สวัสดีครับ ผมมีปัญหาที่ใหญ่มากสำหรับตัวผม ผมเก็บไว้หลายปี ตอนนี้ไม่ไหวแล้วครับ

ผมไม่ทราบว่าปัญหาของทุกคนวัดขนาดของมันอย่างไร บางคนก็ว่าอยู่ที่มุมมอง นั่นอาจจะหมายถึงเราสามารถรับมือกับมันได้มั้ย  สมัยเด็กผมมักจะได้ยินพ่อเล่าถึงเรื่องในอดีตที่ธุรกิจของเขาล้มลง น่าจะประมาณตอนผม ป.4 ปัจจุบันอายุ 22 ปี ( อีก 5 วัน ครบ 23 ปี )

                - พ่อเล่าว่าส่วนหนึ่งเป็นความผิดของแม่ ที่ไม่สนใจธุรกิจที่บ้านมากพอแล้วหันไปทำอย่างอื่น แล้วนำมรดกที่ควรนำมาอุดช่องโหว่ของธุรกิจไปจำนำหมด ซึ่งผมไม่ทราบว่าจริง หรือจริงแค่ไหน

                - แม่ผม เขาเป็นคนที่ใจร้อน เวลาพูดค่อนข้างเสียงดัง ตั้งแต่ย้ายบ้านมาอยู่ที่ใหม่ได้ตั้งแต่ช่วงที่ผมเกิดเราไม่ค่อยมีเพื่อนบ้าน แม่เล่าว่าคนอื่นๆ มักเข้ามาหาเรื่องบ้านเราอยู่เรื่อย แม่เล่าว่าบ้านเรามีฐานะและคนแถบนี้ไม่ค่อยชอบบ้านเรา ทำให้มักจะมีปัญหาเสมอ ( เรื่องที่ผมเล่าเกี่ยวกับแม่ด้านล่าง ไม่ได้บอกว่าแม่ผมเป็นคนไม่ดี เพียงแต่แม่ผมเขามีหนี้สินที่ไม่ได้ตั้งใจ และหลายๆ อย่างไม่ได้เป็นไปตามที่แม่คิด ทุกวันนี้เขาเลยลำบาก )


                สองเรื่องที่ผมเล่าส่วนใหญ่จะสรุปจากเรื่องที่ได้พ่อกับแม่เล่าให้ฟัง ผมมีพี่น้อง 4 คน พี่สาว 3 ผมเป็นคนที่ 4 ปัจจุบันในบรรดาพี่น้อง ผมอยู่บ้านคนเดียว ต่อไปจะเป็นปัญหาของผมแล้วครับ

                ผมเป็นคนที่เรียนไม่จบ ตอนนี้ผมอยู่บ้าน มีหลายสิ่งที่ผมต้องเผชิญ อาจจะในแบบของผม คนที่อ่านถึงตรงนี้ผมอยากให้ช่วยวิเคราะห์ หรือแนะนำสิ่งที่ผมควรจะทำหน่อยนะครับ ผมไม่มีเพื่อนที่สามารถให้คำปรึกษา หรือตั้งใจฟังผมอย่างจริงใจจริงๆ ได้ และการเขียนจะเละๆ ไม่น่าอ่าน

                - ปัจจุบันผมฝึกวาดรูปอยู่ที่บ้านครับ ผมมีความฝันเล็กๆ อยากจะเป็นนักวาดภาพประกอบ และอยากจะออกจากบ้านไปเช่าห้องพัก หรืออพาทเมนต์ อะไรก็ตามแต่ที่ทำให้ผมออกจากสังคมระแวกนี้ และอยากไปอยู่โรมาเนียที่เป็นความฝันของผม

                - หากผมสามารถทำงานแล้วทุกอย่างลงตัว ผมคิดว่าคงยังไม่สามารถออกจากที่นี่ได้ทันที ผมเป็นคนเดียวที่สามารถดูแลพ่อ และ แม่ได้ใกล้ที่สุด ( อายุ 65 / 63 ) ( พ่อขาไม่ดีเพราะทำงานหนัก ส่วนแม่แข็งแรงดี แต่เขามีหนี้สินที่เขาพยายามทำงานใช้อยู่ และผ่อนรถ ) พี่สาวคนโตแต่งงานแล้วทำงานอยู่ต่างประเทศ คนที่ 3 ทำงานเป็นครูที่โรงเรียนอนุบาลแถบอโศก การเดินทางที่ยุ่งยาก เขาจึงจำเป็นต้องอยู่หอแถบนั้น และงานเขายุ่งมากครับ

                - พี่สาวคนที่ 2 หรือคนรอง กลางปีที่แล้วเขาผ่อนคอนโดที่หนึ่งและได้ย้ายออกไป ซึ่งสิ่งที่พี่สาวคนรองของผมคิดก็คงเหมือนกับผมตอนนี้ บ้านนี้มันรกเต็มไปด้วยของที่ไม่ได้ใช้ พ่อมักจะเก็บสินค้าที่เคยทำธุรกิจไว้หน้าบ้าน มันเยอะมาก ส่วนของแม่ผมก็เยอะไม่แพ้กัน บ้านผมกว้างนะครับ แต่หากนึกไม่ออก ให้นึกถึงโรงงานรับซื้อของเก่าเล็กๆ น่ะครับ อยู่แบบนี้มาเกิน 10 ปีครับ

                - เหตุการณ์ที่เจอล่าสุด มีคนระแวกบ้านทำร้ายแม่ครับ จากที่แม่เล่า เพียงแค่แม่อุทานเสียงดังเพราะตกใจกับแม่ที่แม่เกือบเหยียบตอนอยู่หน้าร้านขายของที่ไม่ถูกกัน จากนั้นฝ่ายนั้นก็เริ่มทำร้ายแม่ก่อนครับ แต่ไม่ได้รับบาดเจ็บมาก มีคนมาห้ามไว้ทัน
              
               ผมเดินเข้าไปคุยกับคนที่ทำร้ายแม่แล้วครับ สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมมั่นใจว่าแม่ผมไม่ได้เริ่มทำร้ายก่อน เพราะเขาไม่ยอมเล่ารายละเอียดให้ฟัง และพูดเพียงแค่ว่าไม่ใช่เรื่องของผม ผมซักถามอยู่ประมาณ 10 นาที และไม่ได้เรื่องอะไรมากไปกว่าการวิจารย์แม่ผมต่างๆ นาๆ ( แจ้งความแล้วนะครับ แต่ทำได้แค่ลงบันทึกประจำวัน )

                - ผมเป็นโรคซึมเศร้า ถึงผมจะไม่เคยหาจิตแพทย์อย่างจริงจัง แต่ผมมั่นใจว่าเป็น หลายครั้งผมคิดว่าหลังจากที่เราตายเราจะได้พบกับโลกแห่งความฝัน โลกที่มีแต่ผมและคนที่ผมอยากให้อยู่ด้วย ทุกครั้งที่ผมรู้สึกผมมักจะคิดว่าการที่เราหายไปเป็นเรื่องธรรมดา ผมเชื่อแบบนั้นจริงๆ

                - ผมอยู่ได้ด้วยเงินเดือนจากพี่สาวเพียงเดือนละ 2000 จริงๆ มันไม่พอหรอกครับ ผมบอกพี่สาวไปว่าผมสามารถหาเงินเองได้จำนวนหนึ่งเพราะผมไม่อยากให้พี่สาวเป็นห่วงผมเกินไป จริงๆ แล้วผมหาไม่ได้เลย
  
                - พ่อถามผมว่าวันนี้แม่ทำอะไรให้กินหรือเปล่า ถ้าผมบอกว่าไม่ เขาจะพูดว่า 'ดูสิ เขาไม่เคยซื้ออะไรมาให้แกเลย มีแต่พ่อที่หิ้วข้าวมาให้แกทุกวัน'
มันก็จริงว่าแม่ไม่ได้ซื้อข้าวให้บ่อยเท่าพ่อ แต่ที่ผมคิดหลังจากได้ยินประโยคนี้บ่อยขึ้น

               ' ทำไมผมถึงต้องรอให้พ่อเป็นคนซื้อข้าวให้กินตลอด ' ทำให้ผมย้ำในความอ่อนแอของตัวเองว่าผมยังไม่สามารถดูแลตัวเองได้  

                พ่อกับแม่ของผมมักจะโทษกันไปมาและไม่เคยคุยเกี่ยวกับปัญหาที่ไม่ตรงกัน แต่มักจะเสียดสีใส่กันลับหลังผ่านการบอกผมเสมอ และเป็นมาตลอด
                หลายครั้งนะครับที่ผมคิดทำไมผมถึงต้องใช้ชีวิตอยู่ในบ้านที่น่าจะดีกว่าคนอื่นที่เขาไม่มีเท่าผม แต่ผมกลับรู้สึกแย่มากกว่าบ้านที่ดูเป็นบ้านมากกว่านี้ อย่างน้อยๆ บ้านมันก็ไม่ได้รกเป็นกองขยะที่พ่อกับแม่เสียดายไม่ยอมตัดใจทิ้งมันไป ( เค้าว่าอนาคตอาจจะมีประโยชน์ เช่นท่อรั่วก็เอาที่เก็บๆ มาซ่อม )

                ผมได้พบกับสิ่งๆ ใหม่ที่เรียกว่า อนิเม เมื่อช่วงต้นปี สิ่งนี้ไม่เคยทำร้ายผม ผมเชื่อว่าอนิเมทำให้ผมมองผ่านสิ่งที่ทำให้รู้สึกแย่มาตลอด เพราะผมมีโลกของผมแล้ว

                ทุกคนที่อ่านถึงตรงนี้จะคิดว่าการเขียนจะสื่อว่าผมเขียนเหมือนเด็ก หรืออาจจะใช้ข้ออ้างอะไรก็ตามแต่ที่ทำให้ผมชีวิตแย่ลง ขี้เกียจ โรคซึมเศร้า การไม่เผชิญหน้า หรือ การไม่ยอมรับความจริงแล้วพยายามปัดมันทิ้งแล้วหนีออกมา

                ผมเพียงแค่อยากออกจากตรงนี้ ช่วยแนะนำผมหน่อยเถอะครับ ผมมีแต่เพื่อนที่มักจะพูดแต่เรื่องของตนเอง หรือไม่ก็ฟังผ่านๆ และเปลี่ยนเรื่องทันทีที่พูดจบ สิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของผมตอนนี้มีเพียงแค่ อนิเม และห้องส่วนตัวที่ผมพยายามทำความสะอาดทุกสัปดาห์ และความฝันเล็กๆ ที่ผมยังไม่กล้ามองมันอย่างเต็มตา เพราะมันจะเจ็บปวดครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่