามปกติ ตอนนั่งเรือข้ามฝากไป รพ. แล้วเรือเอียง เรากลัว พี่เขาก็ปลอบเรานะคะ เราก็ใจชื้นขึ้นมาหน่อย แต่เปล่าเลย พอมาถึงโรงอาหาร เรามานั่งกินข้าวกัน กลับไม่มีคำพูดสักคำออกจากปากพี่เขา เราชวนกินอะไรก็ไม่กิน จนเราถามออกไปว่า "เรายังเป็นเหมือนเดิมใช่มั้ย ? " เขาก็ตอบมาว่า "ก็เหมือนเดิมแหละ " แต่คือการกระทำมันไม่ใช่สักนิด จนเราเฟลมาก จนทนไม่ไหว .. พอมาถึงหน้าวอร์ดเรา เราเลยพูดออกไปว่า ... พี่อยากเลิกกับเค้ามั้ย ? พี่เขาก็มองหน้าเรา แล้วถามเรากลับมาว่า เธออยากเลิกใช่มั้ย ? เราเลยตอบไปแบบไม่คิด " ถ้ามันไม่เหมือนเดิมก็พอเถอะ " หลังจากที่เราพูดประโยคนั้นจบ พี่เขาก็เดินจากเราไปเลย จากไปแบบไม่หันกลับมา เราเองก็พยายามใจแข็ง เดินเข้าวอร์ดไปแบบไม่หันไปมองเขาเหมือนกัน แต่พอถึงเวลาเข้าจริงๆ เรากลับทำไม่ได้เหมือนสิ่งที่เราพูดออกไป เราผลักพี่เขาออกไป เราอยากเลิก แต่จริงๆใจเราไม่ได้อยากให้เป็นแบบนั้น เอาจริงๆคือ ระยะ3-4เดือนก่อนที่จะเลิกกันอ่ะ เราเครียดอะไรหลายๆอย่าง จนต้องไปปรึกษาหมอจิตเวช ผลปรากฎว่า เราเป็นโรคซึมเศร้า ค่ะ ได้กินยาจิตเวชตลอดเวลา พี่เขาเองก็รับรู้ และให้กำลังใจเราเสมอ แต่เราบอกตรงๆเลยนะว่า ตั้งแต่เราเครียดมากๆมา เราก็ไม่สามารถควบคุมความคิดหรือคำพูดของตัวเองได้เลย และก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการณ์นี้ เราทำงานหนักจนลืมกินยาต้านเศร้าที่หมอให้มา เราขาดยาไป 1 อาทิตย์เต็มๆ แต่เราก็ไม่ได้หมายความว่า โรคนี้จะทำให้เราไม่ผิดเลยในความสัมพันธ์ครั้งนี้นะคะ เรายอมรับว่าเราผิดเต็มๆ ตอนแรกเราฟูมฟายมาก มากจนถึงขั้นกินยานอนหลับเกินขนาด โชคดีที่มีคนมาช่วยทัน เพราะมันมีผลข้างเคียงแรงมาก และตอนนั้นเราก็มีสติพอ ที่ทักไปบอกเพื่อนว่าหายใจไม่ออก จนเพื่อนมันบอกให้คนมาดูและพาไป รพ.ทัน หลังจากเหตุการณ์นั้นเราค้องไปใช้ชีวิตอยู่ที่ รพ.จิตเวชถึง 3 คืนโดยไร้วี่แววพี่เขาที่จะมาเยี่ยมเรา มีเพียงแต่พ่อเราที่รีบลงมาจากเหนือ มาหาเรา และมีพี่ที่เป็นญาติกันมาทำเรื่องให้ ตอนนั้นจิตใจเราแย่มาก ความคิดมันดิ่งมาก ดิ่งจนเราตัดสินใจทำแบบนั้น เพราะไม่อยากรับรู้อะไร ตัดสินใจโดยที่ลืมนึกถึงพ่อแม่ และนี่ก็เป็นอีกเรื่องที่เราทำผิดค่ะ
คือที่เราเล่ามาทั้งหมด มันเป็นเรื่องจริงทั้งหมดเลยนะคะ เราเล่าเพื่อให้พี่ๆน้องๆเพื่อนๆที่เข้ามาอ่านกระทู้ของเราได้ช่วยเราตัดสินใจถูกว่าสิ่งที่เราจะทำในเดือนหน้า มันดีหรือไม่ดี และเราเองควรทำยังไงต่อจากนี้ดี
🎈 คิอที่เราแพลนไว้ก็คือ จะปรึกษากับเจ้านายเค้า ขอยืมสถานที่ ที่ออฟฟิศ ไปขอคืนดีกับพี่เขา (ตอนนี้ยังไม่ได้คุยกับเจ้านายเขานะคะ แค่แพลนไว้) จะซื้อดอกไม้สักช่อ ไปให้พี่เขาในวันที่ 7 เดือนหน้า เพราะมันเป็นวันครบรอบ 1 ปีที่เราคบกัน (ถ้าไม่เลิกกันไปเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว ) เราจะขอโทษพี่เขา และขอโอกาสให้เรากลับไปรักพี่เขา กลับไปแก้ไขในสิ่งที่ทำผิดไปทั้งหมด .. เราพร้อมจะแก้ไขและปรับปรุงทุกอย่าง ถ้าพี่เขายอมให้อภัยและให้โอกาสเราอีกครั้ง ...
อีกเรื่องที่เราลืมบอกไปก็คือ หลังจากวันนั้นที่เลิกกันไปจริงๆ เราเองนี่แหละที่ไลน์ไปบอกพี่เขาว่า ถ้ายังรักกันอยู่ก็ขอให้กลับมา แต่ถ้าไม่รัก ไม่อยากเจอกันอีกแล้ว ก็ขอให้บล็อกกันทุกทางนะ เพราะเราใจแข็งไม่พอที่จะทำแบบนั้นกับพี่เขาก่อน สรุปคือพี่เขาตัดสินใจตัดเราทุกทาง บล็อกเราทุกทาง แบบว่าเราไม่สามารถติดต่อพี่เขาได้อีกเลยเป็นเวลาเดือนกว่าๆ จนล่าสุดที่เราได้เจอพี่เขา ได้พูดคุย ได้เปิดใจคุยกันตรงๆ และคุยต่อหน้าไม่ใช่ทางไลน์ ประมาณว่าเรายอมรับผิดแล้ว เราขอโอกาสกลับไปแก้ตัวได้มั้ย เราพร้อมจะแก้ไขทุกอย่าง เหมือนที่พี่เขาทำผิดกับเรากี่สิบครั้ง เราก็ให้อภัยพี่เขาตลอด แต่คำตอบที่ได้กลับมาคือ "พี่ไม่ได้รู้สึกเหมือนเดิมแล้ว กลับไปไม่ได้แล้ว " คือเราจุกมาก ณ ตอนนั้น แต่คือเรายังรักพี่เขาอยู่จริงๆ เรายังอยากกลับไปรักเขา กลับไปอยู่ในชีวิตเขา กลับไปแก้ไขสิ่งผิดๆ นิสัยแย่ๆที่เคยทำกับเขา ...
- ทุกๆคนคิดยังไงกันบ้างคะ ? เราจะทำตามสิ่งที่แพลนไว้ดีมั้ย หรือเราควรพอได้แล้ว และต้องเลิกยุ่งกับเขาสักที รบกวนช่วยเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเยอะๆนะคะ ขอบพระคุณมากๆเลยค่ะ 🙏🏻
ปล.1 สิ่งที่พี่เขาเคยทำผิดกับเราแต่เราก็ให้อภัยตลอดก็คือ การไปคุยกับคนคุยเก่า แฟนเก่า และผู้หญิงคนอื่น อันนี้เราไม่โอเคมากๆ เพราะเราไม่ชอบ และหลายๆคนคงไม่ชอบ แต่พอพี่เขามาขอโทษเราก็ให้อภัยตลอด เพราะเรารักพี่เขา
ปล.2 เรายอมรับผิดแล้วจริงๆ เราพร้อมจะแก้ไขนิสัยแย่ๆของเรา เราจะดูแลพี่เขา รักพี่เขาให้ดีกว่าเดิม เท่าที่ผู้หญิงคนนึงจะทำให้คนที่รักได้
🍃 และถ้าคุณเป็นพี่เขา คุณจะเลือกที่จะตัดเรา หรือให้อภัยเราแล้วกลับมาเริ่มต้นกันใหม่คะ
ปล.3 วันพรุ่งนี้ (14ตค) เป็นวันเกิดพี่เขา เราส่งของไป HBD ล่วงหน้าแล้ว เพราะเราตั้งใจจะทำให้พี่เขาตั้งแต่ตอนที่คบกัน แต่ไม่รู้ว่าพี่เขาจะได้อ่านจดหมายในซองนั้นรึยัง และไม่รู้เลยว่าเขาจะทิ้งมันหรือเก็บมันไว้ (เพราะลึกๆเราอยากให้เขาใจอ่อนและกลับมารักเราค่ะ )
มาช่วยกันแสดงความคิดเห็นหน่อยนะคะ 🙏🏻❤️