ปัญหาครอบครัวเรื้อรังเป็นสิบๆปี เรากำลังจะเป็นโรคซึมเศร้า

ขอเล่าตั้งแต่แรกก่อนนะคะ เป็นเรื่องที่เราอึดอัดมาเป็นสิบๆปี ไม่เคยเล่าให้ใครฟัง มันอาจจะยาวมาก ถ้าไม่มีใครอ่านถือว่าเราได้ระบายแล้วกัน
ครอบครัวเรามี 4 คน ประกอบด้วย พ่อ แม่ พี่ชายและเรา เรากับพี่ชายอายุห่างกัน 6 ปี เมื่อก่อนแม่เราไม่ได้ทำงาน พ่อเป็นเสาหลักของบ้าน
พ่อเรารับราชการ ตั้งแต่จำความได้ เราจำได้ว่าพ่อเป็นคนขี้เมา ติดการพนันมาก ตอนเด็กๆแม่ชอบบังคับให้เราโทรไปหาพ่อ ตามพ่อกลับ
พอเราโทรไปก็จะโดนพ่อด่า แต่ถ้าไม่โทรแม่ก็จะด่าจนร้องเราไห้ กดโทรหาพ่อบังคับให้เราพูดทั้งน้ำตา เวลาแม่โมโหแม่จะเรียกเราว่าอี
ด่าเราด้วยถ้อยคำหยาบคายตั้งแต่เด็กๆ แม่พูดจาหยาบมาก ชอบด่าเราต่อหน้าญาตๆ ต่อหน้าคนอื่น เราอาย... ทำให้เรามีนิสัยก้าวร้าวกับแม่
แต่กับคนอื่นเราปกตินะคะ เวลาเราทำอะไรแม่ไม่เคยชมเลย มีแต่ติเตียน ไม่เคยให้เราทำอะไรเอง ทำให้เราขาดความมั่นใจตั้งแต่เด็กๆ
มาวันนึง พ่อกับแม่เราคิดเปิดธุรกิจที่บ้านเอง พอธุรกิจที่บ้านไปได้ดีมาก พ่อก็ลาออกจากราชการ ทำให้ทะเลาะกับแม่อีก ตอนนั้นบ้านเรามีเงินเยอะมาก
ตอนนั้นอยากได้อะไรก็ได้ พ่อซื้อเสื้อผ้าแบรนด์เนมทั้งนั้น ช็อปทีเป็นหมื่น ที่บ้านใช้เงินกันฟุ่มเฟือยมาก จนครอบครัวเราไม่มีเงินเก็บเลย
พ่อแม่ทำงานปิดร้านค่ำทุกวัน แม่ก็ช่วยงานที่ร้านไม่มีเวลาเล่นกับเราเหมือนเมื่อก่อน พอเราจะกลับบ้านไปเล่นกับเพื่อนแม่ก็ไม่ให้กลับ
เพราะไม่อยากให้เราอยู่คนเดียว เราต้องอยู่ร้าน มีคอมพิวเตอร์เป็นเพื่อนเรา เราเริ่มเล่นแชทตั้งแต่ป.1ค่ะ เริ่มเล่นเกมส์ออนไลน์ตอน ป.2
เป็นเกมส์เต้นชื่อดังเกมส์นึง มีเพื่อนๆในเกมส์ ตอนนั้นเราโกหกอายุ จังหวัด ทุกอย่างที่บอกเพื่อนในเกมส์คือเฟคทั้งหมด แต่เราผูกพันกับเค้ามากๆ
เราเริ่มตัดขากโลกภายใน เริ่มไม่มีเพื่อน กว่าจะรู้ตัวก็สายไปแล้ว ตอนป.3พ่อเคยตบหน้าเรา เพราะบอกว่าเราใช้เงินเยอะ เราจำฝังใจมาก
ทั้งๆที่พ่อเป็นคนปลูกฝังเราเอง เราอยากได้โทรศัพท์รุ่นแบล็คเบอร์รี่ที่ดังๆ พอกำลังจะซื้อพ่อถามว่าเอาไอโฟนดีกว่ามั้ย ตอนนั้นเราแค่ป.5
เรามีห้องนอนส่วนตัว ห้องเรามีทั้งแอร์ ทีวี ที่บ้านติดเครื่องทำน้ำอุ่น แม่ซื้อรถคันเป็นล้าน แต่ความสุขของเราคือโลกในเกมสื เพื่อนในเกมส์
แทนที่เราจะได้เล่นที่สนามเด็กเล่น กระโดดยางแบบเพื่อนคนอื่นๆ พ่อแม่กลับชอบที่เราเล่นคอมพิวเตอร์เพราะเค้าจะได้ทำงาน เราติดเกมส์เรื่อยๆเติมเงินในเกมส์เป็นหมื่นๆ ตอนนั้นแค่ประถมเองนะคะ พอขึ้นมัธยมเรามีเพื่อนใหม่ เราเริ่มไม่พูดคุยกับคนในโลกความเป็นจริง หลังจากนั้นพ่อแม่ก็ทะเลาะกันเรื่องที่พ่อไปเล่นการพนันอีก ทำให้ไม่คุยกันเลย 3 ปีค่ะ พ่อแม่ไม่คุยกัน 3 ปี แต่อยู่ในบ้านหลังเดียวกัน นอนแยกห้องกัน เวลามีธุระจะฝากบอกเรากับพี่
พ่อฝากเราให้บอกแม่ แม่ฝากบอกเราให้บอกพ่อ บางเรื่องพ่อฝากไปหาแม่ พอเราบอกแม่ก็โมโห แม่ฝากไปบอกพ่อ พ่อก็โมโห เรากับพี่จะโดนด่าตลอดค่ะ
พอเรา ม.1 พ่อกับแม่ก็กลับมาคุยกันเหมือนเดิม แต่พี่ชายเราก็กลายเป็นเด็กมีปัญหาไปแล้ว ตอนนั้นพ่อแม่หวงมาก แค่ไปเตะบอลกับเพื่อนกลับบ้านดึกก็โดนว่าโดนด่าด้วยคำหยาบ พ่อกับแม่ก็ทะเลาะกันทุกวัน ตอนนั้นเรายิ่งไม่สนใจใครค่ะ ตั้งหน้าตั้งตาเล่นเกมส์ เรียน กลับบ้าน เล่นเกมส์ ชีวิตเรามีอยู่แค่นี้จริงๆค่ะ จากที่เราสนิทกับพี่ชาย เราก็ไม่สนิท พี่เราเริ่มแอบขโมยเงินแม่ไปเล่นยาเสพติด ครั้งแรกที่โดนจับได้คือ 8,000 ไม่รวมกับก่อนหน้านั้นที่ขโมยวันละเกือบหมื่น แล้วก็ทำไปเรื่อยๆ เรียนไม่จบ พอได้ทำงานที่ร้านก็ขโมยเงินในร้าน ขโมยของในบ้านไปขาย โดนตำรวจจับก็ประกันออกมา หมดเงินไปเป็นแสนๆ วนลูปไปเรื่อยค่ะ ทำให้เราเกลียดพี่ชายมาก ทุกครั้งที่ทะเลาะกับแม่ พี่กับแม่จะด่ากันด้วยถ้อยคำหยาบคาย เคยมีครั้งนึงพี่ก้มลงกราบเท้าแม่ แล้วพูดว่า ขอให้ชาติหน้าอย่าเกิดมาเป็นลูกมุงอีก แม่เล่าให้เราฟังทั้งน้ำตา เราสงสารแม่ค่ะ พอเราเข้ามหาลัยก็ไปเรียนจังหวัดใกล้ๆบ้าน รู้ข่าวที่บ้านเป็นระยะๆ แม่ลงทุนธุรกิจกับญาต ก็เจ๊ง ทะเลาะกับญาต ตัดขาดกัน ธุรกิจที่บ้านก็แย่ลง พ่อเครียด วันๆด่าแต่แม่กับพี่ชาย แม่เลยไปยืมเงินญาตฝั่งพ่อล้านนึง แล้วขอเวลาให้เราเรียนจบก่อนจะผ่อนคืน เอาที่ดินไปตั้ง สุดท้ายญาตอยากได้เงินคืนก่อนกำหนดเลยทวง แม่ไม่มีให้ก็ไปด่าเค้า เค้าเลยเอาที่ดินไปขายแล้วโอนเงินที่เหลือเข้าบัญชีพ่อ ตัดญาตคนนี้ไปอีกคน ญาตฝั่งแม่พ่อก็ไปอาละวาดด่าเค้า แม่ก็มีปัญหากับพี่น้องตัวเอง เพราะแม่ชอบขึ้นเสียง ใช้คำหยาบ ไม่ฟังใคร ทำให้อยู่บ้านใครบ้านมัน  ไม่มีใครเอาครอบครัวเราแล้วค่ะ พ่อก็มีกิ๊ก พาผู้หญิงขึ้นรถคนเห็นกันทั้งเมือง พี่ชายก็เริ่มยืมเงินคนอื่นแล้วไม่คืน โดนประจานในเฟสบุ๊คบ้าง มีคนทักเฟสบุ๊คมาทวงเงินจากเราบ้าง ตอนนี้เราอยู่ปี3ค่ะ เราเครียดมาก ถึงมากที่สุด เพราะเมื่อครึ่งปีก่อนที่บ้านเรากลับมาคืนดีกัน พ่อแม่ พี่ชาย คุยกันแล้วให้อภัยกัน พี่บอกจะกลับตัวเป็นคนดี สุดท้ายทำอีก มีคนมาทวงหนี้พี่ชายที่ร้าน แม่เราไม่จ่าย บอกปล่อยแล้ว เค้าจะทำไรพี่เราให้เค้าทำ พี่จะติดคุกก็ให้ติด ทำให้ตอนนี้สถานการณ์ที่บ้านเราแย่มากๆค่ะ

เราเป็นเด็กเรียนดีนะคะ ตอนนี้เราอยู่ปี.3 เกรดเฉลี่ย 3.50+ ทุกเทอม ตั้งแต่เราเรียนมหาลัย เราเจอโลกภายนอกเยอะขึ้น มีเหตผลเยอะขึ้นมากๆ เวลาไปเที่ยวบ้านเพื่อนแล้วเห็นพ่อแม่เค้าคุยกันดีๆ ไม่ขึ้นเสียงใส่กัน มีน้องๆหลานๆตัวเล็กๆมาเล่นด้วย ป้าๆก็ชวนเรากินข้าว มีญาตปลูกบ้านอยู่ติดๆกัน เราอิจฉามากๆค่ะ หลังๆเวลาเราอยู่คนเดียวเราเริ่มร้องไห้บ่อย ร้องออกมาเอง รู้สึกเศร้ามากๆ เวลามีวันหยุดยาวแล้วเห็นเพื่อนกลับบ้านกัน เราอยู่หอคนเดียว เราจะร้องไห้หนักกว่าเดิมค่ะ เพราะเรามีบ้าน แต่เราไม่มีใครเลย พ่อแม่ก็ยังบ้างานเหมือนเดิม ไม่มีเวลาสำหรับครอบครัว ไม่เคยได้กินข้าวพร้อมกัน ตอนนี้พ่อตัดเน็ตที่บ้าน ยิ่งทำให้เราไม่อยากกลับบ้านไปอีก เพราะไม่มีอะไรทำ ไม่มีเพื่อน อยู่ที่หอหรือบ้าน ไม่ต่างกันค่ะ อยู่คนเดียว เหงาเหมือนเดิม รู้สึกว้าเหว่ในใจ จนเราเริ่มคิดว่าตัวเองไร้ค่า ไม่น่าเกิดมา บางครั้งก็คิดอยากหายไปจากโลกนี้ซะเลย

เราควรจะทำยังไงกับชีวิตของเราต่อดีคะ เราอดทนจนเรารู้สึกว่าเรากำลังจะไม่ไหวแล้วจริงๆค่ะ...
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 2
อ่านจนจบค่ะ อ่านอย่างตั้งใจทุกคำเลย

1. คุณต้องหาที่ยึดเหนี่ยวใจค่ะ คุณไม่สามารถยึดพ่อกับแม่เป็นที่พึ่งทางใจได้ เราแนะนำให้คุณอ่านหนังสือธรรมะมากๆ ค่ะ  ถ้าไม่ชอบแนวธรรมะ ก็ให้ยึด "ความดี" เป็นที่พึ่งค่ะ ให้เชื่อมั่นในความดีค่ะ

สนใจไปปฎิบัติธรรม ดูที่ www.ybat.org หรือไม่ก็สวดมนต์อยู่ที่หอทุกวันค่ะ บุญกุศลมีอำนาจลึกลับ จะทำให้สิ่งดีๆ เกิดขึ้นมาได้ค่ะ

2. พอใจในสิ่งที่มีอยู่ ข้อดีที่คุณมี คือ พ่อแม่ยังมีชีวิตอยู่ครบ และหาเลี้ยงคุณ ถ้าคุณมองแต่เรื่องลบ ใจคุณจะท้อ ให้คุณพยายามมองเรื่องบวก เช่น โชคดีนะที่เราร่างกายแข็งแรง โชคดีนะที่เราเรียนเก่ง โชคดีนะที่พ่อแม่ทำงานทั้งคู่ไม่ได้อยู่เฉยๆ โชคดีที่ได้อยู่ประเทศสงบแบบเมืองไทย

สังเกตความคิดตัวเอง ถ้าคิดลบเมื่อไร ให้รู้ตัว แล้วเปลี่ยนเป็นคิดบวก

3. มุ่งทำความดีค่ะ โทรศัพท์ไปหาพ่อแม่อย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง และพูดจาดีๆ ให้กำลังใจพ่อแม่ เช่น หนูรักแม่นะ แม่เก่งจัง ดูแลตัวเองด้วยนะ เวลากลับบ้าน ก็ซื้อของไปฝากพ่อแม่ แล้วเข้าไปคุยดีๆ กับพ่อแม่ พยายามทำให้พ่อแม่ชื่นใจ

แล้วก็ชมตัวเองในใจที่คุณทำดีกับพ่อแม่ค่ะ ต่อให้สิ่งรอบข้างเลวร้าย แต่แค่มีคุณคนเดียวที่ทำความดี นั่นคือมีความหวัง มีทางออกแล้ว ชมตัวเองและให้กำลังใจตัวเองตามความจริง

4. พึ่งตัวเอง เรียนจบแล้ว ก็ตั้งใจทำงาน ทำตัวเป็นที่พึ่งของพ่อแม่ พาพ่อแม่ไปเที่ยว ไปกินข้าว ไปทำบุญ ทำตัวคุณเองให้เป็นแหล่งความสุขและความดีงามของบ้านค่ะ ใครจะทำไม่ดี ไม่ต้องไปสนใจ แต่สนใจว่าตัวเองทำดีก็พอ

เรื่องไม่ดีของพ่อแม่และพี่ชาย ถ้าช่วยได้ ก็ช่วยไป ถ้าช่วยไม่ได้ ก็วางเฉย วางอุเบกขา ไม่ต้องเก็บมาคิด อย่าเก็บเรื่องไม่ดีมาคิดทุกเรื่อง หาหนังสือแนวพัฒนาตัวเองมาอ่านไปเรื่อยๆ หรืออ่านนวนิยายดีๆของว. วินิจฉัยกุล   อย่าทำตัวอมทุกข์ อะไรแก้ไขไม่ได้ ก็ให้ปล่อยไป หรือไม่ก็ไปทำบุญสร้างพลังใจบ่อยๆ ค่ะ ให้มีความหวังอยู่เสมอว่าอนาคตจะดีขึ้น เพราะคุณเลือกทำความดีได้ทุกวันค่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่