หลายๆคนอาจจะมีข้อสงสัยในเรื่องที่ว่า พุทธวจนเป็นสิ่งที่ควรศึกษาหรือไม่...?
ก็พยายามอธิบายอย่างสุดความสามารถเลยทีเดียว แต่ก็เข้าใจว่ายากนักที่จะเปลี่ยนความเห็นเดิมที่แต่ละคนยังคงมีอยู่ ...
แต่ก็รู้สึกเซอร์ไพรส์มากที่ มีการพูดถึงความน่าเชื่อถือของพระไตรปิฏก ซึ่งส่วนตัวเรานั้น
คิดว่า เฉพาะพุทธวจนนั้น นั่นแหละคือสิ่งที่ควรศึกษา ควรศึกษาสิ่งที่ออกจากพระโอษฐ์โดยตรง
ควรเชื่อมั่น 100 1,000 10,000 100,000 1,000,000 เปอร์เซ็นต์
ต้องมีความเชื่อมั่นหลายๆอย่างประกอบกันไป แต่ไม่ได้ให้เชื่อแบบงมงายไร้เหตุผล
แต่ให้เชื่อแล้วน้อมนำมาพิจารณาใคร่ครวญเนื้อความแห่งธรรม นำธรรมเหล่านั้นมาพิสูจน์ในตนเอง
ทำไมเราถึงแนะนำพุทธวจนโดยตรง ให้คุณศึกษาพุทธวจนโดยตรงด้วยตนเอง?
เหตุผลที่ 1 คุณจะได้สัมผัสกับคำสอนของพระพุทธเจ้าโดยตรงด้วยตนเอง
คุณจำเป็นต้องรับรู้ก่อนว่าพระศาสดาตรัสเรื่องที่เกี่ยวกับธรรมะชั้นโลกุตตระว่าอย่างไรบ้าง นี่คือเรื่องแรกที่สำคัญมากและเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่า
คุณกำลังจะเข้าใจในธรรมะชั้นโลกุตตระนั้นๆด้วยตนเองได้ในเวลาถัดมา หลังจากผ่านการทรงจำและนำมาโยนิโสมนสิการแล้ว
เหตุผลที่ 2 คือ คำพระศาสดาในเรื่องธรรมะชั้นโลกุตตระนั้นง่ายกว่าที่คิด ไม่ได้เป็นเรื่องยากและไกลตัวอย่างที่เข้าใจกัน
การมาศึกษาแต่คำพระศาสดาจะทำให้เราละความคิดที่ว่า นิพพาน วิชชา วิมุตติ โพฃฌงค์ โพธิปักขิยธรรม
คือธรรมะสำหรับผู้หลุดพ้นแล้วเท่านั้น ความคิดนี้ไม่จริงเลย คนธรรมดาปุถุชนก็สามารถมีความเข้าใจเบื้องต้นในส่วนตรงนี้ได้
แต่
การปฏิบัติได้หรือไม่ได้นั้นอีกเรื่องหนึ่ง...
แต่คนที่เข้าใจตรงนี้ไม่จำเป็นต้องบรรลุธรรมเลย แต่ก็สามารถเข้าใจธรรมที่เป็นชั้นโลกุตตระนั้นๆได้
เหตุผลที่ 3 ธรรมะพระสูตรเดียวกันนั้น สามารถใช้ได้ทุกตอน เมื่อเราเริ่มต้นศึกษา เราก็อ่านพระสูตรนี้แหละ
คือการรับรู้พระสูตรในครั้งแรกถือว่าเป็นสิ่งที่ดีมากๆ เพราะผ่านตาคุณแล้ว คุณก็จะได้ทราบว่า
อ๋อพระพุทธเจ้าได้ตรัสในเรื่องดังกล่าวไว้ว่าอย่างนี้นะ การทราบไว้ก่อนแม้ผ่านหูผ่านตา ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี
แต่หลังจากนั้นแล้วแต่ความศรัทธาและความเชื่อมั่นของตัวคุณเองแล้วล่ะ ที่จะเพียรเสาะแสวงหาการศึกษาพุทธวจนด้วยตนเองหรือไม่?...
เพราะพระสูตรจำเป็นต้องผ่านตาผ่านหูของคุณหลายพระสูตร และคุณจะต้องจำได้ขึ้นใจด้วย การทำอย่างนี้จะทำให้คุณสามารถเข้าใจ
หลายๆพระสูตรไปพร้อมๆกันทีเดียวได้ การเข้าใจพระสูตรจะมีลักษณะอย่างนี้ คือ หากผ่านตาในครั้งแรก จะยังไม่เข้าใจ
แต่ถ้าผ่านตาหลายๆพระสูตรจะเห็นถืงความเชื่อมโยง สอดรับกันแห่งเนื้อความนั้นๆ และพระสูตรอื่นย่อมอธิบายพระสูตรเดิมที่คุณเคยผ่านตามาแล้ว
ทำให้เมื่อเข้าใจพระสูตรหนึ่งจึงทำให้อีกพระสูตรหนึ่งถูกเข้าใจไปด้วยโดยอัตโนมัติ ถ้าเรียกความเข้าใจอย่างนี้ว่า ยิ
งนกทีเดียวๆได้นกสองตัว แต่ธรรมะการเข้าใจธรรมะบทนึงอาจทำให้เราเข้าใจธรรมะอีก 10 บท หรือ 100 บทตามมา
ดังนั้นความพยายามทำความเข้าใจธรรมะจึงอาศัยความพยายามในช่วงแรกๆเท่านั้น แต่จะดีไม่ใช่หรือหากเมื่อเราสามารถผ่านพ้นการทำความเข้าใจ
ในขั้นที่ว่ายากนี้ได้ และเราก็เข้าใจพระสูตรอื่นๆได้หมดเรย จากการพยายามก้าวข้ามผ่านความยากในขั้นแรก
เหตุผลที่ 4 เมื่อเรามีสุตตะทรงจำอยู่ในหัว การปฏิบัติเราก็ต้องทำตามสุตตะนั้น ซึ่งทำให้การปฏิบัติของเราไม่ผิดทาง
หากเรามีความเพียรทางจิตมากเท่าไหร่นั่นย่อมส่งผลให้เราบรรลุผลของการปฏิบัติเป็นขั้นๆไป ซึ่งความน่าสนใจของการศึกษาพุทธวจนอยู่ตรงนี้
คือเมื่อคุณสามารถได้ผลจากการปฏิบัติ เช่น สามารถเข้าปฐมฌาน ได้ พอคุณกลับมาสั่งสมสุตตะ สุตตะนั้นจะเข้าใจได้มากขึ้นกว่าตอนแรก
ความง่ายและได้ผลของจริงอยู่ตรงนี้ ... คือ สุตตะตัวเดิมๆนั้นมีความลึกซึ้งของความหมายที่แท้จริงซ่อนอยู่ หากผ่านหูผ่านตาในครั้งแรกย่อมมี
ความเข้าใจต่างกับการอ่านเมื่อหลังจากได้ผลจากการปฏิบัติธรรมนั้น คือการเข้าใจธรรมะจากพระสูตรตัวเดียวกันจะมีความลึกซึ้งมากขึ้น
และไม่ใช่เพียงพระสูตรเดียวด้วย อย่างที่ทราบกันว่า พระสูตรต่างๆล้วนมีเนื้อความที่สอดรับ ไม่ขัดแย้งกันโดยประการอื่นเลย
คุณจะเข้าใจความลึกซึ้งของความหมายที่แท้จริงได้มากขึ้น ได้ทีละ 10 พระสูตรหรือ 100 พระสูตร หรือ 1,000 พระสูตร
แล้วแต่ว่าคุณทรงจำมาแค่ไหน ถ้าคุณสามารถเข้าใจได้ไม่ใช่แค่ทีละพระสูตร นี่คือประโยชน์อย่างยิ่งของการศึกษาแต่พุทธวจนและพยายาม
ในช่วงแรกๆในการทำความเข้าใจเฉพาะที่เป็นคำพระศาสดา
เหตุผลที่ 5 นี่สามารถเป็นที่พึ่งทางใจของคุณได้ตลอดชีวิตเลยทีเดียว เมื่อเราทุกข์ใจหรือไม่มีทางออก เราก็ขวนขวายหาคำพระศาสดา
เราจึงเป็นผู้ที่มีพระศาสดาเป็นครู เป็นที่ปรึกษา ที่แท้จริงในชีวิตของเราได้ ในที่สุด ^_^
มีใครอยากศึกษาพุทธวจนบ้าง ... ถ้ายังมีเรื่องติดใจ อย่าทำให้สิ่งนั้นทำให้เราไม่เชื่อมั่น ...
ก็พยายามอธิบายอย่างสุดความสามารถเลยทีเดียว แต่ก็เข้าใจว่ายากนักที่จะเปลี่ยนความเห็นเดิมที่แต่ละคนยังคงมีอยู่ ...
แต่ก็รู้สึกเซอร์ไพรส์มากที่ มีการพูดถึงความน่าเชื่อถือของพระไตรปิฏก ซึ่งส่วนตัวเรานั้น
คิดว่า เฉพาะพุทธวจนนั้น นั่นแหละคือสิ่งที่ควรศึกษา ควรศึกษาสิ่งที่ออกจากพระโอษฐ์โดยตรง
ควรเชื่อมั่น 100 1,000 10,000 100,000 1,000,000 เปอร์เซ็นต์
ต้องมีความเชื่อมั่นหลายๆอย่างประกอบกันไป แต่ไม่ได้ให้เชื่อแบบงมงายไร้เหตุผล
แต่ให้เชื่อแล้วน้อมนำมาพิจารณาใคร่ครวญเนื้อความแห่งธรรม นำธรรมเหล่านั้นมาพิสูจน์ในตนเอง
ทำไมเราถึงแนะนำพุทธวจนโดยตรง ให้คุณศึกษาพุทธวจนโดยตรงด้วยตนเอง?
เหตุผลที่ 1 คุณจะได้สัมผัสกับคำสอนของพระพุทธเจ้าโดยตรงด้วยตนเอง
คุณจำเป็นต้องรับรู้ก่อนว่าพระศาสดาตรัสเรื่องที่เกี่ยวกับธรรมะชั้นโลกุตตระว่าอย่างไรบ้าง นี่คือเรื่องแรกที่สำคัญมากและเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่า
คุณกำลังจะเข้าใจในธรรมะชั้นโลกุตตระนั้นๆด้วยตนเองได้ในเวลาถัดมา หลังจากผ่านการทรงจำและนำมาโยนิโสมนสิการแล้ว
เหตุผลที่ 2 คือ คำพระศาสดาในเรื่องธรรมะชั้นโลกุตตระนั้นง่ายกว่าที่คิด ไม่ได้เป็นเรื่องยากและไกลตัวอย่างที่เข้าใจกัน
การมาศึกษาแต่คำพระศาสดาจะทำให้เราละความคิดที่ว่า นิพพาน วิชชา วิมุตติ โพฃฌงค์ โพธิปักขิยธรรม
คือธรรมะสำหรับผู้หลุดพ้นแล้วเท่านั้น ความคิดนี้ไม่จริงเลย คนธรรมดาปุถุชนก็สามารถมีความเข้าใจเบื้องต้นในส่วนตรงนี้ได้
แต่การปฏิบัติได้หรือไม่ได้นั้นอีกเรื่องหนึ่ง...
แต่คนที่เข้าใจตรงนี้ไม่จำเป็นต้องบรรลุธรรมเลย แต่ก็สามารถเข้าใจธรรมที่เป็นชั้นโลกุตตระนั้นๆได้
เหตุผลที่ 3 ธรรมะพระสูตรเดียวกันนั้น สามารถใช้ได้ทุกตอน เมื่อเราเริ่มต้นศึกษา เราก็อ่านพระสูตรนี้แหละ
คือการรับรู้พระสูตรในครั้งแรกถือว่าเป็นสิ่งที่ดีมากๆ เพราะผ่านตาคุณแล้ว คุณก็จะได้ทราบว่า
อ๋อพระพุทธเจ้าได้ตรัสในเรื่องดังกล่าวไว้ว่าอย่างนี้นะ การทราบไว้ก่อนแม้ผ่านหูผ่านตา ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี
แต่หลังจากนั้นแล้วแต่ความศรัทธาและความเชื่อมั่นของตัวคุณเองแล้วล่ะ ที่จะเพียรเสาะแสวงหาการศึกษาพุทธวจนด้วยตนเองหรือไม่?...
เพราะพระสูตรจำเป็นต้องผ่านตาผ่านหูของคุณหลายพระสูตร และคุณจะต้องจำได้ขึ้นใจด้วย การทำอย่างนี้จะทำให้คุณสามารถเข้าใจ
หลายๆพระสูตรไปพร้อมๆกันทีเดียวได้ การเข้าใจพระสูตรจะมีลักษณะอย่างนี้ คือ หากผ่านตาในครั้งแรก จะยังไม่เข้าใจ
แต่ถ้าผ่านตาหลายๆพระสูตรจะเห็นถืงความเชื่อมโยง สอดรับกันแห่งเนื้อความนั้นๆ และพระสูตรอื่นย่อมอธิบายพระสูตรเดิมที่คุณเคยผ่านตามาแล้ว
ทำให้เมื่อเข้าใจพระสูตรหนึ่งจึงทำให้อีกพระสูตรหนึ่งถูกเข้าใจไปด้วยโดยอัตโนมัติ ถ้าเรียกความเข้าใจอย่างนี้ว่า ยิ
งนกทีเดียวๆได้นกสองตัว แต่ธรรมะการเข้าใจธรรมะบทนึงอาจทำให้เราเข้าใจธรรมะอีก 10 บท หรือ 100 บทตามมา
ดังนั้นความพยายามทำความเข้าใจธรรมะจึงอาศัยความพยายามในช่วงแรกๆเท่านั้น แต่จะดีไม่ใช่หรือหากเมื่อเราสามารถผ่านพ้นการทำความเข้าใจ
ในขั้นที่ว่ายากนี้ได้ และเราก็เข้าใจพระสูตรอื่นๆได้หมดเรย จากการพยายามก้าวข้ามผ่านความยากในขั้นแรก
เหตุผลที่ 4 เมื่อเรามีสุตตะทรงจำอยู่ในหัว การปฏิบัติเราก็ต้องทำตามสุตตะนั้น ซึ่งทำให้การปฏิบัติของเราไม่ผิดทาง
หากเรามีความเพียรทางจิตมากเท่าไหร่นั่นย่อมส่งผลให้เราบรรลุผลของการปฏิบัติเป็นขั้นๆไป ซึ่งความน่าสนใจของการศึกษาพุทธวจนอยู่ตรงนี้
คือเมื่อคุณสามารถได้ผลจากการปฏิบัติ เช่น สามารถเข้าปฐมฌาน ได้ พอคุณกลับมาสั่งสมสุตตะ สุตตะนั้นจะเข้าใจได้มากขึ้นกว่าตอนแรก
ความง่ายและได้ผลของจริงอยู่ตรงนี้ ... คือ สุตตะตัวเดิมๆนั้นมีความลึกซึ้งของความหมายที่แท้จริงซ่อนอยู่ หากผ่านหูผ่านตาในครั้งแรกย่อมมี
ความเข้าใจต่างกับการอ่านเมื่อหลังจากได้ผลจากการปฏิบัติธรรมนั้น คือการเข้าใจธรรมะจากพระสูตรตัวเดียวกันจะมีความลึกซึ้งมากขึ้น
และไม่ใช่เพียงพระสูตรเดียวด้วย อย่างที่ทราบกันว่า พระสูตรต่างๆล้วนมีเนื้อความที่สอดรับ ไม่ขัดแย้งกันโดยประการอื่นเลย
คุณจะเข้าใจความลึกซึ้งของความหมายที่แท้จริงได้มากขึ้น ได้ทีละ 10 พระสูตรหรือ 100 พระสูตร หรือ 1,000 พระสูตร
แล้วแต่ว่าคุณทรงจำมาแค่ไหน ถ้าคุณสามารถเข้าใจได้ไม่ใช่แค่ทีละพระสูตร นี่คือประโยชน์อย่างยิ่งของการศึกษาแต่พุทธวจนและพยายาม
ในช่วงแรกๆในการทำความเข้าใจเฉพาะที่เป็นคำพระศาสดา
เหตุผลที่ 5 นี่สามารถเป็นที่พึ่งทางใจของคุณได้ตลอดชีวิตเลยทีเดียว เมื่อเราทุกข์ใจหรือไม่มีทางออก เราก็ขวนขวายหาคำพระศาสดา
เราจึงเป็นผู้ที่มีพระศาสดาเป็นครู เป็นที่ปรึกษา ที่แท้จริงในชีวิตของเราได้ ในที่สุด ^_^